Yamaha News
Captain SuperBike Captain SuperBike

ยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า สานต่อภารกิจลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูระบบนิเวศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จับมือกรมป่าไม้ เดินหน้าโครงการปลูกไผ่ล้อมป่าประจำปี 2569 ณ จังหวัดกำแพงเพชร สร้างแนวป้องกันพื้นที่ป่าด้วยไผ่รวก พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ตอกย้ำเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทยามาฮ่า มอเตอร์ในประเทศไทย เดินหน้าภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับกรมป่าไม้ จัดกิจกรรม “ยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า” เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2569 เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมบูรณ์อย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยยามาฮ่าตั้งเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ผ่านมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสนับสนุนแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ

สำหรับแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคยกับเสียงเครื่องยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต คราวนี้ยามาฮ่าขอเปลี่ยนบรรยากาศจากสนามแข่งมาสู่ผืนป่า เพราะอนาคตของการเดินทางไม่ได้วัดกันเพียงแรงม้าหรือเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน

ทำไมโครงการฟื้นฟูป่าของยามาฮ่าจึงเลือกใช้ไผ่รวก?

ไผ่รวกถูกนำมาใช้สร้างแนวรั้วธรรมชาติรอบแปลงปลูกป่า เพื่อช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากการบุกรุกและสัตว์เลี้ยงเข้าทำลายกล้าไม้ รวมถึงสนับสนุนการจัดการแนวป้องกันไฟป่าตามแนวทางของโครงการ

แนวคิดสำคัญของการปลูกไผ่ล้อมป่าไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่เป็นการสร้างระบบป้องกันให้พื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟูมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การเลือกปลูกไผ่รวกรอบแปลงจึงตอบโจทย์การดูแลพื้นที่ในหลายด้าน ได้แก่

  • สร้างแนวรั้วธรรมชาติ: ช่วยกำหนดขอบเขตแปลงปลูกป่าให้ชัดเจน และลดโอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะเข้ามารบกวนต้นไม้ภายในพื้นที่
  • สนับสนุนการป้องกันไฟป่า: ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวจัดการพื้นที่ขอบป่า โดยยังจำเป็นต้องดูแลเชื้อเพลิงและจัดการความเสี่ยงจากไฟอย่างเหมาะสม
  • ช่วยปกป้องต้นไม้ที่ปลูกใหม่: ลดปัจจัยรบกวนบางประการ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดและการเจริญเติบโตของกล้าไม้
  • สร้างประโยชน์แก่ชุมชน: ไผ่สามารถเป็นแหล่งผลิตหน่อไม้ตามธรรมชาติในอนาคต ภายใต้การใช้ประโยชน์ที่ได้รับอนุญาตและมีการจัดการอย่างเหมาะสม
  • สนับสนุนความหลากหลายของพืชพรรณ: เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูพื้นที่เมื่อใช้ร่วมกับพันธุ์ไม้ท้องถิ่นอื่นอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ไผ่ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปสำหรับการฟื้นฟูป่าทุกประเภท การเลือกตำแหน่งปลูก การควบคุมการขยายตัว และการดูแลรักษาระยะยาวยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้

นั่นทำให้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้มีความสำคัญ เพราะการปลูกต้นไม้ให้เติบโตจนกลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ ต้องอาศัยการบริหารจัดการมากกว่าการนำกล้าไม้ลงดินในวันจัดกิจกรรมเพียงวันเดียว

การปลูกป่าช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและฟื้นฟูระบบนิเวศได้อย่างไร?

การปลูกและฟื้นฟูป่าสามารถสนับสนุนการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง โดยคาร์บอนส่วนหนึ่งจะถูกสะสมไว้ในลำต้น กิ่ง ราก และองค์ประกอบอื่นของระบบนิเวศ

เมื่อป่ามีการเติบโตและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม พื้นที่ดังกล่าวสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ หรือ Carbon Sink ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับโครงการของยามาฮ่า การดำเนินงานมีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย หรือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกและการประเมินผลตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นไม้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนับเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองได้ทันที เพราะต้องมีการตรวจวัด ประเมิน และทวนสอบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ในทางปฏิบัติ การประเมินผลด้านคาร์บอนของโครงการป่าไม้จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น พื้นที่ปลูกจริง ชนิดพันธุ์ไม้ อัตราการรอด การเจริญเติบโต และระยะเวลาที่พื้นที่สามารถรักษาคาร์บอนสะสมไว้ได้

ผลประโยชน์ของการฟื้นฟูป่ายังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องคาร์บอน เพราะพื้นที่ป่าที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ และสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ได้อีกด้วย

ยามาฮ่ามีเป้าหมาย Carbon Neutrality 2050 อย่างไร?

ยามาฮ่าวางเป้าหมายระยะยาวในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality หมายถึงแนวทางสร้างสมดุลระหว่างปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับปริมาณที่ลดหรือกำจัดออกตามขอบเขตการประเมินที่กำหนด

สำหรับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการลดการใช้พลังงานในโรงงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต วัตถุดิบ การขนส่ง ตลอดจนการใช้ผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต

ย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2023 ยามาฮ่าเคยนำเสนอแนวคิดด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนและเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหรือยานยนต์ต้นแบบพลังงานไฮโดรเจน โดยสามารถติดตามแนวทางดังกล่าวได้จากบทความ Thai Yamaha จัดทัพใหญ่เขย่าเวที Motor Show 2023

นอกจากนี้ ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ Yamaha ในโอกาสครบรอบ 60 ปีในประเทศไทย ยังสะท้อนบทบาทด้านกิจกรรมเพื่อสังคมและการสนับสนุนแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ฝั่งเทคโนโลยีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยามาฮ่ายังคงมีการพัฒนายานยนต์ต้นแบบอย่าง Yamaha YE-01 Racing Concept ซึ่งสะท้อนการสำรวจแนวทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในวงการมอเตอร์สปอร์ต

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโครงการฟื้นฟูป่าเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งกำเนิดโดยตรงยังเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน

กล่าวอีกอย่างคือ ปลูกป่าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากกิจกรรมทางธุรกิจยังไม่มีการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสองแนวทางจึงจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน

ชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการปลูกไผ่ล้อมป่า?

ชุมชนในจังหวัดกำแพงเพชรมีบทบาทสำคัญในการร่วมปลูก ดูแล และบำรุงรักษาพื้นที่ป่า พร้อมได้รับประโยชน์จากการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการสร้างความรู้ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

หนึ่งในแนวคิดหลักของโครงการคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่จำกัดการดำเนินงานไว้เฉพาะพนักงานบริษัทหรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น

การแจกจ่ายกล้าไม้แก่ประชาชนเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยขยายแนวคิดการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวออกจากแปลงปลูกป่าไปสู่บ้านเรือนและพื้นที่ชุมชน ทำให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการปลูกและดูแลต้นไม้ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ไผ่ที่ปลูกบริเวณแนวรอบพื้นที่ยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติในอนาคต ซึ่งอาจสร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้หากมีการจัดการและกำหนดแนวทางใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

สำหรับกิจกรรมวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ยังมีการมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียนบ้านวังชะโอน รวมถึงกิจกรรม Kid’s Bike เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กตามรายงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกำแพงเพชร

องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้กิจกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การสนับสนุนคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบ

ในระยะยาว การให้ชุมชนมีบทบาทร่วมดูแลรักษาผืนป่าอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการดำเนินต่อไปได้ เพราะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ย่อมมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง

สรุปโครงการปลูกไผ่ล้อมป่าของยามาฮ่าสำคัญอย่างไรต่ออนาคตสิ่งแวดล้อม?

ความร่วมมือระหว่างไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กรมป่าไม้ และชุมชนในจังหวัดกำแพงเพชร เป็นตัวอย่างของการนำทรัพยากรจากหลายภาคส่วนมาสนับสนุนการฟื้นฟูป่า พร้อมส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น

กิจกรรมปี 2569 แสดงให้เห็นถึงแนวทางการดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มุ่งเฉพาะการปลูกต้นไม้ใหม่ แต่ยังรวมถึงการสร้างแนวป้องกันด้วยไผ่รวก การบำรุงรักษาพื้นที่เดิม และการเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทร่วมกัน

สำหรับเป้าหมาย Carbon Neutrality 2050 ของยามาฮ่า โครงการฟื้นฟูป่าถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่สามารถสนับสนุนการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ แต่ผลลัพธ์ด้านคาร์บอนยังต้องอาศัยการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ

สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงจำนวนต้นไม้ที่ยามาฮ่าจะปลูกเพิ่ม แต่เป็นความสามารถในการดูแลให้ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์ให้ระบบนิเวศกับชุมชนได้จริง

เพราะสุดท้ายแล้ว การทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเครื่องยนต์หรือยานยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติด้วยเช่นกัน

ติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมสองล้อ เทคโนโลยี และกิจกรรมเพื่อสังคมจากผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ในหมวด ข่าวมอไซค์ ของ SuperBikeMag

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

ทำไมยามาฮ่าจึงเลือกปลูกไผ่รวก?

ไผ่รวกถูกนำมาใช้เป็นแนวรั้วธรรมชาติรอบแปลงปลูกป่า เพื่อช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ ปกป้องกล้าไม้ และสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าในระยะยาว

ยามาฮ่าตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ปีไหน?

ยามาฮ่ากำหนดเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

ยามาฮ่าปลูกต้นไม้ไปแล้วกี่ต้น?

ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์จากบริษัท ยามาฮ่าระบุว่ามีจำนวนต้นไม้ปลูกสะสมมากกว่า 160,000 ต้น บนพื้นที่ดำเนินงานกว่า 1,200 ไร่ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ระบุอัตราการรอดสะสมของต้นไม้ทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง