
ความเคลื่อนไหวในแพดด็อกของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกกำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะในซุ้มพิตของค่ายส้อมเสียงที่กลายเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทั่วโลก แฟนความเร็วต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ความเคลื่อนไหวในแพดด็อกของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกกำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะในซุ้มพิตของค่ายส้อมเสียงที่กลายเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทั่วโลก แฟนความเร็วต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

ผิดกฎจราจรตักเตือนก่อนปรับ เริ่มใช้แล้วปี 2569 เช็กเงื่อนไขการออกใบเตือนออนไลน์และวิธีตรวจสอบประวัติที่นี่ พบผิดซ้ำปรับทันที

รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ V4 ระบบ AI อัจฉริยะ และการเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าที่กำลังเขย่าบัลลังก์ค่ายญี่ปุ่น

2025 Zontes 703V สปอร์ตครุยเซอร์ แรงบันดาลใจจาก Diavel? 2025 Zontes 703V อีกหนึ่งรุ่นโมเดลในไลน์อัพใหม่ ของสายพานการผลิตจากค่ายขนขิงอย่าง ‘Zontes’ ซึ่งในค่ายดังกล่าวเองก็เป็นที่รู้จัก และสร้างความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดทั่วโลก พร้อมทั้งการผลิตไลน์อัปโมเดลที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Zontes 703F สไตล์ของแอดเวนเจอร์ท่องเที่ยว Zontes 703RR ที่เป็นโมเดลสปอร์ต ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงไปเป็นโมเดลที่ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในยุโรป ในปี 2025 นี้ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าทางค่ายขนขิงเตรียมวางแผนเปิดตัวโมเดลใหม่โดยใช้ชื่อโมเดลว่า 703V การออกแบบดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘ปีศาจจากเมืองโบโลญญา’ Ducati Diavel (ทุกแว๊บมันคล้ายมาก) การออกแบบตัวรถเน้นไปถึงความเป็นสปอร์ตครุยเซอร์ ดุดัน แข็งแกร่ง ช่วงแฮนด์ต่ำอยู่เหนือถังน้ำมันขนาดใหญ่ ด้ายท้ายสั้น และยกสูงเล็กน้อยเพื่อให้มีความเป็นสปอร์ตมากกว่ารถประเภทครุยเซอร์ทั่วไป โดยการคาดการณ์เครื่องยนต์ที่จะถูกติดตั้งในโมเดลนี้ คาดว่าจะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์จากโมเดล 703F ที่เป็นขุมพลังเครื่องยนต์แบบ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 699 ซีซี พละกำลัง 101 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 85 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์แบบ 6 สปีด และส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ พ่วงมาด้วยดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบสี่ลูกสูบ ในส่วนของด้านหลังเป็นระบบกันสะเทือนแบบโช้คอัพเดี่ยวพร้อมดิสก์เบรกเดี่ยว และคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว และเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาพร้อมก็น่าจะเป็นไปตามสไตล์ของโมเดล Zontes ระบบไฟแบบ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผลแบบ TFT พร้อมรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และตัวช่วยพื้นฐานในการขับขี่ไม่ว่าจะเป็น Riding Mode, ABS และ Traction Control ในส่วนของราคาวางจำหน่าย แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ เพราะโมเดลนี้เป็นเพียงแค่ภาพจำลอง และแผนการผลิตเท่านั้น การคาดการณ์ราคามีความเป็นไปได้ที่จะวางจำหน่ายไม่เกิน 8,000 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 281,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ก็เป็นได้ เพราะโมเดลของ Zontes 703F ที่เป็นรถจักรยานยนต์แนวแอดเวนเจอร์ มาพร้อมอุปกรณ์ และเทคโนโลยีครบครันยังมีการวางจำหน่ายแค่เพียง 7,992 ยูโรเท่านั้น (ในประเทศสเปน) หากสาวกชาวไทยสนใจที่อยากได้ Diavel ร่างจำลองลำนี้ก็คาดว่าน่าจะต้องรอไปอีกนานแสนนาน ระหว่างนี้ก็เพลิดเพลินไปกับโมเดลที่วางจำหน่ายอย่างโมเดล Zontes 350D (รายละเอียดสเปคคลิ๊กที่นี่), Zontes 350E (รายละเอียดสเปคคลิ๊กที่นี่) และ Zontes 368G (รายละเอียดสเปคคลิ๊กที่นี่) ไปก่อนเด้ออ้าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sam Sunderland แบรนด์แอมคนใหม่ของ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เข้าจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ Sam Sunderland อดีตแชมเปี้ยน Dakar Rally 2 สมัย ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่กับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ สานต่อความหลงใหลในโลกแห่งความเร็วและความท้าทายด้วยบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ อย่างเป็นทางการ เปลี่ยนสนามแข่งเป็นเส้นทางแห่งอนาคต จากนักแข่งผู้พิชิตแรลลี่สุดคฤโหด สู่ผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้กับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ แซม ผู้ครองตำแหน่งแชมป์ดาการ์ แรลลี่สองสมัย และ FIM World Rally Raid จะนำประสบการณ์อันโชกโชน มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบิดทั่วโลก ร่วมพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในตลาด รถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโร้ด “การร่วมงานกับไทรอัมพ์ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผมรอคอยที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมอังกฤษในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่” แซม กล่าว Paul Stroud ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวถึงเส้นทางของแบรนด์ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มแอดเวนเจอร์และออฟโร้ด “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา Triumph ได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กับโมเดลอันโดดเด่นอย่าง Tiger และ Scrambler และในวันนี้ เรากำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยความร่วมมือจากแชมป์ Dakar อย่างแซม ซันเดอร์แลนด์” ไม่เพียงแต่ไทรอัมพ์จะบุกตลาดแอดแวนเจอร์ พวกเขายังมุ่งหน้าเข้าสู่โลกของ โมโตครอสและเอนดูโร่อย่างเต็มตัว เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของการขับขี่ ทั้งโมเดล TF 250-X และ TF 450-RC Edition ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ในวงการออฟโร้ด รวมถึงโมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ภายใต้การนำของ Paul Edmondson ผู้จัดการทีมและอดีตแชมป์โลกระดับตำนาน ไทรอัมพ์ กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บนเวทีโลก Triumph Factory Racing คว้าชัยชนะในรายการ AMA Supercross เตรียมพร้อมลงแข่ง World Supersport Championship 2025 ทะยานสู่การแข่งขัน SuperMotocross และ MXGP/MX2 อย่างเต็มรูปแบบในปี 2025 แชมป์โลก Jonny Walker นำ Triumph คว้าโพเดียมใน SuperEnduro World Championship เป็นครั้งแรก โดยการแต่งตั้ง แซม ซันเดอร์แลนด์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Triumph Motorcycles ไม่ใช่เพียงการร่วมมือกันของนักแข่งและแบรนด์ แต่เป็นการรวมพลังของสองไอคอนแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของรถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโรดไปข้างหน้า ที่สำคัญ ไทรอัมพ์ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง กับโมเดลยอดนิยม เช่น Tiger 900 และ Tiger 1200 ที่ได้รับการอัปเดตใหม่ เพื่อให้การขับขี่เต็มไปด้วยสมรรถนะและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ของไทรอัมพ์ดูได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Retrokit for Vespa มอเตอร์ไฟฟ้าของเวสปิสตี้ที่เบื่อน้ำมัน Retrokit for Vespa ขุมพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์เวสป้า ด้วยเทรนด์ในยุคปัจจุบันแน่นอนว่าในชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นไลฟ์สไตล์ ‘แบบรักษ์โลก’ ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น วงการรถสองล้อเองก็มีสกูตเตอร์ไฟฟ้าออกมาให้ได้ใช้งานกัน สำหรับไบค์เกอร์บางท่านที่อยากร่วมรักษ์โลกแต่ไม่มีเงินซื้อให้จะทำยังไงดี ? เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปสำหรับเหล่า ‘เวสปิสตี้’ ที่มีใจจะรักษ์โลก เพราะ Retrokit บริษัทจากอิตาลี เปิดตัวชุดแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ขับขี่โบกมือลาน้ำมันเบนซิน และหันมาใช้ไฟฟ้าล้วน ๆ สำหรับเวสป้าคลาสสิกของคุณได้ในเวลาเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้น โดยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit จะประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดควบคุม ที่สามารถติดตั้งเข้ากับรถเวสป้าได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการดัดแปลงตัวรถมากนัก และเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ชาร์จไฟให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้เวสป้าที่เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทันที ชุดนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังขนาด 7,000 วัตต์และแบตเตอรี่ลิเธียมแบบถอดได้ขนาด 2.35 kW.h ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเดิม โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเฟรมแต่อย่างใด พูดอย่างง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับการให้ “หัวใจ” ใหม่แก่เวสป้า แต่ยังคงระบบล้อหลัง และเบรกแบบเดิมเอาไว้ เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่ไม่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งชุด Retrokit ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ระบบไฟ LED, ระบบควบคุมคันเร่ง, ตัวควบคุมอัจฉริยะ ทำให้การปรับแต่งนี้ไม่ใช่แค่การ “ปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบกำลัง” เท่านั้น แต่ยังเป็นการอัปเกรดประสบการณ์การขับขี่อีกด้วย ระยะเวลาการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่นี้ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงเท่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retokit มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 50 ซีซี และขนาด 125 ซีซี โดยเวอร์ชันขนาด 50 ซีซี จำกัดความเร็วอยู่ที่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง และใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปใกล้ ๆ บ้าน ในส่วนของเวอร์ชันขนาด 125 ซีซี สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วสูงมอเตอร์ทั้งสองรุ่นสามารถสร้างแรงบิดได้ 28 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่ และมือเก๋าสามารถควบคุมได้ง่ายระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ วิ่งได้ไกลถึง 82 กิโลเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit มีโหมดขับขี่ในตัว 3 โหมด ได้แก่ Eco, Drive และ Sport โหมด Eco มีระยะทางวิ่งไกลที่สุด โดยสามารถเดินทางได้ 82 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบกู้คืนพลังงานจลน์ ที่สามารถชาร์จพลังงานเมื่อลงเขาหรือเบรก ช่วยเพิ่มความทนทาน และทำให้เวสป้าประหยัดพลังงานมากขึ้น อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอเรือนไมล์แบบใหม่ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทำให้การเช็คข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ความเร็วของรถ ระดับแบตเตอรี่ อายุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และแม้แต่เปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทันที ก็สามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น และรูปแบบของหน้าจอเรือนไมล์ยังมีตัวเลือกจอแสดงผลแบบดิจิทัลถึง 3 แบบ ได้แก่ ทรงกลม, วงรี และสี่เหลี่ยม ที่สามารถทดแทนแผงหน้าปัดเดิมของรถ Vespa รุ่นต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในส่วนขอราคาวางจำหน่าย และการจัดส่งระหว่างประเทศชุด Retrokit มีราคาอยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 119,000 บาท ไหนใครเบื่อน้ำมัน ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าดูหน่อยไหม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli SCORPION MX32 MID SOFT ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Pirelli บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยางยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลี

BMW S1000RR 2025 เผยโฉมอย่างเป็นทางการกับฉลามขาวจากค่ายใบพัดสีฟ้า มีการปรับปรุงดีไซน์ด้านหน้าให้มีความดุดัน พร้อมสร้างความเร้าใจให้ผู้ขับขี่

