SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

การแข่งขัน เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026 ในศึก PT Grand Prix of Thailand 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้กับแฟนความเร็วด้วยยอดผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 228,228 คน แต่นี่คือสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของค่ายสีแดง เมื่อแชมป์โลกชาวอิตาลีอย่าง ฟรานเชสโก้ “เป็กโก้” บันยาญ่า ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงความพ่ายแพ้ในเชิงเทคนิคที่เขารู้สึกว่าทีมกำลังเดินถอยหลังอย่างน่าตกใจ

บันยาญ่าซึ่งต้องเผชิญกับสัปดาห์ที่ยากลำบากตั้งแต่วันซ้อมจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ได้กล่าวถ้อยคำที่ทำให้แฟนๆ Ducati ต้องสะดุ้ง เมื่อเขายอมรับว่าอำนาจการครองแทร็กที่พวกเขาเคยมีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากคู่แข่งค่ายอื่น ในขณะที่สนามบุรีรัมย์ควรจะเป็นทางถนัดของรถ Desmosedici แต่ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้าม จนเจ้าตัวถึงกับออกปากว่า “เราไม่ใช่ผู้ที่เร็วที่สุดอีกต่อไป”

การออกมาพูดในลักษณะนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า พัฒนาการของคู่แข่งกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในขณะที่ Ducati ยังคงวนเวียนอยู่กับการแก้ปัญหาการปรับตัวที่ล่าช้าของตัวนักแข่งเองและตัวรถที่ไม่ตอบสนองเหมือนช่วงทดสอบ ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือความได้เปรียบที่เคยมีหายไปต่อหน้าต่อตาแฟนความเร็วชาวไทยที่เข้ามาชมในสนามอย่างล้นหลาม

สรุปประเด็นหลัก คำสารภาพที่ทำเอาคนดูอึ้ง

หลังจบการแข่งขัน บันยาญ่าได้สรุปใจความสำคัญของปัญหาที่เขาเจอในประเทศไทยไว้ดังนี้:

  • ความเร็วที่หายไป: บันยาญ่ายอมรับว่าคู่แข่งทำผลงานได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดในแทร็กที่ควรจะเข้าทาง Ducati

  • ปัญหาการปรับตัว: เขาใช้เวลานานเกินไปในการปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับสภาพแทร็กที่เปลี่ยนไปเมื่อเทียบกับช่วงพรีซีซั่นเทสต์

  • การจัดการรถที่ล้มเหลว: แม้จะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่ แต่ในช่วงท้ายเขากลับไม่สามารถโจมตีคู่แข่งได้

  • ความคงเส้นคงวาที่ขาดหาย: บันยาญ่าชี้ว่าในขณะที่คนอื่นก้าวไปข้างหน้า แต่พวกเขาดูเหมือนจะถอยหลังในแง่ของความเสถียร

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

เมื่อ Ducati ไม่ใช่เจ้าแห่งความเร็วอีกต่อไป

“มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย แทร็กเดิม รถคันเดิม แต่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป และผมไม่สามารถทำความเข้าใจหรือดึงศักยภาพของมันออกมาได้” บันยาญ่ากล่าวด้วยความขัดใจอย่างชัดเจน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เขาถูกนักแข่งค่ายอื่นแซงผ่านไปอย่างง่ายดาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราเร่งที่เคยเป็นจุดเด่นของ Ducati กำลังถูกคู่แข่งไล่ทันหรือแซงหน้าไปแล้ว บันยาญ่าชี้ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่เป็นเรื่องของพัฒนาการที่หยุดชะงัก

ความพ่ายแพ้ในเชิงสมรรถนะที่บุรีรัมย์ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่ามาตรฐานที่ Ducati เคยตั้งไว้กำลังถูกทำลายลง บันยาญ่ายอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนกำลังสู้ด้วยอาวุธที่ด้อยกว่าคู่แข่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งนี่คือสถานการณ์ที่ทีมงาน Borgo Panigale ต้องรีบหาคำตอบให้เร็วที่สุดก่อนที่ฤดูกาลจะดำเนินไปไกลกว่านี้

วิกฤตศรัทธาและความผิดพลาดในสนามช้างฯ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้บันยาญ่าเสียความมั่นใจคืออาการของรถที่เอาแน่อาแน่ไม่ได้ตลอดทั้งการแข่งขัน เขาเผยว่าต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของเรซไปกับการประคองสถานการณ์แทนที่จะเป็นการโจมตี และในช่วงท้ายของการแข่งขัน เขากลับเจอปัญหาการเสียการยึดเกาะอย่างรุนแรงจนไม่สามารถรักษาความเร็วในโค้งได้ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาเสียตำแหน่ง แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าทีมยังหาเซตอัพที่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดของเมืองไทยไม่ได้

ในขณะที่คู่แข่งสามารถทำความเร็วได้คงเส้นคงวาตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบสุดท้าย แต่บันยาญ่ากลับต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อไม่ให้หลุดจากกลุ่มนำ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความแตกต่างของระดับการพัฒนา” ที่ Ducati กำลังตามหลังคู่แข่งเป็นครั้งแรก

มุมมองภาพรวมตลาด การเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจใน MotoGP

สถานการณ์ของ Ducati ในปี 2026 เริ่มเห็นภาพที่เปลี่ยนไปชัดเจน จากเดิมที่เคยครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน แต่ในไทยจีพีครั้งนี้ สถิติความไร้เทียมทานของ Ducati เริ่มสั่นคลอน นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าค่ายอื่นได้ทลายกำแพงความลับทางเทคนิคของ Ducati ลงได้แล้ว ความท้าทายหลังจากนี้คือการที่ Ducati จะต้องเลิกยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ และเริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนที่บันยาญ่ากล่าวไว้ เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง

ตลาดมอเตอร์สปอร์ตโลกกำลังจับตามองว่าความตกต่ำชั่วคราวนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนถาวรหรือไม่ หาก Ducati ไม่สามารถนำรถที่มีสมรรถนะสูงสุดกลับมาให้บันยาญ่าได้ภายในครึ่งฤดูกาลแรก เราอาจเห็นการย้ายขั้วอำนาจของนักแข่งเกรดเอไปยังค่ายที่พร้อมกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าทางการตลาดของแบรนด์อย่างมหาศาล

คำถามที่คนมักสงสัย (FAQ)

  • ถาม: ทำไมผลแข่งของบันยาญ่าถึงต่างจากช่วงเทสต์ที่บุรีรัมย์มาก?

    • ตอบ: บันยาญ่าชี้แจงว่าทิศทางที่ทีมเลือกในช่วงทดสอบนั้นใช้งานไม่ได้จริงในวันแข่งที่มีอุณหภูมิและสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนไป รวมถึงการที่ต้องขี่ท่ามกลางรถคันอื่นทำให้กริปเปลี่ยนไปอย่างมาก

  • ถาม: บันยาญ่าโทษรถหรือโทษตัวเองมากกว่ากัน?

    • ตอบ: เขารับผิดชอบต่อผลงานตัวเองโดยกล่าวว่า “มันคือความผิดของผมเองที่ปรับตัวได้ช้า” แต่ในขณะเดียวกันเขาก็วิจารณ์ภาพรวมของรถที่สูญเสียความได้เปรียบด้านความเร็วไปอย่างสิ้นเชิง

  • ถาม: สถานการณ์ในทีม Ducati ตอนนี้เป็นอย่างไร?

    • ตอบ: แม้บันยาญ่าจะยอมรับสถานการณ์และพยายามใจเย็น แต่ความตึงเครียดในทีมมีสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นคู่แข่งค่ายอื่นทำผลงานได้โดดเด่นกว่าอย่างชัดเจนในสนามที่พวกเขาเคยครองแชมป์

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง / เสียงสะท้อนจากแฟนความเร็ว

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่เฝ้าชมในสนามช้างฯ ต่างแสดงความคิดเห็นว่า การที่ Ducati ไม่ได้ครองเมืองอยู่ฝ่ายเดียวทำให้การแข่งขันน่าตื่นเต้นขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับสาวก “Pecco” หลายคนมองว่านี่คือบททดสอบจิตใจครั้งใหญ่ของแชมป์โลก ว่าเขาจะสามารถนำทีมกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้หรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่เริ่มหนาหูว่ายุคสมัยของ Ducati อาจจะจบลงเร็วกว่าที่คิด

เสียงสะท้อนจากคนในพิทเลนระบุว่า “ความเร็วของ Ducati ไม่ได้หายไปไหน แต่มันแค่ไม่เพียงพออีกต่อไปเมื่อคู่แข่งก้าวกระโดดข้ามขั้น” นี่คือโจทย์ใหญ่ที่วิศวกรชาวอิตาลีต้องกลับไปแก้ที่โรงงานโดยด่วน

สรุป

บทเรียนจากสนามช้างฯ ในศึก PT Grand Prix of Thailand 2026 ครั้งนี้คือเสียงเตือนดังๆ ถึงทีมงาน Borgo Panigale ว่าการหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลัง คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาของ เป็กโก้ บันยาญ่า คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปภายในทีมเพื่อให้กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง แฟนๆ ต้องรอลุ้นว่าในสนามถัดไป Ducati จะสามารถกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้หรือไม่ หรือเรากำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ MotoGP

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026 ลั่นไม่ใช่รถที่เร็วที่สุดหลังจบไทยจีพี

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

การแข่งขัน เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026 ในศึก PT Grand Prix of Thailand 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้กับแฟนความเร็วด้วยยอดผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 228,228 คน แต่นี่คือสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของค่ายสีแดง เมื่อแชมป์โลกชาวอิตาลีอย่าง ฟรานเชสโก้ “เป็กโก้” บันยาญ่า ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงความพ่ายแพ้ในเชิงเทคนิคที่เขารู้สึกว่าทีมกำลังเดินถอยหลังอย่างน่าตกใจ

บันยาญ่าซึ่งต้องเผชิญกับสัปดาห์ที่ยากลำบากตั้งแต่วันซ้อมจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ได้กล่าวถ้อยคำที่ทำให้แฟนๆ Ducati ต้องสะดุ้ง เมื่อเขายอมรับว่าอำนาจการครองแทร็กที่พวกเขาเคยมีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากคู่แข่งค่ายอื่น ในขณะที่สนามบุรีรัมย์ควรจะเป็นทางถนัดของรถ Desmosedici แต่ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้าม จนเจ้าตัวถึงกับออกปากว่า “เราไม่ใช่ผู้ที่เร็วที่สุดอีกต่อไป”

การออกมาพูดในลักษณะนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า พัฒนาการของคู่แข่งกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในขณะที่ Ducati ยังคงวนเวียนอยู่กับการแก้ปัญหาการปรับตัวที่ล่าช้าของตัวนักแข่งเองและตัวรถที่ไม่ตอบสนองเหมือนช่วงทดสอบ ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือความได้เปรียบที่เคยมีหายไปต่อหน้าต่อตาแฟนความเร็วชาวไทยที่เข้ามาชมในสนามอย่างล้นหลาม

สรุปประเด็นหลัก คำสารภาพที่ทำเอาคนดูอึ้ง

หลังจบการแข่งขัน บันยาญ่าได้สรุปใจความสำคัญของปัญหาที่เขาเจอในประเทศไทยไว้ดังนี้:

  • ความเร็วที่หายไป: บันยาญ่ายอมรับว่าคู่แข่งทำผลงานได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดในแทร็กที่ควรจะเข้าทาง Ducati

  • ปัญหาการปรับตัว: เขาใช้เวลานานเกินไปในการปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับสภาพแทร็กที่เปลี่ยนไปเมื่อเทียบกับช่วงพรีซีซั่นเทสต์

  • การจัดการรถที่ล้มเหลว: แม้จะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่ แต่ในช่วงท้ายเขากลับไม่สามารถโจมตีคู่แข่งได้

  • ความคงเส้นคงวาที่ขาดหาย: บันยาญ่าชี้ว่าในขณะที่คนอื่นก้าวไปข้างหน้า แต่พวกเขาดูเหมือนจะถอยหลังในแง่ของความเสถียร

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

เมื่อ Ducati ไม่ใช่เจ้าแห่งความเร็วอีกต่อไป

“มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย แทร็กเดิม รถคันเดิม แต่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป และผมไม่สามารถทำความเข้าใจหรือดึงศักยภาพของมันออกมาได้” บันยาญ่ากล่าวด้วยความขัดใจอย่างชัดเจน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เขาถูกนักแข่งค่ายอื่นแซงผ่านไปอย่างง่ายดาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราเร่งที่เคยเป็นจุดเด่นของ Ducati กำลังถูกคู่แข่งไล่ทันหรือแซงหน้าไปแล้ว บันยาญ่าชี้ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่เป็นเรื่องของพัฒนาการที่หยุดชะงัก

ความพ่ายแพ้ในเชิงสมรรถนะที่บุรีรัมย์ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่ามาตรฐานที่ Ducati เคยตั้งไว้กำลังถูกทำลายลง บันยาญ่ายอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนกำลังสู้ด้วยอาวุธที่ด้อยกว่าคู่แข่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งนี่คือสถานการณ์ที่ทีมงาน Borgo Panigale ต้องรีบหาคำตอบให้เร็วที่สุดก่อนที่ฤดูกาลจะดำเนินไปไกลกว่านี้

วิกฤตศรัทธาและความผิดพลาดในสนามช้างฯ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้บันยาญ่าเสียความมั่นใจคืออาการของรถที่เอาแน่อาแน่ไม่ได้ตลอดทั้งการแข่งขัน เขาเผยว่าต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของเรซไปกับการประคองสถานการณ์แทนที่จะเป็นการโจมตี และในช่วงท้ายของการแข่งขัน เขากลับเจอปัญหาการเสียการยึดเกาะอย่างรุนแรงจนไม่สามารถรักษาความเร็วในโค้งได้ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาเสียตำแหน่ง แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าทีมยังหาเซตอัพที่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดของเมืองไทยไม่ได้

