SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ใหม่ รถไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป

จากกรณีคลิปวิดีโอไวรัลบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยเจ้าของบัญชี @zmitt.t ได้ออกมาโพสต์คลิปเหตุการณ์เตือนภัยผู้ใช้รถสาธารณะ หลังจากเรียกบริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน แต่กลับถูกคนขับพยายามเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มเติมจากราคาที่แอปฯ กำหนดไว้ล่วงหน้า จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป อย่างหนักถึงมาตรฐานและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปี 2569 นี้

ลำดับเหตุการณ์ เมื่อราคาแอปฯ ไม่ใช่ราคาสุดท้าย

ผู้โพสต์ระบุในวิดีโอว่า ตนเองได้ใช้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถตามปกติ ซึ่งระบบมีการระบุค่าโดยสารที่ชัดเจนก่อนขึ้นรถ แต่ในระหว่างทางหรือเมื่อถึงที่หมาย คนขับกลับแจ้งว่าขอเก็บเงินเพิ่ม โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่น “แอปฯ หักค่าหัวเยอะเกินไป” หรือ “รถติดมากจนราคาแอปฯ ไม่คุ้มทุน” ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและเอาเปรียบผู้บริโภคโดยตรง

ผู้โดยสารระบุว่า ราคาค่าโดยสารที่แสดงในแอปอยู่ที่ 108 บาท แต่เมื่อเดินทาง คนขับแท็กซี่กลับเรียกเก็บเงิน 144 บาท พร้อมบวกเพิ่มอีก 15 บาท โดยอ้างเหตุผลบางประการ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารยืนยันจะชำระตามราคาที่ปรากฏในแอป คือ 108 บาทเท่านั้น
หลังจากนั้น คนขับแท็กซี่แสดงอาการไม่พอใจ มีการพูดจาในลักษณะดูหมิ่น ก่อนจะรับเงินจากผู้โดยสารเพียง 100 บาท และปฏิเสธไม่รับเงินส่วนที่เหลืออีก 8 บาท เมื่อผู้โดยสารถามย้ำ คนขับตอบว่าไม่รับแล้ว และไล่ผู้โดยสารลงจากรถทันที

เสียงสะท้อนจากชาวเน็ต ปัญหาระดับโครงสร้าง

ในช่องคอมเมนต์ของวิดีโอดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันว่าเคยประสบปัญหาในลักษณะนี้ โดยเฉพาะการถูก “แกมบังคับ” ให้จ่ายเงินเพิ่มนอกระบบ หรือการที่คนขับกดดันให้ยกเลิกการเรียกผ่านแอปฯ แล้วตกลงราคาเหมาจ่ายแทน ซึ่งนอกจากจะเสียเปรียบเรื่องราคาแล้ว ยังทำให้ผู้โดยสารขาดความคุ้มครองความปลอดภัยจากระบบติดตามของแอปพลิเคชันอีกด้วย

ข้อกฎหมายจราจร 2569 โทษหนักถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต

ตามกฎหมายล่าสุดของกรมการขนส่งทางบกในปี 2569 การเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด (ทั้งจากมิเตอร์และจากราคาแอปพลิเคชันที่จดทะเบียนถูกต้อง) มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยและคุณภาพบริการ:

  1. โทษปรับ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท

  2. การตัดคะแนน: ผู้ขับขี่จะถูกตัดคะแนนความประพฤติใบอนุญาตขับรถสาธารณะทันที 1-2 คะแนน ตามความร้ายแรง

  3. มาตรการพักใช้/เพิกถอน: หากกระทำผิดซ้ำซาก กรมการขนส่งทางบกมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที

วิธีรับมือและร้องเรียน

กรมการขนส่งทางบกแนะนำว่า หากผู้โดยสารพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบ ให้ดำเนินการดังนี้:

  • จดจำข้อมูล: หมายเลขทะเบียนรถ, ชื่อ-สกุลคนขับ, และชื่อแอปพลิเคชันที่ใช้บริการ

  • บันทึกหลักฐาน: การถ่ายวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอราคาแอปฯ ไว้เป็นหลักฐาน

  • แจ้งสายด่วน: โทรแจ้งสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT GPS

บทสรุปของเรื่องนี้ แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป เพื่อต้องการสื่อสารให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิ์ของตนเอง และไม่ควรปล่อยผ่านการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้มาตรฐานการให้บริการรถสาธารณะของไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

