Mitsubishi Destinator 2026 คาดขายไทยปีนี้
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) ประกาศรุกตลาดรถยนต์ SUV ขนาดกลางอย่างเต็มพิกัด ด้วยการเปิดตัวรอบ World Premiere ของ All-New Mitsubishi Destinator ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 โดยถือเป็นรถยนต์ยุทธศาสตร์รุ่นที่ 3 ที่พัฒนาและผลิตในอินโดนีเซีย ต่อจาก Xpander และ Xforce เพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคอาเซียนที่เป็นตลาดหลัก
ดีไซน์ภายนอก: Gravitas & Dynamism ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมความหรูหรา
Mitsubishi Destinator มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูบึกบึนและทรงพลังภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Gravitas & Dynamism” โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ที่ใช้วัสดุอะคริลิกใสซ้อนทับลายน้ำผึ้ง ให้ลุคที่ดูพรีเมียมและล้ำสมัย เสริมด้วยไฟหน้า LED รูปทรง T-shaped ที่ช่วยให้ตัวรถดูมีมิติและกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ที่ออกแบบมาเพื่อพร้อมลุยได้ในทุกสภาพถนน
ภายในห้องโดยสาร: สเปซระดับพรีเมียมเพื่อครอบครัวยุคใหม่
จุดเด่นที่สุดของ Destinator คือพื้นที่ใช้สอยแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวางกว่าใครในคลาส ภายในตกแต่งด้วยวัสดุซอฟต์ทัชคุณภาพสูง มาพร้อมเทคโนโลยีที่ครบครัน:
- หน้าจอแสดงผล: จอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน (SDA) และมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว
- หลังคาพาโนรามา: สามารถสั่งการเปิด-ปิดได้ผ่านหน้าจอ SDA ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์
- ระบบเสียงขั้นเทพ: พัฒนาร่วมกับ Yamaha ในชื่อ “Dynamic Sound Yamaha Premium” พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่งที่ปรับแต่งเสียงมาเป็นอย่างดี
- Ambient Light: ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 เฉดสี
ขุมพลังและสมรรถนะการขับขี่
ภายใต้ฝากระโปรงของ Mitsubishi Destinator ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้การตอบสนองที่ฉับไวและนุ่มนวล โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 รูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงเส้นทางออฟโรดเบาๆ
All-New Destinator ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถ SUV ทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัยครั้งใหม่ของครอบครัว และเป็นหัวหอกสำคัญของ Mitsubishi ในการครองความเป็นเจ้าตลาด SUV ในภูมิภาคอาเซียนต่อจากความสำเร็จของ Xpander
สรุปราคาจำหน่าย (ประเทศอินโดนีเซีย)
สำหรับราคาเปิดตัวของ Mitsubishi Destinator ในประเทศอินโดนีเซีย (ราคา OTR Jabodetabek) มีรายละเอียดดังนี้:
- รุ่น Ultimate (Top Mode): ราคาเริ่มต้นประมาณ 480,000,000 รูเปียห์ (หรือประมาณ 895,000 บาท)
- รุ่น Exceed : ราคาเริ่มต้นประมาณ 420,000,000 รูเปียห์ (หรือประมาณ 783,000 บาท)
- รุ่น GLS : ราคาเริ่มต้นประมาณ 395,000,000 รูเปียห์ (หรือประมาณ 740,000 บาท)
- หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาอ้างอิง ณ มกราคม 2569 ในต่างประเทศ หากมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย อาจมีการปรับเปลี่ยนตามโครงสร้างภาษี
ราคาคาดการณ์ในประเทศไทย:
- รุ่นเริ่มต้น: คาดการณ์ประมาณ 1,050,000 – 1,150,000 บาท
- รุ่นท็อป: คาดการณ์ประมาณ 1,250,000 – 1,350,000 บาท




