
2024 Honda Eicma Trip ขี่ชิล พาชม ท่องเมืองอิตาลี ไปกับ Honda E-Clutch และ XL750 Transalp ที่ต้องบอกว่า ฮอนด้า..ทำถึง!!
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

2024 Honda Eicma Trip ขี่ชิล พาชม ท่องเมืองอิตาลี ไปกับ Honda E-Clutch และ XL750 Transalp ที่ต้องบอกว่า ฮอนด้า..ทำถึง!!

รีวิว ID ZRO หมวกไทย ออปชันครบ มาตรฐานยุโรป เปิดตัวไปได้ไม่นาน เราก็ได้มีโอกาสได้นำเจ้าหมวกรุ่นใหม่จากทาง ID Helmet มาทดสอบรีวิว ID ZRO หมวกไทยออปชันครบ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับยุโรป หมวกรุ่นใหม่นี้จะเป็นหมวกกันน็อกเต็มใบในสไตล์สปอร์ตทัวริ่งแบบดับเบิลไวเซอร์ (Double Visor) รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทยและได้รับรองมาตรฐาน ECE22.06 มาตรฐานความปลอดภัยของยุโรปตัวล่าสุด และมาตรฐาน มอก. 369-2557 ตัวหมวกจะมีจุดเด่นดังนี้ – สปอยเลอร์หลังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิก รองรับชุดต่อหางหลังเสริม ช่วยเพิ่มความนิ่งเสถียรของตัวหมวกขณะขับขี่ด้วยความเร็ว – ชุดต่อหางหลัง Performance Kit Configuration Set เพิ่มพื้นที่สปอยเลอร์ พร้อมติดตั้งระบบวิงก์แฟล็ป (Wing Flap) เพิ่มความเสถียรขณะใช้ความเร็วในการขับขี่ – ตัวล็อคแบบกริพล็อคสไลด์บาร์ (Grip Lock Slide Bar) ทำจากสเตนเลสสตีล ปลอดสนิมตลอดอายุการใช้งาน – ชิลด์หรือแผ่นหน้าหมวกติดตั้งชาร์คฟินดิฟฟิวเซอร์ (Shark Fin Diffuser) หรือครีบลำเลียงอากาศ เพิ่มความเสถียรของตัวหมวกให้มากยิ่งขึ้น – รองรับการติดตั้งชุดหูฟังบลูทูธ เหมาะสำหรับสายคุยเยอะ หรือสายทัวริ่ง – รองรับการใส่แว่นสายตาหรือแว่นกันแดด เหมาะกับคนที่ต้องใส่แว่นสายตาหรือแว่นกันแดด – น้ำหนักเบาเพียง 1,650 กรัม +/- 50 กรัม ขึ้นอยู่กับขนาด – มีให้เลือก 4 ขนาด ได้แก่ M, L, XL และ XXL – มีให้เลือก 4 แบบด้วยกัน ฟีลลิ่งการสวมใส่ ต้องขอบอกก่อนเลยว่านี้คือหมวกกันน็อกแบบ Full Face หรือแบบเต็มใบที่ผลิตในประเทศไทยแล้วผ่านมาตรฐานมาตรฐาน ECE 22.06 เป็นใบแรกที่ได้ลองใส่ขับขี่ทดสอบกันก่อนที่เราจะมีโอกาสได้มารีวิวในสตูดิโอครั้งนี้ โดยได้มีโอกาสทดสอบหมวกใบนี้ตั้งแต่วันเปิดตัวช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เกริ่นสั้น ๆ ตรงนี้ว่า “ฟีลลิ่งดีไม่แพ้หมวกยุโรปเลย” การออกแบบ หลังจากได้ลองแล้วก็ขอพูดหน่อย จากใจคนมีหมวกกันน็อกหลายใบทั้ง ๆ ที่ก็มีแค่ หัวเดียว ก็น่าจะพอที่จะพูดนึกฟีลลิ่งได้ในระดับนึงหมวก ID ZRO ใบนี้มีความฟิวชั่นในสไตล์ของตัวหมวก ทั้งหมวกแบบเรซซิ่งและทัวริ่งเข้าด้วยกัน ลวดลายการออกแบบมีสไตล์ โดยมาในธีมของสัตว์ในเทพนิยาย ซึ่งก็จะมี ครุฑ (Garuda) เท็นงู (Tengu) และใบนี้ก็คือ จิ้งจอกเก้าหาง (Nine Tails) ซึ่งลายนี้ก็มีลูกเล่นเพิ่มเติมให้ด้วย โดยจะมีลายกราฟิกพิเศษที่สามารถ “เรืองแสงได้” ฟีลลิ่งการสวมใส่ สิ่งแรกเลยที่สัมผัสได้เมื่อสวมใส่ลงไปคือความกระชับพอดี อาจจะเป็นเพราะหมวกยังใหม่ ความฟิตของตัวนวมให้ความนุ่มตั้งแต่ที่ใส่ ส่วนตัวรู้สึกได้ว่าฟิตติ้งตัวนวมถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับหัวคนเอเชียอยู่แล้วเพราะใบนี้เป็น Asian Fit ถึงได้ฟิตติ้งหัวผมพอดี ผมก็คนเอเชียนิหน่าไม่ใช่คนคองโกสักหน่อย… มุมมองเวลาขับขี่ ดูกว้าง จะเหลือบมองมุมซ้าย มุมขวา เห็นได้ชัดเจน มองผ่านชิลด์ปรอทที่ติดมาให้กับตัวหมวก แม้จะเป็นช่วงเย็นเวลาพระอาทิตย์จะตกขับขี่ย้อนแสงพอดี ปรอทที่ให้มาช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ต่อมาเลยนั้นคือช่วงปะทะลม ความเร็วต่ำคงจะไม่ได้เห็นผลอะไรมากคงเหมือนกับหมวกทั่ว ๆ ไป แต่เมื่อมีความเร็วที่สูงขึ้น ฟีลลิ่งที่สัมผัสได้คือตัวหมวกมีอาการส่ายน้อยมาก อาจจะด้วยการออกแบบของตัวเปลือกหมวกที่มีการติดตั้งตัวสปอยเลอร์มาให้ และน้ำหนักหมวกอยู่กลาง ๆ (Size L) ไม่หนัก ไม่เบา ส่วนตัวรู้สึกโอเคเลยเมื่อต้องต้านลมที่ความเร็วสูง ๆ สรุป รีวิว ID ZRO ถ้ามองความคุ้มค่าหลังจากที่ลองใส่ เทียบกับตัวเงิน 2,590 บาท บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ๆ ด้วยการดีไซน์ ลวดลาย วัสดุ และ มาตรฐานที่ให้มาแบบว่ามั่นใจได้เลยว่าเงินที่จ่ายไปคุ้ม ดีกว่าซื้อหมวกผีก็อปแบรนด์นอกมาใส่ ซื้อของไทย ของแท้ มีมาตรฐาน จบกว่าเยอะ..!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Ducati Panigale V4S 2024 สาวงามอิตาเลี่ยน ที่ต้องยอมรับว่า เธอร้อนแรง เซ็กซี่ เธอดุ ก็เธอมันแน่ เธอมันแน่มาตลอด ตั้งแต่รุ่นพี่ของเธอผ่านมาทุกเจน จนมาถึงรุ่นเธอ เธอยิ่งเกรึ้ยวกราดยิ่งขึ้น ด้วยพลัง V4 แต่น่าแปลก คราวนี้ เธอกลับกลายเป็นนางฟ้าได้ในบางอารมณ์เหมือนกัน ยิ่งทำให้เธอน่าหลงไหล ทำไมเหรอ Superbike Thailand นำคุณไปหาเธอ เมื่อทีมงานฐานทัพใหญ่ #Superbikemag แจ้งลงมาว่า เจ้าจงไป Test run “Ducati Panigale V4S “ในงาน Ducati Thailand Trackday2024 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์หน่อยได้ไหม พอได้ยิน ก็ทำให้เราถึงกับสะอึกไปนิด แต่แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าพร้อมความตื่นเต้นแบบออกหน้าออกตา เก็บอาการไม่อยู่ ด้วยความที่ว่า เราเองก็ไม่ได้จับรถ Supersport 1000 CC. มานานพอสมควร ไอ้นานในที่นี้ ไม่นับรถเพื่อนฝูงที่เคยขี่เล่นนิดหน่อย ไม่เกินชั่วโมงตอนออกทริปต่างจังหวัด อย่างพวก Panigale 1199 หรือพวก 1098s เท่านั้นเอง และถึงแม้ว่าจะเคยครอบครอง และคุ้นเคยกับSupersportBike เครื่องยนต์ V4 อย่าง Aprilia RSV4 FACTORY APRC มาพอสมควร แต่ก็นานมากแล้ว นับแต่ปี 2015 และเวลาที่ผ่านไปทำให้เทคโนโลยีมันก็ต่าง generation กันมาก เรียกว่าร่วม 10 ปีเลยทีเดียว ไม่อาจเอามาเทียบกันด้วยกับ “Ducati Panigale V4S” Gen ล่าสุดได้เลย กับ Spec 1103 c.c. / 214 แรงม้าสูงสุดที่ 13,000 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์สูบ V มันน่าหลงไหลขนาดไหน เมื่อนึกถึงแล้วก็ยิ่งทำให้เรายิ่งเก็บของขับรถตรงไปบุรีรัมย์ทันที ทั้งๆที่รู้ว่า แทบไม่ได้ซ้อมสนามเท่าไหร่ด้วยซ้ำช่วงหลังๆ เอาวะได้เวลาสนุกแล้วสิ….