2025 Aprilia Shiver 900 เน็คเก็ตจากเทพสามตา มีขายแค่ในจีน 2025 Aprilia Shiver 900 เน็คเก็ตไบค์จากค่ายเทพสามตา ‘Aprilia’ ทีได้ทำการคืนชีพเจ้าโมเดล Shiver 900 อีกครั้งหลังจากที่โมเดลดังกล่าวถูกยุติการวางจำหน่ายไปในช่วงปี 2020 ด้วยสาเหตุที่ว่ารถคันนี้มียอดการทำตลาดไม่ดีเท่าที่ควร และการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานไอเสีย EURO5 ที่บังคับใช้ในประเทศทางยุโรป ทำให้เครื่องยนต์ V-Twin ของ Shiver ไม่ผ่านมาตรฐานไอเสียดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านพ้นไปกว่า 5 ปีนับหลังจากวันที่ประกาศยุติการจำหน่าย Aprilia ก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ของปี 2025 ซึ่งจะมีการผลิต และวางจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น ภายใต้ความร่วมมือของ Piaggio (บริษัทแม่ของแบรนด์ Aprilia) และ Zongshen ผู้ผลิตแบรนด์รถจักรยานยนต์จากประเทศจีน เครื่องยนต์แบบ V-Twin 90 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 896 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 90 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์แบบ 6 สปีด จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดที่พ่วงมาด้วยความจุถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร และในโฉมใหม่นี้ยังผ่านมาตรฐานไอเสียของประเทศจีนอีกด้วย โครงสร้างตัวถังของรถคันนี้เป็นเฟรมเหล็กท่อคู่ ระบบกันสะเทือนล่างได้คุณภาพจากงาน KYB ด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 41 มิลลิเมตร สามารถปรับรายละเอียดในส่วนของพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม สามารถปรับรายละเอียดในส่วนของพรีโหลด และรีบาวด์ได้เช่นเดียวกันกับด้านหน้า ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์จากโรงงานแบบสี่ลูกสูบขนาด 320 มม. อยู่บนล้อขนาด 120/70-ZR17 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวขนาด 240 มม. อยู่บนล้อขนาด 180/55-ZR17 มาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ในพาร์ทของระบบเทคโนโลยีที่ติดมาพร้อมกับตัวรถ นอกจากระบบความปลอดภัย ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลังแล้วนั้น ยังมีไฟหน้าแบบ LED โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Touring และ Rain หน้าจอแสดงผลแบบ TFT สีเต็มรูปแบบ ระบบกุญแจแบบ Keyless พร้อมช่องเสียบชาร์จไฟแบบ USB ไฟหน้าแบบ LED ใช้เทคโนโลยีแบบ Keyless โลโก้โมเดล Shiver900 ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต สีสันที่วางจำหน่าย LAVA RED BRIGHT WHITE FROSTED GOLD STAR GREY คู่แข่งมีใครบ้าง ? ถึงแม้ว่าจะทำตลาด และวางขายในประเทศจีนเพียงอย่างเดียว แต่การแข่งขันภายในประเทศดังกล่าวก็สูงไม่แพ้ในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งถ้าวัดในพิกัดเครื่องยนต์ใกล้ ๆ กัน ชื่อที่อาจจะโดดเด่นมาเป็นอันดับ 1 ได้แก่ CFMoto 800NK ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง พละกำลัง 100 แรงม้า มากกว่าของ Aprilia ถึง 6 ตัว แต่มีราคาวางจำหน่ายที่ถูกกว่ากันถึง 24,800 หยวน โดย CFMoto 800NK มีราคาวางจำหน่ายอยู่เพียงแค่ 44,000 หยวน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว ๆ 204,000 บาท หรือจะเป็นลูกครึ่งอิตาลี-จีน Benelli TNT899 ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบเรียง 898 ซีซี พละกำลัง 118 แรงม้า มากกว่าของ Aprilia แต่วางจำหน่ายด้วยราคาที่ถูกกว่า โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 54,000 หยวน หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 250,000 บาท หรือจะเป็นค่ายร่วมประเทศอย่าง QJMotor SRK900 เครื่องยนต์สองสูบเรียง 895 ซีซี พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า มากกว่ารถจากค่าย Aprilia 1 ตัว

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ เทสต์ 2025 วันแรก เปิดฉากอย่างเป็นทางการ กับการซ้อมในรอบ บุรีรัมย์ เทสต์ 2025 เรียกได้ว่าเข้มข้น ดุเดือด สมกับเป็นการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing อย่าง Alex Marquez ที่ควงตัวขี่ Ducati Desmosedici GP24 สามารถกดเวลาได้ดีสุดในการซ้อมวันแรกที่ 1:29.184 นาที ทางด้านของอันดับที่สองตกเป็นของ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ Alex Marquez นักบิดจากทีม Gresini Racing ที่งัดฟอร์มเก่ง สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:29.649 และอันดับที่สามได้แก่ Franco Morbidelli นักแข่งจากทีม VR46 Racing Team ที่สามารถกดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:29.683 นาที ทางด้านของฮีโร่ชาวไทย อย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ’ ที่ได้ควบ RC213V ลงซ้อมในการซ้อมรอบ Buriram Test สามารถทำเวลาต่อรอบได้ที่สุดอยู่ที่ 1:31.208 รั้งอันดับที่ 20 ของตาราง ตารางเวลาหลังจบการทดสอบวันแรก ชื่อนักแข่ง สังกัด