
โครงการทางพิเศษ ทางด่วนพระราม 3–ดาวคะนอง วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทางรวม 18.7 กิโลเมตร ภายใต้การดำเนินงานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่สำคัญที่สุด โดยล่าสุดมีการเปิดเผยความคืบหน้าภาพรวมของงานโยธาที่พุ่งสูงกว่า 91.88% (ข้อมูล ณ มกราคม 2569) และเตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้ประชาชนได้สัมผัสความสะดวกสบายในรูปแบบการ “ทดลองวิ่ง” ในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป
ไทม์ไลน์การเปิดให้บริการที่ชัดเจน
ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ได้ระบุถึงไทม์ไลน์การเปิดให้บริการที่ผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับการก่อสร้างโครงการข้างเคียงบนถนนพระราม 2 โดยมีกำหนดการดังนี้:
-
ช่วงกลางปี 2569: เริ่มเปิดทดลองให้บริการวิ่งฟรีบางส่วน เพื่อทดสอบระบบจัดการจราจรและระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ
-
ช่วงเดือนมีนาคม 2570: สิ้นสุดระยะเวลาการทดลองวิ่ง และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ

บรรเทาวิกฤตจราจรบนถนนพระราม 2
เหตุผลสำคัญที่ กทพ. เร่งเปิดทดลองวิ่งยาวนานเกือบ 1 ปีนั้น เพื่อต้องการช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ซึ่งปัจจุบันยังมีงานก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 (สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว) ของกรมทางหลวงดำเนินอยู่ขนานกัน การเปิดทางยกระดับสายใหม่นี้จะช่วยแยกปริมาณรถที่ต้องการเดินทางระยะไกลลงภาคใต้ให้ออกไปจากช่องจราจรระดับดิน ลดความแออัดสะสมบริเวณคอขวดสะพานพระราม 9 เดิม และรองรับปริมาณรถได้มหาศาลถึง 150,000 คันต่อวัน
โครงข่ายเชื่อมต่ออัจฉริยะและระบบ M-Flow
ทางด่วนสายใหม่นี้ถูกออกแบบมาเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร (Double-deck) ที่มีความซับซ้อนและล้ำสมัย โดยมีไฮไลต์คือการเชื่อมต่อไร้รอยต่อกับทางยกระดับบนถนนพระราม 2 (M82) ทำให้เกิดเป็นโครงข่ายทางด่วนต่อเนื่องจากใจกลางกรุงเทพฯ ยิงยาวมุ่งหน้าสู่สมุทรสาครโดยตรง นอกจากนี้ กทพ. ยังได้นำระบบ M-Flow (Multi-Lane Free Flow) หรือระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไร้ไม้กั้นมาใช้ตลอดเส้นทาง เพื่อให้รถสามารถขับผ่านด่านได้ด้วยความเร็วปกติ ลดปัญหารถติดสะสมบริเวณหน้าด่านได้อย่างเด็ดขาด
แลนด์มาร์คใหม่ “สะพานทศมราชัน”
ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง หนึ่งในส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโครงการคือ สะพานทศมราชัน ซึ่งเป็นสะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ซึ่งงานก่อสร้างโยธาเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว และจะเป็นส่วนแรกๆ ที่เปิดให้ประชาชนได้ใช้งานจริงในช่วงกลางปีนี้ เพื่อความภาคภูมิใจในงานวิศวกรรมระดับโลกของคนไทยและการเดินทางที่รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ

