
สะพานข้ามคลองเคล็ด บริเวณถนนอุดมสุข (สุขุมวิท 103) เชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์ ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการครบทั้ง 4 ช่องจราจรแล้วในวันนี้ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อย พร้อมกล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนในย่านอุดมสุขและศรีนครินทร์ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางมาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สะพานทรุดตัว
เหตุการณ์ความล่าช้าของ สะพาน เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2565 เมื่อโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเกิดความผิดพลาดทางวิศวกรรมจนทำให้ดินทรุดตัว ส่งผลให้โครงสร้างสะพานเดิมพังเสียหายและบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ การซ่อมแซมจึงมีความซับซ้อนอย่างมากเนื่องจากต้องรื้อถอนโครงสร้างเดิมและวางแผนการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใหม่ควบคู่ไปกับการทำฐานรากสะพานที่มั่นคงกว่าเดิม
ยันงานซับซ้อน “ไม่ใช่แค่ซ่อมแต่คือการสร้างใหม่”
ในการเปิดใช้งานครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่โครงการต้องใช้เวลานานเป็นพิเศษเพราะต้องมีการรื้อระบบสาธารณูปโภคใหม่ทั้งหมด รวมถึงการจัดการกับชั้นดินที่ทรุดตัวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม ดราม่าเรื่องการก่อสร้างที่กินเวลาข้ามปีจึงเป็นบทเรียนสำคัญของ กทม. ในการกำกับดูแลโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับระบบระบายน้ำใต้ดิน
“ต้องขอโทษชาวอุดมสุขจริงๆ ที่ทนรอกันมานาน งานนี้มีความซับซ้อนสูงมากเพราะต้องรื้อสร้างอุโมงค์ใหม่ใต้ดินไปพร้อมๆ กับสะพาน วันนี้เปิดครบ 4 เลนแล้ว จะช่วยระบายรถจากสุขุมวิทออกสู่ศรีนครินทร์ได้คล่องตัวขึ้น ไม่ต้องไปกระจุกตัวที่ทางเบี่ยงเหมือนเมื่อก่อน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบ
สรุปภาพรวมและผลกระทบต่อการจราจร
การคืนผิวจราจรบริเวณ สะพาน จะช่วยแก้ปัญหาคอขวดที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถจากถนนอุดมสุขมักจะติดสะสมเนื่องจากช่องจราจรที่ถูกบีบเหลือเพียง 2 เลนสวนกันมาเป็นเวลานับปี นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อการระบายน้ำในพื้นที่ย่านอุดมสุขที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากอุโมงค์ระบายน้ำที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้
ท้ายที่สุด การเปิดใช้งาน สะพานข้ามคลองเคล็ด ไม่เพียงแต่เป็นการคืนความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานในย่านนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ อย่าลืมแชร์ข่าวดีนี้ให้เพื่อนร่วมทางได้ทราบ และติดตามอัปเดตเส้นทางจราจรทั่วกรุงเทพฯ ได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ข้อมูลชัดเจน ทันใจคนใช้รถแน่นอน
