วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นวันที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกต้องจับตามอง เมื่อ Volvo Cars แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยระดับโลก ออกมาประกาศเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo EX30 จำนวนกว่า 40,323 คัน หลังจากมีรายงานพบความผิดปกติในระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ความร้อนสูงเกินขนาด (Overheating) และอาจเกิดเพลิงไหม้ได้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด
การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถที่จำหน่ายในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางส่วนในเอเชีย ซึ่งถือเป็นการเรียกคืนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของตระกูล EX30 นับตั้งแต่เปิดตัวมา โดยปัญหาดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นข้อผิดพลาดจากขั้นตอนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ของซัพพลายเออร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานภายใต้สภาวะการชาร์จสูง
สรุปประเด็นหลัก รุ่นไหนบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น รถที่ได้รับผลกระทบคือ Volvo EX30 รุ่นปี 2024-2026 โดยเน้นไปที่รุ่นที่ใช้แบตเตอรี่แบบ NMC (Nickel Manganese Cobalt) ได้แก่:
สำหรับรุ่นพื้นฐาน (Single Motor) ที่ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) นั้นมีรายงานว่าไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม ทางวอลโว่แนะนำให้เจ้าของรถทุกคนเข้าไปตรวจสอบหมายเลขตัวถัง (VIN) ผ่านทางเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด
มาตรการรับมือชั่วคราว ห้ามชาร์จเกิน 70% และจอดนอกบ้าน!
ในระหว่างที่รอการจัดสรรอะไหล่โมดูลแบตเตอรี่ใหม่เพื่อนำมาเปลี่ยนให้ลูกค้า Volvo ได้ออกคำแนะนำที่สร้างความตระหนกให้ผู้ใช้อยู่ไม่น้อย โดยขอให้เจ้าของรถที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงปฏิบัติดังนี้:
-
จำกัดการชาร์จ: ตั้งค่าการชาร์จสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 70% เท่านั้น เนื่องจากการวิจัยพบว่าความเสี่ยงในการเกิดความร้อนสูงจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อแบตเตอรี่ไม่อยู่ในสภาวะประจุเต็ม
-
สถานที่จอดรถ: แนะนำให้จอดรถไว้ในที่โล่งแจ้ง หรือห่างจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดความเสียหายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
-
การใช้งาน: หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักหรือการชาร์จแบบ Fast Charge อย่างต่อเนื่องในสภาพอากาศร้อนจัด
มุมมองภาพรวมตลาด เมื่อซัพพลายเออร์แบตเตอรี่กลายเป็น “จุดอ่อน” ของค่ายรถ
ปัญหาการเรียกคืนครั้งนี้มีเบื้องหลังมาจากการฟ้องร้องระหว่าง Geely (บริษัทแม่ของ Volvo) และผู้ผลิตแบตเตอรี่อย่าง Sunwoda เกี่ยวกับคุณภาพของเซลล์แบตเตอรี่ที่ส่งมอบในช่วงปี 2564-2566 สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า ที่แม้ค่ายรถจะมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมตัวรถเพียงใด แต่ความปลอดภัยสูงสุดกลับตกอยู่ในมือของผู้ผลิตแบตเตอรี่รายย่อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ “Safety First” ของวอลโว่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปี 2569 นี้
คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์เรียกคืน EX30
-
ถาม: การเรียกคืนครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
-
ตอบ: ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น Volvo จะดำเนินการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ที่ผิดพลาดให้ฟรีตามมาตรฐานความรับผิดชอบ
-
-
ถาม: หากฝ่าฝืนชาร์จ 100% จะเกิดอะไรขึ้น?
-
ตอบ: มีความเสี่ยงที่จะเกิด Thermal Runaway หรือปฏิกิริยาความร้อนต่อเนื่องภายในแบตเตอรี่ ซึ่งอาจนำไปสู่การระเบิดหรือเพลิงไหม้ที่ดับยากมาก
-
-
ถาม: Volvo ประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวอย่างไร?
-
ตอบ: ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีรถลอตที่ส่งมาจำหน่ายในไทยได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการผ่าน Volvo Cars Thailand ในเร็วๆ นี้
-
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง “ซื้อความปลอดภัย แต่ได้ความระแวง”
ในเว็บบอร์ดผู้ใช้รถ EV หลายรายเริ่มแสดงความผิดหวัง “เราจ่ายเงินแพงกว่ารถแบรนด์อื่นเพราะเชื่อมั่นในโลโก้วอลโว่ แต่การที่ต้องมาจอดรถนอกบ้านและชาร์จได้แค่ 70% มันทำให้ฟังก์ชันของรถหายไปเกือบครึ่ง” คือเสียงสะท้อนจากเจ้าของรถรายหนึ่งในอังกฤษที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
สรุป
การเรียกคืน Volvo EX30 2569 ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าว่า แม้แต่แบรนด์ที่เป็นเจ้าแห่งความปลอดภัยก็สามารถพลาดได้เมื่อเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ซับซ้อน เจ้าของรถ EX30 ทุกท่านควรรีบดำเนินการตามคำแนะนำของศูนย์บริการอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
หากคุณต้องการตรวจสอบว่ารถของคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ หรือต้องการติดตามผลสรุปการแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ครั้งนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ Superdrivemag แหล่งรวมข่าวสารยานยนต์ที่คุณวางใจได้ในทุกสถานการณ์
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand


