
บก.น.6 สกัดจับยาบ้า เหตุการณ์การจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 และชุดสืบสวนได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาหนึ่งราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เพื่อเตรียมส่งมอบให้กับเอเย่นต์ในพื้นที่ปริมณฑล การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดล็อตใหญ่ที่เตรียมแพร่ระบาดเข้าสู่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมีประสิทธิภาพ
ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังจากชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมาพักไว้ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ เป็นพาหนะในการลำเลียง เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบรถเป้าหมายขับเข้าไปภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านถนนเทพารักษ์ ซึ่งเป็นจุดพักยาเพื่ออำพรางการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พฤติการณ์อำพรางและกลยุทธ์การขนส่งยาเสพติดแบบใหม่
จากการเฝ้าจุดสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาขนยาเสพติด มีวิธีการทำงานที่ค่อนข้างรัดกุม โดยจะนำรถยนต์ที่บรรจุยาเสพติดไปจอดทิ้งไว้ในที่จอดรถของหมู่บ้านจัดสรรที่มีการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ดูเหมือนรถของผู้อยู่อาศัยทั่วไป จากนั้นจะทิ้งระยะเวลาไว้ครึ่งวันหรือหนึ่งวันก่อนจะกลับมาเคลื่อนย้ายรถไปส่งมอบให้ลูกค้าตามจุดนัดหมาย แต่ด้วยการข่าวที่แม่นยำของ บก.น.6 ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าจู่โจมและตรวจค้นรถคันดังกล่าวได้ทันควัน
ผลการตรวจค้นภายในรถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ พบกระสอบปุ๋ยจำนวน 10 กระสอบ วางอัดแน่นอยู่บริเวณพื้นที่โดยสารด้านหลังและท้ายรถ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษไขอย่างดี รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวนายเซียน (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถมาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงที่มาของ ยาบ้าล็อตใหญ่ ในครั้งนี้
คำสารภาพของผู้ต้องหาและการอ้างมูลเหตุจูงใจทางเศรษฐกิจ
นายเซียน ผู้ต้องหาชาวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่า ตนทำหน้าที่เป็นเพียงคนรับจ้างขับรถขนส่งยาเสพติดเท่านั้น โดยได้รับว่าจ้างจากนายทุนในพื้นที่ภาคเหนือให้ขับรถจากจังหวัดปริมณฑลมาจอดพักที่สมุทรปราการ ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 40,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการทำความผิดเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
ประเด็นที่น่าสนใจคือผู้ต้องหาพยายามใช้สำนวน “ความจำเป็นบังคับ” โดยอ้างว่าสาเหตุที่ตัดสินใจเข้าสู่ ขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักและต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว ทั้งภรรยาและลูกเล็กอีก 3 คน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวาง และไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการละเว้นโทษตามกฎหมายได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปี 2569 ที่รัฐบาลมียุทธศาสตร์เข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติดแบบขุดรากถอนโคน
การดำเนินคดีและแนวทางการขยายผลเครือข่ายค้ายาปริมณฑล
บก.น.6 สกัดจับยาบ้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ซึ่งมีโทษสูงสุดตามกฎหมายไทย หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลการติดต่อสื่อสารเพื่อระบุตัวตนของนายทุนผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเอเย่นต์รายย่อยที่จะมารับยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ดนี้ไปกระจายต่อในชุมชน
บทเรียนจากคดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการสกัดจับยาเสพติด ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการพัฒนาขึ้นอย่างมากในการติดตามกลุ่มผู้กระทำความผิดที่พยายามใช้พื้นที่หมู่บ้านจัดสรรหรือที่พักส่วนบุคคลเป็นที่พักยาเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ แต่ถึงกระนั้น ปัญหายาเสพติดก็ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือรถยนต์แปลกหน้ามาจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาอาชญากรรมในอนาคต
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand
