

Kimi Antonelli นักแข่งชาวอิตาลีจาก Mercedes-AMG Petronas Formula One Team สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้วงการ Formula 1 หลังคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับประจำฤดูกาล 2026 ด้วยวัยเพียง 20 ปี 68 วัน กลายเป็นแชมป์โลก F1 อายุน้อยที่สุดตลอดกาล ทำลายสถิติเดิมของ Sebastian Vettel ที่ครองมานานถึง 16 ปี หลังเข้าเส้นชัยอันดับ 3 ในการแข่งขัน Mexico City Grand Prix ณ สนาม Autódromo Hermanos Rodríguez ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกของนักแข่งหมายเลข 12 ในฤดูกาลที่สองของการลงแข่งขัน Formula 1 พร้อมยุติการรอคอยแชมป์โลกชาวอิตาลีที่ยาวนานถึง 73 ปี นับตั้งแต่ Alberto Ascari คว้าแชมป์เมื่อปี 1953
ยิ่งไปกว่านั้น Antonelli ยังทำสถิติชนะการแข่งขัน 9 สนาม ขึ้นโพเดียม 16 ครั้ง และคว้า Pole Position 7 ครั้งในฤดูกาลนี้ ก่อนการันตีแชมป์โลกได้ตั้งแต่ยังเหลืออีก 4 สนาม
จากเด็กหนุ่มที่ Mercedes ตัดสินใจดึงขึ้นมาแทนที่ Lewis Hamilton วันนี้เขากลายเป็นเจ้าของสถิติที่แม้แต่นักแข่งระดับตำนานหลายคนก็ยังทำไม่ได้

Antonelli การันตีตำแหน่งแชมป์โลก Formula 1 ฤดูกาล 2026 หลังจบอันดับ 3 ในรายการ Mexico City Grand Prix โดยก่อนการแข่งขันเขาต้องการเพียงอันดับ 9 ก็เพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกอย่างแน่นอน ไม่ว่าคู่แข่งสำคัญจะทำผลงานอย่างไรก็ตาม
การแข่งขันที่สนาม Autódromo Hermanos Rodríguez มีระยะทาง 71 รอบ โดย Antonelli ออกสตาร์ตจากกริดที่ 4 ขณะที่ Lewis Hamilton จาก Ferrari เป็นเจ้าของ Pole Position
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบอย่างมากในตารางคะแนนสะสม แต่นักแข่ง Mercedes หมายเลข 12 ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงอันดับในช่วงออกสตาร์ตและการหยุดการแข่งขันด้วยธงแดง
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Valtteri Bottas ประสบอุบัติเหตุหลังรถมีปัญหาทางเทคนิค ทำให้การแข่งขันต้องหยุดชั่วคราว ก่อนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ในช่วงท้ายยังมี Safety Car จากเหตุการณ์ของ Arvid Lindblad ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างรถหลายคันลดลง และทำให้การต่อสู้เพื่ออันดับเข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม Antonelli สามารถควบคุมการแข่งขันได้อย่างมั่นคง และเข้าเส้นชัยอันดับ 3 ตามหลัง Max Verstappen ผู้ชนะ 4.006 วินาที
แม้จะไม่ใช่ผู้ชนะการแข่งขัน แต่ผลงานดังกล่าวก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับการยืนยันเป็นแชมป์โลก F1 ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ
นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การคว้าแชมป์โลกไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมชัยชนะในสนามสุดท้ายเสมอไป เพราะสิ่งที่ตัดสินแชมป์คือคะแนนสะสมตลอดฤดูกาล
Max Verstappen จาก Red Bull Racing เป็นผู้ชนะ Mexico City Grand Prix 2026 หลังเข้าเส้นชัยนำ Lewis Hamilton จาก Ferrari เพียง 0.799 วินาที ขณะที่ Antonelli จบอันดับ 3 และคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรก
การแข่งขันครั้งนี้มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดตั้งแต่ช่วงต้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำที่ประกอบด้วย Hamilton, Charles Leclerc และ Verstappen
Hamilton ออกสตาร์ตจาก Pole Position แต่การแข่งขันในช่วงแรกเปิดโอกาสให้ Verstappen ขยับขึ้นมาท้าทายกลุ่ม Ferrari ได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น Verstappen ใช้กลยุทธ์เข้าพิตและการรักษาความเร็วของรถ Red Bull เพื่อขึ้นนำการแข่งขัน ก่อนต้องรับมือแรงกดดันจาก Hamilton ในช่วงท้าย
แม้ Ferrari จะพยายามไล่ตามอย่างเต็มที่ แต่ Verstappen สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำจนถึงธงหมากรุก
| อันดับ | นักแข่ง | ทีม | เวลาตามหลัง |
|---|---|---|---|
| 1 | Max Verstappen | Red Bull Racing | ผู้ชนะ |
| 2 | Lewis Hamilton | Ferrari | +0.799 วินาที |
| 3 | Kimi Antonelli | Mercedes | +4.006 วินาที |
| 4 | Charles Leclerc | Ferrari | +10.707 วินาที |
| 5 | Lando Norris | McLaren | +11.778 วินาที |
| 6 | George Russell | Mercedes | +12.263 วินาที |
| 7 | Oscar Piastri | McLaren | +19.475 วินาที |
| 8 | Franco Colapinto | Alpine | +20.204 วินาที |
| 9 | Liam Lawson | Racing Bulls | +20.899 วินาที |
| 10 | Pierre Gasly | Alpine | +21.483 วินาที |
ตารางนี้อ้างอิงผลการแข่งขันที่ FIA เผยแพร่หลังจบสนาม โดยข้อมูลบทลงโทษที่ประกาศเพิ่มเติมอาจส่งผลต่อลำดับของนักแข่งบางราย
สำหรับ Verstappen ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งที่ 3 ของฤดูกาล และเป็นชัยชนะครั้งที่ 74 ในอาชีพ Formula 1
แต่แม้จะเป็นคนแรกที่ผ่านธงหมากรุก ความสนใจหลังการแข่งขันกลับพุ่งไปยังนักแข่ง Mercedes วัย 20 ปีที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่
Antonelli ทำลายสถิติแชมป์โลก F1 อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 20 ปี 68 วัน ขณะที่ Sebastian Vettel เคยครองสถิติเดิมเมื่อคว้าแชมป์โลกปี 2010 ด้วยวัย 23 ปี 134 วัน ทำให้สถิติลดลงมากกว่า 3 ปี
สถิติเดิมของ Vettel เกิดขึ้นจากการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกกับ Red Bull Racing ในฤดูกาล 2010 ก่อนเจ้าตัวจะเดินหน้าคว้าแชมป์โลกติดต่อกันอีก 3 สมัย
ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีนักแข่งดาวรุ่งจำนวนมากก้าวขึ้นมาแข่งขัน Formula 1 แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำลายสถิติดังกล่าวได้
กระทั่งฤดูกาล 2026 เมื่อ Antonelli สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและคว้าแชมป์โลกตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี
| อันดับ | นักแข่ง | ปีที่คว้าแชมป์ | อายุ |
|---|---|---|---|
| 1 | Kimi Antonelli | 2026 | 20 ปี 68 วัน |
| 2 | Sebastian Vettel | 2010 | 23 ปี 134 วัน |
| 3 | Lewis Hamilton | 2008 | 23 ปี 300 วัน |
| 4 | Fernando Alonso | 2005 | 24 ปี 58 วัน |
| 5 | Max Verstappen | 2021 | 24 ปี 73 วัน |
สิ่งที่ทำให้สถิติใหม่นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Antonelli ไม่ได้เพียงทำลายสถิติด้วยอายุที่น้อยกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ลดตัวเลขลงถึงประมาณ 3 ปี
ในกีฬาที่นักแข่งต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และพัฒนาความเข้าใจรถแข่งอย่างต่อเนื่อง การคว้าแชมป์โลกตั้งแต่ฤดูกาลที่สองจึงเป็นผลงานที่หาได้ยากอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ Formula 1 ก็แสดงให้เห็นว่า การคว้าแชมป์โลกตั้งแต่อายุน้อยไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถครองความสำเร็จต่อเนื่องได้เสมอไป เพราะการแข่งขันในแต่ละฤดูกาลขึ้นอยู่กับทั้งตัวนักขับ ทีมงาน และศักยภาพของรถแข่ง
Antonelli กลายเป็นนักแข่งชาวอิตาลีคนแรกที่คว้าแชมป์โลก Formula 1 นับตั้งแต่ Alberto Ascari ในปี 1953 ทำให้ประเทศอิตาลีสิ้นสุดช่วงเวลารอคอยแชมป์โลกประเภทนักขับยาวนานถึง 73 ปี
แม้อิตาลีจะมีความสัมพันธ์กับ Formula 1 อย่างแนบแน่นผ่านทีม Ferrari และสนามแข่งระดับตำนานอย่าง Monza แต่ความสำเร็จในประเภทแชมป์โลกนักขับกลับห่างหายไปเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ในยุคแรกของ Formula 1 นักแข่งอิตาลีเคยสร้างประวัติศาสตร์ผ่าน Giuseppe Farina ซึ่งคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 1950 ก่อน Alberto Ascari จะคว้าแชมป์โลกสองสมัยติดต่อกันในปี 1952 และ 1953
หลังจากนั้น แม้อิตาลีจะมีนักแข่งฝีมือดีหลายคน ทั้ง Riccardo Patrese, Jarno Trulli และ Giancarlo Fisichella แต่ก็ไม่มีใครสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับได้อีกเลย
จนกระทั่ง Antonelli เข้ามาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในปี 2026
ความสำเร็จครั้งนี้ยังมีความหมายพิเศษ เพราะแชมป์โลกชาวอิตาลีคนใหม่ไม่ได้แข่งขันให้ Ferrari แต่คว้าแชมป์ให้กับ Mercedes ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของทีมจากเมือง Maranello
เรียกได้ว่าอิตาลีได้แชมป์โลกสมใจ แต่คนที่จัดงานฉลองในโรงงานกลับเป็น Mercedes เสียอย่างนั้น

การเลือก Antonelli ขึ้นมาทำหน้าที่แทน Lewis Hamilton ในปี 2025 กลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ส่งผลสำคัญต่ออนาคตของ Mercedes หลังนักแข่งดาวรุ่งสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในฤดูกาลที่สอง
ย้อนกลับไปเมื่อ Hamilton ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม Ferrari ทำให้ Mercedes ต้องหานักแข่งคนใหม่มาทำหน้าที่ร่วมกับ George Russell
Toto Wolff หัวหน้าทีม Mercedes ตัดสินใจสนับสนุน Antonelli ซึ่งในเวลานั้นยังมีประสบการณ์แข่งขันรถสูตรล้อเปิดระดับสูงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับนักแข่งที่อยู่ในตลาด
การตัดสินใจดังกล่าวมาพร้อมความเสี่ยง เพราะ Antonelli ต้องก้าวเข้าสู่ Formula 1 กับทีมที่มีความคาดหวังสูงที่สุดทีมหนึ่งของโลก
ช่วงแรกนักแข่งดาวรุ่งต้องเรียนรู้ทั้งการบริหารยาง การปรับตัวกับรถแข่ง และการทำงานร่วมกับทีมวิศวกรในสภาพการแข่งขันจริง
แต่ Mercedes มองเห็นศักยภาพระยะยาว และเลือกลงทุนกับนักแข่งอายุน้อยแทนการหาตัวแทนที่มีประสบการณ์มากกว่า
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2026 Antonelli สามารถเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้กลายเป็นความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกของตัวเอง
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2006 | เกิดวันที่ 25 สิงหาคม ที่ Bologna ประเทศอิตาลี |
| 2024 | แข่งขัน FIA Formula 2 |
| 2025 | ประเดิมฤดูกาลแรกใน Formula 1 กับ Mercedes |
| 2026 | คว้าชัยชนะ F1 ครั้งแรกที่ Chinese Grand Prix |
| 2026 | คว้าชัยชนะต่อเนื่องที่ Japanese Grand Prix |
| 2026 | คว้าแชมป์โลก F1 ครั้งแรกที่ Mexico City GP |
การเปลี่ยนผ่านจากยุค Hamilton มาสู่ Antonelli จึงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
สิ่งที่น่าสนใจคือ Hamilton เองก็เคยคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในฤดูกาลที่สองของการลงแข่งขัน Formula 1 เมื่อปี 2008 เช่นกัน

ฤดูกาล 2026 เป็นปีที่ Antonelli แสดงความสม่ำเสมอระดับแชมป์โลกด้วยชัยชนะ 9 สนาม จากการแข่งขัน 19 สนามแรก พร้อมขึ้นโพเดียมรวม 16 ครั้ง และคว้า Pole Position 7 ครั้ง
หลังเริ่มต้นฤดูกาลด้วยอันดับ 2 ที่ Australian Grand Prix นักแข่ง Mercedes สามารถคว้าชัยชนะ F1 ครั้งแรกที่ Chinese Grand Prix ก่อนชนะต่อเนื่องที่ Japanese Grand Prix
ชัยชนะสองสนามติดในช่วงต้นฤดูกาลช่วยให้ Antonelli ขึ้นนำตารางคะแนนสะสม และเริ่มสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
จากนั้นเขายังสามารถคว้าชัยชนะเพิ่มเติมที่ Miami, Canada, Monaco และ Belgium ก่อนเดินหน้าเก็บคะแนนสำคัญอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
ไฮไลต์สำคัญอีกช่วงหนึ่งคือชัยชนะที่ Italian Grand Prix ใน Monza ซึ่งเป็นสนามบ้านเกิดของเขา
แม้จะมีบางสนามที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ความสม่ำเสมอในการขึ้นโพเดียมทำให้ Antonelli สามารถรักษาระยะห่างคะแนนจากคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง
| สถิติ | ผลงาน |
|---|---|
| จำนวนนัดแข่งขัน Grand Prix | 19 |
| ชัยชนะ | 9 ครั้ง |
| โพเดียม | 16 ครั้ง |
| Pole Position | 7 ครั้ง |
| คะแนนสะสม | 380 คะแนน |
| อันดับแชมป์โลก | อันดับ 1 |
| อายุวันที่คว้าแชมป์ | 20 ปี 68 วัน |
| สนามที่เหลือหลังคว้าแชมป์ | 4 สนาม |
ผลงานดังกล่าวไม่ใช่เพียงความสำเร็จจากรถแข่งที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาจังหวะการแข่งขันและบริหารสถานการณ์ตลอดฤดูกาล
เพราะใน Formula 1 นักแข่งที่เร็วที่สุดในหนึ่งรอบไม่ได้เป็นแชมป์โลกเสมอไป แต่ผู้ที่สามารถเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่องต่างหากที่มีโอกาสสูงกว่า
หลังจบ Mexico City Grand Prix 2026 Antonelli มีคะแนนนำคู่แข่งอันดับ 2 อยู่ 119 คะแนน ขณะที่การแข่งขันอีก 4 สนามที่เหลือมีคะแนนสูงสุดให้เก็บเพียง 100 คะแนน ทำให้ไม่มีใครสามารถทำคะแนนไล่ทันได้อีกแล้ว
การคว้าแชมป์ก่อนจบฤดูกาลเกิดจากการสะสมความได้เปรียบตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเฉพาะการคว้าชัยชนะต่อเนื่องและการขึ้นโพเดียมอย่างสม่ำเสมอ
ก่อนเข้าสู่การแข่งขันที่เม็กซิโก นักแข่ง Mercedes ต้องการเพียงอันดับ 9 เพื่อรับประกันแชมป์โลก ไม่ว่าผลการแข่งขันของ Lewis Hamilton และ George Russell จะออกมาอย่างไร
แต่เจ้าตัวสามารถทำได้ดีกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำด้วยการจบอันดับ 3
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| คะแนนนำคู่แข่งหลัง Mexico City GP | 119 คะแนน |
| จำนวนสนามที่เหลือ | 4 สนาม |
| คะแนนสูงสุดที่ยังเก็บได้ | 100 คะแนน |
| สถานะแชมป์โลก | การันตีแล้ว |
แม้ Max Verstappen, Hamilton และ Russell ยังมีโอกาสเก็บชัยชนะในสนามที่เหลือ แต่ไม่สามารถแย่งตำแหน่งแชมป์โลกจาก Antonelli ได้อีก
นั่นหมายความว่า Mercedes สามารถเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาลโดยไม่ต้องกังวลกับการต่อสู้แย่งแชมป์ประเภทนักขับแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีเป้าหมายในการแข่งขันประเภทผู้ผลิตหรือ Constructors’ Championship ซึ่งต้องนับคะแนนจากนักแข่งทั้งสองคันรวมกัน
การคว้าแชมป์โลกของ Antonelli ช่วยยืนยันศักยภาพของนักแข่งเจเนอเรชันใหม่ และทำให้ Mercedes มีแชมป์โลกวัยเพียง 20 ปีอยู่ในทีม ซึ่งอาจเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการสร้างความสำเร็จระยะยาว
สำหรับ Mercedes ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าการเลือกสนับสนุนนักแข่งดาวรุ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้ แต่ยังสะท้อนความสำคัญของระบบพัฒนานักแข่งตั้งแต่ระดับเยาวชน
Antonelli เติบโตผ่านการแข่งขัน Karting และรถสูตรล้อเปิดหลายระดับ ก่อนเข้าสู่ Formula 1 ด้วยการสนับสนุนจาก Mercedes
แม้ช่วงเวลาเติบโตของเขาจะรวดเร็วกว่านักแข่งทั่วไป แต่ก็ต้องผ่านการแข่งขันและการปรับตัวอย่างต่อเนื่องก่อนจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด
ในด้านการแข่งขัน Formula 1 การมีแชมป์โลกอายุน้อยที่สุดคนใหม่ย่อมสร้างเรื่องราวที่น่าติดตาม โดยเฉพาะการต่อสู้กับนักแข่งชั้นนำอย่าง Max Verstappen, Lewis Hamilton และ George Russell ในฤดูกาลต่อไป
แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ Mercedes จะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของรถแข่งได้ต่อเนื่องหรือไม่ และ Antonelli จะสามารถรับมือกับแรงกดดันจากสถานะของแชมป์โลกได้ดีเพียงใด
เพราะการคว้าแชมป์ครั้งแรกเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่การรักษาระดับผลงานในฤดูกาลถัดไปเป็นความท้าทายอีกประเภทหนึ่ง
Kimi Antonelli กลายเป็นแชมป์โลก Formula 1 อายุน้อยที่สุดตลอดกาลด้วยวัย 20 ปี 68 วัน หลังจบอันดับ 3 ที่ Mexico City Grand Prix พร้อมทำลายสถิติของ Sebastian Vettel และยุติการรอคอยแชมป์โลกชาวอิตาลีในรอบ 73 ปี
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นในฤดูกาลที่สองของเขากับ Mercedes โดยมีสถิติชนะ 9 สนาม ขึ้นโพเดียม 16 ครั้ง และคว้า Pole Position 7 ครั้ง ก่อนการันตีแชมป์โลกขณะเหลือการแข่งขันอีก 4 สนาม
ในมุมของ Mercedes นี่ถือเป็นผลลัพธ์ครั้งสำคัญจากการตัดสินใจให้โอกาสนักแข่งดาวรุ่งเข้ามาทำหน้าที่แทน Lewis Hamilton
ส่วนในมุมของวงการ Formula 1 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะสถิติอายุน้อยที่สุดที่ไม่มีใครทำลายได้ตลอด 16 ปี ถูกเขียนใหม่ด้วยนักแข่งวัยเพียง 20 ปี
แต่คำถามหลังจากนี้คือ Antonelli จะสามารถพัฒนาจากแชมป์โลกครั้งแรกไปสู่การเป็นแชมป์หลายสมัยแบบ Vettel, Hamilton หรือ Verstappen ได้หรือไม่
คำตอบคงต้องรอดูผลงานของเจ้าตัวในฤดูกาลต่อ ๆ ไป
แหล่งข้อมูล: Motorsport.com, FIA, Formula1.com, Reuters และ Sky Sports วันที่ 1–2 พฤศจิกายน 2026
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
ทำลายสถิติของ Sebastian Vettel ซึ่งคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 2010 ด้วยวัย 23 ปี 134 วัน
Alberto Ascari ซึ่งคว้าแชมป์โลกกับ Ferrari ในปี 1953
Max Verstappen จาก Red Bull Racing เป็นผู้ชนะ ตามด้วย Lewis Hamilton จาก Ferrari และ Kimi Antonelli จาก Mercedes
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Honda NewsCivic Type R โผล่รถทดสอบปริศนาในญี่ปุ่น! ลุ้น Type R HRC หรือรุ่นใหม่กำลังมา?
DucatiMarc Marquez ชนะ Sepang MotoGP 2026 จ่อคว้าแชมป์โลกที่กาตาร์
Yamaha Newsยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า สานต่อภารกิจลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูระบบนิเวศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
KTM NewsPedro Acosta ฝ่าสภาพอากาศคว้าชัย Sprint เซปัง 2026 พา KTM เฮศึก Malaysian GP
ข่าวรถ ToyotaToyota Crown Signia GT-S Concept แปลงร่างสปอร์ตแวกอน โหลดเตี้ยเกือบ 13 ซม. เตรียมโชว์ SEMA 2026
ข่าวรถ NissanNissan Sentra Spec-V Concept เทอร์โบ 300 whp เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เตรียมโชว์ SEMA 2026
MOTOGPJorge Martín ผ่านตรวจแพทย์หลัง FP1 เซปัง ลุย MotoGP มาเลเซีย 2026 แม้จบ P20
MOTOGPRaúl Fernández ถอนตัว MotoGP มาเลเซีย 2026! แพทย์ชี้ไม่พร้อมแข่งหลัง FP1 เซปัง