เวลาที่สามารถทำได้ (นาที) Marc Marquez Ducati Lenovo Team 1:29.184 Alex Marquez Gresini Racing 1:29.649 Franco Morbidelli VR46 Racing Team 1:29.683 Marco Bezzecchi Aprilia Racing 1:29.794 Pedro Acosta Redbull KTM Factory Racing 1:29.904 Luca Marini Honda HRC Castrol 1:29.928 Johann Zarco LCR Honda 1:29.961 Pecco Bagnaia Ducati Lenovo Team 1:30.028 Brad Binder Redbull KTM Factory Racing 1:30.041 Jack Miller Prima Pramac Yamaha 1:30.047 Joan Mir Honda HRC Castrol 1:30.067 Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.206 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.233 Fermin Aldeguer Gresini Racing 1:30.373 Ai Ogura Trackhouse Racing MotoGP 1:30.453 Enea Bastianini KTM Tech3 1:30.461 Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 1:30.738 Maverick Vinales KTM Tech3 1:30.827 Raul Fernandez Trackhouse Racing MotoGP 1:30.975 Somkiat Chantra LCR Honda 1:31.208 รอบซ้อมอย่างเป็นทางการของบุรีรัมย์ เทสจะลงซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand

2025 Yamaha XMAX หั่นราคาหมื่นห้า หรือจะเจนสุดท้ายก่อนบายเธอ? 2025 Yamaha XMAX โฉมใหม่ล่าสุดเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงานเปิดตัวของ Yamaha NMAX เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวใหม่ในหนนี้มีการปรับในเรื่องของสีสันที่วางจำหน่าย รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยในบางจุด แต่ไฮไลท์เด่นของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการหั่นราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 บาท โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 300 ซีซี และช่วงล่าง แน่นอนว่าของคู่กันกับชายกลางในตระกูล MAX-Series ก็คงหนีไม่พ้นขุมพลังเครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 292 ซีซี พละกำลังสูงสุด 28 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 29 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ CVT ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย EURO5 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 13 ลิตร ระบบช่วงล่างของ Yamaha XMAX ในโฉมนี้ก็ยังคงเหมือนกับในโฉมก่อนหน้า โดยระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยระบบความปลอดภัยทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกเดี่ยว พ่วงมาด้วยระบบความปลอดภัย ABS แบบ Dual Channel เพื่อการเบรกที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Traction Control เพื่อป้องกันล้อล็อค จุดเด่นไฮไลท์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-C เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Y-Connect ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ใต้เบาะขนาดความจุ 13 ลิตร หน้าจอแบบ 2 ชั้นพร้อมระบบนำทาง Garmin โช้คอัพปรับใหม่ ซับแรงดีมากขึ้น สีสันที่วางจำหน่าย Silver Gray (สีเทา) Hyper Red (สีแดง) Smoky Gray (สีเทา) Dark Gray (สีดำ-เทา) Midnight Black (สีดำ) โดยราคาวางจำหน่ายของโมเดลใหม่นี้สำหรับชายกลางตระกูล MAX-Series มีการเปิดราคาวางจำหน่ายใหม่อยู่ที่ 176,100 บาท (มีการลดราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 จากราคาวางจำหน่ายเดิมอยู่ที่ 191,100 บาท) พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สาวกชาว X ถ้าหาจังหวะช้อน นี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25 2025 Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับทีม และนักแข่ง MotoGP ในการทดสอบรถแข่งก่อนที่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลกำลังจะเริ่มขึ้น หลากหลายค่ายเองก็มีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และพิจารณาต่าง ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Ducati’ ที่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะใช้เครื่องยนต์ปี 2024 หรือ 2025 สำหรับการลงแข่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของทาง Ducati เองก็มีพละกำลัง และเทคโนโลยีที่ค่ายอื่นยากที่จะตามทัน อีกทั้งยังการันตีความสำเร็จมากมายในการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา และมีข่าวจากวงในมาว่าตอนนี้เครื่องยนต์ของโมเดล GP25 ยังขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจจะหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก็เป็นได้ ทางด้านของค่ายรถ Yamaha เองนั้นก็สามารถสร้างความประหลาดใจได้ในการทดสอบในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา นักบิดเจ้าของหมายเลข 20 อย่าง ‘แฟ้บ’ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ สามารถกดเวลาได้ติดอันดับ Top 3 ตลอดการซ้อมในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทีมจากค่ายส้อมเสียงนี้จะมาเป็นม้ามืดของฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ วันที่ลงทำการซ้อม เวลาที่สามารถทำได้ดีที่สุด รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 1 01:57.5550 นาที (อันดับที่ 1) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 2 01:57.3240 นาที (อันดับที่ 2) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 3 01:56.7240 นาที (อันดับที่ 3) ทางฝั่งของทีม Aprilia จะไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ร่วมลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ทีม VR46 จะไม่มี ‘ดิเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และ Trackhouse Racing จะไม่มี ราอูล เฟอร์นันเดซ ซึ่งทั้งสามคนที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา ตารางเวลาการทดสอบรอบ Buriram Test วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากแฟน ๆ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลยจะรายงานให้ทราบในทุกเหตุการณ์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่ เปโดร อคอสต้า นักบิดจากทีมโรงงานของ KTM อย่าง ‘Redbull KTM Factory Racing’ ออกมาเผยว่า การที่ทีมเก่าของเจ้าตัวอย่าง ‘KTM Tech3’ ที่มีการดึงนักแข่งประสบการณ์สูงสองรายเข้ามาร่วมทีมอย่าง ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ และ มาร์เวอริค บีญาเลส เชื่อว่าจะเป็นการสร้างไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์จากออสเตรียรายนี้ ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทีมแข่ง KTM ทั้งทีมโรงงาน และทีมรองมีการเผยไลน์อัพนักแข่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยทีมโรงงานมีสองนักบิดอย่าง แบรด บินเดอร์ และเปโดร อคอสต้า และในส่วนของทีมรองอย่าง Redbull KTM Tech3 ได้แก่เอเนีย บาสเตียนินี่ และมาร์เวอริค บีญาเลส ซึ่งไลน์อัพถ้าดูจากชื่อชั้นก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะนักแข่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์การแข่งมาแล้วมากมาย มาเวอริค บีญาเลส คว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาแล้วถึง 26 ครั้ง ทางด้านของ ‘The Beast’ หรือเอเนีย บาสเตียนินี่ ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาได้ถึง 13 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม Ducati ที่ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘BabyShark’ มั่นใจว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาจะสามารถช่วยทีมได้ “พวกเขาจะช่วยเราได้แน่นอน” “เรามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ KTM และผมจะบอกว่าเราเป็นไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันฤดูกาลนี้ มันเป็นความจริงที่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากนักกับ KTM แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวอย่างเช่น มาเวอริค (บีญาเลส) ชนะการแข่งขันกับสามผู้ผลิตมาแล้ว ส่วน (เอเนีย) บาสเตียนินี มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ Ducati อยู่ในหัวของเขา และเขาก็สามารถทำเวลาได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” “ดังนั้นผมคิดว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาจะช่วยชี้แนวทางให้เราว่าต้องปรับปรุงอะไร และเราต้องทำอะไรเพื่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และเมื่อเราปรับแนวทางตามสิ่งที่เขาแนะนำ เราก็น่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีสำหรับเรามาก” Redbull KTM Factory Racing และ Redbull KTM Tech3 จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามกับการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกันในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ เหล่าสาวก KTM ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยว่า ตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Yamaha YZR-M1 เหมือนเป็นรถของเขาแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับรถของค่ายส้อมเสียงที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลงานการลงทดสอบรถรอบล่าสุดในการทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียนักบิดสัญชาติออสเตรเลียรายนี้สามารถทำเวลาจนติด 10 อันดับของหัวตารางได้ในการทดสอบสองวันแรก และจบการซ้อมในวันสุดท้ายด้วยอันดับที่ 12 ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นในโปรแกรมการทดสอบที่ประเทศมาเลเซีย เขาได้ออกมาเผยว่า ตัวเขานั้นรู้สึกดีกับรถ จริงที่เมื่อเปลี่ยนรถก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับรถ และคิดว่าตัวแข่งคันนี้เหมือนเป็นรถของเจ้าตัวแล้ว “ผมรู้สึกดี ตอนนี้ผมนั่งบนรถและออกตัวในตอนเช้า บางครั้งโดยเฉพาะเมื่อคุณเปลี่ยนผู้ผลิต มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเมื่อคุณออกจากพิทส์ ถังน้ำมันอาจติดขา แฮนด์อาจแตกต่างไป และต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เป็นปกติ “แต่นี่เป็นสิ่งที่ปรับตัวเข้ากับได้ค่อนข้างง่าย เมื่อผมตั้งแฮนด์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และปรับพักเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม “ถังน้ำมันให้ความรู้สึกดีมาก มันไม่มีส่วนที่นูนหรือขรุขระอะไรเลย ขาของผมไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาเมื่อคุณนั่งในท่าที่ไม่เข้ากับตัวรถ ขาของคุณอาจไม่แนบสนิท และอาจเกิดจุดกดทับที่สร้างความไม่สบายได้ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีกับตัวรถ และเมื่อผมออกตัวในตอนเช้า ผมรู้สึกว่า ‘อ่า นี่คือรถของผม’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังจากเพียงแค่ห้าวันของการขี่” “เมื่อคุณไปยังสนามใหม่ ๆ มันย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการปรับตัว เมื่อเทียบกับการมีประสบการณ์มาก่อนบนรถคันเดิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร” แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Prima Pramac Yamaha จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมพาพันธ์ และต่อด้วยการแข่งขันในนัดเปิดสนามในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Yamaha ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benda จ่อเปิดตัวสกูตเตอร์คลาสสิกโมเดลใหม่ Benda แบรนด์รถจักรยานยนต์จากประเทศจีน ได้ทำการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสกูตเตอร์โมเดลใหม่ของทางค่าย ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปี 2025 ซึ่งสไตล์ของสกูตเตอร์โมเดลใหม่โฉมนี้จะเน้นไปในสไตล์คลาสสิก โดยโมเดลใหม่ของทาง Benda มีชื่อรุ่นว่า ‘Benda BD300-10T’ ซึ่งภาพจำลองของโมเดลดังกล่าว มีดีไซน์เรียบง่าย ดูคลาสสิก และได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นอย่าง Vespa 946 ด้วยเส้นโค้งแบบเรโทร และเบาะนั่งของรถคันนี้มีลักษณะที่เหมือนกับลอยตัวอยู่ข้างบนเหนือตัวถัง ในส่วนของรายละเอียดเครื่องยนต์ของโมเดลนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์สองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 300 ซีซี สามารถมองพละกำลังสูงสุดได้อยู่ที่ 30 แรงม้า (หรือมากกว่า) และทางค่ายยังเคลมความเร็วสูงสุดที่รถจักรยานยนต์คันนี้จะทำได้อยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์แบบ CVT และส่งกำลังสุดท้ายด้วยสายพานตามสไตล์ของรถสกูตเตอร์ทั่วไป ในส่วนของข้อมูลเครื่องยนต์ในด้านอื่น ๆ จะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ ฟังก์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ ของโมเดลนี้ระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังจะมาพร้อมกับดิสก์เบรกเดี่ยว โดยด้านหน้ามาพร้อมกับคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบไฟรอบคันแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีระบบกุญแจรีโมทแบบ ‘Keyless’ เรื่องของช่วงเวลาจำหน่าย และราคาอาจจะต้องมองข้ามไปเสียก่อน เพราะทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ภาพร่างต้นแบบเพียงเท่านั้น ส่วนรถโมเดลต้นแบบก่อนเริ่มสายพานการผลิตจะเป็นไปตามภาพร่างนี้หรือไม่ ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก