SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด

  • All Posts
  • WSBK
Bimota KB998 2025 ซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดจองแล้วที่ยุโรป

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

  • All Posts
  • WSBK
M1000RR 2023 ตัวแข่ง WorldSBK

M1000RR 2023 ตัวแข่ง WorldSBK จากเยอรมันเผยโฉมผลแล้ว ล่าสุดในระหว่างการซ้อมอย่างเป็นทางการของศึก WorldSBK ที่สนาม Circuito de Jerez – Angel Nieto ประเทศสเปน ทุกสายตาก็ต้องตกตะลึงไปกับ M1000RR 2023 ตัวแข่งจากทาง BMW ของ Scott Reddit กับ Michael van der Mark จากทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK ซึ่งเพิ่งลงแทร็กเป็นครั้งแรกในปีนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวรถมากมายหลายจุดเลยทีเดียว เช่น แรมแอร์ด้านหน้า วิงก์เล็ต คาลิเปอร์เบรก สวิงอาร์ม เป็นต้น ซึ่งจากการทดสอบในวันแรกนั้นทั้งสองตั้งเป้าจะลงขี่ให้ได้จำนวนแล็ปมากที่สุดเนื่องจากทางทีมได้มีการเปลี่ยนระบบเบรกใหม่จาก Nissin มาเป็น Brembo โดย van der Mark ซัดไป 65 แล็ป ขณะ? Redding ซัดไป 67 รอบ โดยฝ่ายหลังทำเวลาได้ดีกว่า ที่ 1’39.998 นาที ขณะที่เวลาของฝ่ายแรกช้ากว่า 0.7 วินาที ซึ่งในการซ้อมวันแรกนี้เป็นวันของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha WorldSBK) ที่ทำเวลาไว้ที่ 1’38.597 นาที งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันดูครับว่า Scott Redding ที่ปีที่แล้วจบที่อันดับ 8 ความหวังของทางค่ายใบพัดจะทำผลงานในปีนี้ได้ดีแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alvaro Bautista แชมป์โลก

Alvaro Bautista แชมป์โลก WorldSBK กับ 10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้ มีตั้งแต่การเป็นแฟนตัวยง Atletico Madrid เหตุผลเบื้องหลังของเสื้อหมายเลข 19 และของขวัญแต่งงานจากน้องสาว ทำให้เขาอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างไร เรื่องราวต่างๆ ของ Bautista มีอะไรให้เซอร์ไพร์สอีกมากมาย การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ปี 2022 ได้สิ้นสุดลงแล้ว Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองด้วยสไตล์อันยอดเยี่ยม หลังจบการแข่งขันกันอย่างสูสีที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เขากลายเป็นแชมป์ WorldSBK คนที่ 19 และเรื่องราวของ Bautista ที่คุณเห็นและรู้จักผ่านในทีวี อาจจะยังไม่เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวกับชายวัย 37 ปี จากเมือง Talavera de la Reina ประเทศสเปน ดังนั้น เราจึงได้ตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์เจ้าตัว เกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจ ที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเขา  1.Alvaro Bautista แชมป์โลก เป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอลสเปน Atletico Madrid, แชมป์ลาลีกา 11 สมัย (ลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสเปน) ในปี 2002 เขาได้อันดับสองจากการแข่งขัน CEV Spanish Championship 125 ซีซี กับ รถ Aprilia สีทีม Atletico Madrid อีกทั้งเขายังเป็นแฟนตัวยงของ Kiko Narvaez และ Juninho  ฮีโร่ของ  Atletico Madrid และในฤดูกาล 2002 เขาใช้หมายเลข 9 เนื่องจากเขายังเป็นแฟนตัวยงนักแข่งกองหน้าอย่าง Fernando Torres และในปี 2003 ความผูกพันธ์ทางฟุตบอลของเขายิ่งแน้นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเขาเข้าแข่งให้กับทีมซีดอร์ฟเรซซิ่งที่เพิ่งก่อตั้งและลงแข่งในรุ่น 125 ซีซี ซึ่งเป็นของแคลเรนซ์ ซีดอร์ฟ  และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของเขาคืออันดับ 4 ของประเทศออสเตรเลีย 2.เขาใช้หมายเลข 19 ซึ่งเป็นลัคกี้นัมเบอร์สำหรับนักแข่งขันอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จากการชนะในการแข่งขันระดับโลก จึงคิดว่ามันจะนำโชคมาให้ นอกเหนือจาก Bautista แล้วยังมีนักแข่งอย่าง Freddie Spencer ที่คว้าแชมป์รถรุ่น 250 ซีซี ในปี 1985 , John Kocinski ปี 1990 ในรุ่นเดียวกัน และ Ben Spies ในรายการ WorldSBK ในปี 2009  3.Bautista บอกว่าถ้าเขาไม่สามารถเป็นนักแข่งได้ เขาคงเป็นช่างเครื่องไปแล้ว เขายังกล่าวอีกว่า เขายังมีพรสวรรค์ในการทำอาหารอย่าง คาร์คามูซา อาหารท้องถิ่นของประเทศสเปน จากเมือง Toledo (สตูว์ชนิดหนึ่งที่มีเนื้อ พริกไทย กระเทียม และอื่นๆ) นอกจากนี้ Bautista ยังมีความสามารถพิเศษในการทำอาหารคือ Gnocchi quatri formaggi 4.ถึงแม้ว่า Bautista จะเป็นแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 2006 แต่เขาก็ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่บนท้องถนน   5.บุคคลที่มีชื่อเสียงที่อยากพบคือผู้ กำกับภาพยนต์ Quentin Tarantino แต่อย่างไรก็ตาม หากเขาจะพาคนดังเข้ามาในสนามแข่งคงจะเป็น Angelina Jolie 6.ในฐานะแชมป์ล่าสุดของดูคาติ ขวัญใจของนักแข่งระดับโลกในวัย 37 ปี ก็คือ Carl Fogarty แชมป์โลก WorldSBK 4 สมัยจากทีมผู้ผลิตชาวอิตาลี  7.Bautista อาจจะออกจากการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ระหว่างเปลี่ยนจากรุ่น CEV เป็น 125 ซีซี แต่เมื่อน้องสาวของเขาแต่งงาน เธอได้เงินเงินเป็นของขวัญ เธอจึงตัดสินใจช่วย Bautista จ่ายค่ารถมอเตอร์ไซค์

ชม ZX-10RR Winter Test 2023

ชม ZX-10RR Winter Test 2023 ของนักแข่ง WSBK ล่าสุด Kawasaki Racing Team ก็ได้ทำการเปิดเผยการซ้อมและทดสอบรถของ 2 นักแข่งประจำทีมซึ่งก็คือ Jonathan Rea อดีตแชมป์โลก 6 สมัยและ Alex Lowes ซึ่งทำการทดสอบในช่วงพักฤดูกาล ซึ่งก็คือช่วงฤดูหนาวนี่เอง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำของทางค่ายเขียว บทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชม ชม ZX-10RR Winter Test 2023 กันครับ ตัวรถของนักแข่งทั้งสองคนจะมาในชุดสีที่มีชื่อเรียกว่าวินเทอร์เทสต์ ซึ่งจุดเด่นคือมาในโทนสีดำเป็นหลักตัดกับสีเทาด้าน และตัดด้วยเส้นสายสีเขียวเอกลักษณ์ของทางค่าย พร้อมลวดลายผลึกหิมะหรือสโนว์เฟล็กที่มีตัวอักษรคันจิจากภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าฟุยุอยู่ภายในซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวนั่นเอง แน่นอนว่ายังคงใส่โลโก้ของสปอนเซอร์มาให้พร้อมพรรค ไม่ว่าจะเป็น elf, Monster Energy, Showa เป็นต้น และแน่นอนว่าในอนาคตเราก็จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-10RR ในลวดลายใกล้เคียงกันนี้วางจำหน่ายในปี 2023 อีกด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกและชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลยครับ รายละเอียดรถแข่งคร่าว ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Ninja ZX-10RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic ใช้ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีสายเบรกจากทาง J.Juan ระบบกันสะเทือนจาก Showa ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก

Bautista คว้าแชมป์โลก แม้ Toprak เหมาชัยทั้ง 3 เรซที่อินโดนีเซีย ล่าสุดหลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Indonesian Round ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Alvaro Buatista คว้าแชมป์โลก ให้กับทาง Aruba.it Racing – Ducati จนได้ แม้ว่า Toprak Razgatlioglu จาก Pata Yamaha With Brixx WorldSBK จะเหมาชัยทั้งสามเรซที่สนามแห่งนี้ไปได้ก็ตาม เรียกว่าแย่งแชมป์มาจาก Toprak มาได้โดยยังมีการแข่งขันที่ออสเตรเลียเหลืออีก 1 สนาม กลับมาโฟกัสกันที่ควอลิฟายรอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 50 องศา / อุณหภูมิอากาศ 32 องศา) หลังจากที่ Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำสถิติสนามใหม่ในช่วงซ้อมอิสระที่ 3 ด้วยเวลา 1’32.294 นาที เขายังคว้าตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกไปก่อน ด้วยเวลาที่น่าทึ่งคือ 1’31.371 ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้อีก แถมยังต่างกับสถิติของการแข่งขัน MotoGP เพียงแค่ 0.3 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับอื่น ๆ บนกริดสตาร์ทตามมาด้วย Jonathan Rea Andrea Locatelli, Alex Lowes และ Alvaro Bautista ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ทำลายสถิติเวลาของสนามเดิมทั้งหมด โดยนักแข่งทั้ง 5 คนนี้ล้วนแต่ใช้ Pirelli Diablo Superbike SCX ในยางหลัง และ Pirelli Diablo Superbike SC1 ในยางหน้า มีเพียง Rea ที่ใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา Pirelli Diablo Superbike SC1A (A0843) ในยางหน้าเพียงคนเดียว WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก 45 องศา / อุณหภูมิอากาศ 31 องศา) ดาวเด่นในรอบซูเปอร์โพลนั้นตกเป็นของ Niki Tuuli (MV Agusta Reparto Corse) ซึ่งทำลายสถิติเวลาสนามด้วยเวลา 1’35.947 นาที คว้าตำแหน่งโพลไปสำหรับการออกสตาร์ททั้งสองเรซในสุดสัปดาห์นี้ กลายเป็นการได้ออกสตาร์ทจากกริดแรกในรอบ 5 ปี นับจากตำแหน่งโพลครั้งล่าสุดของเขานับตั้งแต่ปี 2017 ที่ Magny-Cours ถัดจากเขาลงมาเพียงเสี้ยววินาทีเป็น Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) นักแข่งชาวเตอร์กิช และผู้นำบนหัวตารางคะแนน Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) กริดที่ 4 เป็นของ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team Ducati) เรียกว่ามาจาก 4 ค่ายแตกต่างกัน โดยมี Tuuli และ Aegerter ใช้ ยางหลัง Pirelli Diablo Superbike SC0 และยางหน้า SC1 รีดเวลาที่ดีที่สุดออกมาได้ WorldSBK เรซที่ 1 (อุณหภูมิแทร็ก 60 องศา / อุณหภูมิอากาศ 36 องศา) สำหรับเรซแรกนั้นชัยชนะตกเป็นของโพลแมนอย่าง Toprak ที่ยึดหัวแถวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีนักแข่งชาวสเปน Bautista จบเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตกเป็นของแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea โดยในเรซนี้ทำให้ Toprak มีสถิติใหม่คว้าชัยชนะกับ Yamaha มาแล้ว

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด การันตียางสูตรใหม่เจ๋งจริง นักแข่งชาวสเปนกับรถดูคาติของเขาเพิ่มสถิติชัยชนะในศึก WorldSBK ให้เขาเป็น 11 ครั้งแล้วในฤดูกาล 2022 นี้ ขณะที่การแข่งขันในรุ่นรองอย่าง WorldSSP Aegerter ยังคงแข็งแกร่งคว้าชัยไปได้ทั้ง 2 เรซ ขณะที่รุ่นเล็ก WorldSSP300 เปลี่ยนมือผู้ชนะ แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งหัวตาราง รอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 23°C / อุณหภูมิอากาศ: 19° C) ตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกในคราวนี้ตกเป็นของ Iker Lecuona จาก Team HRC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเขาและทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากที่ทีมเคยได้มาในปี 2016 จากฝีมือของ Michael Van Der Mark ที่ไทย ตามมาอันด้วยกริดที่ 2 เป็นนักแข่งจากคาวาซากิ Alex Lower และถัดมาเป็น Jonathan Rea เพื่อนร่วมทีม (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ขณะกริดที่ 4 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) โดยที่นักแข่งทั้ง 4 คนนี้ต่างทำเวลาดีที่สุดของตัวเองด้วยการใช้ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0570 และยางหลัง SCQ สูตรมาตรฐาน WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาแล็ปเร็วกว่าคู่แข่งเกินกว่า 1 วินาที ทำให้นักแข่งชาวสวิสผู้นี้ได้ตำแหน่งโพลเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 ของเขาที่ลงแข่งในรุ่นนี้ กริดที่ 2 ตกเป็นของ Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) และมี Federico Caricasulo (Althea Racing) จบกริดแถวหน้าสุด โดยในรอบนี้นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน WorldSSP300 (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Victor Steeman (MTM Kawasaki) คว้าโพลที่ 6 ของเขาในการแข่งขันรายการนี้ กลายเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ที่ทำได้ โดยในช่วงต้นของการควอลิฟายซูเปอร์โพล แทร็กนั่นยังชื้นอยู่เล็กน้อยจากที่มีฝนตกตลอดทั้งคืน แต่มันก็แห้งอย่างรวดเร็ว นักแข่งหนุ่มชาวดัตช์คว้าตำแหน่งโพลไปในแล็ปสุดท้าย แย่งชิงมาจาก Alvaro Diaz (Arco Motor University Team) ที่มีแต้มสะสมนำเป็นหัวตารางคะแนนรวม และมี Yuta Okaya (MTM Kawasaki) เข้าเป็นกริดที่ 3 เริ่มการแข่งขันเรซที่ 1 WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 28°C / อุณหภูมิอากาศ: 22° C) Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตนอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก ๆ และกำลังจะเป็นชายที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้มาครอบครอง โดยหลังจากออกสตาร์ทเขาขยับขึ้นเป็นผู้นำทันที และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนจบการแข่งขันเข้าเส้นที่อันดับ 1 โดยนำหน้า Jonathan Rea มากถึงเกือบ 9 วินาทีที่เป็นอันดับ 2 และมี Garrett Gerloff (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ได้เป็นอันดับ 3 และถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมอิสระ และนี่ทำให้นักแข่งชาวสเปนคว้าชัยเป็นครั้งที่ 9 และเพิ่มคะแนนนำในตารางคะแนนรวมให้ห่างจาก Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx

Toprak ขอสอง

Toprak ขอสอง หลัง Baustista ได้ชัยไปก่อนที่ Autodrom Most สรุปการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autodrom Most สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งนับเป็นสนามที่ 6 แล้วสำหรับฤดูกาล 2022 นี้ Toprak ขอสอง หลัง Bautista ได้ชัยไปก่อนในเรซแรก สถิติสนามใหม่ในรอบซูเปอร์โพล WorldSBK สถิติใหม่และตำแหน่งโพลโพซิชันสำหรับรอบนี้เป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โดยยางหลังนั้นนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX ซึ่งปกติแล้วจะเป็น SCQ (เฉพาะสนามนี้) เนื่องจากสภาพของแทร็กนั้นค่อนข้างส่งผลร้ายต่อยาง นักแข่งจากไอริชเหนือผู้นี้กดเวลาไปที่ 1’30.947 นาที ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SCX และยางหน้า SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา ตามด้วย Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่ใช้ยางหลัง SCX เหมือนกัน แต่ใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐาน และอันดับสุดท้ายของแถวหน้าตกเป็นของ Michael Ruben Rinaldi  (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งใช้ยางแบบเดียวกับนักแข่งตุรกี ส่วนอันดับ 4 เป็นนักแข่ง Ducati อีกคนคือ Álvaro Bautista WorldSSP สำหรับรุ่นรองอย่าง WolrdSSP ในรอบซูเปอร์โพลนั้น นักแข่งเลือกใช้ยางหลัง SC0 และยางหน้า SC1 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานทั้งคู่ รุกกี้อย่าง Rookie Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นผู้ได้ตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาสถิติใหม่ ที่ 1’34.952 นาที และเป็นโพลครั้งที่ 2 ของเขา ถัดมาเป็นนักแข่งอิตาลีอีก 2 คน คือ Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ส่วนกริดที่ 4 เป็นของนักแข่งชาวสวิสแชมป์คนล่าสุด Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) WorldSSP300 นักแข่งอิตาเลียน Kevin Sabatucci ควบ Kawasaki Ninja 400 ในสังกัด Kawasaki GP Project คว้าโพลมาได้เป็นครั้งแรกในการแข่งของเขาด้วยเวลา 1’47.921 นาที โดยนักแข่งจาก Marche ผู้นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงซ้อมอิสระ ไต่จากอันดับ 8 ในรอบ FP1 เป็นอันดับ 6 ในรอบ FP2 และจบเวลาเร็วสุดในรอบควอลิฟาย ส่วนแถวหน้าที่เหลือเป็นนักแข่งบราซิลอย่าง Humberto Maier (AD78 Team Brasil by MS Racing) และนักแข่งสเปนอย่าง Alex Millan (SMW Racing) ระเบิดศึกระห่ำเรซแรก WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 26 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) หลังจากคว้าดับเบิ้ลวินที่ Misano มา Álvaro Bautista ก็ยังกลับมาเอาชนะในเรซนี้ได้อีก เก็บสถิติโพเดียมที่ 1,000 ของ Ducati มาได้ เริ่มการแข่งขัน Jonathan Rea ที่ทำลายสถิติเวลาสนามนี้ในรอบซูเปอร์โพลได้ออกจากตำแหน่งโพลก็จริงอยู่แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทิ้งห่างนักแข่งชาวสเปนที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ไปได้ โดยสามารถเกาะติดกลุ่มนำได้จนกระทั่งขึ้นนำเองในแล็ปที่ 10 และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนธงตาหมากรุกโบกสะบัดให้เขา อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงตำแหน่งบนโพเดียมที่เหลือ ซึ่งอันดับ 2 และ

Pirelli จัดยางซอฟต์

Pirelli จัดยางซอฟต์ ช่วยนักแข่งสู้ศึก WSBK ที่เช็ก งานพัฒนาของพีเรลลี่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด จนกระทั่งตอนนี้การแข่งขัน WorldSBK ดำเนินเข้าสู่สนามที่ 6 ที่จะขึ้นที่สาธารณรัฐเช็ก กับสนาม Autodrom Most ซึ่งเป็นสนามที่โหดร้ายกับยางมากที่สุดสนามนึง โดยงานนี้ Pirelli จัดยางซอฟต์ แต่ไม่ซอฟต์จนเกินไป โดยจะจัดยางหลัง SC0 สูตรใหม่ไปเปิดตัวในสนามนี้ และจัดยาง SCX แทนที่ยาง SCQ ในการแข่งขันที่สนามนี้ ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ พีเรลลี่ดำเนินการตามแผนการพัฒนาที่ได้วางไว้แล้วสำหรับปีนี้ต่อกับสนาม Most แห่งนี้ ซึ่งสนามนี้จะจัดแข่งเป็นครั้งที่ 2 ของการแข่ง WorldSBK แม้ว่าจะมีการปรับปรุงสนามแห่งนี้ให้ทันสมัยมากขึ้นในระหว่างพักฤดูกาลการแข่งขัน แต่ตัวแทร็กเองก็ยังคงกินยางมากเนื่องจากเลย์เอาต์ของสนาม และบางส่วนของสนามยังมีการปรับผิวใหม่ทำให้ต้องเจอกับปัจจัยที่ส่งผลต่อยางที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้อีกด้วย และด้วยสาเหตุนี้เองบวกกับข้อมูลที่ทางแบรนด์ตัวพียาวได้รวบรวมมาจากการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ทางแบรนด์จึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนยางใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องมากขึ้น สำหรับยางหน้าในรุ่น WorldSBK นั้นจะมียางเตรียมไว้ให้ทั้งหมด 3 สูตร ทั้ง 36 สูตรจะเป็นยางซอฟต์ทั้งหมด ได่แก่ SC1 สูตรมาตรฐาน, SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว และ SC1 A0843 ยางสูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้ไปแล้วแค่เพียงสนามเดียวคือที่ Assen ซึ่งจะนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ผลงานที่สนาม Most แห่งนี้ สำหรับยางหลังในรุ่น WorldSBK จะมีให้ 2 สูตรคือ SC0 สูตรมาตรฐาน และ SC0 B0624 สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งตัวหลังนี้จะต่างจากยางปกติทั้งตัวคอมปาวด์และโครงสร้างยาง และเพื่อให้ตอบสนองกับลักษณะของแทร็กได้ดีมากที่สุด ยาง SCQ จะไม่มีการนำมาใช้ในสนามนี้ โดยในรอบซูเปอร์โพลและซูเปอร์โพลเรซจะใช้ยาง SCQ แทน สำหรับยางในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะมีให้เลือกเป็น SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SC0 และ SC1 ในช่วงฤดูหนาวสนาม Most Autodrome ซึ่งเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1983 ก็ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลาดยางใหม่ในบางส่วน เช่น ทางตรงก่อนเข้าเส้นชัยและโค้งชิเคนแรก หลาย ๆ ส่วนได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดฝนตกลงมา ทั้งด้วยวิธีการทำทางท่อระบายน้ำใหม่กระทั่งปรับผิวใหม่ พื้นที่รันออฟและกรวดบางโค้งได้รับการขยายให้มีพื้นที่มากขึ้นโดยมีการใช้กรวดกว่า 5,500 ตันและดินอีกหลายพันตัน มีสถานีจับเวลาใหม่และมีกล้องความคมชัดสูงระดับ 4K อีก 27 ตัวถูกติดตั้งเข้าไปเพื่อมอนิเตอร์แทร็ก โดยตัวกล้องมีตัวปัดน้ำฝนและสามารถหมุนได้อีกด้วย และสุดท้ายก็คือมีหอควบคุมที่สร้างขึ้นมาใหม่และมีขนาดใหญ่ขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park  สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2022 สนามนี้จัดขึ้นที่สนาม Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาลนี้แล้ว การแข่งขันในสนามนี้ทาง Pirelli ก็ได้ตัดสินใจเลือกเตรียมยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันในสนามแห่งนี้มากที่สุด  รอบซูเปอร์โพล  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 34 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  หลังจากที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ Estoril มาแล้ว เขาก็ทำมันได้อีกครั้งที่สนามแห่งนี้ โดยแชมป์โลก 6 สมัยคว้าตำแหน่งโพลมาได้ด้วยสถิติเวลาแล็ปที่ 1’26.080 นาที ทำลายสถิติเวลาแทร็กที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 โดยอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา Tom Sykes (1’26.641) เกินกว่าครึ่งวินาที   นักแข่งทั้งหมดทุกคนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ซึ่งนักแข่งจากไอริชเหนือเลือกจับคู่เข้ากับยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ที่ได้สถิติเวลาดีเป็นอันดับ 2 เลือกยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานแทน ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทเป็นคนสุดท้ายของแถวหน้า ก็เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานเช่นกัน ขณะที่ผู้ออกสตาร์ทลำดับที่ 4 กลับเป็น Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) และที่ห้าตกเป็นของ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับ Rea  รุ่น WorldSSP (อุณหภูมิผิวแทร็ก 31 องศา/ อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  เป็นการแย่งชิงตำแหน่งบนกริดสตาร์ทที่เข้มข้นร้อนแรงขั้นสุด ระหว่าง Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), และ Glenn Van Straalen (EAB Racing Team) ต่างคนต่างผลัดกันขึ้นทำเวลาดีกว่ากระทั่งท้ายที่สุดตำแหน่งโพลตกเป็นของนักแข่งชาวสวิสที่ทำเวลาได้ดีกว่าที่ 1’29.961 นาที(ทำสถิติเวลาเป็นรองสถิติเวลาของ Kenan Sofuoglu ที่ทำไว้ในปี 2015 เพียง 0.036 วินาทีเท่านั้น) กลายเป็นการคว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขา และเป็นครั้งที่ 100 ในรุ่น WorldSSP สำหรับค่ายรถจากเมืองอิวาตะ ส่วนนักแข่งดูคาติชาวอิตาลี และนักแข่งยามาฮ่าชาวดัตช์ได้ออกสตาร์ทเป็นแถวหน้าถัดลงมาตามลำดับ โดยนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX เป็นยางหลังและ SC1 เป็นยางหน้า  การแข่งขันในเรซ 1  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 46 องศา / อุณหภูมิอากาศ 24 องศา)  การแข่งขันในเรซนี้นั้นนักแข่งต่างก็เลือกยางหลังเหมือนกันคือ SCX ขณะที่ยางหลังนั้นก็จะมีเลือกแตกต่างกันออกไป Rea, Lowes, Redding และ Bautista เลือกใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ยางสูตรมาตรฐาน SC1   ออกสตาร์ทผู้ป้องกันแชมป์โลกออกสตาร์ทจากกริดที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นนำทันทีและทิ้งห่างไร้การรบกวนแบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Rea ถึง 6 วินาที และห่างจาก Lowes ถึง 9 วินาที นี่ทำให้นักแข่งชาวตุรกีคว้าชัยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้นับจากการชนะรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Misano   โดยการแข่งขันในเรซนี้มีการดวลกันสุดมันระหว่าง Rea และ Bautista เพื่อแย่งอันดับ 2 ซึ่งมาสิ้นสุดลงในแล็ปที่ 16 โดยนักแข่งชาวสเปนพลาดล้มออกจากโค้งที่ 12

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ รับศึก WSBK ที่ Donington Park การแข่งขันสนามที่ 5 ของรายการ FIM Superbike World Championship ซึ่งจะระเบิดศึกขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งสนามนี้ Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ เพื่อรับกับสนามแห่งนี้ โดยตัดสินใจใช้สูตรยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มี เพื่อใช้ในยางหลัง ซึ่งได้แก่ SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้จะใช้เฉพาะตอนควอลิฟายกับการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเท่านั้น ขณะที่ยางหน้าจะใช้ยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และยางสูตร SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และสำหรับการแข่งขัน WorldSSP ก็จะใช้สูตรยางมาตรฐานแบบเดียวกับที่เคยใช้ในแทร็กนี้เมื่อครั้งสุดท้ายในปี 2019 นั่นก็คือ SC1 และ SC2 ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็น SCX และ SC0 ขณะที่รายการแข่งสำหรับนักแข่งวัยเยาว์อย่าง Yamaha R3 bLU cRU European Cup ก็จะได้แข่งในสนามนี้ด้วย ทว่าการแข่งขัน WorldSSP300 จะไม่ได้แข่งในสนามนี้ และจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในสนามหน้าที่สาธารณรัฐเช็ก สนาม Donington Park ที่ตั้งอยู่ใน East Midlands ใกล้กับ Sherwood Forest สร้างมานานกว่า 90 ปีแล้ว มันเป็นสนามที่เป็นส่วนผสมระหว่างส่วนที่ใช้ความเร็วได้มาก ส่วนขึ้นและลงเนิน และโค้งความเร็วต่ำ สลับกับทางตรงที่ทำให้ต้องเบรกหนัก ๆ และต้องเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่นตอนที่ออกจากโค้ง 8 ที่ Coppice เป็นจุดที่คุณเร่งความเร็วสูงสุดที่ทางออกโค้ง ขณะที่โค้งความเร็วปานกลางอย่างที่ Old Hairpin และ McLeans คือโค้งที่คุณไม่สามารถลงต่ำไปกว่า 100 กม./ชม.ได้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตกล่าวว่า “ผลลัพธ์หลังจากการทุ่มเทพัฒนาอย่างหนักนั้นมาปรากฏผลที่ Misano แต่ที่ Donington เรากลับมาเลือกใช้ยางแบบเดิมมากขึ้น โดยมีให้เลือกอย่างครบถ้วน เว้นแต่ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 A0674 ซึ่งไม่ได้เป็นยางใหม่สำหรับทีมแข่ง เพราะเคยนำมาให้ใช้ในการแข่งปีนี้มาแล้ว เรารู้ว่าสนามแห่งนี้ดี เพราะเราเคยแข่งที่นั้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในศึก WorldSBK และในศึก British Superbike Championship ในฐานะเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียว และเมื่อปีที่แล้วเราก็ประสบความสำเร็จกับยางสูตรซอฟต์ที่สุดที่เคยมีมา และถ้าอุณหภูมิมันเอื้ออำนวยแล้วล่ะก็ SCX จะเป็นยางที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกใช้เป็นยางหลังมากที่สุดอย่างแร่นอน ส่วน SC0 ก็ยังคงจะเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้อยู่” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Razgatlıoğlu

Razgatlıoğlu เผยพอใจที่ได้ลองขี่ YZR-M1 ที่ Aragon มาก ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้แชมป์โลกคนล่าสุดจากฝั่ง Superbike World Championship อย่าง Toprak Razgatlıoğlu เผย ว่าพอใจกับผลที่ได้ทดลองขับขี่ Yamaha YZR-M1 ในการทดสอบ MotoGP Test แบบไพรเวตที่สนาม MotorLand Aragón ซึ่งอาจจะเป็นเค้าลางของการย้ายมาทำการแข่งเวทีใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่เขาได้ชัยชนะครั้งแรกในศึก WorldSBK ฤดูกาล 2022 ที่ Misano นักแข่งสัญชาติตุรกีก็ได้ทดลองเปลี่ยนรถจาก Yamaha R1 มาเป็น Yamaha YZR-M1 ทั้งหมดรวม ๆ 40 แล็ป ที่ Aragon ซึ่งเต็มไปด้วยโค้งไฮสปีดและโค้งยาก ๆ กับความยาว 5.078 กม. บวกกับทางตรงยาว ๆ ระหว่างโค้ง 15 และ 16 ช่วยให้เขาได้รับและสัมผัสประสบการณ์และสมรรถนะในทุก ๆ มุม ทุก ๆ ด้านของ เจ้า YZR-M1 ได้เป็นอย่างดี นักแข่งหนุ่มวัย 25 เริ่มต้นวันด้วยการลองขี่ไปก่อน 12 แล็ปเพิ่มสร้างความคุ้นเคยกับรถและยาง จากนั้นก็วิ่งเป็นรัน รันละไม่กี่แล็ป โดยมีทีมทดสอบของทาง Yamaha MotoGP มาช่วยปรับจูนรถให้เข้ากับฟีดแบ็กของทาง Toprak รวมไปถึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Cal Crutchlow เทสต์ไรเดอร์ของ Yamaha MotoGP มาช่วยแนะนำเพิ่มความมั่นใจและความเร็วให้กับเขาอีกด้วย โดยนำเอาเวลาแล็ปในการแข่ง WorldSBK มาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ดีโชคไม่ดีนักการทดสอบนั้นจบลงเร็วเกินไปเนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะฝึกซ้อมต่อ   “นี่เป็นครั้งแรกของผมกับ Yamaha YZR-M1 รถแข่ง MotoGP และผมรู้สึกว่ามันแตกต่างจาก R1 ของผมไปโดยสิ้นเชิงเลย มันมีแรงม้ามากกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างออกไป ชุดเกียร์บ็อกซ์ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ไปหมดเลย ทุก ๆ แล็ปที่ได้ขี่ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย เพราะหลังจากที่แข่ง WSBK มา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาปรับตัวเพื่อให้ขี่รถแข่ง MotoGP โชคดีที่ผมมี Cal Crutchlow มาให้คำแนะนำและเขาก็ช่วยผมได้มากจริง ๆ รถมันดีมาก ๆ โดยเฉพาะทางตรงที่มันขี่ได้เร็วโคตร ๆ และมันน่าสนใจที่เราได้ลองเบรกคาร์บอน” “วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เราก็เลยต้องขี่กันรันละ 5 – 6 แล็ปหลังจากที่ลองขี่รอบแรก 12 แล็ปเพื่อให้ได้คุ้นเคยกับรถ ตอนที่ผมดูการแข่ง MotoGP ผ่านทีวีที่นี่ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีบัมพ์อยู่บ้าง และวันนี้ผมก็ได้สัมผัสมันแล้ว มันไม่ได้แย่อะไรนัก แต่คุณต้องเปิดคันเร่งใส่มันเข้าไปเลย เพราะถ้าคุณผ่อนล่ะก็มันจะยิ่งทำให้รถมันออกอาการ โดยรวมแล้วผมคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่ามันจะสั้นไปหน่อยจากการที่มีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งทำให้ผมไม่ได้ขับขี่ทดสอบมากเท่าที่ผมต้องการ แต่ผมก็สนุกกับการขับขี่รถแข่ง MotoGP มากจริง ๆ ขอบคุณทางยามาฮ่ามาก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมครับ” งานนี้ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นเขาเปลี่ยนเวทีการแข่งขันไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะครับเนี่ย ก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ ที่ Misano หลังเลือกใช้ Pirelli SCX สูตรพัฒนาใหม่ นับเป็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Pirelli ซึ่งก่อนจะเริ่มการแข่งขันในรอบ รอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี ก็ได้มีการตระเตรียมยางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนานั่นเอง โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCX (B0452) และ SCX (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน และยางสูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ Alvaro Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซที่สนามแห่งนี้ เริ่มด้วยการทำลายสถิติ นับตั้งแต่ปี 2009 Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนามแห่งนี้เลย แต่ทว่าปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา โดยยางที่เขาเลือกใช้นั้นเป็นยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาที่ยางหน้า และยาง SCQ ยางเอ็กซ์ตราซอฟต์ในยางหลัง คว้าชัยในเรซแรก นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ เลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 และนั่นก็ช่วยให้เขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งที่เป็นทั้งแชมป์โลกคนปัจจุบันและแชมป์โลก 6 สมัย รั้งอันดับ 2 รอบซูเปอร์โพลเรซ สำหรับในรอบซูเปอร์โพลเรซ Bautista ยังคงเลือกใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าส่วนยางหลังก็ยังคงใช้ SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาเหมือนกับตอนเรซแรก และสามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกอย่าง Toprak เก็บชัยเพิ่มในเรซที่ 2 ปิดท้ายสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Bautista และ Ducati เขาเลือกใช้ยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าและยังมั่นใจใช้ยาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาในยางหลัง และนั่นทำให้เขาสามารถคว้าชัยและหยุดความคาดหวังของ Razgatlioglu ที่หวังจะได้ชัยชนะในเรซนี้ไป ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของเพื่อนร่วมทีมชาวสเปนของเขา Michael Ruben Rinaldi จากการแข่งขัน WorldSBK สนามนี้เผยให้เห็นว่ายาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นั้นตอบโจทย์การแข่งขันในสนามนี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยางสูตรนุ่มพิเศษสำหรับรีดเวลาก็ยังคงตอบโจทย์และสามารถทำลายสถิติเวลาได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นับได้ว่า Pirelli ทำการบ้านออกมาได้ดีสมกับเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวให้กับการแข่งขันรายการนี้ และแน่นอนว่าในอนาคตคุณเองก็อาจจะได้ลองใช้ยางที่ใช้ในสนามแข่งระดับโลกเหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak คว้าชัยแรกของปี

Toprak คว้าชัยแรกของปี ทว่า Bautista ซิวเพิ่มอีก 2 ที่ Misano ในศึก WSBK  จบกันไปแล้วกับศึกรถโปรดักชันสุดมัน WorldSBK 2022 ที่สนาม Misano ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าบทความนี้เราก็จะไปสรุปผลการแข่งขันในแต่ละช่วงแต่ละรุ่นกันเช่นเคยครับ ไปลุยกันเลย   สรุปรอบซูเปอร์โพล  WorldSBK  ในรอบควอลิฟายหรือซูเปอร์โพล Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนาม Misano เลยสักครั้งนับตั้งแต่ปี 2009 แต่ในปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา ออกสตาร์ทเป็นคนแรกในเรซแรกของสนามนี้  นักแข่งชาวสเปนนั้นในทางตรงนั้นเร็วมากจริง ๆ แต่ทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เองก็ไม่ได้เอาแต่ดูเฉย ๆ กดเวลาจนสามารถออกสตาร์ทที่ตำแหน่งกริดที่ 2 และ 3 ได้ตามลำดับ โดยทั้งสามคนต่างก็เลือกใช้ยางหลัง SCQ ขณะที่ทางด้าน Bautista เลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรกำลังพัฒนาช่วยรีดเวลาจนถึงที่สุด  WorldSSP ส่วนทางด้านการแข่งขันรุ่น WorldSSP นักแข่งชาวสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้ว และถือเป็นครั้งที่ 7 ในการแข่งขันพิกัดนี้ และยังทำลายสถิติสนามที่ถูกสร้างไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยเวลา 1’37.173 นาที ถัดจากเขาลงมาเป็นนักแข่งอิตาลี 4 คนรวด ได้แก่ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team), Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Yari Montella (Kawasaki Puccetti Racing)  WorldSSP300 หลังจากกดเวลาดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบซ้อมอิสระช่วงที่ 2 ของวันศุกร์ นักบิดหนุ่มจากทัสคานี Matteo Vannucci ที่ควบรถแข่ง Yamaha YZF-R3 ภายใต้สังกัด AG Motorsport Italia Yamaha ทำลายสถิติอีกคน กลายเป็นนักแข่งชาวอิตาลีคนแรกในคลาสนนี้ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลในแทร็กบ้านเกิด ส่วนอันดับถัดลงมาเป็นของนักแข่งคาวาซากิสองคนที่ได้ออกสตาร์ทแถวหน้านั่นคือ Victor Steeman (MTM Kawasaki) และ Iñigo Iglesias (SMW Racing)  สรุปการแข่งขันใน RACE 1  WorldSBK Race 1 (อุณหภูมิแทร็ก 53°C / อุณหภูมิอากาศ 26° C)  เป็นสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Álvaro Bautista และดูคาติ หลังจากที่ทำลายสถิติเวลาสนามพร้อมทั้งคว้าตำแหน่งโพลมาได้ นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 แต่เขากลับเลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่บนพื้นฐาน SCX ทั้งสองสูตรนั้นมีคอมปาวด์เดียวกันแต่ต่างกันที่โครงสร้าง ขณะที่ยางหน้านั้นก็เลือกต่างกัน โดย Bautista และ Rea ใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน โดยรวมแล้วนักแข่ง 17 คนจาก 25 คนเลือกใช้ยาง