แฉ!! แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป เตือนภัยผู้ใช้รถปี 2569

แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป

จากกรณีคลิปวิดีโอไวรัลบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยเจ้าของบัญชี @zmitt.t ได้ออกมาโพสต์คลิปเหตุการณ์เตือนภัยผู้ใช้รถสาธารณะ หลังจากเรียกบริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน แต่กลับถูกคนขับพยายามเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มเติมจากราคาที่แอปฯ กำหนดไว้ล่วงหน้า จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป อย่างหนักถึงมาตรฐานและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปี 2569 นี้

ลำดับเหตุการณ์ เมื่อราคาแอปฯ ไม่ใช่ราคาสุดท้าย

ผู้โพสต์ระบุในวิดีโอว่า ตนเองได้ใช้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถตามปกติ ซึ่งระบบมีการระบุค่าโดยสารที่ชัดเจนก่อนขึ้นรถ แต่ในระหว่างทางหรือเมื่อถึงที่หมาย คนขับกลับแจ้งว่าขอเก็บเงินเพิ่ม โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่น “แอปฯ หักค่าหัวเยอะเกินไป” หรือ “รถติดมากจนราคาแอปฯ ไม่คุ้มทุน” ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและเอาเปรียบผู้บริโภคโดยตรง

ผู้โดยสารระบุว่า ราคาค่าโดยสารที่แสดงในแอปอยู่ที่ 108 บาท แต่เมื่อเดินทาง คนขับแท็กซี่กลับเรียกเก็บเงิน 144 บาท พร้อมบวกเพิ่มอีก 15 บาท โดยอ้างเหตุผลบางประการ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารยืนยันจะชำระตามราคาที่ปรากฏในแอป คือ 108 บาทเท่านั้น
หลังจากนั้น คนขับแท็กซี่แสดงอาการไม่พอใจ มีการพูดจาในลักษณะดูหมิ่น ก่อนจะรับเงินจากผู้โดยสารเพียง 100 บาท และปฏิเสธไม่รับเงินส่วนที่เหลืออีก 8 บาท เมื่อผู้โดยสารถามย้ำ คนขับตอบว่าไม่รับแล้ว และไล่ผู้โดยสารลงจากรถทันที

เสียงสะท้อนจากชาวเน็ต ปัญหาระดับโครงสร้าง

ในช่องคอมเมนต์ของวิดีโอดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันว่าเคยประสบปัญหาในลักษณะนี้ โดยเฉพาะการถูก “แกมบังคับ” ให้จ่ายเงินเพิ่มนอกระบบ หรือการที่คนขับกดดันให้ยกเลิกการเรียกผ่านแอปฯ แล้วตกลงราคาเหมาจ่ายแทน ซึ่งนอกจากจะเสียเปรียบเรื่องราคาแล้ว ยังทำให้ผู้โดยสารขาดความคุ้มครองความปลอดภัยจากระบบติดตามของแอปพลิเคชันอีกด้วย

ข้อกฎหมายจราจร 2569 โทษหนักถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต

ตามกฎหมายล่าสุดของกรมการขนส่งทางบกในปี 2569 การเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด (ทั้งจากมิเตอร์และจากราคาแอปพลิเคชันที่จดทะเบียนถูกต้อง) มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยและคุณภาพบริการ:

  1. โทษปรับ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท

  2. การตัดคะแนน: ผู้ขับขี่จะถูกตัดคะแนนความประพฤติใบอนุญาตขับรถสาธารณะทันที 1-2 คะแนน ตามความร้ายแรง

  3. มาตรการพักใช้/เพิกถอน: หากกระทำผิดซ้ำซาก กรมการขนส่งทางบกมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที

วิธีรับมือและร้องเรียน

กรมการขนส่งทางบกแนะนำว่า หากผู้โดยสารพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบ ให้ดำเนินการดังนี้:

  • จดจำข้อมูล: หมายเลขทะเบียนรถ, ชื่อ-สกุลคนขับ, และชื่อแอปพลิเคชันที่ใช้บริการ

  • บันทึกหลักฐาน: การถ่ายวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอราคาแอปฯ ไว้เป็นหลักฐาน

  • แจ้งสายด่วน: โทรแจ้งสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT GPS

บทสรุปของเรื่องนี้ แท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินแอป เพื่อต้องการสื่อสารให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิ์ของตนเอง และไม่ควรปล่อยผ่านการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้มาตรฐานการให้บริการรถสาธารณะของไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า