นับว่า ทางทีมงาน Ducati Thailand โดยบริษัท โมโตเร อิตาเลียโน่ ใจใหญ่มาก ที่จัดSuperbike หลากรุ่นทั้งฝูง มารอให้พวกเรา ทั้งสื่อ ทั้งลูกค้า ได้ลองกันแบบ เต็มที่ เต็มเหนี่ยว 5 session พร้อมติดยาง Pirelli Diablo Super Corsa SP ‘สายฟ้า’ ใหม่ สด หอมๆ มาให้อุ่นใจ ขี่ให้ยางหมดไปโลด ใครมีเท่าไหร่ ข้องใจตรงไหน ลงไปขี่หมดปลอกกันเลย เมื่อขึ้นไปอยู่บนอานของม้าศึก ระดับเรือธงของค่ายจักรกลสีแดง สิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างแรก ทำไมฟีลลิ่งมันใช่จังเลยฟระ มันลงตัว ถูกไปทุกอย่าง กระชับ Riding Position ตำแหน่งเกียร์ พักเท้าพอดี เหมือนเราปรับแต่งให้เหมาะกับตัวเราเองมาแล้ว เอาน่า อาจแค่บังเอิญก็ได้รถ Supersport ท่ามันก็บังคับมางี้อยู่แล้ว แต่ทว่า พอEngine Started เท่านั้นแหละ ความรู้สึกเก่าๆ มันก็กลับมา ทำให้ยิ้มออกมานี่แหละ V4 เสียงคำรามในลำคอ กระแทกหน้าอก แม้ตอนรอบเดินเบา พอตบเกียร์1 ปั้บ สิ่งที่แตกต่าง สัมผัสได้ชัดเจน คือ รอบคำรามเบาๆ กลับกลายเป็นเสียงรอบสูงขึ้นทันที พร้อมทะยานออกตัว คนละคาแรคเตอร์กับเกียร์ว่างชัดเจนมากระบบ ECU แลกโหมดการทำงานชัดเจน เซสชั่นแรก ตื่นเต้นมาก ลองฟีล ปรับความรุ้สึก จนพี่พี่หายกันไปหมดแล้ว เรายังเหวอๆ อยู่บ้าง ก็อุ่นยางไปก่อนรอบแรก พอรู้สึกว่ายางน่าจะร้อนขึ้นแล้วก็เอาวะ เปิดคันเร่งมากขึ้น เชดเขร้! รอบกวาด ขึ้นไวโคตร นี่มันขึ้นไวและมาเป็นก้อน ไวมาก นี่แค่ SportMode เองมันนนนส์ชิหายยย มันส์พะย่ะค่ะ เกียร์ชิด ต่อเนื่อง รอบสูงคำรามลั่นทุกเกียร์ ขนาดท่อเดิม เสียงทรงสเน่ห์ของเครื่องยนต์ V4

เมื่อวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมาทาง Royal Enfield รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคขนาดกลางสายพันธุ์อังกฤษ ได้จัดทริปทดสอบ Royal Enfield Himalayan สำหรับสื่อมวลชนครั้งแรกในประเทศไทย แน่นอนว่าทาง SuperBike ได้รับเกียรติร่วมทดสอบรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคเอนดูโร่ ที่เป็นตำนานยนตรกรรมของการขับขี่ในเทือกเขาหิมาลัยกว่า 60 ปีครั้งนี้ด้วย กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ที่ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ทดสอบสมรรถนะของเจ้าแพะภูเขาตัวนี้ “Himalayan” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อผจญภัยและการเดินทางไกลๆไปในพื้นที่ๆ สมบุกสมบัน โดนเส้นทางที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้เริ่มจาก หมู่บ้านอีต่อง – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี เป็นระยะทางกว่า 152 กิโลเมตร เส้นทางที่ขับขี่..มีให้ได้ทดสอบช่วงล่างกันแบบเต็มที่ ทั้งเส้นทางลุย หลุมบ่อ กรวดลอย ทางลูกรัง นับว่าช่วงล่างถูกเซ็ทอัพมาได้ดี สำหรับการกระแทกกระทั้น ผมสามารถควบมันวิ่งรูดได้โดยไม่สะท้านจนเสียการควบคุม กับระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic 41 มม. ระยะยุบตัว 200 มม. พร้อมยางกึ่งวิบากแบรนด์ดัง Pirelli ที่ให้การยึดเกาะที่มั่นใจและสมรรถนะที่เป็นเลิศ กับวงล้อขนาด 90/90-21” ในล้อหน้า 120/90-17” ในล้อหลัง ส่วนในทางดำโค้งคดเคี้ยวจาก ปิล๊อคมาอำเภอทองผาภูมิ เจ้าแพะภูเขาคันนี้นั้นก็ถือว่าทำได้ดีเกินคาด…. ทั้งความนุ่มนวล และ การเกาะถนน ระบบกันสะเทือนหลัง เป็นแบบโมโนช็อคแบบมีแขนยึด (Monoshock Suspension with Linkage) ระยะยุบตัว 180 มม. อาจจะรู้สึกมีอาการท้ายยุบย้วยไปบ้าง เวลาเข้าโค้งหนักๆ ก็ปรับระดับได้ (แต่ไม่ได้ลองปรับดู) นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคที่ควบคุมได้ดังใจด้วยดิสก์เบรกขนาด 300 มม. ที่ด้านหน้าและ 240 มม. ที่ด้านหลัง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มี Overhead Camshaft ซึ่งได้รับการพัฒนาล่าสุด และเป็นพื้นฐานของเครื่องยนต์ช่วงชักยาวรุ่นใหม่อย่าง LS410 โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้มีแรงบิดที่สูงกว่าเดิมและพละกำลังให้ใช้งานที่รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลง ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลด้วยเกียร์สูงที่ความเร็วต่ำ ง่ายต่อการไต่ภูเขาสูงชัน การออกแบบและใช้วัสดุที่ทันสมัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และต้องการการบำรุงรักษาน้อย การออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แบบสปาตัน (Spartan Design) เครื่องยนต์ที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่อง เบาะนั่งที่มีความสูงพอเหมาะ และจากการที่เจ้า Himalayan ได้รับการพัฒนา ให้เป็นรถสไตล์เอ็นดูโร่ตั้งแต่แรกเริ่ม มันจึงมีจุดแขวนกระเป๋าสัมภาระสำหรับการเดินทางมาให้พร้อมสรรพครับ มาตรวัดของมันแสดงผลได้ชัดเจน มีทั้งความเร็ว ทิศทาง อุณหภูมิ น้ำมัน ตำแหน่งเกียร์ เวลา กระทั่งเข็มทิศ ครบถ้วนเหมาะกับการเดินทาง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ทั้งที่พักเท้า แฮนเดิลบาร์และความสูงเบาะที่นั่งที่ทำให้ผู้ขับขี่มีท่านั่งหลังตรงที่สะดวกสบายซึ่งจำเป็นสำหรับการขับขี่ทางไกล ความสูงเบาะที่นั่งระดับ 800 มม. ทำให้ใช้งานง่าย และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงช่วยให้วางเท้าลงบนพื้นได้อย่างเต็มที่ สรุปโดยรวมๆ แล้วเจ้า Royal Enfield Himalayan ตัวนี้ ครบเครื่องทั้ง ทางเรียบและทางฝุ่น ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ขี่สนุก เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบชิลๆ ชื่นชมบรรยกาศ ทิวทัศน์ในการเดินทางมากกว่า การเค้นรีดความเร็วสูงๆ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับสายพันธ์ุคลาสสิคเอนดูโร่ Himalayan คันนี้ ทั้งนี้ Royal Enfield Himalayan มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน คือ Himalayan Street Edition และรุ่น Himalayan Touring Edition ซึ่งจะมีปี๊บข้างมาให้ด้วยเลย ซึ่งทั้งสองแบบจะมีให้เลือก 2 สี คือ สีเทาดำแกรนิต (Granite) และสีขาวสโนว์ (Snow) ราคาเริ่มต้นที่ 169,800 บาท สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวเพิ่มเติมได้ที่ royalenfield.com/Th/Himalayan

การทดสอบ Top speed Vespa GTS SUPER 300 ABS บนไดโน สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมก็แรงไม่เบานะเออ ติดตามการทดสอบฉบับเต็มได้ใน SuperBike Magazine ฉบับที่ 67 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

รีวิว Benelli TRK502 สิงโตสายเที่ยว หากต้องการอ่านบทสอบฉบับเต็มสามารถสั่งซื้อนิตยสาร SuperBike Magazine ฉบับที่ 66 ย้อนหลังได้ ผ่านทาง https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH/inbox อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

รีวิว ทดสอบ Honda CB150R 2017 by SuperBike Magazine Thailand สปีดสเตอร์น้องเล็กแห่งปี 2017 ทดสอบเต็มๆ กับ Honda CB150R หรือชมได้ที่ ติดตามการทดสอบฉบับเต็มได้ใน SuperBike Magazine ฉบับที่ 67 #Honda #CB150R #SpeedAndStyle #Naked #Modern #NakedSport #SuperBike #RUBBERS #Dyno #Bazzaz #RacelineSuperbike ————————————————————- ขอขอบคุณ A.P.Honda สำหรับรถทดสอบ https://www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ ขอบคุณสนาม Motor Sport Park อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

รีวิว ทดสอบ Versys-X 300 By SuperBike Magazine Thailand พบการทดสอบจริงบนเส้นทางจริงแบบเต็มๆกับ Kawasaki Versys-X 300 ทัวริ่งไซส์เล็กที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง ติดตามการทดสอบฉบับเต็มได้ใน SuperBike Magazine ฉบับที่ 65 #Kawasaki #Versys #VersysX300 #Adventure #Touring #SuperBike #Teaser #Index #Touratech ————————————————————- ขอขอบคุณ Kawasaki Motors Thailand สำหรับรถทดสอบ https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand/ ———————————- สนใจโฆษณาติดต่อเราได้ที่ https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH/ [email protected] Tel. 090-568-0351 =================================== อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ทดสอบ Moto Guzzi V7 II Stone คลาสสิคไบค์สัญชาติอิตาลี ชมชัดๆ ได้ที่ https://youtu.be/VAgypNew4oI ติดตามผลการทดสอบฉบับเต็มเจาะลึก เน้นๆ พร้อมทดสอบบนไดโนได้ใน SuperBike Magazine ฉบับที่ 64 ครับ #MotoGuzzi #V7II #Classic #SuperBike #SuperBikeMagazine ———————————- สนใจโฆษณาติดต่อเราได้ที่ https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH/ [email protected] Tel. 090-568-0351

โดดเด่นกว่าที่คุณคุ้นเคยด้วยสไตล์ สมรรถนะและการควบคุมกับรถจากแดนผู้ดี แต่มาในราคาสุดคุ้ม หนึ่งคือคลาสสิคไบค์สุดหล่อกับอีกหนึ่งคือคาเฟ่เรซเซอร์ที่ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความคลาสสิคได้อย่างลงตัว เรื่อง: Bank SuperBike เรียบเรียง: Thammarat Saelee ภาพ: Man ครั้งนี้ค่ายรถแดนผู้ดีอย่าง Triumph ได้เชิญทีมงานขึ้นเครื่องบินไปลองสัมผัสรถใหม่จากตระกูล Bonneville ที่เหลืออีก 2 รุ่น นั่นก็คือ T120 และ Thruxton R กันถึงที่เชียงใหม่ยันปายกันเลยทีเดียว ทั้งนี้เราจะได้รู้กันคร่าวๆ ว่าทั้ง 2 คันนี้นั้นมีสมรรถนะเบื้องต้นเป็นยังไง ก่อนที่เราจะไปทดสอบกันอีกครั้งแบบเต็มๆ พร้อมขึ้นไดโนให้รู้กันชัดๆ ว่าเป็นยังไงแบบละเอียดกันไปครับ Bonneville T120 Black หลังจากฟังบรี๊ฟเส้นทางคร่าวๆ ว่าเส้นทางช่วงแรกจะเป็นเส้นทางเชียงใหม่มุ่งหน้าไปยังปายเป็นระยะทางยาวราวๆ 130 กม. ผมได้มีโอกาสลองขี่เจ้า Triumph T120 Black โมเดิร์นคลาสสิคไบค์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์และสีสัน หน้าตาดูเหมาะเจาะลงตัว เรือนไมล์ก็ยังเป็นแบบอนาล็อกกึ่งดิจิตอลไม่ทิ้งความคลาสสิค แต่ก็ไม่ลืมเรื่องความสะดวกสบาย ไฟท้ายเป็น LED แต่มาในสไตล์คลาสสิคเช่นเคย ตัวรถยังมีฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ อุ่นมือหรือฮีทกริป โหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Rain ไฟบอกเกียร์ แทร็คชั่นคอนโทรล และระบบเบรค ABS ครบถ้วนจนไม่คิดว่าเป็นคลาสสิคไบค์เลยล่ะครับ ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่สองสูบขนาด 1,200 ซีซี High Torque ที่แปลว่าแรงบิดสูง ซึ่งทางค่ายเคลมมาว่าให้แรงบิดที่รอบต่ำมากถึง 105 นิวตันเมตรที่ 3,100 รอบ ซึ่งมากกว่า T100 รุ่นก่อนหน้าถึง 54% เลยทีเดียวครับ ส่วนแรงม้านั้นเคลมมาที่ 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบ เส้นทางที่ทางทีมงาน Triumph เลือกมาเรียกได้ว่าเหมาะแก่การพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่นี้เป็นอย่างยิ่ง เส้นทางนั้นมีทั้งโค้งลึก โค้งอับสายตา โค้งกว้าง นอกจากนี้ยังมีโค้งแบบขึ้นเขาหรือลงเขาอีกด้วย เรียกได้ว่าหลากหลาย ซึ่งเครื่องยนต์ของมันก็เรียกได้ว่าเพียงพอครับ ไม่ว่าจะเร่งเครื่องขึ้นเขาหรือออกจากโค้งก็ทำได้ดี แถมยังมีแรงเหลือๆ ไปต่อได้อีกด้วยซ้ำ คันเร่งไฟฟ้าเองก็ทำงานได้สมู้ทนิ่มนวลครับ ล้อซี่ลวดที่มาพร้อมกับยาง Pirelli Phantom Sportcomp ที่ออกแบบมาให้สำหรับคลาสสิคไบค์เองก็ให้ความหนึบมาพร้อมดอกยางที่ดูคลาสสิค หนึบมากแบนจนหมดขอบครับ ความเร็วสูงสุดที่ผมลองทดสอบนั้นได้ที่ 180 กม./ชม. ซึ่งสำหรับคลาสสิคไบค์นั้นเรียกได้ว่าแรงและเพียงพอกับการขี่รถออกทริปแน่นอน หลังจากนั้นชั่วโมงนิดๆ ผมก็ถึงจุดนัดหมายและเป็นจุดพัก ก่อนที่จะเปลี่ยนรถไปขับอีกคันที่เรียกได้ว่าเป็นทีเด็ดสำหรับขาซิ่งที่ชอบอะไรที่มันมีสไตล์แต่ไม่ทิ้งความแรงหรือสมรรถนะครับกับ Triumph Thruxton R Thruxton R แว้บเเรกเลยผมเห็นมอเตอร์ไบค์จอดสลับสีกัน ใจผมนี่คิดมาก่อนเลยว่าผมต้องสีแดงแน่นอน มันสวยมากๆ สีแดงตัดกับสีเหลืองทองจากโช้คหน้าของ Showa ปรับ 2 จุด และโช้คหลังสีเหลืองและทองจาก Ohlins นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยยางสไตล์สปอร์ตอย่าง Pirelli Rosso Corsa ที่ให้การยึดเกาะสูง โช้คหน้า Showa ดิสก์เบรคหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรคโมโนบล็อกและปั๊มบนจาก Brembo (คาลิเปอร์เบรคหลังยังเป็น Nissin อยู่ แต่เท่านี้ก็เหลือๆ แล้วครับผม) กระจกปลายแฮนด์ พร้อมด้วยครอบเบาะหลัง (ตูดมด) บอกคำเดียว “สุด” สมกับเป็นคาเฟ่เรซเซอร์และการเป็น Thruxton รหัส R ที่สื่อถึงความเป็นเรซซิ่ง นอกจากนี้เจ้า Thruxton นั้นมีฟังก์ชั่นการใช้งานทั่วไปคล้ายกันกับกับ T120 แต่เหนือล้ำกว่าด้วยโหมดการขับขี่แบบ Sport ที่เพิ่มเข้ามาครับ แต่คุณคงจะสงสัยสินะครับว่าทำไม Thruxton โมเดลธรรมดาหายไปไหน ทำไมโดดมาเป็น Thruxton R เลย ซึ่งผมก็แอบถามมาก็รู้มาว่าทางค่ายมองว่า Thruxton R นั้นมาราคาค่อนข้างดีและคุณภาพก็โดดเด่นกว่า Thruxton ค่อนข้างมากด้วย ดังนั้นทาง Triumph เลยเลือกที่จะเน้นรหัส R ที่มีความคุ้มค่ามากกว่าครับ ซึ่งผมโคตรเห็นตรงกันกับทีมงานเลย เพิ่มอีกนิดของดีๆ มาเยอะกว่า มีหรอครับที่จะไม่คุ้ม ขึ้นไปเอาผ้าเย็นแปะหน้ากับดื่มน้ำอัญชันผสมมะนาว สดชื่นแก้กระหายกันก่อน เพราะก่นหน้านี้ระหว่างทางเราเจอไฟป่ามาระยะนึง ปากและคอถึงกับแห้งผากเลยครับ บวกกับผมใส่หมวกสไตล์คลาสสิค เปิดหน้า จะได้เข้ากับรถ โอ๊ย! น้ำตาจะไหล 555 (ในใจก็แอบแค้นบก.ที่สั่งให้ใส่) เมื่อพร้อมแล้วเข้าฟังบรี๊ฟเส้นทางที่เราจะขับขึ้นไปกินกาแฟอีกประมาณ 40 กิโล คิดในใจทำไมสั้นจัง

ทดสอบ Honda CB1100EX by SuperBike Magazine Thailand มาดูกันว่า Honda CB1100EX คลาสสิคไบค์รุ่นใหญ่จากค่ายปีกนก นั้นมีดีที่ตรงไหน ติดตามการทดสอบฉบับเต็มได้ใน SuperBike Magazine ฉบับที่ 63 #Honda #CB1100EX #Classic #SuperBike #Dyno #Bazzaz #RacelineSuperbike ————————————————————- ขอขอบคุณ Honda BigBike สำหรับรถทดสอบ https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH/ ขอบคุณร้าน Raceline Superbike Studio ที่เอื้อเฟื้อไดโนสำหรับการทดสอบ https://www.facebook.com/raceline.superbike.studio/ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ทดสอบและรีวิว Kawasaki Ninja 650 & Z650 กับ SuperBike Magazine Thailand สามารถติดตามผลการทดสอบแบบเต็มๆ ได้ใน SuperBike Magazine Thailand ฉบับที่ 62 ————————————————————- ขอบคุณร้าน Kawasaki Motoaholic สำหรับรถในการทดสอบด้วยครับ https://www.facebook.com/motoaholicshop/ ขอบคุณสนามทดสอบ Motor Sport Park Suvarnabhumi ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการถ่ายทำ https://www.facebook.com/msprom9/ #Kawasaki #KawasakiMotoaholic #SuperBike #SuperBikeMagazine #SportTouringBike #NakedBike #650Class ติดต่อเราได้ที่ [email protected] Tel. 090-568-0351