
ประธาน FIA ตั้งเป้านำเครื่องยนต์ V8 กลับสู่ F1 ในปี 2030 เน้นลดน้ำหนักและต้นทุน แต่รายละเอียดกติกายังอยู่ระหว่างสรุป

Formula 1 กำลังเตรียมเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เครื่องยนต์อีกครั้ง เมื่อ Mohammed Ben Sulayem ประธานสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA ระบุว่า เป้าหมายล่าสุดคือการนำเครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่กลับมาใช้ในฤดูกาล 2030 เร็วกว่ากรอบปี 2031 ที่เคยถูกพูดถึงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม V8 รอบใหม่ไม่ได้หมายถึงการยกเครื่องยนต์ยุค 2006-2013 กลับมาใช้แบบเดิมทั้งหมด แนวทางที่กำลังหารือคือเครื่องยนต์ที่เรียบง่ายกว่า เบากว่า ต้นทุนพัฒนาต่ำลง ใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน และยังมีความเป็นไปได้ว่าจะรักษาระบบไฟฟ้าไว้บางส่วน
จุดสำคัญคือ แม้ประธาน FIA จะระบุเป้าหมายปี 2030 ชัดเจน แต่กติกาเครื่องยนต์ V8 ฉบับสมบูรณ์ยังไม่ได้ถูกประกาศและรับรองอย่างเป็นทางการ ดังนั้นข้อมูลเรื่องความจุ เทอร์โบ กำลังเครื่องยนต์ และสัดส่วนระบบไฟฟ้ายังไม่ควรถูกฟันธง

Mohammed Ben Sulayem ระบุว่า FIA และ Formula 1 ตั้งเป้าเปิดตัวเครื่องยนต์ V8 ในฤดูกาล 2030 หลังเดิมมีทั้งปี 2030 และ 2031 เป็นช่วงเวลาที่ถูกพิจารณา
ก่อนหน้านี้ปี 2031 ถูกมองว่าเป็นกรอบที่จัดการด้านกติกาได้ง่ายกว่า ขณะที่หากต้องการเร่งมาเป็นปี 2030 จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตเครื่องยนต์และผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น ล่าสุด Ben Sulayem ระบุว่าได้รับแรงสนับสนุนที่จำเป็นแล้ว ทำให้ปี 2030 กลายเป็นเป้าหมายจริงจังกว่าเดิม
ยังไม่ควรเรียกว่าเป็นกติกาที่เสร็จสมบูรณ์ เพราะสิ่งที่มีในตอนนี้คือการยืนยันเป้าหมายจากประธาน FIA ขณะที่ข้อกำหนดทางเทคนิคฉบับเต็มยังไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ความแตกต่างอยู่ที่คำว่า “ทิศทาง” กับ “กติกา” การประกาศว่า V8 คือแนวทางหลักไม่ได้แปลว่า World Motor Sport Council ได้ล็อกสเปกทุกอย่างแล้ว รายละเอียดสำคัญอย่างความจุเครื่องยนต์ การใช้เทอร์โบ รอบเครื่อง กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และข้อจำกัดการพัฒนายังต้องผ่านขั้นตอนตกลงและรับรอง
เป้าหมายหลักที่ FIA พูดถึงคือการลดน้ำหนัก ลดต้นทุน ลดความซับซ้อน และนำเสียงเครื่องยนต์ที่โดดเด่นกลับมา โดยยังรักษาแนวทางด้านความยั่งยืนไว้
Ben Sulayem กล่าวถึงเป้าหมายให้รถเบาลงราว 80 กิโลกรัม พร้อมลดค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ลงอย่างมากเมื่อเทียบกับระบบไฮบริดที่ซับซ้อนในปัจจุบัน
| ประเด็น | แนวทางที่ FIA กล่าวถึง |
|---|---|
| ปีเริ่มใช้ | เป้าหมาย 2030 |
| รูปแบบ | เครื่องยนต์ V8 |
| น้ำหนักรถ | ต้องการลดราว 80 กก. |
| ต้นทุน | ลดค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนา |
| เชื้อเพลิง | เชื้อเพลิงยั่งยืน |
| ระบบไฟฟ้า | มีแนวโน้มยังคงไว้บางส่วน |
| เทอร์โบ | ยังไม่สรุป |
พูดง่ายๆ คือ FIA ไม่ได้ต้องการแค่เสียงดังขึ้น แต่ต้องการให้ระบบขับเคลื่อนรุ่นถัดไปตอบโจทย์ทั้งแฟนการแข่งขัน ทีม และผู้ผลิตพร้อมกัน
เครื่องยนต์ปี 2026 ยังคงเป็น V6 เทอร์โบไฮบริด 1.6 ลิตร แต่เพิ่มบทบาทระบบไฟฟ้าอย่างมาก ขณะที่แนวคิด V8 ปี 2030 ต้องการลดความซับซ้อนและน้ำหนักลง
กฎปี 2026 ยกเลิก MGU-H และเพิ่มกำลัง MGU-K เป็น 350 กิโลวัตต์ พร้อมใช้เชื้อเพลิงยั่งยืนเต็มรูปแบบ ทำให้สัดส่วนพลังงานไฟฟ้ามีบทบาทสูงขึ้นกว่ายุคก่อน
SuperBike x SuperDrive เคยอธิบายภาพรวมไว้ในบทความ กฎใหม่ F1 ปี 2026 และขุมพลังไฮบริด ซึ่งช่วยให้เห็นว่าทำไมระบบปี 2026 จึงซับซ้อนกว่าที่แฟนบางส่วนคุ้นเคย
ประเด็นการพึ่งพาซอฟต์แวร์และการจัดการพลังงานยังถูกจับตาตลอดฤดูกาล โดยสามารถย้อนอ่านกรณี ปัญหาซอฟต์แวร์ระบบพลังงาน F1 ปี 2026 ซึ่งสะท้อนว่ารถยุคใหม่ต้องพึ่งพาการควบคุมระบบมากเพียงใด
ไม่น่าจะเหมือนแบบตรงตัว เพราะ V8 รอบใหม่กำลังถูกพัฒนาในยุคที่ F1 ใช้เชื้อเพลิงยั่งยืนและยังต้องรักษาเทคโนโลยีบางส่วนไว้ จึงเป็นแนวคิดใหม่มากกว่าการย้อนกลับไปปี 2013

Formula 1 ใช้เครื่องยนต์ V8 เป็นหลักตั้งแต่ปี 2006 ถึงสิ้นปี 2013 ก่อนเปลี่ยนเป็น V6 เทอร์โบไฮบริดในปี 2014 รถยุคนั้นโดดเด่นเรื่องน้ำหนักเบา รอบเครื่องสูง และเสียงที่แฟน F1 จำนวนมากยังคิดถึง
แต่ V8 ปี 2030 ต้องทำงานกับโจทย์ใหม่ ทั้งเชื้อเพลิงยั่งยืน ต้นทุน การดึงผู้ผลิตให้อยู่ในระบบ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่การย้อนอดีตแบบยกชุด
ยังไม่มีข้อสรุป และแนวทางล่าสุดชี้ว่าระบบไฟฟ้ามีโอกาสถูกเก็บไว้ เพียงแต่ลดบทบาทและความซับซ้อนลงจากกฎปี 2026
ผู้ผลิตบางรายมองว่า Formula 1 ยังต้องเป็นพื้นที่พัฒนาเทคโนโลยี จึงต้องมีองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับรถถนนและเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่บ้าง ดังนั้นตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกเครื่องใหม่ว่า V8 ดูดอากาศธรรมชาติ หรือ V8 ไม่มีไฮบริด

รถ F1 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากระบบความปลอดภัย แบตเตอรี่ และระบบไฮบริด การลดความซับซ้อนของขุมพลังจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางออกสำคัญ
รถที่เบาลงไม่ได้มีผลแค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่กระทบทั้งการเบรก การเปลี่ยนทิศทาง การสึกของยาง และความคล่องตัวในการต่อสู้กันบนสนาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักขับและแฟนจำนวนมากเรียกร้องมาหลายปี
Ben Sulayem ระบุว่าได้รับการสนับสนุนจาก Formula 1 และผู้ผลิตแล้ว แต่รายละเอียดกติกายังต้องผ่านกระบวนการตกลงและรับรองก่อนเริ่มพัฒนาเต็มรูปแบบ
นี่คือความต่างระหว่างการเห็นด้วยกับทิศทางและการลงนามในรายละเอียดทุกข้อ หากต้องการใช้เครื่องยนต์ใหม่ตั้งแต่ปี 2030 ผู้ผลิตจำเป็นต้องรู้สเปกหลักให้เร็วพอเพื่อเริ่มออกแบบและทดสอบล่วงหน้าหลายปี
หาก V8 เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปี 2030 จริง ระบบ V6 ไฮบริดกฎปี 2026 จะมีช่วงใช้งานเต็มเพียงสี่ฤดูกาล คือ 2026-2029 ซึ่งถือว่าสั้นสำหรับโครงการที่ผู้ผลิตลงทุนมหาศาล
จุดนี้จึงเป็นประเด็นที่ FIA ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ผลิตหลายรายเพิ่งลงทุนสร้างเครื่องยนต์ใหม่สำหรับกฎปี 2026 ตัวอย่างชัดเจนคือ Honda RA626H สำหรับกฎ F1 2026 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อใช้กับ Aston Martin
ทิศทางกลับสู่ V8 ชัดเจนขึ้นมากหลังประธาน FIA ระบุเป้าหมายปี 2030 และยืนยันว่ามีแรงสนับสนุนจาก Formula 1 กับผู้ผลิต แต่ยังต้องรอกติกาทางเทคนิคฉบับสมบูรณ์ก่อนเรียกว่า “ล็อกสเปกเรียบร้อย”
ดังนั้นข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความคิดถึงเสียงเครื่อง V8 แต่เป็นความพยายามออกแบบ Formula 1 ยุคถัดไปให้เบา เรียบง่าย และคุ้มค่ากว่าเดิม โดยยังรักษาความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้
ติดตามข่าว F1 ข่าว F1 วันนี้ และ Formula 1 ล่าสุด ได้ต่อเนื่องที่ SuperBike x SuperDrive
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: Mohammed Ben Sulayem ประธาน FIA ระบุล่าสุดว่าเป้าหมายคือฤดูกาล 2030 จากเดิมที่ปี 2031 เคยถูกมองเป็นกรอบหลัก
A: ยังไม่พบข้อบังคับ V8 ปี 2030 ฉบับสมบูรณ์ที่เผยแพร่และรับรองแล้ว โดย FIA ก่อนหน้านี้ระบุว่ายังอยู่ระหว่างหารือแนวคิด V8 เชื้อเพลิงยั่งยืนกับผู้เกี่ยวข้อง
A: ยังไม่มีข้อสรุป ตัวแทนผู้ผลิตอย่าง Audi ระบุว่าต้องการรักษาเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบไฮบริดไว้บางส่วน ขณะที่รายละเอียดเรื่องเทอร์โบและระบบไฟฟ้ายังอยู่ระหว่างหารือ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ BentleyBentley Torcal เปิดราคาไทย 13.89 ล้านบาท SUV ไฟฟ้า 888 แรงม้า ชาร์จไว 16 นาที วิ่งไกล 600 กม.
ข่าวด่วนรยสท. ชี้แจงดราม่า Cadet-B ยันกำลังตรวจทุกหลักฐาน
Honda Newsอุ้ม นพรุธพงษ์ คืนฟอร์มเดือด คว้าท็อป 6 Moto4 Asia Cup มันดาลิกา
WSBKKawasaki ZX-9R อาจแทน ZX-6R? วิเคราะห์โอกาสใช้เครื่อง Z900 ท้าชน Yamaha R9 ใน WorldSSP
MOTOGPทำไม Jorge Martin ขยับก่อนออกตัว แต่ไม่โดนโทษ Jump Start ที่ Mandalika
KawasakiKawasaki Versys 900 2027 เปิดตัว สปอร์ตทัวริ่ง 4 สูบ 122 แรงม้า พร้อมเรดาร์ ภายใต้แนวคิด Destination Adrenaline
ข่าวด่วนปอ ตนุภัทร ย้ำไม่ขอเปลี่ยนผล Cadet B ขอผู้จัดตอบเรื่องมาตรฐาน
ข่าวมอเตอร์ไซค์ทำไมไทยอาจเป็นฐานผลิตมอเตอร์ไซค์ BYD แห่งแรกในอาเซียน?