
อุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตโลกต้องหันกลับมามองยักษ์ใหญ่หลับอย่าง Honda HRC อีกครั้ง! เมื่อการทดสอบรถแข่ง MotoGP ช่วง Shakedown Test 2026 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย (29-31 มกราคม 2569) จบลงด้วยสถิติที่น่าทึ่ง โดยผู้ที่คว้าตำแหน่ง “เร็วที่สุด” ของการทดสอบครั้งนี้ไปครองไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร (Aleix Espargaro) ยอดนักบิดจอมเก๋าชาวสเปนที่เพิ่งผันตัวมาเป็นนักบิดทดสอบ (Test Rider) ให้กับค่ายปีกนกเป็นปีแรก Honda Sepang 2026
ชัยชนะในตารางเวลาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติ แต่มันคือการประกาศความพร้อมครั้งสำคัญของ Honda RC213V ในการกลับทวงบัลลังก์คืนจากค่ายยุโรป
วิเคราะห์เวลา 1:57.173: มาตรฐานใหม่ของ RC213V
อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร สามารถทำเวลาต่อรอบดีที่สุดในวันสุดท้ายของการทดสอบที่ 1:57.173 วินาที ซึ่งเวลาดังกล่าวมีความหมายต่อทีมวิศวกร HRC มากกว่าที่คิด:
-
ทำลายสถิติตัวเอง: เวลา 1:57.1 วินาทีนี้ เร็วกว่าสถิติที่รถแข่ง Honda เคยทำได้ในรอบควอลิฟาย (Qualifying) ของรายการ Malaysian Grand Prix ปีที่ผ่านมาเกือบครึ่งวินาที
-
เทียบชั้นแถวหน้า: หากย้อนไปดูอันดับกริตสตาร์ทในการแข่งขันปี 2025 เวลาของอเล็กซ์จะส่งให้เขาสามารถเบียดเข้าไปอยู่ในแถวที่ 2 (Top 6) ของการออกสตาร์ทระดับกรังด์ปรีซ์ได้ทันที
-
ความเร็วที่สม่ำเสมอ: ตลอดการทดสอบทั้ง 3 วัน อเล็กซ์ไม่ได้แค่กดเวลาเร็วรอบเดียว แต่เขาสามารถทำความเร็วเฉลี่ย (Race Pace) ได้อย่างสม่ำเสมอแม้จะเปลี่ยนไปใช้ยางคอมพาวด์ต่างๆ
“Aleix Effect” กุญแจสำคัญที่ Honda ขาดหายไป
การดึงตัว อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร มาจาก Aprilia หลังจบฤดูกาล 2025 ถือเป็นหมากเกมที่ชาญฉลาดที่สุดของ Honda เนื่องจากอเล็กซ์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักบิดที่มีความสามารถในการ “พัฒนารถแข่งจากศูนย์” (The Developer)
-
ประสบการณ์จากค่ายยุโรป: อเล็กซ์นำความลับและแนวทางการทำงานที่ทำให้ Aprilia ก้าวขึ้นมาเป็นรถระดับท็อปมาปรับใช้กับ Honda
-
การสื่อสารที่แม่นยำ: ทีมช่างของ HRC ระบุว่า Feedback ของอเล็กซ์มีความตรงไปตรงมาและชัดเจนมาก ช่วยให้วิศวกรที่ญี่ปุ่นสามารถแก้ปัญหาจุดบอดของระบบแอโรไดนามิกและเครื่องยนต์ได้รวดเร็วกว่าเดิม

เจาะลึกเทคโนโลยี RC213V เวอร์ชัน 2026 มีอะไรใหม่?
ในการทดสอบ Shakedown ครั้งนี้ สื่อมวลชนและช่างภาพในสนามสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรมที่สำคัญบนรถแข่ง Honda หลายจุด:
-
Aerodynamic Package: Honda เปิดตัว “ปีกหน้า” (Front Wing) และ “แฟริ่งด้านข้าง” (Side Fairings) ดีไซน์ใหม่ที่เน้นการสร้างแรงกด (Downforce) ในมุมเอียงที่มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการยึดเกาะของล้อหลัง (Rear Grip) ที่เป็นจุดอ่อนเรื้อรัง
-
New Chassis: เฟรมหรือโครงสร้างตัวถังใหม่ถูกนำมาใช้งาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) ในจังหวะที่รถต้องไหลเข้าโค้งลึกๆ
-
Engine Management: แม้เสียงเครื่องยนต์จะยังคงเป็นเครื่อง V4 เดิม แต่การส่งกำลังในจังหวะออกจากโค้งดูสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลการทดสอบ Combined Times: ใครเป็นใครใน Shakedown
| อันดับ | นักบิด | สังกัด/ค่าย | เวลาดีที่สุด |
| 1 | Aleix Espargaro | Honda Test Team | 1:57.173 |
| 2 | Pol Espargaro | Red Bull KTM Factory | 1:57.299 (+0.126) |
| 3 | Fabio Quartararo | Monster Energy Yamaha | 1:57.490 (+0.317) |
| 4 | Alex Rins | Monster Energy Yamaha | 1:57.892 (+0.719) |
| 5 | Jack Miller | Pramac Yamaha | 1:58.094 (+0.921) |
| 6 | Diogo Moreira (R) | LCR Honda | 1:58.338 (+1.165) |
(หมายเหตุ: R = Rookie หรือนักบิดหน้าใหม่ที่ได้สิทธิลงทดสอบช่วง Shakedown)
สถานะ Concessions ปี 2026 ความได้เปรียบที่ลดลงแต่คุณภาพเพิ่มขึ้น
ในปี 2569 ผลจากการที่นักแข่ง Honda ทำคะแนนสะสมได้ดีขึ้นในปีที่ผ่านมา ทำให้สถานะของค่ายปีกนกถูกขยับขึ้นจาก Rank D มาเป็น Rank C
-
ข้อจำกัด: Honda จะไม่สามารถส่งนักแข่งตัวจริงลงทดสอบในทุกสนามได้เหมือนปีที่แล้ว
-
ทิศทางใหม่: การที่อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร ทำเวลาได้เร็วที่สุดแม้จะมีข้อจำกัดในการทดสอบที่มากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Honda เริ่ม “เข้าที่เข้าทาง” และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิทธิพิเศษในการทดสอบปริมาณมากเหมือนแต่ก่อน แต่เน้นที่ “คุณภาพ” ของชิ้นส่วนที่นำมาทดสอบแทน

บทสรุปและความท้าทายต่อไปที่ Sepang Official Test
แม้ว่า Honda จะจบ Shakedown ด้วยการครองจ่าฝูง Honda Sepang 2026 แต่นี่เป็นเพียงด่านแรกเท่านั้น ความท้าทายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการทดสอบอย่างเป็นทางการ (Official Test) โดยนักแข่งระดับแชมป์โลกทุกคนจาก Ducati, KTM และ Aprilia จะลงสนามพร้อมกัน
สิ่งที่แฟนๆ Honda ต้องลุ้นกันต่อคือ เมื่อรถแข่ง RC213V ต้องเผชิญหน้ากับรถสเปกโรงงานล่าสุดอย่าง Ducati GP26 ของ Pecco Bagnaia หรือ Marc Marquez เวลา 1:57.1 ของอเล็กซ์จะยังคงยืนระยะอยู่ในกลุ่มผู้นำได้หรือไม่ หาก Honda ยังคงรักษาความเร็วในระดับ Top 5 ไว้ได้ในการทดสอบใหญ่ ฤดูกาล 2026 อาจจะเป็นปีที่เราจะได้เห็น “แชมป์เปี้ยนผู้กลับมา” อย่างสมเกียรติแน่นอนครับ