ในขณะที่คู่แข่งสามารถทำความเร็วได้คงเส้นคงวาตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบสุดท้าย แต่บันยาญ่ากลับต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อไม่ให้หลุดจากกลุ่มนำ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความแตกต่างของระดับการพัฒนา” ที่ Ducati กำลังตามหลังคู่แข่งเป็นครั้งแรก

มุมมองภาพรวมตลาด การเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจใน MotoGP

สถานการณ์ของ Ducati ในปี 2026 เริ่มเห็นภาพที่เปลี่ยนไปชัดเจน จากเดิมที่เคยครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน แต่ในไทยจีพีครั้งนี้ สถิติความไร้เทียมทานของ Ducati เริ่มสั่นคลอน นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าค่ายอื่นได้ทลายกำแพงความลับทางเทคนิคของ Ducati ลงได้แล้ว ความท้าทายหลังจากนี้คือการที่ Ducati จะต้องเลิกยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ และเริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนที่บันยาญ่ากล่าวไว้ เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง

ตลาดมอเตอร์สปอร์ตโลกกำลังจับตามองว่าความตกต่ำชั่วคราวนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนถาวรหรือไม่ หาก Ducati ไม่สามารถนำรถที่มีสมรรถนะสูงสุดกลับมาให้บันยาญ่าได้ภายในครึ่งฤดูกาลแรก เราอาจเห็นการย้ายขั้วอำนาจของนักแข่งเกรดเอไปยังค่ายที่พร้อมกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าทางการตลาดของแบรนด์อย่างมหาศาล

คำถามที่คนมักสงสัย (FAQ)

  • ถาม: ทำไมผลแข่งของบันยาญ่าถึงต่างจากช่วงเทสต์ที่บุรีรัมย์มาก?

    • ตอบ: บันยาญ่าชี้แจงว่าทิศทางที่ทีมเลือกในช่วงทดสอบนั้นใช้งานไม่ได้จริงในวันแข่งที่มีอุณหภูมิและสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนไป รวมถึงการที่ต้องขี่ท่ามกลางรถคันอื่นทำให้กริปเปลี่ยนไปอย่างมาก

  • ถาม: บันยาญ่าโทษรถหรือโทษตัวเองมากกว่ากัน?

    • ตอบ: เขารับผิดชอบต่อผลงานตัวเองโดยกล่าวว่า “มันคือความผิดของผมเองที่ปรับตัวได้ช้า” แต่ในขณะเดียวกันเขาก็วิจารณ์ภาพรวมของรถที่สูญเสียความได้เปรียบด้านความเร็วไปอย่างสิ้นเชิง

  • ถาม: สถานการณ์ในทีม Ducati ตอนนี้เป็นอย่างไร?

    • ตอบ: แม้บันยาญ่าจะยอมรับสถานการณ์และพยายามใจเย็น แต่ความตึงเครียดในทีมมีสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นคู่แข่งค่ายอื่นทำผลงานได้โดดเด่นกว่าอย่างชัดเจนในสนามที่พวกเขาเคยครองแชมป์

เป็กโก้ บันยาญ่า Ducati 2026

จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง / เสียงสะท้อนจากแฟนความเร็ว

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่เฝ้าชมในสนามช้างฯ ต่างแสดงความคิดเห็นว่า การที่ Ducati ไม่ได้ครองเมืองอยู่ฝ่ายเดียวทำให้การแข่งขันน่าตื่นเต้นขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับสาวก “Pecco” หลายคนมองว่านี่คือบททดสอบจิตใจครั้งใหญ่ของแชมป์โลก ว่าเขาจะสามารถนำทีมกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้หรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่เริ่มหนาหูว่ายุคสมัยของ Ducati อาจจะจบลงเร็วกว่าที่คิด

เสียงสะท้อนจากคนในพิทเลนระบุว่า “ความเร็วของ Ducati ไม่ได้หายไปไหน แต่มันแค่ไม่เพียงพออีกต่อไปเมื่อคู่แข่งก้าวกระโดดข้ามขั้น” นี่คือโจทย์ใหญ่ที่วิศวกรชาวอิตาลีต้องกลับไปแก้ที่โรงงานโดยด่วน

สรุป

บทเรียนจากสนามช้างฯ ในศึก PT Grand Prix of Thailand 2026 ครั้งนี้คือเสียงเตือนดังๆ ถึงทีมงาน Borgo Panigale ว่าการหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลัง คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาของ เป็กโก้ บันยาญ่า คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปภายในทีมเพื่อให้กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง แฟนๆ ต้องรอลุ้นว่าในสนามถัดไป Ducati จะสามารถกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้หรือไม่ หรือเรากำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ MotoGP

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า