Rossi เผย ความเป็นไปได้ของเขากับ MotoGP ในปี 2021

Rossi เผย

MotoGP กำลังจะเริ่มต้นการแข่งขัน และเริ่มมีการทดสอบก่อนจะลงแข่งกันจริงๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นสัญญาณตอบรับและแสดงถึงความพร้อมของแต่ละค่ายรถ หลังฤดูกาลการแข่งขันต้องเลื่อนไปหลายเดือนจากปกติอันมาจากโรคระบาด คีย์แมนคนสำคัญคนแรกอย่าง Marc Marquez ยังคงเป็นคนที่หวด Honda RC213V ได้ดีไม่ต่างไปจากปีก่อน และตอนนี้เขาจะกำลังไล่ตามสถิติของ Valentino Rossi (แชมป์โลก 9 สมัย) แต่ข่าวๆ ที่แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งโลกกำลังรอนั้นไม่ใช่ข่าวของเจ้าหนูระเบิด แต่เป็นฝ่ายหลังมากกว่า และล่าสุดเขาก็ยืนยันก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันรอบเปิดฤดกาลที่ Jerez ประเทศสเปนว่าเขาจะลงแข่งต่อไปในปี 2021 ให้กับทางทีม Petronas Yamaha Sepang Racing และอาจจะในปี 2022 ด้วย

การล็อคดาวน์เป็นระยะเวลายาวนานช่วยให้ Rossi สามารถที่จะเผชิญกับความกลัวที่เข้ามาพันแข้งพันขาแชมป์ทุกๆ คนในช่วงที่เวลาใกล้จะรีไทร์นั้นเข้ามาถึง พ่อหมอของพวกเรารู้ว่าการต่อสู้ในทุกๆ วันอาทิตย์กับนักแข่งรุ่นใหม่ๆ ที่มีอายุน้อยกว่าเขาครึ่งนึง (Fabio Quartararo นักแข่งวัย 20 ปีที่จะมาเสียบที่นั่งของ Rossi ในทีมโรงงานของ Yamaha ในปีหน้า) จะต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล แต่ก็เป็นอีกครั้งนึงที่แชมป์โลก 9 สมัยเลือกที่จะทำตามหัวใจ โดย Rossi เผย ไว้ดังนี้

การล็อคดาวน์นั้นส่งผลต่อการตัดสินในการแข่งขันในปี 2021 ยังไงบ้าง?

Valentino Rossi: การล็อคดาวน์เปลี่ยนแผนการของผมไป เพราะความคิดเดิมของผมคือจะลงแข่งไปอีก 4 – 5 เรซเพื่อดูว่าผมสามารถแข่งขันได้อย่างสูสีหรือไม่ แต่หลังจากนั้นผมก็ต้องตัดสินใจโดยที่ไม่มีโอกาสได้ลงแทร็ก ผมยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่ในใจของผมนั้นได้ตัดสินใจไปแล้วเรียบร้อย ผมอยากที่จะแข่งต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปี ตอนนี้ 99% แล้วที่ผมจะเริ่มต้นการแข่งขัน MotoGP 2021 กับทีม Petronas Yamaha

อะไรคือจุดเปลี่ยนในการตัดสินใจในครั้งนี้?

ตั้งแต่ที่ผมอายุได้ 15 ปี ผมก็ไม่เคยอยู่ติดบ้านเป็นเวลานานๆ เลย มันเป็นชีวิตผมมาตลอด ในทางนึงผมก็กังวลว่าผมควรจะอยู่บ้านและใช้ชีวิตแบบทั่วๆ ไปดีมั้ย ในช่วงล็อคดาวน์นี่เอง ผมได้มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับอนาคตของผมและยังได้สำนึกถึงคุณค่าของการใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วๆ ไป

Rossi เผย

พอจะรู้แล้วใช่มั้ยว่ามันเป็นไปได้ที่จะใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องแข่งรถ?

ผมไม่ได้คิดถึงความกดดันจากการแข่งขัน แต่ผมคิดถึง Yamaha M1 ของผมรวมไปถึงการขี่รถมอเตอร์ไซค์ และในความเป็นจริงสิ่งแรกที่เราทำตอนที่ยกเลิกล็อคดาวน์คือการซ้อมใน Ranch ของผม แต่ผมก็ตระหนักได้ถึงสิ่งนึง ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องมีความกดดันจากการแข่งขัน

ช่วงที่กักตัวนั้นคุณเรียนรู้เรื่องอะไรมากที่สุด?

ผมใช้เวลาในช่วงนั้นที่บ้านใน Tavullia กับแม่ของผม Stefania (ยอดกุ๊ด!) แฟนของผม และหมาอีก 2 ตัวของผม ในตอนแรกๆ มันค่อนข้างจะแปลกๆ เพราะเรามักจะคุ้นเคยกับอะดรีนาลีนจากการแข่งขัน และเราก็มักจะเตรียมตัวให้พร้อมที่จะแข่งขัน จากนั้นผมก็เริ่มที่จะสนุกไปกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ความจริงคือผมค่อนข้างจะรู้สึกดีที่ได้ทำหลายๆ อย่างกับทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงการใช้ชีวิตบนเตียงในตอนเช้าด้วย

ในการเซ็นสัญญานั้นมีอะไรขาดหายไป?

ผมได้พูดคุยกับทาง Lin (Jarvis ผู้จัดการทั่วไปของ Yamaha) Razan Razlani และ Stiegefelt จากทาง Petronas ไปเยอะแล้วก็จริง แต่เราจำเป็นจะต้องกำหนดรายละเอียดสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าลูกทีมของผมจะต้องทำตามผม David (Munoz) หัวหน้าทีมช่างของผมจะมาด้วย แต่คนอื่นๆ จะต้องคอยดูกันต่อไป

Rossi เผย

ความลับที่อยู่เบื้องหลังของ Valentino Rossi คืออะไร?

ผมสนุกไปกับการขี่มอเตอร์ไซค์ ทันทีที่ล็อคดาวน์ถูกยกเลิก พวกเราก็ไปซ้อมกันที่ Ranch ของผม เราซ้อมกันเยอะมาก VR46 นั้นถูกจัดการคล้ายๆ กับสโมสรฟุตบอล ทุกๆ คนจะมีตำแหน่งของตัวเอง แต่พวกเราซ้อมด้วยกัน เราลงอแทร็กด้วยกัน และเรากินด้วยกัน ตอนนี้ผมจึงได้รู้ว่าผมมีความสุขกับการได้อยู่ที่บ้านมากแค่ไหน ผมสามารถแข่งต่อไปเรื่อยๆ ได้ แต่ต้องพึงระวังไว้ว่ามันจะต้องใช้ความพยายามทางกายอย่างหนักบรรยากาศในแพ็ดด็อกเป็นอย่างไรบ้าง?ผมไม่เคยใช้เวลานอกแพ็ดด็อกนานๆ มากนัก และการได้ขี่ M1 เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ แพ็ดด็อกที่ผมประสบพบเจอนั้นแตกต่างจากที่เราจากไปนิดหน่อย เราต้องใส่แมสก์ระหว่างที่ประชุมกันและต้องระมัดระวัง เรื่องดีๆ เหรอ? แพ็ดด็อกนั้นเงียบมากๆ และผมสามารถเดินไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องระวัง มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยนับตั้งแต่ปี 1997 (Rossi หัวเลาะ) ในวันอาทิตย์มันจะกลายเป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีบรรดาแฟนคลับ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องกลับมาแข่งขันอีก และผมคิดว่านี่เป็นข่าวดีมากๆ สำหรับแฟนๆ กีฬาความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรถ?เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในที่สุดเราก็ได้กลับมาที่แทร็กอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 5 เดือน ในตอนเช้าเรามีเพียงแค่ยางแบบซอฟต์เพียงอย่างเดียวเพื่อลองทำเวลา และผมก็จบในลำดับที่ 5 ส่วนในช่วงบ่ายเราต้องสู้กับอุณหภูมิแทร็กที่สูงมากๆ (57.7 องศา) เราจำเป็นจะต้องทำการบ้านเรื่องการเซ็ตรถและความเร็วในการแข่ง

อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก