
หรือ Ducati จะไม่ต่อสัญญากับ Bulega ก็อาจเป็นไปได้ เพราะมีดราม่าอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วมันคือดราม่าอะไร ทำไมดูคาติถึง
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

หรือ Ducati จะไม่ต่อสัญญากับ Bulega ก็อาจเป็นไปได้ เพราะมีดราม่าอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วมันคือดราม่าอะไร ทำไมดูคาติถึง

BMW เตือน Ducati อย่าได้ใจ สนามนี้ “ของโทปรัค” ถึงแม้จะนำในสนามแรกเหมา ๆ แบบ “Ducati Cup” ก็อย่าได้ใจไป.. BMW เตือน Ducati ยังมีอีกหลายสเตทให้แก้มือ ประโยคเหล่านี้อาจไม่ใช่คำกล่าวที่เอ่ยจากปากจากของ Shaun Muir หัวเรือใหญ่จาก BMW Motorrad แต่ก็ยังมี Trash talk เล็กน้อย ๆ กับคู่แข่งที่กำลังมาแรงอย่างค่ายดูคาติ ระวังสนามนี้ไว้ให้ดี ๆ หล่ะ ดูเหมือนจะพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แต่ก็มีเรื่องจริงที่สอดคล้องถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะสนามแข่งขัน Autodromo Internacional do Algarve หรือสนามที่เราคุ้นเคยกันในชื่อของ ปอร์ติเมา จะเป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2025 ที่จะจัดขึ้นในปลายวีคเอ็นต์นี้ นอกจากนี้ยังเป็นสนามที่ถนัดมือของนักบิดแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู อีกด้วย มันมีเรื่องหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ลิ้งค์เชื่อมต่อโยงกัน แต่มันก็สื่อไปในทิศทางเดียวกันก็คือมันดีสำหรับค่ายใบพัดสีฟ้าแหล่ะครับ นับตั้งแต่คว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อฤดูกาล 2021 ของ Michael van der Mark และก็เป็นสนามที่โทปรัคทำสถิติคว้าชัยต่อเนื่องใน WorldSBK ได้ถึง 13 ครั้ง ซึ่งยังคงเป็นสถิติในปัจจุบัน ตั้งแต่เรซแรกของการแข่งขันที่ ปอร์ติเมา นับตั้งแต่ปี 2022 โทปรัคไม่เคยจบอันดับต่ำกว่าที่ 2 ในจำนวน 9 เรซล่าสุดที่นี่ พร้อมยืนโพเดียมร่วมกับเบสติสต้ามากถึง 7 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2023 ที่ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด และเบสติสต้าสามารถเฉือนชนะโทปรัคในโค้งสุดท้ายของรอบซุปเปอร์โพลและ Race 2 ไปได้ สำหรับปอร์ติเมาเป็นสนามที่ค่อนข้างถนัดมือกับนักแข่งของเรา และเหมาะกับตัวแข่ง M1000 RR เป็นอย่างมาก มันเป็นสนามที่โทปรัคและมิเชลทำผลงานได้ดีทั้งการคว้าโพเดี้ยมและคว้าชัย..รูปแบบของสนามนี้เข้ากับสไตล์ของรถเรา ทำให้ที่นี่กลายเป็นสนามที่ดีสำหรับการทดสอบ โดยรวมแล้ว สนามนี้ยอดเยี่ยมมาก และเราชอบมาที่ Algarve เพราะอากาศก็มักจะดี ฟ้าใสตลอดทั้งวัน Shaun Muir กล่าว “เตือนดูคาติ ให้ระมัดระวังไว้ให้ดีโพเดี้ยมอันดับ 1 ในสนามนี้ อาจไม่ใช่ของเขาก็เป็นไปได้” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ไม่หยุดพัฒนา เตรียมส่งยางหลังสูตรใหม่ที่ Misano ค่ายยางตัวพียาวเตรียมยางหลังสูตรใหม่บนพื้นฐาน SCX ไปเพิ่มอีก 2 สูตร เพื่อใช้ในการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี เป็นการเน้นย้ำว่า Pirelli ไม่หยุดพัฒนา ได้ดีจริง ๆ กล่าวคือนอกเหนือไปจากยางสูตรมาตรฐานอย่าง SCQ, SC0 และ SCX แล้ว ในส่วนของยางหลังนั้นจะมียางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนาอีกนั่นเอง ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ มันถึงเวลาสำหรับการพัฒนายางแล้ว เพราะนี่คือการแข่งขันสนามที่ 4 ของการแข่งขัน WorldSBK อีกทั้งสนามนี้พีเรลลี่ยังเป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรอบนี้อีกด้วย โดยการแข่งขันสนามนี้จะจัดขึ้นที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli โดยในการแข่งขันในรุ่นใหญ่รุ่นซูเปอร์ไบค์นั้น ยางหลังจะมีสูตรยางกำลังพัฒนาบนพื้นฐาน SCX หรือยางซูเปอร์ซอฟต์สูตรกำลังพัฒนาสูตรใหม่เพิ่มอีก 2 สูตร เข้ามาเพิ่มจากเดิมที่มี SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเคยแสดงศักยภาพใน 3 สนามแรกมาแล้ว ส่วนยางหน้าจะมี SC1 สูตรมาตรฐานและ SC1 A0674 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ให้เลือกใช้ โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCXA (B0452) และ SCXB (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน ขณะที่รุ่น WorldSSP จะยังคงใช้แค่ยางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ในยางหน้า และ SCX และ SC0 ในยางหลัง ทั้งนี้แทร็กของสนาม Misano เคยถูกปรับสภาพผิวแทร็กใหม่หมดในปี 2015 (ออกแบบและสร้างในปี 1969) โดยใช้ยางมะตอยสูตรพิเศษเพื่อสู้กับผลของเกลือและความชื้นเนื่องจากสนามนั้นอยู่ใกล้กับทะเล ตัวผิวแทร็กที่มีความสากผสมกับอุณหภูมิที่สูงมากในช่วงมิถุนายน และโค้งขวาที่สร้างความเครียดเชิงกลกับเชิงอุณหภูมิให้กับไหล่ยางด้านขวามากคือจุดที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับยางของสนามแห่งนี้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการด้านการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ เผยว่า “ปีนี้ก็ผ่านมานานแล้ว แต่เรายังไม่ได้นำยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับยางหลังเลย แต่เราจะทำมันที่ Misano เป้าหมายก็คือพัฒนาสมรรถนะของยาง SCX ให้ดียิ่งขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้พัฒนายางขึ้นมา 2 สูตรที่มีลักษณะต่างกัน และต่างออกไปจากสูตรมาตรฐาน แม้ว่าทั้งสองจะใช้คอมปาวด์เหมือนกัน แต่ก็ต่างจากตัวมาตรฐานและยังมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอีกด้วย มันน่าสนใจมาก ๆ ที่เราจะได้รู้ว่ายางใหม่นี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในสนามที่ท้าทายแห่งนี้ และจะยิ่งยากมากขึ้นอีกหากอุณหภูมินั้นสูงขึ้นมาก สั้น ๆ คือมันคือที่ ๆ ทดสอบยางของเราได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ทำสถิติใหม่ พร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ Estoril ในศึก WorldSBK เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์พิเศษจริง ๆ กับยางซอฟต์สูตรใหม่ SCQ จากทาง Pirelli ที่ล่าสุดก็ช่วยให้ Jonathan Rea ทำลายสถิติที่ Estoril ในรอบซูเปอร์โพลในศึก WorldSBK ได้อีกครั้ง โดยทำลายสถิติใหม่เร็วกว่าเวลาเดิมกว่าครึ่งวินาที ด้วยเวลา 1’35.346 นาที คว้าตำแหน่งโพลในการออกสตาร์ทเรซแรกไปได้ WorldSBK Race 1 เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเป็นทาง Razgatlioglu ที่ออกสตาร์ทได้ดีและขึ้นนำ โดยมี Rea ไล่ตามมาติด ๆ โดยในช่วงครึ่งแรกของเรซ ทั้งสองต่างก็ดวลกันเพื่อแย่งชิงชัยชนะทำให้มีการปะทะและแซงกันหลายครั้ง ถัดจากสองคนนำมาเล็กน้อยเป็น Álvaro Bautista, Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) ที่แย่งชิงอันดับสุดท้ายบนโพเดี้ยม ครึ่งหลังของการแข่งขัน Bautista สบช่องที่จะปิดช่องว่างและยังมีเวลาเหลืออีก 6 แล็ป เขาได้โอกาสขึ้นแซงจากความผิดพลาดของ Rea และแย่งอันดับ 2 มาได้พร้อมกับเปิดฉากรุกไล่ Razgatlioglu กระทั่งในโค้งสุดท้ายนักแข่งชาวสเปนก็สามารถแซงนักแข่งตุรกีได้ในที่สุด ด้วยการใช้วิธีสลิปสตรีมในช่วงทางตรงนั่นเอง โดยการแข่งขันในเรซนี้นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX สูตรมาตรฐาน มี Rea ที่สวนกระแส และสามารถคว้ารางวัล PIRELLI BEST LAP AWARD ที่สามารถทำสถิติเวลาแล็ปดีที่สุดที่ 1’36.204 นาที จากการใช้ยางหน้าสูตร SC1 A0674 และยางหลังสูตรมาตรฐาน SC0 WorldSSP Race 1 Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ และได้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงก่อน แต่ทว่าเกิดการผิดพลาดตั้งแต่ในแล็ปแรก ทำให้อันดับเขาตกลงไปอยู่อันดับ 6 โดยมีกลุ่มนำเป็น Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing), Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Glenn van Straalen (EAB Racing Team), และ Jules Cluzel (GMT94 Yamaha) ที่ดวลกันเพื่อแย่งตำแหน่งบนโพเดียม ครึ่งหลังของเรซแรกเป็น Aegerter นักแข่งชาวสวิสที่สามารถรักษาความเร็วเอาไว้ได้ดี และสามารถทิ้งระยะห่างจากกลุ่มตามได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มีนักแข่งอิตาเลียนอย่าง Luca Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) ที่ใช้โอกาสที่ van Straalen และ Cluzel ประสบอุบัติเหตุ เขยิบขึ้นมาเป็นอันดับ 2 กระทั่งสุดท้ายแล้ว เป็น Aegerter ที่เข้าเส้นก่อนเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย Baldassarri และ Bulega ที่เฉือนเข้าเส้นได้ก่อน Öncü ในแล็ปสุดท้าย สำหรับเรื่องของยางนั้นทั้งกริดสตาร์ทต่างเลือกยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน แต่ยางหลังนั้นนักแข่งส่วนใหญ่เลือกยาง SCX สูตรมาตรฐานในการแข่งขัน WorldSSP300 Race 1 ในช่วงบ่ายการแข่งขัน WorldSSP300 เรซแรกของสนามนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และจบลงด้วยชัยชนะของ Marc García (Yamaha MS Racing) และมี Samuel Di Sora (Leader Team Flembbo) จบที่อันดับ 2 ขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของโพลแมนอย่าง Yuta Okaya (MTM Kawasaki) สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ในวันอาทิตย์ที่

Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril ประเทศโปรตุเกส เนื่องจากสภาพแทร็กที่ต้องการยางที่หนึบขั้นสุดเท่านั้น โดยยางหน้าจะเป็นยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และจัดยางซอฟต์หนัก ๆ ให้ยางหลัง ทั้ง SCQ, SCX และ SC0 สำหรับการแข่งขันสนามที่ 3 ของการแข่งขัน WorldSBK และยังเป็นสนามแรกจากสองสนามที่อยู่ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งทางค่ายยางตัวพียาวได้ตัดสินใจนำยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ในรุ่น WorldSBK ก็จะมียางหน้าที่เน้นไปที่ SC1 ยางซอฟต์สูตรมาตรฐาน ตามด้วย SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ยางหลังจะมีทั้ง SC0 และ SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์ รวมไปถึงยาง SCQ ที่สามารถนำไปใช้ในช่วงซูเปอร์โพลได้อีกด้วย ขณะในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะเป็นยาง SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เน้นไปที่ยางซอฟต์ โดยสาเหตุที่จะต้องใช้ยางซอฟต์เป็นพิเศษจึงจะช่วยรีดสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสนาม Estoril แห่งนี้มีเลย์เอาท์ที่หลากหลาย และมีความยาก โดยมีโค้งซ้าย 4 โค้ง โค้งขวา 9 โค้ง โดยแต่ละโค้งก็จะมีโหลดจากการเบรกที่หลากหลายต่างกันมาก โค้งขวาของสนามแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโค้งที่ทำความเร็วได้ ทำให้ยางด้านขวาร้อนกว่าปกติ กลับกันโค้งซ้ายกลับมีแต่โค้งชิเคนและโค้งความเร็วต่ำ ทำให้ยางด้านซ้ายร้อนน้อยกว่ามาก ขณะที่ทางตรงก็เป็นจุดที่ต้องรีดความเร็ว ทว่ากลับจบทางตรงด้วยโค้งคว่ามเร็วต่ำที่ต้องการเบรกหนัก ๆ ทำให้ยางรับภาระมาก ทั้งยังมีโค้งความเร็วสูงที่จำต้องเปิดคันเร่งให้ได้เร็วเพื่อทำเวลา ดังนั้นยางจะต้องหนึบเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในแทร็กแห่งนี้นั่นเอง สุดท้ายนี้ก็ต้องรอชมกันว่ายางซอฟต์จากพีเรลลี่รวมไปถึงยางใหม่อย่าง SCQ จะสามารถพิชิตสนามนี้ ทำลายสถิติเวลาสนามได้อย่างที่ผ่าน ๆ มาได้หรือไม่กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2 ด้าน Rea คว้าชัยเรซที่ 100 กับ Superpole การแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ Assen เป็น Jonathan Rea ที่คว้าชัยในรอบซูเปอร์โพล ขณะที่การแข่งขันในเรซที่ 2 นั้นชัยชนะตกเป็นของ Bautista ซึ่งเป็นการการันตีอย่างดีว่ายางหน้าสูตรใหม่ SC1 A0843 นั้นดีจริง ในการแข่งขันเรซที่ 2 นั้น 5 อันดับแรกนั้นมาจาก 5 ค่ายรถไม่ซ้ำกัน และ Bautista ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในตารางคะแนนรวม โดยมีคะแนนนำหน้า Jonathan Rea 18 คะแนน นอกจากนี้เรซนี้ยังเป็นโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้สำหรับ Locatelli จากทาง Yamaha และ Iker Lecuona จากทาง Honda ขณะที่รุ่น WorldSSP ก็เป็นทาง Aegerter ที่คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซไป การแข่งขัน WorldSBK ที่ Assen (Netherlands) ในวันอาทิตย์นั้นจบลงด้วยการแข่งขันสุดระทึกใจบรรดาแฟน ๆ สุด ๆ โดยในช่วงเช้าเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่พิชิตชัยในรอบ Tissot Superpole race เหนือ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) และ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ซึ่งโดนโทษปรับ 1 อันดับจากการขับเกินแทร็กลิมิตไปในแล็ปสุดท้าย ในการแข่งขัน WorldSBK เรซที่ 2 นั้น เรื่องราวกลับเป็นตรงกันข้าม เมื่อนักแข่งจาก Ducati เป็นฝ่ายคว้าชัยแซงหน้า Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และรุกกี้อย่าง Iker Lecuona (Team HRC) ไปได้ โดยการแข่งขันในช่วงบ่ายนั้นนักแข่งหันมาเลือกยางหน้าสูตรใหม่ A0843 SC1 ยางสูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) มากขึ้น ขณะที่ยางหลังนักแข่งทุกคนต่างเลือกใช้ยาง SCX ยางสูตรมาตรฐาน (ตัวเลือก A) กันหมดเลย หลังจาก Rea และ Razgatlioglu ต้องออกจากการแข่งขันไปในเรซ 2 ก็เป็น Bautista ที่เข้าเส้นเป็นอันดับแรกและมีคะแนนนำ Jonathan Rea อยู่หัวตารางถึง 18 คะแนนและนำแชมป์โลกคนปัจจุบันมากถึง 45 คะแนน ส่วนนักแข่งสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) ก็สามารถคว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกันมาได้ ทำให้รั้งจ่าฝูงตารางคะแนนรวม โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Lorenzo Baldassarri 30 คะแนนด้วยกัน WorldSBK Tissot Superpole Race: ในช่วงประมาณ 11 โมงเช้าการแข่งขัน Tissot Superpole Race ได้เปิดฉากขึ้น และลดการแข่งขันเหลือเพียง 9 แล็ปเท่านั้นเนื่องมากจากดีเลย์เพราะปัญหาบนกริด Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกตัวจากตำแหน่งโพลโพซิชันได้สวยงามมาก ๆ ขึ้นนำ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ซึ่งทำลายสถิติเวลาการแข่งขันใหม่ในแล็ปที่ 3 ด้วยเวลา 1’33.620 นาที เร็วกว่าเวลาในเรซแรกเกือบ 1 วินาที

Toprak ทำลายสถิติอีกครั้งที่ Assen ด้วยยางสูตรใหม่ SCQ สำหรับดาวเด่นในศึก WorldSBK ที่ Assen ครั้งนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากยางสูตรใหม่จาก Pirelli ซึ่งก็คือยาง SCQ ที่ช่วยให้ทำลายสถิติเวลาสนามไปได้กว่าครึ่งวินาที ทั้งยังมียางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0843 ที่นักแข่ง WSBK ส่วนใหญ่ถูกใจเลือกใช้ลงแข่งขันอีกด้วย การแข่งขันครั้งนี้ระเบิดศึกกันที่ Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์โลก 6 สมัย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปในเรซแรกในสนามที่ 2 ของการแข่งขัน WorldSBK 2022 และนี่ยังเป็นชัยชนะครั้งที่ 17 ของเขาที่สนาม Assen TT Circuit แห่งนี้อีกด้วย ในเรื่องของยางนั้น Pirelli นั้นได้รับความพึงพอใจแบบสุด ๆ จากการนำยางใหม่มาใช้ในการแข่งขันที่ Assen โดยในระหว่างช่วงซ้อมอิสระ ยางหน้าสูตรใหม่ที่เป็นยางสูตร SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) ได้รับผลตอบรับในแง่ดีจากนักแข่งหลายคน โดยมีนักแข่งเลือกใช้มากเกินครึ่ง คือ 13 คนจากทั้งหมด 24 คน ในเรซแรก ขณะที่ยางหลังนั้นก็มียางสูตรมาตรฐานอย่าง SCX (ตัวเลือก A) ก็กลายเป็นยางที่ได้รับเลือกแบบเป็นเอกฉันท์มีนักแข่งเลือกใช้มากถึง 22 คนจาก 24 คน ยางถูกเลือกมานี้ช่วยให้นักแข่งสามารถรักษาความเร็วของตัวเองไว้ได้ตลอดทั้งการแข่งขันและยังสามารถดวลได้อย่างสูสีตั้งแต่แล็ปแรกจนแล็ปสุดท้าย ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันแล้ว ใน 6 อันดับแรกนั้นมีนักแข่งต่างหน้ามากถึง 5 ค่ายกันเลยทีเดียว โดยอันดับที่ 5 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือ Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งฝีมือของเขานั้นอยู่ในระดับไม่พูดถึงไม่ได้ เช่นเดียวกันกับอันดับ 6 อย่าง Loris Baz (Bonovo Action BMW) นอกจากนี้ยางใหม่เอ็กซ์ตร้าซอฟต์อย่าง SCQ A1359 ยังใช้งานได้ยอดเยี่ยมช่วยให้ Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำลายสถิติสนามใหม่ด้วยเวลา 1’32.934 นาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมเกินกว่าครึ่งวินาทีเลยทีเดียว WorldSBK Race 1: เริ่มการแข่งขันเรซแรกนั้น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลและเขยิบขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) และทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ไล่ตาม กระทั่งในแล็ปที่ 4 แชมป์โลก 6 สมัยสบช่องขึ้นแซงนักแข่งหมายเลข 1 คนปัจจุบันและขึ้นนำแทน และประคองไว้ได้จนกระทั่งผ่านครึ่งแรกของเรซไปได้ ขณะที่ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ทำความเร็วได้อย่างน่าทึ่งเขยิบไล่ขึ้นมาจนมีตำแหน่งบนโพเดียม กระทั่งในแล็ปสุดท้ายที่เร้าใจสุด ๆ จากการที่นักแข่งจากค่ายแดงดูคาติไล่กัด Razgatlioglu แบบไม่ปล่อยห่างกันไม่กี่วินาที จนกระทั่งแซงนักแข่งจากยามาฮ่าได้ในที่สุด ทั้งยังเปิดฉากโจมตีJonathan Rea หลายคราจนกระทั่งชิเคนสุดท้าย แต่นักแข่งจากค่ายเขียวก็สามารถป้องกันตำแหน่งไว้ได้ดีจนเข้าเส้นเป็นอันดับที่หนึ่ง มี Bautista เข้าเส้นเป็นคนที่ 2 เฉือนกันเพียงเศษ 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น ถัดมาอันดับ 3 ตกเป็นของ Razgatlioglu โดยในเรซแรกนี้ 6 อันดับแรกเป็นนักแข่งจากค่ายต่างกันถึง 5 ค่าย เลยทีเดียว ตารางอันดับ WorldSBK Race 1: อันดับ นักแข่ง (ทีม) 1 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK)

ยางใหม่ SCQ ช่วยให้นักแข่ง WSBK ทำลายสถิติเวลาสนามที่ Aragon ยางใหม่ SCQ ที่เป็นยางเนื้อนุ่มพิเศษเอ็กซ์ตร้าซอฟต์ตัวใหม่ของทางค่ายตัว P ยาวกลายเป็นพระเอกในการแข่งขัน WSBK รอบ Pirelli Aragón Round หลังช่วยให้นักแข่งจากสามค่ายรถสามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปของสนามได้ และ Rea ยังสามารถคว้าชัยในเรซแรกด้วยยาง SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนาอีกด้วย เรียกว่าเปิดฤดูกาล WSBK ได้สวยสำหรับ Jonathan Rea ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะครั้งที่ 9 กับสนามแห่งนี้ ขณะที่ในรุ่นรองอย่าง WorldSSP เป็น Baldassarri ที่สามารถคว้าชัยมาได้ และรุ่นเล็กอย่าง WorldSSP300 ชัยชนะนั้นตกเป็นของ Marc García เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา การแข่งขันวันแรกในศึก MOTUL FIM World Superbike Championship ได้จัดขึ้นที่สนาม MotorLand Aragón circuit ประเทศสเปน เป็นสนามแรก ในช่วงควอลิฟายนั้นยางจาก Pirelli ได้รับการไว้วางใจในเรื่องสมรรถนะอย่างมากจากสูตรยางที่เลือกมาในสนามนี้ โดยยางหลังสูตรใหม่ SCQ นั้นช่วยให้ 3 นักแข่งจากสามค่ายรถดัง (Razgatlioglu จาก Yamaha, Bautista จาก Ducati และ Rea จาก Kawasaki) สามารถทำลายสถิติเวลาสนามที่ Rea เคยทำไว้ในปี 2021 ที่ 1’48.458 ด้วยยางสูตรสำหรับควอลิฟายสูตรเก่า โดยสถิติเวลาที่ดีที่สุดของใหม่นั้นตกเป็นของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลแรกของฤดูกาลนี้ไปได้ด้วยเวลา 1’48.267 WorldSBK Race 1 สำหรับเรซแรกนี้เป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่เฉิดฉาย เขาวางใจเลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และยางหลังเป็น SCX และสามารถโชว์ฟอร์มการแข่งขัน และยังป้องกันการรุกไล่จาก Razgatlioglu และ Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ตั้งแต่โค้งแรกยันโค้งสุดท้ายได้อย่างน่าทึ่งจนสามารถคว้าชัยชนะกลับบ้านจากกากแข่งขันเรซเปิดฤดูกาลของรุ่นใหญ่ได้อย่างสวยงาม ขณะที่ในคลาสซูเปอร์สปอร์ต รุกกี้อย่าง Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นฝ่ายคว้าชัยแรกกลับบ้าน เอาชนะ Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) และ Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing) ไปได้ เรซแรกนี้ยางหลังสูตร SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์จาก Pirelli ได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องของสมรรถนะจากทั้งสองคลาสเลยทีเดียว โดยนักแข่งจากทั้ง 2 คลาสส่วนใหญ่เลือกใช้ทำศึก และส่งผลให้การแข่งขันนั้นสนุกสนานเพราะเต็มไปด้วยการเชือดเฉือนแซงกันไปมาตลอดทั้งเรซแม้ว่าสภาพอากาศจะค่อนข้างเย็นก็ตาม (อากาศ ~16°C ส่วนพื้นแทร็ก ~27°C). WorldSBK Race 1: โพลแมน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทได้สวยและขึ้นนำมาก่อน แต่ถูก Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โจมตีตั้งแต่ช่วงทางตรงและฉกอันดับผู้นำไปได้ตั้งแต่ในแล็ปแรก ถัดมาด้านหลังของทั้งสองคนเป็นนักแข่งจากค่ายแดงอย่าง Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) และ Michael Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) และตามมาด้วย Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งการแข่งขันในครึ่งแรกนั้นตื่นตามาก ๆ เพราะตำแหน่งบนโพเดียมนั่นผลัดเปลี่ยนตลอด จากการพยายามโจมตีของแชมป์โลกคนใหม่

Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WSBK กดเวลาทำลายสถิติ ล่าสุดทางพีเรลลี่ผู้ผลิตยางสัญชาติอิตาลีก็ได้ประกาศเปิดยางตัวเลือกใหม่ที่นักแข่ง WSBK ได้เคยใช้ทดสอบในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2022 ให้เป็นยางคอมปาวด์นุ่มพิเศษพร้อมใช้ในการแข่งขันในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลแล้ว หากนับตั้งแต่เริ่มต้นที่แบรนด์ยางตัวพียาวผู้สนับสนุนยางรายเดียวในการแข่งขัน WorldSBK ก็นับว่าเป็นเวลากว่า 19 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และฤดูกาลนี้จะเป็นการแข่งขันปีที่ 53 แล้วของรายการนี้ โดยทางแบรนด์ได้ประกาศเปิดตัวอย่างคอมปาวด์พิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดยยางนี้จะออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งในแบบที่มุ่งเน้นทำเวลาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคอมปาวด์ที่นุ่มเป็นพิเศษ สามารถทำเวลาได้ดียิ่งกว่า SCX ที่เคยเป็นคอมปาวด์ยอดนิยมจากฤดูกาลผที่ผ่านมา โดยจะใช้ยางนี้ในรอบควอลิฟายและรอบซูเปอร์โพลในช่วงเช้าของวันอาทิตย์เท่านั้น ในช่วงพักเบรกฤดูหนาวนั้นวิศวกรของทางแบรนด์ไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด ยังคงวิจัยและพัฒนาคิดค้นยางคอมปาวด์ใหม่นี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนได้ยางคอมปาวด์ดังกล่าวมีรหัสพัฒนาว่า A1359 ซึ่งได้รับการทดสอบและยอมรับจากนักแข่งระดับซูเปอร์ไบค์มาแล้วหลายคน การทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่สนาม MotorLand Aragon ที่ประเทศสเปนนั้นจะถูกใช้เป็นเวทีในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยางสูตรพิเศษแท็กสีชมพูนี้ โดยสนามนี้จะมีพื้นแทร็กที่คมซึ่งสร้างภาระให้กับยางหลังอย่างมาก นอกจากนี้ในวันที่ลมแรงยังอาจจะมีทรายที่ถูกพัดเข้ามาในแทร็ก ซึ่งทำให้ยางเสียการยึดเกาะและเสียอาการได้ ทางพีเรลลี่เองก็ได้ทำการปรับยางทั้งคอมปาวด์แบบซอฟต์และมีเดียมมาให้เพื่อรองรับสถานการณ์นี้ รวมไปถึงช่วงซ้อมในตอนเช้าที่มีอากาศเย็นอีกด้วย ยางหน้าจะสึกหรอมากขึ้นจากแทร็กที่คม และจะต้องทนแรงเบรกที่มหาศาลที่จะเกิดขึ้นที่สุดปลายทางตรงฝั่งตรงข้ามพิทและทางลงเนินชันซึ่งสองจุดนี้จะสร้างภาระให้ยางหน้าอย่างมาก นอกจากนี้โค้งความเร็วสูงและการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายครั้งนั้นบีบบังคับให้ยางจะต้องมีให้ความแม่นยำและการยึดเกาะในระดับสูงอีกด้วย งานนี้ Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WorldSBK ทดสอบ สูตรยางที่จะมีรองรับให้นักแข่งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSBK จะมียางสลิกให้เลือกทั้งหมด 8 สูตร แบ่งเป็นอย่างหน้า 3 สูตรและยางหลัง 5 สูตร โดยยางหน้าจะเป็นสูตรมาตรฐาน 2 สูตร คือ ยางซอฟต์ SC1 และยางมีเดียม SC2 และสูตรกำลังพัฒนาอีก 1 สูตร เป็น SC1 A0674 ซึ่งนักแข่งหลายคนให้การยอมรับและเลือกใช้ในการแข่งขันที่ Jerez และ Portimao เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว จะแตกต่างที่มีโครงสร้างใหม่ที่พัฒนามาเพื่อเพิ่มฟีลลิ่งที่ล้อหน้าให้กับนักแข่งมากขึ้น โดยเพิ่มพื้นที่รองรับเวลาเข้าโค้งและในช่วงกลางโค้ง ส่วนยางหลังจะมี 3 สูตรมาตรฐานได้แก่ ยางมีเดียม SC1 ยางซอฟต์ SC0 ยางซูเปอร์ซอฟต์ SCX A0557 ที่นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ในการแข่งขันที่ Misano ขณะที่ยางอีกสองสูตรที่เหลือจะเป็นยางที่กำลังพัฒนา โดยจะเป็นคอมปาวด์ SCQ ทั้ง 2 สูตร โดยจะเป็นสเปก SCQ A1359 ซึ่งเป็นสูตรแรกและได้รับการทดสอบไปบ้างแล้ว และ B0230 ซึ่งจะเป็นสูตรทางเลือกที่จะมีให้ทดลองใช้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเทคนิคได้มีโอกาสพัฒนาและปรับปรุงยางคอมปาวด์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมี 5 สูตรสำหรับแทร็กแห้ง แบ่งเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 3 สูตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นยางสูตรมาตรฐาน โดยยางหน้าจะมียาง SC1 สูตรใหม่จากยางพัฒนา SC1 A0460 และอีกสูตรคือ SC2 ที่เป็นยางมีเดียมที่ทนทานมากกว่ายางตัวแรก ขณะที่ยางหลังจะมี SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งพัฒนามาให้มีสมรรถนะและการสึกหรอที่คงที่ และสุดท้ายนักแข่งในทุกคลาสจะมียางแบบกึ่งฝน และยางฝนให้เลือกในกรณีมีฝนตก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ อะไรยังไง เรามีคำตอบ จากกรณีที่ทาง FIM หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศได้ทำการปรับปรุงกฎกติกาของการแข่งขัน Supersport World Championship เรื่องของโฮโมโลเกชันเกี่ยวกับรถ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เนื่องจากในตอนนี้รถสปอร์ตในพิกัดซูเปอร์สปอร์ตตามแบบที่สามารถใช้เป็น รถแข่ง WorldSSP ได้นั้น แทบจะไม่มีจำหน่ายแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีการขยายความจุของเครื่องยนต์ในพิกัดเดิมให้มากขึ้นแทน ส่วนนึงก็เป็นเพราะเรื่องของมาตรฐานไอเสีย Euro5 WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ ดังนั้นทาง FIM ก็เลยปรับปรุงเรื่องโฮโมโลเกชันเสียใหม่เพื่อมีรถรุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาทำการแข่งขันได้มากขึ้น เราก็เลยได้รวบรวมข้อมูลรุ่นรถที่สามารถใช้ลงแข่งในรายการนี้มาให้ พร้อมกับการจำกัดรอบเครื่องยนต์เบื้องต้นและน้ำหนักตัวรถมาให้อีกด้วยครับ โดยในปีนี้จะมีซูเปอร์สปอร์ตเจ็นฯ ใหม่ลงแข่งดังนี้ Ducati Panigale V2, MV Agusta F3 800, MV Agusta F3 Superveloce และ Triumph Street Triple RS ซึ่งก็จะลงแข่งร่วมกันกับรถรุ่นเดิมที่เคยทำการแข่งอยู่เดิม อาทิ Honda CBR600RR, Kawasaki ZX-6R, MV Agusta F3 675, Suzuki GSX-R600, Triumph Daytona 675R และ Yamaha YZF-R6 นอกจากนี้ในปี 2023 จะอนุญาตให้สามารถใช้ Kawasaki ZX-636R ลงแข่งได้อีกด้วย รวมไปถึงในอนาคตอาจจะมี Suzuki GSX-R750 มาลงแข่งได้ด้วยก็เป็นได้ ส่วนเรื่องของน้ำหนักจำกัดของรถแข่งทุกคันก็คือต้องไม่เบาไปกว่า 161 ก.ก.และไม่เกินไปกว่า 173 ก.ก. โดยทั้งรถและคนขับขี่จะต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 242 ก.ก. โดยแต่ละรุ่นจะมีการจำกัดรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ไว้ดังตารางนี้ หมายเหตุ การจำกัดรอบเครื่องยนต์จะมีการพิจารณาและกำหนดขึ้นใหม่ทุก ๆ การแข่งขัน 3 สนาม อนึ่งกติกาคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้นคือรถแข่งทุกคันจะต้องใช้อะไหล่ของเดิมหลาย ๆ ส่วนที่ติดรถโปรดักชันมา เช่น ระบบกันสะเทือน เบรก และท่อไอเสีย เป็นต้น มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้น และสนุกไปกับการเชียร์การแข่งขันนี้ได้มากขึ้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รู้หรือไม่ WorldSSP ไม่ได้มีแต่รถแข่ง 600 ซีซีนะ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ WorldSSP คือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกรายการนึงที่ใช้รถโปรดักชันระดับกลางหรือที่นิยมเรียกกันว่ารถซูเปอร์สปอร์ต มีชื่อการแข่งขันเต็ม ๆ ว่า Supersport World Championship และเป็นรายการย่อยในการแข่งขันใหญ่อย่าง WorldSBK ซึ่งหลาย ๆ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์และชอบมอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ารถที่ใช้ทำการแข่งขันนั้นโดยมากจะเป็นรถพิกัด 600 ซีซี แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขเปิดกว้างมากกว่านั้น โดยแต่เดิมก่อนปี 2022 หรือปีก่อนหน้านี้ จะจำกัดไม่เกิน 600 ซีซี สำหรับเครื่อง 4 สูบหรือ 675 ซีซี สำหรับเครื่อง 3 สูบ และ 750 ซีซีสำหรับเครื่อง 2 สูบ แต่ปี 2022 นี้มันเปลี่ยนแปลงไปแล้วทาง FIM ได้มองถึงความเป็นไปได้ใหม่ของการแข่งขัน และความหลากหลายของแบรนด์รถ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในตลาดรถซูเปอร์สปอร์ต หรือสปอร์ตไบค์ระดับกลางนั้น มีการขยับซีซีขึ้นไปสูงกว่าเกณฑ์เดิมแทบทุกแบรนด์ โดยมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถลงแข่งได้ เช่น Yamaha YZF-R6, Honda CBR600R, MV Agusta F3 675, Kawasaki ZX-6R เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามีรถรุ่นใหม่ ๆ น้อยมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเรื่องของโฮโมโลเกชันขึ้นมา เพื่อให้มีรถรุ่นใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยจะมีเรื่องของการจำกัดรอบเครื่องยนต์เข้ามาบังคับเพิ่มเติมสำหรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุสูง ๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยตอนนี้เครื่อง 4 สูบจะมีความจุได้ถึง 750 ซีซี ก็สามารถลงได้ เช่น Suzuki GSX-R750 เป็นต้น เครื่อง 3 สูบจะมีความจุ 800 ซีซี เช่น MV Agusta F3 800 และเครื่อง 2 สูบจะได้มากถึง 955 ซีซี เช่น Ducati Panigale V2 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่แปลกใหม่ที่สุดก็ถือการมาของ Triumph Street Triple 765 R ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถลงแข่งได้เพราะเป็นเน็กเก็ดไบค์ แต่โมเดลนี้ถูกทำให้เป็นเวอร์ชันสปอร์ตจากการใส่แฟริ่งเพิ่ม ซึ่งทาง FIM ก็รับรองให้ลงแข่งขันได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นรถโปรดักชันหรือรถที่มีจำหน่ายทั่วไป ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นรถเน็กเก็ดไบค์จากค่ายอื่น ๆ มาลงแข่งในรายการนี้เพิ่มเติมก็เป็นได้ครับ รู้หรือไม่ WorldSSP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer เข้าร่วมทีมพร้อมลุยศึก WSSP 2022 Dynavolt Triumph เผยเซ็นสัญญา Hannes Soomer เข้าร่วมทีมเพื่อสู้ศึก World Supersport Championship ฤดูกาล 2022 Hannes คือชายที่สามารถคว้าชัยในศึก European Supersport Championship เมื่อปี 2017 โดยเขาจะเข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph และเป็นการกลับเข้ามาสู่เวทีโลกอีกครั้งหลังจากที่การแข่งขัน FIM Supersport นั้นปรับเปลี่ยนกติกาโดยใช้ระบบ Balance of Performance ใหม่ นักแข่งชาวเอสโตเนียวัย 23 ปีรายนี้เริ่มต้นเส้นทางนักแข่งของเขาในรายการ ADAC Junior Cup ในปี 2011 และคว้าโพเดียมแรกของเขาได้ในปี 2012 และจบที่อันดับ 5 ในตารางคะแนนรวม ต่อมาในปี 2013 เขาก็ลงแข่ง European Junior Cup เป็นครั้งแรก และในปี 2015 เขาก็สามารถคว้าโพเดียมแรกในรายการนี้มาได้ และในปีถัดมาเขาก็สามารถคว้าชัยชนะแรกของเขามาได้ ในปีเดียวกันนั้นเอง Soomer ก็ได้เปิดตัวลงแข่งในศึก World Supersport อยู่ 3 สนาม ต่อมาปี 2017 เขาก็เข้าร่วมในศึก European WorldSSP championship และสามารถทำคะแนนไปได้ 28 คะแนน และกลายเป็นแชมป์ในปีนี้เอง จากนั้น Soomer ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรกกับศึก WorldSSP ในปีถัดมา และจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักแข่งที่สามารถทำคะแนนได้สม่ำเสมอ เขามีความก้าวหน้ามากขึ้นในปี 2019 และสามารถจบการแข่งขันติดท็อป 10 อยู่บ่อยครั้ง เพียงพอที่จะทำให้เขามีหน้ามีตาและชื่อเสียงและย้ายไปอยู่ทีม Kallio Racing ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่เขาสามารถคว้ามาได้ 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 3 เรซท้ายสุด ต่อมาในปี 2021 ปีที่มีการแข่งขันน้อยลง เขาก็ได้ฉายาว่า เจ้าลูกกระสุนปืนจากบอลติก และตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะออกลุยกับฤดูกาลที่ 5 ของเขาในพร้อมกับทีมที่มีโรงงานตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักรอย่าง Triumph Hannes Soomer เผยว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับทีม Dynavolt Triumph ในฤดูกาล 2022 ผมเชื่อในศักยภาพของรถและประสบการณ์ของทีม และผมมั่นใจว่าเราสามารถหาทางร่วมงานกันได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เราจะได้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ จากกติกาใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันนั้นยากที่จะคาดเดาและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผมพูดได้แต่เพียงว่าเราจะทุ่มสุดกำลังของเรา และผมทนไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบและอยากที่จะลุยศึกในฤดูกาลนี้เต็มที่แล้ว” Simon Buckmaster ผู้จัดการทีม Dynavolt Triumph เผยว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเราได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับ Hannes Soomer ให้เข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph อย่างเป็นทางการ จริง ๆ แล้ว ผมเฝ้าดูพัฒนาการของ Hannes ในไม่กี่ปีให้หลังมานี้และเคยพูดคุยกับเขาในช่วงสองสามฤดูกาลหลังมากนี้ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาให้เขามาร่วมทีมของเรา ดังนั้นผมก็เลยดีใจที่ปีนี้เขาสามารถตกลงปลงใจกับเราได้” “Hannes นั้นเคยได้มาแล้วหลายโพเดียมในปี 2020 ปีที่แล้วเขาบาดเจ็บที่ขาในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็กลับมาโชว์ผลงานได้อย่างประทับใจ ผมเชื่อว่าเขามีศักยภาพ เขามีประสบการณ์และเขายังเชื่อมั่นในทีมของเรา เชื่อในโปรเจ็กต์ของไทรอัมพ์ เราตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบรถและเฝ้ารอที่จะได้ร่วมการแข่งขัน เป้าหมายของเราคือต้องมุ่งไปข้างหน้าและเป้าสูงสุดคือโพเดียมและแชมป์ ผมคิดว่าเขาจะต้องทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ แต่ก็อาจจะไม่ถึงกับทุกคน เพราะมีคนไม่กี่คนที่เหมือนเรา ที่รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของเขา แต่เขากำลังจะทำให้แปลกใจแน่ ๆ และผมก็เฝ้ารอวันนั้น” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer

ค่ายยามาฮ่า กระหึ่มเวทีเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ จากผลงานระดับท็อปของ TOPRAK RAZGATLIOGLU #54 ดาวบิดเติร์ก ที่แท็กทีมต้นสังกัดผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก หลังผ่านการชิงชัยในนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแทร็กป้ายแดงอย่าง เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางต่อรอบ 4.300 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ ในรายการพิเรลลี่ อินโดนิเซีย ราวนด์ โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #54 ดาวบิดเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถปิดจ็อบได้ในเรซแรกของการแข่งขัน หลังบิดเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 2 ทว่าเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับตนเอง ก่อนจะส่งท้ายฤดูกาลด้วยการซิ่งจบการแข่งขันอันดับ 4 ในเรซที่ 2 ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 เพื่อนร่วมสังกัด บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮ่า ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทค่ายผู้ผลิต รวมถึง พาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค ในประเภททีม ขณะที่ อันเดรีย โลคาเทลลี่ ซิว รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ ด้าน การ์เรต เกอร์ลอฟ และ จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ทีม คว้าแชมป์ประเภททีมอิสระ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แชมป์โลก WorldSBK 2021 ตัดสินกันสนามนี้ ที่ Mandalika อินโดนีเซีย สุดสัปดาห์นี้้การแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะตัดสินว่าใครจะได้เป็น แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดยการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นสนามสุดท้ายแล้ว และจะไปจัดการแข่งขันกันที่สนามแห่งใหม่อย่าง Mandalika ที่แดนอิเหนาหรืออินโดนีเซียนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นกันจนสนามสุดท้ายจริง ๆ การแข่งขันสนามนี้เมนสปอนเซอร์จะเป็นทาง Pirelli ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนยางที่ใช้ในการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่าทางค่ายก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะลงทุนในการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกนี้ เพื่อที่จะใช้เวทีแห่งนี้พัฒนายางของพวกเขาและใช้เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงคุณภาพของแบรนด์ต่อไป สำหรับการแข่งขันสนามนี้จะเป็นการแข่งขันแฟน ๆ นักบิดจะต้องจับตามองมากที่สุดในรอบไม่กี่ปีมานี้ เพราะนอกจากจะจัดในสนามแข่งแห่งใหม่ในเอเชียแล้ว จะยังเป็นการดวลแย่งแชมป์โลกระหว่าง Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) แชมป์โลก 6 สมัยและแชมป์โลกคนล่าสุด นอกจากนี้ยังมีจะมีการลุ้นแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตอีกด้วย โดยตอนนี้เป็นฝ่ายยามาฮ่าที่มีแต้มสะสมเป็นอันดับ 1 ที่ 574 คะแนน นำหน้าค่ายแดง Ducati อยู่ 16 คะแนน สนาม Mandalika นี้จะเป็นสนามใหม่สำหรับนักแข่ง WorldSBK และ WorldSSP ทุกคน โดยสนามนั้นมีความยาว 4.310 กม. มีโค้งทั้งหมด 17 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวามากถึง 11 โค้ง และโค้งซ้าย 6 โค้งเท่านั้น ส่วนทางตรงหน้าเส้นชัยนั้นมีความยาวมากถึง 507 เมตรเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเป็นโจทย์ที่ทาง Pirelli จะต้องรับมือให้ได้ สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP นับว่าเป็นการยากมากทีเดียวสำหรับสนามใหม่ที่หลาย ๆ ฝ่ายล้วนขาดประสบการณ์ในการรับมือ แต่แน่นอนว่าทางพีเรลลี่ค่ายยางตัวพียาวเฟื้่อยก็ยังคงตั้งใจรับมือด้วยการเตรียมยางไปมากถึง 2039 เส้นเพื่อให้เพียงพอกับการแข่งขันทั้ง 2 คลาส และในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะแห้งหรือเปียก สำหรับพิกัดใหญ่อย่าง WorldSBK จะมียางสลิกให้ใช้ 5 สูตร แบ่งเป็นหน้า 2 สูตรและหลัง 3 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX, SC0 และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งหมด ส่วนในพิกัด WorldSSP นักแข่งจะได้ยางทั้งหมด 4 สูตร โดยเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SC0และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งคู่เช่นเดียวกัน และในกรณีที่สภาพอากาศย่ำแย่ทาง Pirelli ก็ยังได้เตรียมทั้งยางกึ่งและยางฝนไว้รองรับอีกด้วย งานนี้ร่วมไปลุ้นแชมป์โลกกับเราได้ในสุดสัปดาห์นี้กันนะครับ บอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก