SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด

  • All Posts
  • WSBK
  • All Posts
  • WSBK
Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK  คว้าชัยไปได้ต่อเนื่องสำหรับ Alvaro Bautista นักบิดดีกรีแชมป์โลกจาก Aruba.it Racing – Ducati ควบ Pinigale V4R หวดความเร็วต่อเนื่อง ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกทั้ง 2 เรซ ในสนาม 6 ที่ Donington Park คว้าคะแนนอันดับ 1 ไปได้ ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) สามารถทำผลงานที่ดีที่สุดในรอบ Super Pole Race เก็บ 12 แต้มไปครอง  Race1 เริ่มการแข่งขัน Toprak เปิดฉากรุกไล่ Bautista และสามารถแซงขึ้นนำไปได้ในโค้ง 11 แล็บ 3 ก่อนที่จะไล่บี้ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ซึ่งนำอยู่ในขณะนั้น ก่อนที่ทั้ง 3 จะสลับกันแซงขึ้นนำแบบสุดเดือดในครึ่งเรซแรก ก่อนที่เจ้าของแชมป์เก่าอย่าง Bautista ใจฮึดสู้ เร่งแซงขึ้นนำคู่แข่ง ทิ้งห่างต่อเนื่องและเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก โดยกดเวลาไว้ที่ 1’26.610 นาที ซึ่งเป็นการคว้าชัยเป็นนัดที่ 15 ในฤดูกาล และเป็นชัยชนะต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ส่วนอันดับ 2 และ 3 ตกเป็นของ Toprak ต่อด้วย Jonathan Rea ซึ่งสามารถทำสถิติในการคว้าโพเดียมไปได้ถึง 250 ครั้งตลอดการแข่งขันในรายการนี้ และอันดับที่ 4 เป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team), อันดับ 5 Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และอันดับที่ 6 Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ตามลำดับ Super Pole Race  ต่อมาในรอบของซูเปอร์โพลเรซ กับการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบ โดย Bautista เปิดโฮลช็อตขึ้นนำได้ช่วงแรก แต่ถูก Jonathan Rea แซงขึ้นมาได้ในช่วงโค้ง 2 และในไม่ช้า Bautista อันดับตกลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือของ Toprak ก่อนที่นักแข่งทั้ง 3 ชิงชัยเพื่อหาตำแหน่งเจ้าของความเร็วที่ดีที่สุด โดยทางด้าน Ulsterman พยายามทำเวลาทิ้งห่างครึ่งวินาทีก่อนที่เจ้าของแชมป์โลกปี 2021 จะบี้เข้ามาลดช่องว่างเหลือเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ในขณะเดียวกัน นักบิดแชมป์โลกชาวสเปน สามารถทำสถิติความเร็วครั้งใหม่ โดยกดเวลาที่ดีที่สุด ที่ 1’25.896 นาทีในแล็ปที่ 6 ซึ่งลดช่องว่าง 3 อันดับแรกให้เหลือ 0.5 วินาที หลังจากแข่งขันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงโค้งที่ 9 รอบสุดท้ายที่ Bautista จะพยายามเร่งแซงขึ้นมา แต่ทว่าถูก Toprak ทำผลงานได้ดีกว่าและคว้าชัยชนะไปครอง และเป็นการจบสถิติชนะรวดของ Bautista อีกด้วย  Race 2  สำหรับรอบนี้ ออกสตาร์ทไปได้ไม่ค่อยสวยมากนัก เริ่มต้นด้วยการตีธงแดงจากการชนกันระหว่าง Tom Sykes (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team), Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และ Loris Baz (Bonovo Action BMW)

Pirelli SC0

Pirelli SC0 ช่วยนักแข่งทุบสถิติที่ Donington เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของสนามนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ Pirelli SC0 ยางสลิกสูตรมาตรฐาน ซึ่งนักแข่งแทบทุกคนเลือกยางหลังเป็นยางสูตรนี้เพื่อทำการแข่งขันทั้งสามเรซในศึก WorldSBK ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักแข่งทั้งจากในรุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK และ WorldSSP สามารถทุบสถิติเดิมสร้างสถิติใหม่ของสนามขึ้นมาได้ โดยสถิติใหม่ครั้งแรกเป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki) ด้วยยางหลัง SCQ ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’26.041 นาที ต่อมาเป็นของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP กับยางหลัง SCX ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’29.323 นาทีซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ทาง Kenan Sofuoglu เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2015 เลย หมดจากสถิติในรอบซูเปอร์โพล มาต่อกันที่สถิติในการแข่งขันจริงกันบ้าง สถิติแรกเป็นของ Alvaro Bautista (Ducati) โดยสามารถทำสถิติ Race Fastest Lap หรือเวลาแล็ปที่เร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ในแล็ปที่ 16 ระหว่างการแข่งขันเรซแรก โดยทำเวลาใหม่ได้เป็น 1’26.550 นาที แต่เท่านั้นยังไม่พอในเรซที่ 2 เขาทำสถิติเวลาใหม่อีกครั้งในแล็ปที่ 15 ด้วยเวลา 1’26.09 นาที ทว่าสถิติที่เร็วที่สุดที่เขาทำได้ในสนามนี้และกลายเป็นสถิติเวลาสนามใหม่ก็คือ 1’25.896 นาทีในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ และเขายังเลือกใช้ยาง SC0 ในยางหลังอีกด้วย ส่วนทางด้านของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP ในเรซแรกเขาก็สามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ที่ 1’29.511 นาที แต่นั่นยังไม่พอในเรซที่สองเขาทำลายสถิติเดิมที่เขาเพิ่งทำไว้ในเรซแรกอีกครั้งด้วยสถิติเวลา 1’29.018 นาทีซึ่งเร็วกว่าตอนที่เขาควอลิฟายในรอบซูเปอร์โพลเสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ายางหลังสลิก SC0 สูตรมาตรฐาน นั้นเป็นพระเอกของสนามแห่งนี้จริง ๆ ครับ ใช้ทำลายสถิติเวลากันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้ยางดี ๆ แบบนี้ ทางพีเรลลี่เขาก็มีขายด้วยนะเพราะตัวนี้สูตรมาตรฐานมีขายให้กับคนทั่วไปด้วย ไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ที่มีแต่นักแข่งที่จะได้ใช้เท่านั้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Bautista โชว์พลังแชมป์

Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวดที่ Philips Island ศึก FIM Superbike World Championship 2023 สนามแรกที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลียปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยมี Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวด เก็บคะแนนนำห่างไปตั้งแต่สนามแรก โดยมีคะแนนนำห่างอันดับ 2 อยู่มากถึง 28 คะแนน Superpole ในรอบซูเปอร์โพลเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ที่ทำเวลาออกมาได้ดี จนได้สิทธิ์ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลด้วยเวลา 1’29.400 นาที ที่ทำเวลาไว้ช้ากว่าสถิติสนามเพียง 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น โดยแถวสตาร์ทแถวแรกมี Bautista และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) อยู่ด้วย โดยเวลาห่างกันเพียง 2 ใน 10 วินาทีเท่านั้น Race 1 การแข่งขันในวันแรกชัยชนะรุ่นใหญ่ตกเป็นของ Alvaro Bautista a (Aruba.It Racing – Ducati) ขณะที่ Nicolò Bulega (Aruba Racing WorldSSP Team) คว้าชัยชนะแรกแม้ตัวเองเพิ่งจะเปิดตัวประเดิมศึก WorldSSP ครั้งแรกของเขา แม้ว่าการแข่งขันในวันเสาร์จะเต็มไปด้วยอุปสรรคจากสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีสายฝนตกโปรยปรายลงมา สลับกับฝนหยุดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันของรุ่น WorldSSP กลายเป็นบททดสอบใหญ่ให้กับทีมงานและนักแข่งที่จะต้องเลือกยางให้ดีเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแทร็กสลับไปมาระหว่างแทร็กแห้งกับเปียกอยู่ตลอด งานน้ำพระเอกเลยตกเป็นยาง Pirelli DIABLO Rain หรือยางฝนที่ถูกเลือกใช้ทั้งในการแข่งขันของทั้งสองคลาส โดยเฉพาะรุ่นซูเปอร์สปอร์ตและกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ Superpole Race ชัยชนะในการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเป็นชัยชนะของแชมป์โลกคนปัจจุบัน แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 โดยขึ้นนำตั้งแต่แล็ปแรกแบบม้วนเดียวจบ โดยมี Michael Ruben Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) เข้าเป็นอันดับ 2 และ Toprak เข้าปิดท้ายโพเดียม ทว่าสถิติเร็วที่สุดในรอบนี้กลับตกเป็นของ Dominique Aegerter ด้วยสถิติ 1’30.374 ในแล็ปที่สอง Race 2 ในเรซนี้แชมป์โลกคนล่าสุดได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ก็สามารถคว้าชัยชนะในเรซนี้ไปด้วยกัน ในแบบที่เรียกว่าจากต้นจนจบเลย เขายังสามารถทำสถิติเวลาเร็วที่สุดไว้ที่ 1’ 30,766 โดยมี Rinaldi ตามเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และมี Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับที่ 3 ขณะที่ในรุ่น WorldSSP ชัยชนะยังตกเป็นของ Nicolò Bulega ซึ่งขึ้นนำอยู่และเกิดมีสัญญาณธงแดงขึ้นในแล็ปที่ 14 เนื่องจากห่านบินเข้าแทร็ก เลยถูกประกาศให้ได้ชัยชนะไปเลย โดยนักแข่งดูคาติผู้นี้ขึ้นนำตั้งแต่ต้นจนถึงแล็ปที่ 10 ก็มีบางจังหวะที่ Stefano Manzi (Ten Kate Racing Yamaha) แซงขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายเขาก็จบที่อันดับ 2 เนื่องจาก Bulega แซงคืนขึ้นมาได้ในแล็ปที่ 13 ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของนักแข่งตุรกี Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) สรุปว่าการแข่งขันในสนามนี้กลายเป็น Ducati ที่แสดงสมรรถนะออกมาได้อย่างน่าทึ่ง คว้าชัยแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งรุ่น WorldSBK และ WorldSSP และทุกเรซที่แข่งขัน ทั้งนี้ตารางคะแนน WorldSBK 2023 ตอนนี้ มี Alvaro รั้งอันดับที่ 1 มี 62 คะแนน รองลงมาคือ Andrea 34 คะแนน และ Rea ที่

Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร รับศึก

Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร รับศึก WSBK แดนจิงโจ้ สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามแรกซึ่งจะจัดขึ้นที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลียนั้น Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร โดยเลือกใช้ยางสูตรที่นักแข่งใช่ในการทดสอบ และนักแข่งจาก Ducati ก็สามารถใช้ยางดังกล่าวทำสถิติเวลาในช่วงซ้อมไว้ได้ดีทั้ง 2 รุ่น Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เป็นคนที่เร็วที่สุดในรุ่น WorldSBK ทำสถิติเวลาดีที่สุดที่ 1’30.272 ในช่วงที่สามของการซ้อมอิสระที่ 1 ในเช้าวันอังคาร ขณะที่รุ่น WorldSSP เวลาที่ดีที่สุดอยู่ที่ 1’32.781 โดย Nicolò Bulega (Aruba Racing WorldSSP Team) ในช่วงสุดท้ายของวันอังคาร ระหว่างที่จัดการแข่งขัน อุณหภูมิอากาศจะอยู่ระหว่าง 17 – 22 องศา และแทร็กจะอยู่ที่ราว ๆ 22 – 45 องศา ซึ่งสนาม Phillip Island ยังคงเป็นสนามที่โหดร้ายต่อยางมากที่สุดสนามนึง ดังนั้นทางพีเรลลี่จึงได้ตัดสินใจที่จะเลือกเตรียมยางหน้าสูตรมาตรฐานและยางหลังมีเดียมคอมปาวด์สูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้งานสนามมาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน หรือสนามสุดท้ายของฤดูกาล 2022 WorldSBK ยางหน้า: จะมีให้เลือก 2 สูตรด้วยกัน โดยนำมาจากยางสูตรมาตรฐานตัวใหม่ปี 2023 ซึ่งได้แก่ SC1 และ SC2 โดย SC1 ตัวใหม่นี้คือยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 ที่เคยถูกเลือกใช้มากที่สุดในการแข่งขันเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง และด้วยเหตุนี้เองจึงกลายมาเป็นยางมาตรฐานสูตรใหม่แทนของเดิม และในลักษณะเดียวกันนี้ยาง SC2 ตัวใหม่เองก็เคยเป็นยางที่เคยใช้แข่งขันในฤดูกาลที่แล้วในฐานะยางสูตรกำลังพัฒนา A0843 นั่นเอง ยางหลัง: จะมีให้เลือก 3 สูตร เริ่มต้นด้วยยาง SC1 A1126 (SC1-A) สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมากในการแข่งขันที่ Phillip Island เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยางตัวนี้หากเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว ยางตัวนี้จะมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าและยังออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูง ๆ อีกด้วย สูตรที่สองคือยางสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0152 (SC1-B) ซึ่งจะใช้คอมปาวด์เดียวกันกับ A1126 ทว่าหากเทียบกันแล้วจะมีโครงสร้างที่ล้ำหน้ากว่าไปอีก ส่วนสูตรที่ 3 ตัวเลือกสุดท้ายคือ SC0 ยางที่นุ่มที่สุดจากทั้งหมด 3 สูตรและเคยใช้แต่ในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลเท่านั้น เพราะไม่เหมาะกับการแข่งซึ่งกินระยะทางมากกว่า WorldSSP ในยางหน้านั้นนักแข่งจะมียางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ ขณะที่ด้านหลังจะมีให้เลือกเป็นยางมีเดียมสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร ได้แก่ A1128 (SC1-A) ซึ่งใช้คอมปาวด์แบบเดียวกับยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และแต่มีโครงสร้างที่แข็งแรงมากกว่า ขณะที่อีกสูตรคือยางสูตรกำลังพัฒนา B0625 (SC1-B) ซึ่งใช้คอมปาวด์แบบเดียวกับยาง SC1 เช่นกัน เพียงแต่ว่ามีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับสูตร A1128 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา เปิดตัวยางใหม่รับฤดูกาลแข่ง 2023 ฤดูกาลแข่งรถปี 2023 นี้ในส่วนของยาง Diablo Superbike ทาง Pirelli จะเปิดตัวยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ซึ่งจะเข้าคู่กับยางหลัง SCQ พร้อมกันนี้จะมียางหน้าขนาดใหม่สำหรับรุ่นซูเปอร์สปอร์ต และชุดยางใหม่สำหรับคลาส 300 อีกด้วย ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 20 แล้วที่การแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นเสมือนห้องทดลองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถ่ายทอดลงมาสู่ยางขี่ถนนของทาง Pirelli และยังยืนยันว่าจะสนับสุนการแข่งขันการแข่งขันทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติกว่า 100 รายการ ทั้งการแข่งขันแบบออนโร้ดและออฟโร้ด Pirelli เผยว่าพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าที่ออสเตรเลียกับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship โดยทางแบรนด์ยังยืนยันว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหมุดหมายสำคัญที่มีต่อการแข่งขัน Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของพีเรลลี่ กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่เราวุ่นว่ายอยู่กับข้อบังคับอะไรหลาย ๆ อย่าง การพัฒนาจะมุ่งหน้าไปที่การแข่งขัน WSBK เป็นหลัก และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะขอแนะนำยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ในการแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างหลังสูตรนุ่มพิเศษ SCQ ของเรา ซึ่งจะกลายเป็นยางมาตรฐานในตระกูล Diablo Superbike และวางขายในท้องตลาด” “ส่วนการแข่งขันในคลาสอื่น ๆ อย่าง WorldSSP เราจะทำการเพิ่มยางหน้าขนาด 125/70 เข้ามาเพิ่มเติมจากเดิมที่เป็น 120/70 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการใช้ในการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์อยู่แล้ว ส่วนในรุ่น WorldSSP300 เราจะเริ่มแนะนำมาตรฐานใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดตัวยางที่ทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะเริ่มในการแข่งขันที่ Misano เป็นสนามแรก โดยเป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่องปีต่อปี จากนั้นก็จะนำความรู้ของเราถ่ายทอดไปยังยางสำหรับขี่ถนนต่อไป” ข่าวใหม่และเป้าหมายในปี 2023 การแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพีเรลลี่มานานกว่า 115 ปีแล้ว และวันนี้ก็มีการแข่งขันนับร้อยรายการทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติที่เราเข้าร่วมทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในการแข่งขัน WSBK ซึ่งในปี 2023 นี้มีไฮไลท์ใหม่ ๆ ดังนี้ เปิดตัวคอมปาวด์ SC0 สำหรับยางหน้า หลังจากเพิ่มทางเลือกยางในตระกูล DIABLO Superbike ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเปิดตัวยางหลังสูตรนุ่มพิเศษ (SCX ใน 2020 และ SCQ ใน 2022) พีเรลลี่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวยางหน้า SC0 อย่างเป็นทางการหลังพัฒนามาคลอด ซึ่งยางใหม่นี้ให้การยึดเกาะในระดับสูงมากแบบเดียวกับที่ยางหลังทำได้ โดยยางตัวใหม่นี้จะเริ่มให้นักแข่งได้ใช้กันในการแข่งขันที่ยุโรปในสนามแรก และปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนายางใหม่เพื่อจะได้ยางสูตรมาตรฐานสำหรับใช้ในปี 2024 เพิ่มยางหลัง SCQ เข้าสู่ตระกูล DIABLO Superbike พร้อมจำหน่ายเป็นทางการ ยางหลังสูตร SCQ เริ่มเปิดให้นักแข่งในรุ่นซูเปอร์ไบค์ใช้กันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยางหลังสูตรนุ่มพิเศษนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการยึดเกาะสูงสุงในระยะทางสั้น ๆ หรือใช้ในการควอลิฟายเป็นหลัก ในปี 2022 มีบางกรณีที่ยางตัวนี้สามารถใช้งานในการแข่งซูเปอร์โพลได้จนครบทั้ง 10 แล็ปในบางสนาม และเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของลูกค้า นักบิด และผู้จัดงานแข่งระดับชาติ ทางพีเรลลี่ได้ตัดสินใจเพิ่มยางตัวนี้เข้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของยางในตระกูล DIABLO Superbike ซึ่งมีขายทั่วไป ดังนั้นจากปีนี้เป็นต้นไปยางตัวนี้จะมีให้ใช้ในทุกการแข่งขัน มีให้นักบิดมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นได้เลือกใช้กัน ขณะเดียวกันในการแข่งขัน WSBK ทางค่ายตัวพียาวก็จะยังคงพัฒนายางใหม่ ๆ ที่จะการันตีว่าจะให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสามารถใช้งานได้ครบ 10 แล็ปของการแข่งขันซูเปอร์โพลของทุก ๆ สนาม ยางหน้าใหม่ ขนาด 125/70 สำหรับการแข่ง WorldSSP ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต พีเรลลี่จะเปิดตัวยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 125/70 ซึ่งเคยใช้ในรุ่นซูเปอร์ไบค์มาก่อนแล้ว โดยจะเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากเดิมไซส์ 120/70 ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักแข่งได้มียางหน้าบาลานซ์เข้าคู่กับยางหลังมากขึ้น มาตรฐานใหม่สำหรับการแข่ง WorldSSP300 นับตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 5 เป็นต้นไป หรือการแข่งขันที่ Misano นักแข่งในรุ่น Supersport 300 World Championship จะได้ใช้ยาง of DIABLO Superbike เซ็ตใหม่ โดยยางหน้าจะเป็นตัว SC1 และยางหลัง SC2 ซึ่งจะมีส่วนผสมของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่แทนที่ส่วนผสมจากฟอซซิลแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบแรก เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วนักแข่งจะไม่สามารถใช้ยางหลัง SC1 ได้แล้ว แต่จะใช้ได้ SC2 แทน WORLDSBK แพล็ตฟอร์มแห่งการพัฒนานวัตกรรมกว่า 20 ปีมาแล้ว พีเรลลี่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคนิคกับการแข่งขัน FIM Superbike World

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023 สองนักแข่งที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขัน WorldSBK กับ ฮอนด้า Team HRC เป็นครั้งที่ 2 และตั้งเป้าขึ้นแท่นโพเดียมประจำในปี 2023 ฤดูกาล Motul FIM Superbike World Championship’s 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทีม HRC ได้กลายเป็นทีมโรงงานอันดับ 5 และเป็นทีมสุดท้าย ที่จะมาเผยโฉมทีมแข่ง กับนักแข่งอย่าง Iker Lecuona และ Xavi Vierge นักแข่งคู่บุญชาวสแปนิช ที่กำลังเตรียมตัวกับการแข่งขันในซีซั่นที่ 2 กับทีม HRC กับตัวรถที่มาในลวดลายสีแดง สีขาวและสีน้ำเงินในแบบดั้งเดิมของทีม HRC โดยผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และตั้งเป้าคว้าโพเดียมในฤดูกาล 2023 นี้   สำหรับม้าศึกของค่ายนกปีกเหล็กในรายการ WorldSBK 2023 ยังคงเป็นรถโมเดลใหม่อย่าง CBR1000RR-R FIREBLADE SP ที่ปรับเสริมเติมแต่ง พร้อมลายกราฟิกที่ดุดันสำหรับรถเรซซิ่ง ในครั้งนี้ เราดูรายละเอียดเรียกน้ำย่อยกันคร่าว ๆ กันดีกว่า ว่ารถแข่งรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง  โดยข้อมูลและจุดเด่นย่อย ๆ ของเจ้า CBR1000RR-R รถแข่งจากทีม HRC กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 999.9 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 231 แรงม้าที่ 14500 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ขับเคลื่อนแบบ 6 สปีด และความจุถังน้ำมันขนาด 24 ลิตร  เสริมไปพร้อมกับจุดเด่นของตัวรถ ด้วยเฟรมอลูมิเนียม โช้คอัพ Showa จากโรงงานพร้อมซับแทงค์ เพิ่มระยะการเบรกด้วยคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin และเสริมสมรรถนะการเลี้ยวโค้งที่คล่องตัว ด้วยยางชั้นนำระดับโลกอย่าง Pirelli  เปิดตัวกันไปแล้ว สำหรับทีม HRC ที่พร้อมจะลุยศึก WSBK ในเร็ว ๆ นี้ ฝากติดตามและเชียร์ให้กำลังใจนักแข่งในทีมนี้ และทุก ๆ ทีม