SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Max Verstappen

ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ V6 Turbo Hybrid ที่แผดสนั่นในการทดสอบพรีซีซั่น ณ สนามซาคีร์ ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สิ่งที่ร้อนแรงกว่าอากาศในสนามคือบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Max Verstappen ที่ออกมา “ทวงถามความยุติธรรม” ให้กับกีฬาฟอร์มูลาวัน โดยเจ้าตัวระบุชัดเจนว่าข้อบกพร่องร้ายแรงในกฎการแข่งขันปี 2026 เป็นสิ่งที่เขามองเห็นและนำเสนอต่อที่ประชุมมาตั้งแต่ปี 2023 แต่กลับถูกมองข้ามเพียงเพราะความสำเร็จของ Red Bull ในเวลานั้น

คำทำนายที่กลายเป็นจริงจากปี 2023 สู่ปัจจุบัน

Max Verstappen ได้ย้อนความหลังถึงช่วงเวลาที่กฎทางเทคนิคปี 2026 กำลังถูกร่างขึ้น โดยเขาและวิศวกรของ Red Bull ได้ลองทดสอบในระบบจำลอง (Simulator) และพบว่าสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าที่สูงเกินไปจะทำให้นักแข่งต้อง “ถอนคันเร่ง” กลางทางตรงยาวเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ (Recharge) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อธรรมชาติของการเป็นนักแข่ง F1 อย่างรุนแรง

“ตอนนั้นผมพูดไปแล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่มันไม่มีใครฟังMax กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “หลายคนอาจจะคิดว่าผมบ่นเพราะทีมเราได้เปรียบอยู่แล้ว หรือกลัวว่าคู่แข่งจะตามทัน แต่ความจริงคือผมกังวลเรื่องทิศทางของกีฬาที่เรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดที่มันไม่ใช่การแข่งรถที่แท้จริง

ช่องโหว่ของ Active Aero และอุปสรรคในการแซง

หนึ่งในสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของรถแข่งยุคใหม่คือระบบ แอโรไดนามิกแบบปรับแต่งได้ (Active Aerodynamics) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดแรงต้านอากาศชดเชยกำลังเครื่องยนต์ที่ลดลง Max ชี้ให้เห็นว่า ระบบนี้ทำให้การทำ “Slipstream” หรือการดูดตูดคันหน้าทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อรถคันหน้าเปิดโหมด X-mode (Low Drag) แรงต้านจะลดลงจนคันหลังไม่ได้รับอานิสงส์ในการเร่งแซง

นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องความปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่แชมป์โลก 4 สมัยให้ความสำคัญ โดยเขาอธิบายว่าเมื่อรถเปลี่ยนโหมดจากเปิดปีกเป็นปิดปีกในช่วงท้ายทางตรง (Transition) รถจะมีอาการเสียสมดุลและกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งหากเกิดขึ้นในช่วงที่ความเร็วแตะระดับ 350 กม./ชม. อาจนำไปสู่หายนะที่ไม่มีใครคาดคิด

Formula 1 หรือ Formula E: เส้นแบ่งที่กำลังเลือนลาง

Verstappen ยังคงยืนยันคำเดิมที่ว่ารถแข่งปี 2026 ให้ความรู้สึกเหมือน Formula E อัดสเตียรอยด์ เนื่องจากน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และการที่นักแข่งต้องกลายเป็น “Battery Manager” มากกว่า “Racing Driver” เขาตั้งคำถามว่าทำไม F1 ถึงไม่เลือกเส้นทางที่ยั่งยืนผ่านเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) 100% ควบคู่ไปกับเครื่องยนต์สันดาปที่ทรงพลัง แต่กลับไปเน้นน้ำหนักแบตเตอรี่ที่ทำลายสมรรถนะการเข้าโค้งของรถ

แม้ว่า Red Bull Powertrains (ความร่วมมือกับ Ford) จะมีผลการทดสอบเครื่องยนต์เบื้องต้นที่น่าพอใจ แต่ Max ยืนยันว่าความเห็นของเขาแยกออกจากเรื่องผลประโยชน์ของทีม “แน่นอนว่าทีมผมทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม พวกเขาทำงานหนักมากเพื่อให้เราแข่งขันได้ แต่ในฐานะคนรักความเร็ว ผมแค่ต้องการขับรถที่มันสนุกและเร้าใจ ไม่ใช่รถที่ต้องคอยวางแผนว่าจะกดปุ่ม Boost ตอนไหนถึงจะไม่ไฟหมดกลางทาง”

บทสรุป: การต่อสู้เพื่ออนาคตของวงการความเร็ว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Max Verstappen และกฎปี 2026 คือบทเรียนราคาแพงของวงการมอเตอร์สปอร์ต เมื่อเสียงของนักแข่งที่คลุกคลีอยู่หน้าพวงมาลัยกลับมีความหมายน้อยกว่าตัวเลขในห้องประชุม การที่เขาออกมาย้ำว่า “ผมบอกพวกคุณแล้ว” ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อสะใจ แต่คือการเรียกร้องให้ FIA และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลับมาพิจารณาและแก้ไขกฎระเบียบก่อนที่เสน่ห์ของ F1 จะหายไปตลอดกาล หากกีฬาชนิดนี้สูญเสียนักแข่งระดับอัจฉริยะอย่าง Max ไปเพราะความน่าเบื่อของกฎระเบียบ นั่นอาจจะเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้อย่างแท้จริง

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Max Verstappen ผมเตือนแล้วนะ! กฎใหม่ F1 ทำรถขับยาก-อันตราย

Max Verstappen

ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ V6 Turbo Hybrid ที่แผดสนั่นในการทดสอบพรีซีซั่น ณ สนามซาคีร์ ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สิ่งที่ร้อนแรงกว่าอากาศในสนามคือบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Max Verstappen ที่ออกมา “ทวงถามความยุติธรรม” ให้กับกีฬาฟอร์มูลาวัน โดยเจ้าตัวระบุชัดเจนว่าข้อบกพร่องร้ายแรงในกฎการแข่งขันปี 2026 เป็นสิ่งที่เขามองเห็นและนำเสนอต่อที่ประชุมมาตั้งแต่ปี 2023 แต่กลับถูกมองข้ามเพียงเพราะความสำเร็จของ Red Bull ในเวลานั้น

คำทำนายที่กลายเป็นจริงจากปี 2023 สู่ปัจจุบัน

Max Verstappen ได้ย้อนความหลังถึงช่วงเวลาที่กฎทางเทคนิคปี 2026 กำลังถูกร่างขึ้น โดยเขาและวิศวกรของ Red Bull ได้ลองทดสอบในระบบจำลอง (Simulator) และพบว่าสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าที่สูงเกินไปจะทำให้นักแข่งต้อง “ถอนคันเร่ง” กลางทางตรงยาวเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ (Recharge) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อธรรมชาติของการเป็นนักแข่ง F1 อย่างรุนแรง

“ตอนนั้นผมพูดไปแล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่มันไม่มีใครฟังMax กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “หลายคนอาจจะคิดว่าผมบ่นเพราะทีมเราได้เปรียบอยู่แล้ว หรือกลัวว่าคู่แข่งจะตามทัน แต่ความจริงคือผมกังวลเรื่องทิศทางของกีฬาที่เรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดที่มันไม่ใช่การแข่งรถที่แท้จริง

ช่องโหว่ของ Active Aero และอุปสรรคในการแซง

หนึ่งในสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของรถแข่งยุคใหม่คือระบบ แอโรไดนามิกแบบปรับแต่งได้ (Active Aerodynamics) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดแรงต้านอากาศชดเชยกำลังเครื่องยนต์ที่ลดลง Max ชี้ให้เห็นว่า ระบบนี้ทำให้การทำ “Slipstream” หรือการดูดตูดคันหน้าทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อรถคันหน้าเปิดโหมด X-mode (Low Drag) แรงต้านจะลดลงจนคันหลังไม่ได้รับอานิสงส์ในการเร่งแซง

นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องความปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่แชมป์โลก 4 สมัยให้ความสำคัญ โดยเขาอธิบายว่าเมื่อรถเปลี่ยนโหมดจากเปิดปีกเป็นปิดปีกในช่วงท้ายทางตรง (Transition) รถจะมีอาการเสียสมดุลและกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งหากเกิดขึ้นในช่วงที่ความเร็วแตะระดับ 350 กม./ชม. อาจนำไปสู่หายนะที่ไม่มีใครคาดคิด

Formula 1 หรือ Formula E: เส้นแบ่งที่กำลังเลือนลาง

Verstappen ยังคงยืนยันคำเดิมที่ว่ารถแข่งปี 2026 ให้ความรู้สึกเหมือน Formula E อัดสเตียรอยด์ เนื่องจากน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และการที่นักแข่งต้องกลายเป็น “Battery Manager” มากกว่า “Racing Driver” เขาตั้งคำถามว่าทำไม F1 ถึงไม่เลือกเส้นทางที่ยั่งยืนผ่านเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) 100% ควบคู่ไปกับเครื่องยนต์สันดาปที่ทรงพลัง แต่กลับไปเน้นน้ำหนักแบตเตอรี่ที่ทำลายสมรรถนะการเข้าโค้งของรถ

แม้ว่า Red Bull Powertrains (ความร่วมมือกับ Ford) จะมีผลการทดสอบเครื่องยนต์เบื้องต้นที่น่าพอใจ แต่ Max ยืนยันว่าความเห็นของเขาแยกออกจากเรื่องผลประโยชน์ของทีม “แน่นอนว่าทีมผมทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม พวกเขาทำงานหนักมากเพื่อให้เราแข่งขันได้ แต่ในฐานะคนรักความเร็ว ผมแค่ต้องการขับรถที่มันสนุกและเร้าใจ ไม่ใช่รถที่ต้องคอยวางแผนว่าจะกดปุ่ม Boost ตอนไหนถึงจะไม่ไฟหมดกลางทาง”

บทสรุป: การต่อสู้เพื่ออนาคตของวงการความเร็ว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Max Verstappen และกฎปี 2026 คือบทเรียนราคาแพงของวงการมอเตอร์สปอร์ต เมื่อเสียงของนักแข่งที่คลุกคลีอยู่หน้าพวงมาลัยกลับมีความหมายน้อยกว่าตัวเลขในห้องประชุม การที่เขาออกมาย้ำว่า “ผมบอกพวกคุณแล้ว” ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อสะใจ แต่คือการเรียกร้องให้ FIA และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลับมาพิจารณาและแก้ไขกฎระเบียบก่อนที่เสน่ห์ของ F1 จะหายไปตลอดกาล หากกีฬาชนิดนี้สูญเสียนักแข่งระดับอัจฉริยะอย่าง Max ไปเพราะความน่าเบื่อของกฎระเบียบ นั่นอาจจะเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้อย่างแท้จริง

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า