นิสสัน มอเตอร์ (Nissan) เดินหน้าตอกย้ำทิศทาง “The Arc” แผนกลยุทธ์ระดับโลกที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Nissan N7 รถยนต์ไฟฟ้า ซีดานพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายใต้การร่วมทุนระหว่าง Dongfeng และ Nissan บนสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความหรูหราและความฉลาดของระบบขับเคลื่อน
งานดีไซน์ภายนอก ความโฉบเฉี่ยวสไตล์ “Aero-Futurism”
Nissan N7 ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดที่เน้นความลื่นไหลและล้ำสมัย เพื่อให้ได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำที่สุด:
-
ไฟหน้าและไฟท้าย: โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แบบแยกส่วนที่ดูคมกริบ พร้อมแถบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบลากยาว (Through-type DRLs) อันเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ยุคใหม่ของนิสสัน ไฟท้ายมีลูกเล่นกราฟิกที่ซับซ้อนสวยงาม ช่วยให้รถดูมีมิติและกว้างขวางเมื่อมองจากด้านหลัง
-
มิติตัวถัง: ตัวรถมีความยาว 4,930 มม. กว้าง 1,895 มม. และสูง 1,487 มม. โดยมีระยะฐานล้อกว้างถึง 2,915 มม. ซึ่งให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารเทียบเท่ากับรถซีดานระดับพรีเมียม ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่วางขา (Legroom) ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ
-
Aerodynamics: การออกแบบพื้นผิวที่เรียบเนียน มือจับประตูแบบไฟฟ้าซ่อนตัว (Hidden Door Handles) และกระจกหน้าต่างแบบไร้ขอบ (Frameless Doors) ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงาม แต่ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากการปะทะลมขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
ห้องโดยสารอัจฉริยะ เมื่อ AI ดูแลทุกการสัมผัส
นิสสันนิยามห้องโดยสารของ N7 ว่าเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยสร้างมา:
-
ประมวลผลด้วย Qualcomm Snapdragon 8295P: ขุมพลังจากชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดในวงการยานยนต์ปัจจุบัน มอบความเร็วในการตอบสนองของระบบอินโฟเทนเมนต์ระดับสูงสุด ลื่นไหลไม่มีสะดุด รองรับการประมวลผลกราฟิกหนักๆ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศ (OTA)
-
นวัตกรรมเบาะนั่ง AI Zero Gravity: นี่คือเทคโนโลยีไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุด N7 ใช้ระบบวิเคราะห์ที่ใช้เซนเซอร์กว่า 49 จุดทั่วเบาะ เพื่อคำนวณน้ำหนักและแรงกดทับของร่างกายผู้ขับขี่แบบวินาทีต่อวินาที จากนั้นระบบ AI จะสั่งการให้ถุงลมภายในเบาะปรับเปลี่ยนรูปทรงเพื่อรองรับสรีระได้แบบอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าสะสมในการเดินทางไกลได้ดีที่สุด
-
ระบบความช่วยเหลือการขับขี่: ติดตั้งระบบ “Navigate on Autopilot” ที่พัฒนาร่วมกับ Momenta มอบประสบการณ์การขับขี่อัตโนมัติทั้งในเขตเมืองและบนทางหลวงที่มีความแม่นยำสูง
ขุมพลังและสมรรถนะแห่งอนาคต
แม้จะยังไม่มีการประกาศตัวเลขแรงม้าและขนาดแบตเตอรี่อย่างเป็นทางการในวันเปิดตัว แต่จากข้อมูลของพันธมิตร Dongfeng-Nissan ระบุว่า Nissan N7 จะมาพร้อมกับ:
-
สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง: รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (Ultra-Fast Charging) ที่สามารถชาร์จเพียง 15-20 นาที เพื่อให้ได้ระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการเดินทางไกล
-
ระยะทางการวิ่ง: คาดการณ์ว่ารุ่นเริ่มต้นจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 600 กม. และรุ่น Long Range อาจไปได้ไกลกว่า 750 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC)
นัยสำคัญต่อตลาดโลกและประเทศไทย
Nissan N7 ไม่ใช่เพียงรถรุ่นใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการ “ปรับตัวครั้งใหญ่” ของนิสสันในการแข่งขันกับค่ายรถอีวีจีนที่กำลังครองตลาด การเปิดตัว N7 ในฐานะ Global Model ที่เริ่มต้นจากตลาดจีนเปรียบเสมือนการทดสอบเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดก่อนจะขยายผลไปยังภูมิภาคอื่นๆ การที่นิสสันเลือกพัฒนาสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ใหม่นี้ แสดงให้เห็นว่าในอนาคตเราจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าจากนิสสันอีกหลายรุ่นตามมา
บทสรุป
Nissan N7 รถยนต์ไฟฟ้า คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง “ความเชื่อมั่นในแบรนด์ระดับโลก” กับ “นวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัย” โดยเฉพาะการนำ AI มาจัดการความสบายในห้องโดยสาร ทำให้ซีดานไฟฟ้ารุ่นนี้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในเซกเมนต์เดียวกับ Xiaomi SU7 หรือ BYD Seal สำหรับแฟนๆ นิสสันชาวไทย นี่คือสัญญาณบวกว่านิสสันยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และ N7 อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นิสสันกลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดรถยนต์นั่งได้อีกครั้ง




