SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Yamaha Fazzio

ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกปี 2026 ยักษ์ใหญ่อย่าง ยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำเทรนด์แฟชั่นได้อย่างเหนียวแน่นด้วยการส่ง Yamaha Fazzio Hybrid รุ่นปรับโฉมใหม่ลงสู้ศึก การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีเปลือกนอก แต่เป็นการตอกย้ำความเป็น “Digital Life” ที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ากว่าเดิม

และนี่คือ 7 จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Yamaha Fazzio hybrid 2025 กลายเป็นโมเดลที่น่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้

1. ดีไซน์ Iconic รูปทรงแคปซูลที่ไม่ซ้ำใคร

ในยุคที่รถมอเตอร์ไซค์หันไปเน้นความเฉี่ยวคมและเส้นสายที่ซับซ้อน Fazzio กลับเลือกทางตรงกันข้ามด้วยการใช้ดีไซน์ “Simple & Casual” รูปทรงแคปซูลที่ดูโค้งมน เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความล้ำสมัย การออกแบบนี้ไม่ได้แค่สวยงามแต่ยังช่วยให้ตัวรถดูสะอาดตา (Clean Look) เหมาะสำหรับการนำไปแต่งต่อในสไตล์มินิมอล ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่ม Gen Z

2. ขุมพลัง Blue Core Hybrid 125cc ประหยัดน้ำมันขั้นสุด

หัวใจหลักที่ทำให้ Fazzio โดดเด่นกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกันคือเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125ซีซี ที่ทำงานร่วมกับระบบ Smart Motor Generator (SMG) ซึ่งทำหน้าที่เป็นมอเตอร์ช่วยส่งกำลังขณะออกตัว ลดอาการหน่วงในช่วงที่รถต้องการแรงบิดสูงสุด ผลที่ได้คือความนุ่มนวลในการขับขี่และอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้จริงเฉลี่ยถึง 50 กม./ลิตร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคน้ำมันแพงได้อย่างดีเยี่ยม

3. ระบบ Y-Connect การเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล

Yamaha Fazzio Yamaha Fazzio

Pioneer ของการเป็น “Smart Cycle” คือระบบ Y-Connect ที่มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบนี้จะเปลี่ยนให้สมาร์ทโฟนของคุณกลายเป็นแดชบอร์ดสำรอง สามารถแจ้งเตือนสายเรียกเข้า, ตรวจสอบสภาพรถ, แจ้งเตือนการเช็กระยะ และที่สำคัญที่สุดคือระบบบันทึกตำแหน่งจอดรถล่าสุด (Last Parking Location) ซึ่งแก้ปัญหา “ลืมที่จอดรถ” ในห้างสรรพสินค้าได้อย่างชะงัด

4. การอัปเกรดพอร์ต USB Type-A (New for 2025)

หนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้งาน Fazzio รุ่นก่อนหน้าเรียกร้องมากที่สุดคือเรื่อง “ช่องชาร์จไฟ” สำหรับรุ่นปี 2025 ยามาฮ่าได้รับฟังและอัปเกรดช่องชาร์จไฟเป็นแบบ USB Type-A โดยตรง ผู้ขับขี่สามารถเสียบสายชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์นำทางได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านหัวแปลง DC Outlet แบบเดิมอีกต่อไป ถือเป็นการปรับปรุงที่ “เล็กแต่ได้ใจ” ไรเดอร์และวัยรุ่นสายท่องเที่ยวอย่างมาก

5. ความคล่องตัวสูง น้ำหนักเบาเพียง 95 กิโลกรัม

ด้วยการออกแบบเฟรมรถที่เน้นความกะทัดรัด ทำให้ Yamaha Fazzio มีน้ำหนักตัว (รวมของเหลว) เพียง 95 กิโลกรัมในรุ่น Standard และ 96 กิโลกรัมในรุ่น Smart Key ส่งผลให้การควบคุมรถในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการมุดช่องว่างหรือการถอยรถเข้าซองหน้าตึกแถว แม้แต่ผู้ขับขี่ที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กก็สามารถจัดการรถคันนี้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องออกแรงเยอะ

6. พื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์แบบ Double Hook

Fazzio เข้าใจวิถีชีวิตคนไทยที่มีการ “ซื้อแกง” หรือ “แบกของ” อยู่เสมอ ด้วยการติดตั้งฮุกสำหรับแขวนของมาให้ถึง 2 จุด (Double Hook) บริเวณใต้เบาะและคอนโซลหน้า พร้อมพื้นที่วางเท้า (Floorboard) ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถวางกระเป๋าเป้หรือของที่มีขนาดใหญ่ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าแบบเปิด (Open Pocket) ที่ลึกพอจะใส่ขวดน้ำขนาด 600 มล. ได้แบบไม่ตกหล่น

7. ความคุ้มค่าด้วยประกัน 5 ปี

สิ่งที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในการจ่ายเงินซื้อรถแบรนด์ Yamaha คือการรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาด โดย Fazzio 2025 มาพร้อมการรับประกันทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนสำคัญ นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ราคาขายต่อของ Fazzio ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับรถแบรนด์รอง

คุ้มไหมที่จะจัดในปี 2569?

แม้ว่าในท้องตลาดจะมีคู่แข่งอย่าง Honda Giorno+ ที่มาในพิกัด CC ที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่ถ้ามองในมุมความ “คล่องตัว” และ “ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า” Yamaha Fazzio 2025 ยังคงเป็นผู้ชนะในด้านความคุ้มค่า (Value for Money)

การปรับราคาแนะนำใหม่ให้เริ่มต้นเพียง 50,900 บาท (ขึ้นอยู่กับพื้นที่จำหน่าย) ประกอบกับการมีระบบ Hybrid ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าค่ากินค่าใช้จ่ายประจำวัน ทำให้ Fazzio 2025 คือทางเลือกที่ “ฉลาดซื้อ” ที่สุดสำหรับใครที่ต้องการรถสกู๊ตเตอร์ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ และไม่เป็นภาระในการผ่อนส่งรายเดือนนานจนเกินไป

สีสันที่วางจำหน่าย 

รุ่น Standard Version มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีเขียว, สีชมพู และสีดำ ราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 50,900 บาท

สีเขียว
สีชมพู
สีดำ

รุ่น SMART KEY VERSION มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีขาว-น้ำเงิน, สีเขียว-ขาว และสีน้ำเงิน-ชมพู ราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 52,900 บาท

สีขาว-น้ำเงิน
สีเขียว-ขาว
สีน้ำเงิน-ชมพู

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Yamaha Fazzio Hybrid เจาะ 7 จุดเด่น สกู๊ตเตอร์มินิมอลที่คุ้มที่สุด

Yamaha Fazzio

ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกปี 2026 ยักษ์ใหญ่อย่าง ยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำเทรนด์แฟชั่นได้อย่างเหนียวแน่นด้วยการส่ง Yamaha Fazzio Hybrid รุ่นปรับโฉมใหม่ลงสู้ศึก การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีเปลือกนอก แต่เป็นการตอกย้ำความเป็น “Digital Life” ที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ากว่าเดิม

และนี่คือ 7 จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Yamaha Fazzio hybrid 2025 กลายเป็นโมเดลที่น่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้

1. ดีไซน์ Iconic รูปทรงแคปซูลที่ไม่ซ้ำใคร

ในยุคที่รถมอเตอร์ไซค์หันไปเน้นความเฉี่ยวคมและเส้นสายที่ซับซ้อน Fazzio กลับเลือกทางตรงกันข้ามด้วยการใช้ดีไซน์ “Simple & Casual” รูปทรงแคปซูลที่ดูโค้งมน เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความล้ำสมัย การออกแบบนี้ไม่ได้แค่สวยงามแต่ยังช่วยให้ตัวรถดูสะอาดตา (Clean Look) เหมาะสำหรับการนำไปแต่งต่อในสไตล์มินิมอล ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่ม Gen Z

2. ขุมพลัง Blue Core Hybrid 125cc ประหยัดน้ำมันขั้นสุด

หัวใจหลักที่ทำให้ Fazzio โดดเด่นกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกันคือเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125ซีซี ที่ทำงานร่วมกับระบบ Smart Motor Generator (SMG) ซึ่งทำหน้าที่เป็นมอเตอร์ช่วยส่งกำลังขณะออกตัว ลดอาการหน่วงในช่วงที่รถต้องการแรงบิดสูงสุด ผลที่ได้คือความนุ่มนวลในการขับขี่และอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้จริงเฉลี่ยถึง 50 กม./ลิตร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคน้ำมันแพงได้อย่างดีเยี่ยม

3. ระบบ Y-Connect การเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล

Yamaha Fazzio Yamaha Fazzio

Pioneer ของการเป็น “Smart Cycle” คือระบบ Y-Connect ที่มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบนี้จะเปลี่ยนให้สมาร์ทโฟนของคุณกลายเป็นแดชบอร์ดสำรอง สามารถแจ้งเตือนสายเรียกเข้า, ตรวจสอบสภาพรถ, แจ้งเตือนการเช็กระยะ และที่สำคัญที่สุดคือระบบบันทึกตำแหน่งจอดรถล่าสุด (Last Parking Location) ซึ่งแก้ปัญหา “ลืมที่จอดรถ” ในห้างสรรพสินค้าได้อย่างชะงัด

4. การอัปเกรดพอร์ต USB Type-A (New for 2025)

หนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้งาน Fazzio รุ่นก่อนหน้าเรียกร้องมากที่สุดคือเรื่อง “ช่องชาร์จไฟ” สำหรับรุ่นปี 2025 ยามาฮ่าได้รับฟังและอัปเกรดช่องชาร์จไฟเป็นแบบ USB Type-A โดยตรง ผู้ขับขี่สามารถเสียบสายชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์นำทางได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านหัวแปลง DC Outlet แบบเดิมอีกต่อไป ถือเป็นการปรับปรุงที่ “เล็กแต่ได้ใจ” ไรเดอร์และวัยรุ่นสายท่องเที่ยวอย่างมาก

5. ความคล่องตัวสูง น้ำหนักเบาเพียง 95 กิโลกรัม

ด้วยการออกแบบเฟรมรถที่เน้นความกะทัดรัด ทำให้ Yamaha Fazzio มีน้ำหนักตัว (รวมของเหลว) เพียง 95 กิโลกรัมในรุ่น Standard และ 96 กิโลกรัมในรุ่น Smart Key ส่งผลให้การควบคุมรถในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการมุดช่องว่างหรือการถอยรถเข้าซองหน้าตึกแถว แม้แต่ผู้ขับขี่ที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กก็สามารถจัดการรถคันนี้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องออกแรงเยอะ

6. พื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์แบบ Double Hook

Fazzio เข้าใจวิถีชีวิตคนไทยที่มีการ “ซื้อแกง” หรือ “แบกของ” อยู่เสมอ ด้วยการติดตั้งฮุกสำหรับแขวนของมาให้ถึง 2 จุด (Double Hook) บริเวณใต้เบาะและคอนโซลหน้า พร้อมพื้นที่วางเท้า (Floorboard) ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถวางกระเป๋าเป้หรือของที่มีขนาดใหญ่ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าแบบเปิด (Open Pocket) ที่ลึกพอจะใส่ขวดน้ำขนาด 600 มล. ได้แบบไม่ตกหล่น

7. ความคุ้มค่าด้วยประกัน 5 ปี

สิ่งที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในการจ่ายเงินซื้อรถแบรนด์ Yamaha คือการรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาด โดย Fazzio 2025 มาพร้อมการรับประกันทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนสำคัญ นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ราคาขายต่อของ Fazzio ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับรถแบรนด์รอง

คุ้มไหมที่จะจัดในปี 2569?

แม้ว่าในท้องตลาดจะมีคู่แข่งอย่าง Honda Giorno+ ที่มาในพิกัด CC ที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่ถ้ามองในมุมความ “คล่องตัว” และ “ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า” Yamaha Fazzio 2025 ยังคงเป็นผู้ชนะในด้านความคุ้มค่า (Value for Money)

การปรับราคาแนะนำใหม่ให้เริ่มต้นเพียง 50,900 บาท (ขึ้นอยู่กับพื้นที่จำหน่าย) ประกอบกับการมีระบบ Hybrid ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าค่ากินค่าใช้จ่ายประจำวัน ทำให้ Fazzio 2025 คือทางเลือกที่ “ฉลาดซื้อ” ที่สุดสำหรับใครที่ต้องการรถสกู๊ตเตอร์ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ และไม่เป็นภาระในการผ่อนส่งรายเดือนนานจนเกินไป

สีสันที่วางจำหน่าย 

รุ่น Standard Version มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีเขียว, สีชมพู และสีดำ ราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 50,900 บาท

สีเขียว
สีชมพู
สีดำ

รุ่น SMART KEY VERSION มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีขาว-น้ำเงิน, สีเขียว-ขาว และสีน้ำเงิน-ชมพู ราคาวางจำหน่ายแนะนำอยู่ที่ 52,900 บาท

สีขาว-น้ำเงิน
สีเขียว-ขาว
สีน้ำเงิน-ชมพู

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า