แล้วเรามาลุ้นกันว่าใครจะคว้าโพเดียมประจำปีนี้ไปครอง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ค่ายเขียวเผยโฉมแล้ว เขียวมากกว่าที่เคยสำหรับเจ้า Kawasaki ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ของค่ายเขียวสำหรับสู้ศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกหรือ WolrdSBK นั่นเอง ซึ่งถ้าสังเกตดั ๆ ก็จะเห็นได้ว่ามันมีส่วนที่เป็นสีเขียวมากกว่าของโมเดลปี 2022 และแน่นอนว่ายังมี Jonathan Rea และ Alex Lowes ออกแสวงหาชัยชนะเช่นเดิม ฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 ใกล้จะมาถึงแล้ว และหลาย ๆ ทีมก็เริ่มที่จะเผยโฉมรถแข่งหรือม้าศึกของพวกเขาสำหรับการแข่งขันที่ใกล้จะระเบิดขึ้นมาแล้ว ล่าสุดก็เป็นทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK ที่มี Jonathan Rea และ Alex Lowes เป็นนักแข่ง โดยในปีนี้ม้าศึกของพวกเขามีสีเขียวบนแฟริ่งมากกว่าที่ผ่านมา  ทำให้มันยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับหมายเลขที่ด้านข้างตัวรถแล้วก็ยิ่งลงตัว ในส่วนของสีดำเองก็ทำให้รถดูดุดันและปิดท้ายด้วนเส้นประสีแดง แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea เผยว่า: “ผมตื่นเต้นมาก ๆ กับฤดูกาลใหม่นี้ เราพักเบรกฤดูกาลกันอย่างเต็มที่ แล้วตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปที่ Phillip Island และเริ่มต้นปีนี้เหมือนอย่างที่เคยในแบบของพวกเรา ผมรู้สึกว่าผมเตรียมพร้อมมาอย่างดี และในช่วงทดสอบรถในช่วงฤดูหนาวของพวกเราเองก็มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มันดีมาก ๆ ที่ได้มีคนใหม่ ๆ มาอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และนั่นทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่ ผมอยากจะลุยเต็มแก่แล้ว เรากับรถพัฒนาไปมากและกำลังทุ่มเทอย่างหนักที่จะเพิ่มฟีลลิ่งของรถและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว เราหวังว่าเราพร้อมที่จะคว้าชัยชนะมาและแย่งแชมป์โลกกลับมาให้ได้” Lowes เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังมองหาหนทางกลับไปยืนอยู่บนโพเดียมในปี 2023 เสริมว่า: “ผมชอบหน้าตาของรถตอนนี้ ผมชอบดีไซน์ของปี 2023 จริง ๆ ปีที่แล้วผมทำความเร็วได้ดีพอสมควร และมีผลงานที่ดีในรอบซูเปอร์ดพล และผมก็ยังติดหนึ่งในสามมาได้ พอการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้ว พอกริพยางลดลง ผมก็ต้องพยายามมากขึ้นอีก นั่นคือจุดที่ผมต้องโฟกัสเพิ่ม ผมตั้งตาคอยฤดูกาลใหม่นี้มาตลอด ผมมีข่าวดีสำหรับการซ้อมในช่วงฤดูหนาว และผมอดใจรอที่จะเริ่มแข่งไม่ไหวแล้ว ผมอาจจะแข่งในรายการนี้มาพักนึงแล้ว แต่ผมยังคงตื่นเต้นเหมือนกับได้ลงแข่งครั้งแรกอยู่เลย ผมรู้สึกเหมือนกับตอนปี 2014 เลย ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะไปเยือนออสเตรเลียและเริ่มธุรกิจของผมสักที” Guim Roda ผู้จัดการทีม KRT กำหนดกรอบเป้าหมายสำหรับฤดูกาลนี้ไว้แล้ว บอกว่า “เราทำงานหนักที่จะเก็บรายละเอียดบางส่วน พัฒนารถของเรา และการจัดการในทีมของเราเพื่อที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เราต้องการที่จะทำให้แฟน ๆ ของเราสนุกไปกับการแข่งขัน และหวังว่ารถสีเขียวของเราจะได้ยืนบนตำแหน่งสูงสุด Johnny และ Alex พร้อมที่จะลุยด้วยพลังไฟจากแบตที่ชาร์จมาแบบเต็มพิกัด เพราะงั้นเรามาคอยดูกันว่าการแข่งขันที่ออสเตรเลียในฤดูกาลใหม่นี้ทีมเราจะแข็งแกร่งได้มากแค่ไหน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก