SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Xiaomi SU7 เทสต์
การทดสอบระยะทางการวิ่งไกล

ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นอกเหนือจากการประชันกันที่ตัวเลข 0-100 กม./ชม. หรือระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแล้ว อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั่วโลกให้ความสำคัญคือ “ความทนทานในสภาวะสุดขีด” (Endurance Test) ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 Xiaomi SU7 รุ่นปรับโฉมปี 2026 (Updated Model) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทำลายสถิติโลกในการทดสอบวิ่งต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Xpeng P7 ไปได้อย่างขาดลอย อ้างอิงรายงานล่าสุดจาก CarNewsChina ทำให้เหล่าผู้ที่สนใจ Xiaomi SU7 เทสต์ เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก

ตัวเลขแห่งชัยชนะ 4,264 กิโลเมตร ใน 1 วัน

ผลการทดสอบที่ออกมาทำเอาวงการยานยนต์ต้องสั่นสะเทือน เมื่อ Xiaomi SU7 รุ่นอัปเดต สามารถทำระยะทางรวมได้สูงถึง 4,264 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติใหม่ของแบรนด์ แต่เป็นการทำลายสถิติเดิมของ Xpeng P7 (เจเนอเรชันที่ 2) ที่เคยทำไว้ 3,961 กิโลเมตร เมื่อปี 2025 อย่างไม่เห็นฝุ่น นอกจากนี้ยังก้าวข้ามสถิติของรถ SUV เพื่อนร่วมค่ายอย่าง Xiaomi YU7 ที่เคยทำไว้ 3,944 กิโลเมตร อีกด้วย

การจะทำระยะทางได้ทะลุ 4,200 กิโลเมตรในเวลาเพียงหนึ่งวัน หมายความว่ารถต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงมากอย่างต่อเนื่องและมีการหยุดพักเพื่อชาร์จไฟในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยในการทดสอบครั้งนี้ SU7 ต้องรักษาระดับความเร็วเฉลี่ย (รวมเวลาชาร์จ) อยู่ที่ประมาณ 177 กม./ชม. (110 mph) และมีบางช่วงที่ตัวรถทำความเร็วต่อเนื่องสูงถึง 240 กม./ชม. ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยมในด้านการจัดการความร้อน (Thermal Management) ของระบบมอเตอร์และแบตเตอรี่

Xiaomi SU7 เทสต์
4,264 กิโลเมตร คือระยะทางที่สามารถทำได้ในครั้งนี้

ขุมพลังมอเตอร์ V6s Plus และสถาปัตยกรรม 897V

ความลับเบื้องหลังความอึดและความเร็วของ Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 คือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ขนานใหญ่:

  • มอเตอร์ไฟฟ้า V6s Plus: มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเองนี้ มีรอบการหมุนสูงถึง 22,000 RPM ให้พละกำลังรวมทั้งระบบในรุ่น Max สูงถึง 681 แรงม้า (508 kW) และสามารถทำความเร็วสูงสุดตามสเปกได้ที่ 265 กม./ชม. การที่มอเตอร์สามารถทนทานต่อการหมุนในรอบสูงติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่มีอาการ Overheat ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่สำคัญ

  • ระบบชาร์จระดับ 5.2C: เพื่อลดเวลาในการหยุดพักให้น้อยที่สุด SU7 รุ่นใหม่มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันสูง 897V และแบตเตอรี่ NMC ขนาด 101.7 kWh ที่รองรับการชาร์จระดับ 5.2C ซึ่งสามารถรับกำลังไฟสูงสุดได้ถึง 530 kW ส่งผลให้การชาร์จเพียง 15 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 670 กิโลเมตร ทำให้เวลาที่ต้องสูญเสียไปในสถานีชาร์จนั้นสั้นลงอย่างมากจนสร้างสถิติระยะทางรวมได้สูงขนาดนี้

การปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืน

Xiaomi ไม่ได้เพียงแต่เน้นเรื่องความเร็ว แต่ในรุ่นปี 2026 นี้ยังมีการแก้ไขปัญหาที่เคยเป็นจุดอ่อนในรุ่นก่อนหน้า โดยมีการเพิ่ม ถุงลมนิรภัยรวมเป็น 9 จุด และที่สำคัญที่สุดคือการอัปเกรดระบบจ่ายไฟสำรองสำหรับกลอนประตูหลัง ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเปิดประตูออกจากรถได้ทันทีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและระบบไฟหลักเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบ LiDAR เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อยเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Xiaomi HAD ที่มีความฉลาดมากขึ้น

Xiaomi SU7 เทสต์

วิเคราะห์เป้าหมายและทิศทางตลาดปี 2026

ชัยชนะเหนือ Xpeng P7 ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ที่ประธาน Lei Jun ตั้งเป้าจะส่งมอบรถยนต์ในปี 2569 ให้ได้ถึง 550,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 34% การโชว์สมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งโดยตรงในด้านความทนทาน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า Xiaomi ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทไอทีที่หันมาทำรถยนต์ แต่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมาตรฐานทางวิศวกรรมระดับโลก

ราคาจำหน่ายของ Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 32,990 – 44,470 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.15 – 1.55 ล้านบาท) ซึ่งเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับและการทำลายสถิติโลกในครั้งนี้ ยิ่งทำให้ SU7 กลายเป็นรถซีดานไฟฟ้าที่คุ้มค่าและน่ากลัวที่สุดสำหรับคู่แข่งทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ตะวันตกในปัจจุบัน

บทสรุป

การทดสอบความอึด 24 ชั่วโมง Xiaomi SU7 เทสต์ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการวิ่งเพื่อเอาชนะเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่มันคือการประกาศให้โลกเห็นว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการจัดการพลังงานของ Xiaomi ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปแล้ว ชัยชนะเหนือ Xpeng P7 คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งทำความเร็วสูงได้ต่อเนื่องไม่ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาป และเรากำลังจะได้เห็นรุ่นปรับโฉมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569 นี้

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Xiaomi SU7 เทสต์ ทุบสถิติโลกวิ่ง 24 ชั่วโมง ทำระยะทางได้ 4,264 กม.

Xiaomi SU7 เทสต์
การทดสอบระยะทางการวิ่งไกล

ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นอกเหนือจากการประชันกันที่ตัวเลข 0-100 กม./ชม. หรือระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแล้ว อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั่วโลกให้ความสำคัญคือ “ความทนทานในสภาวะสุดขีด” (Endurance Test) ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 Xiaomi SU7 รุ่นปรับโฉมปี 2026 (Updated Model) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทำลายสถิติโลกในการทดสอบวิ่งต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Xpeng P7 ไปได้อย่างขาดลอย อ้างอิงรายงานล่าสุดจาก CarNewsChina ทำให้เหล่าผู้ที่สนใจ Xiaomi SU7 เทสต์ เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก

ตัวเลขแห่งชัยชนะ 4,264 กิโลเมตร ใน 1 วัน

ผลการทดสอบที่ออกมาทำเอาวงการยานยนต์ต้องสั่นสะเทือน เมื่อ Xiaomi SU7 รุ่นอัปเดต สามารถทำระยะทางรวมได้สูงถึง 4,264 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติใหม่ของแบรนด์ แต่เป็นการทำลายสถิติเดิมของ Xpeng P7 (เจเนอเรชันที่ 2) ที่เคยทำไว้ 3,961 กิโลเมตร เมื่อปี 2025 อย่างไม่เห็นฝุ่น นอกจากนี้ยังก้าวข้ามสถิติของรถ SUV เพื่อนร่วมค่ายอย่าง Xiaomi YU7 ที่เคยทำไว้ 3,944 กิโลเมตร อีกด้วย

การจะทำระยะทางได้ทะลุ 4,200 กิโลเมตรในเวลาเพียงหนึ่งวัน หมายความว่ารถต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงมากอย่างต่อเนื่องและมีการหยุดพักเพื่อชาร์จไฟในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยในการทดสอบครั้งนี้ SU7 ต้องรักษาระดับความเร็วเฉลี่ย (รวมเวลาชาร์จ) อยู่ที่ประมาณ 177 กม./ชม. (110 mph) และมีบางช่วงที่ตัวรถทำความเร็วต่อเนื่องสูงถึง 240 กม./ชม. ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยมในด้านการจัดการความร้อน (Thermal Management) ของระบบมอเตอร์และแบตเตอรี่

Xiaomi SU7 เทสต์
4,264 กิโลเมตร คือระยะทางที่สามารถทำได้ในครั้งนี้

ขุมพลังมอเตอร์ V6s Plus และสถาปัตยกรรม 897V

ความลับเบื้องหลังความอึดและความเร็วของ Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 คือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ขนานใหญ่:

  • มอเตอร์ไฟฟ้า V6s Plus: มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเองนี้ มีรอบการหมุนสูงถึง 22,000 RPM ให้พละกำลังรวมทั้งระบบในรุ่น Max สูงถึง 681 แรงม้า (508 kW) และสามารถทำความเร็วสูงสุดตามสเปกได้ที่ 265 กม./ชม. การที่มอเตอร์สามารถทนทานต่อการหมุนในรอบสูงติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่มีอาการ Overheat ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่สำคัญ

  • ระบบชาร์จระดับ 5.2C: เพื่อลดเวลาในการหยุดพักให้น้อยที่สุด SU7 รุ่นใหม่มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันสูง 897V และแบตเตอรี่ NMC ขนาด 101.7 kWh ที่รองรับการชาร์จระดับ 5.2C ซึ่งสามารถรับกำลังไฟสูงสุดได้ถึง 530 kW ส่งผลให้การชาร์จเพียง 15 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 670 กิโลเมตร ทำให้เวลาที่ต้องสูญเสียไปในสถานีชาร์จนั้นสั้นลงอย่างมากจนสร้างสถิติระยะทางรวมได้สูงขนาดนี้

การปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืน

Xiaomi ไม่ได้เพียงแต่เน้นเรื่องความเร็ว แต่ในรุ่นปี 2026 นี้ยังมีการแก้ไขปัญหาที่เคยเป็นจุดอ่อนในรุ่นก่อนหน้า โดยมีการเพิ่ม ถุงลมนิรภัยรวมเป็น 9 จุด และที่สำคัญที่สุดคือการอัปเกรดระบบจ่ายไฟสำรองสำหรับกลอนประตูหลัง ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเปิดประตูออกจากรถได้ทันทีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและระบบไฟหลักเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบ LiDAR เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อยเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Xiaomi HAD ที่มีความฉลาดมากขึ้น

Xiaomi SU7 เทสต์

วิเคราะห์เป้าหมายและทิศทางตลาดปี 2026

ชัยชนะเหนือ Xpeng P7 ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ที่ประธาน Lei Jun ตั้งเป้าจะส่งมอบรถยนต์ในปี 2569 ให้ได้ถึง 550,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 34% การโชว์สมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งโดยตรงในด้านความทนทาน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า Xiaomi ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทไอทีที่หันมาทำรถยนต์ แต่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมาตรฐานทางวิศวกรรมระดับโลก

ราคาจำหน่ายของ Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 32,990 – 44,470 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.15 – 1.55 ล้านบาท) ซึ่งเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับและการทำลายสถิติโลกในครั้งนี้ ยิ่งทำให้ SU7 กลายเป็นรถซีดานไฟฟ้าที่คุ้มค่าและน่ากลัวที่สุดสำหรับคู่แข่งทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ตะวันตกในปัจจุบัน

บทสรุป

การทดสอบความอึด 24 ชั่วโมง Xiaomi SU7 เทสต์ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการวิ่งเพื่อเอาชนะเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่มันคือการประกาศให้โลกเห็นว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการจัดการพลังงานของ Xiaomi ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปแล้ว ชัยชนะเหนือ Xpeng P7 คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งทำความเร็วสูงได้ต่อเนื่องไม่ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาป และเรากำลังจะได้เห็นรุ่นปรับโฉมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569 นี้

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า