เกมเสาไฟยังไม่จบ คนขับไม่ชินทาง พัฒนาการ 38
ปัญหาเสาไฟฟ้าตั้งอยู่บนผิวจราจรในซอยพัฒนาการ 38 กลายเป็นมหากาพย์ความปลอดภัยทางถนนที่ชาวกรุงเทพฯ ยังคงตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของหน่วยงานรัฐ แม้จะก้าวเข้าสู่ปี 2569 แล้ว แต่ภาพของเสาไฟฟ้าที่ตั้งล้ำออกมากลางเลนถนนยังคงเป็นภาพชินตาที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในซอยที่การจราจรหนาแน่นและมีการขยายพื้นที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว

เปิดจุดเสี่ยง: ทำไมพัฒนาการ 38 ถึงเป็น “จุดวัดใจ” นักขับ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดซอยพัฒนาการ 38 พบว่าลักษณะถนนมีการขยายพื้นผิวจราจรเพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นจากโครงการคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก แต่ปัญหาที่ตามมาคือ “เสาไฟฟ้า” เดิมไม่ได้ถูกย้ายตามแนวขอบทางใหม่ ส่งผลให้เสาไฟบางต้นตั้งอยู่กลางเลนรถวิ่งหรือเบียดเส้นจราจรอย่างเห็นได้ชัด
ในทางวิศวกรรมจราจร สิ่งกีดขวางลักษณะนี้ถือเป็นอันตรายระดับสูง (Hazardous Object) เนื่องจากไม่มีเครื่องหมายเตือนที่ชัดเจน และหากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วตามปกติในซอย (ไม่เกิน 50 กม./ชม.) การหักหลบกะทันหันอาจนำไปสู่การเฉี่ยวชนรถในเลนสวนหรือตกลงข้างทางได้

แง่กฎหมายจราจร: ชนเสาไฟกลางถนน ใครต้องรับผิดชอบ?
ตามระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และประกาศล่าสุดปี 2568-2569 หากมีการขยายถนน หน่วยงานผู้รับผิดชอบพื้นที่ (เช่น กทม. หรือสำนักงานเขต) จะต้องประสานงานแจ้งย้ายเสาไฟฟ้าล่วงหน้า อย่างไรก็ตามในแง่ของ “ความรับผิดทางละเมิด” หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น:
- หากเสาไฟตั้งอยู่ในจุดที่ผิดปกติ: ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องต่อ “ศาลปกครอง” เพื่อเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐที่ดูแลถนนและหน่วยงานเจ้าของเสาไฟฟ้าได้ เนื่องจากถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในการจัดให้มีทางสาธารณะที่ปลอดภัย
- กรณีคนขับไม่ชินทาง: ศาลมักจะพิจารณาจากสภาพแวดล้อม หากไม่มีป้ายเตือนหรือแสงสว่างเพียงพอ หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบในส่วนแบ่งความประมาทนั้น

เสียงสะท้อนถึง MEA และสำนักงานเขตสวนหลวง
ชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่ม #สวนหลวงวันนี้ เรียกร้องให้มีการบูรณาการงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตสวนหลวงและการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในการขยับแนวเสาไฟฟ้าออกจากผิวจราจรโดยด่วนที่สุด ก่อนที่จะมีการสูญเสียเกิดขึ้นไปมากกว่านี้ ซึ่งความล่าช้านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพในการประสานงาน แต่ยังแสดงถึงการเพิกเฉยต่อความปลอดภัยพื้นฐานของประชาชนตามสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

