ผลทดสอบ Red Bull Racing F1 2026 : การเริ่มต้นยุคใหม่ของ Formula 1 ในปี 2026 ณ สนาม Bahrain International Circuit กลายเป็นเวทีแสดงอำนาจของ Red Bull Racing ทันทีที่รถ RB22 แตะพื้นแทร็ก แม้ว่าพาดหัวข่าวในวันแรกจะตกเป็นของ McLaren ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด แต่ข้อมูลเชิงลึกจากระบบ GPS และการวิเคราะห์ข้างสนามกลับชี้ไปที่จุดเดียวกันว่า “Red Bull คือมาตรฐานใหม่ (The Benchmark)” ของยุคเครื่องยนต์ไฮบริด 50/50
ขุมพลัง Red Bull-Ford จากเครื่องยนต์หน้าใหม่สู่ “เจ้าแห่งทางตรง”
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการเปิดตัวเครื่องยนต์ที่ผลิตเองโดย Red Bull Powertrains (RBPT) ภายใต้ความร่วมมือกับ Ford หลังจากผ่านพ้นวันแรกของการทดสอบ คู่แข่งต่างตั้งข้อสังเกตถึง “Energy Deployment” หรือการปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าบนทางตรงที่ยาวนานและเสถียรกว่าทีมอื่น ข้อมูลจาก Mercedes ระบุว่า Verstappen สามารถรักษาความเร็วปลายได้ต่อเนื่องโดยที่แบตเตอรี่ไม่หมด (Clipping) ตลอดการวิ่งหลายรอบติดต่อกัน ซึ่งเป็นจุดที่ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Ferrari และ Mercedes เองยังทำไม่ได้ในระดับเดียวกัน
สถิติและตัวเลขสำคัญของ Max Verstappen ในวันแรก
-
เวลาที่ดีที่สุด: 1:34.798 (อันดับ 2 ของวัน ตามหลังอันดับหนึ่งเพียง 0.129 วินาที)
-
จำนวนรอบที่วิ่ง: 136 รอบ (รวมระยะทางกว่า 736 กิโลเมตร) ซึ่งสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดาทุกทีม
-
ช่วงเวลาที่ทำได้: Verstappen ครองอันดับ 1 ในช่วงเซสชันเช้า และรักษาความเร็วคงที่ได้ดีเยี่ยมในช่วงจำลองการแข่งขัน (Race Simulation)
เทคนิคการขับขี่ใหม่ การ Downshift ที่ดุดันเพื่อชาร์จไฟ
ผู้สังเกตการณ์ข้างสนามพบว่า Max Verstappen ใช้เทคนิคการขับที่แตกต่างจากคนอื่น โดยเฉพาะที่โค้ง 10 ของสนามบาห์เรน เขาใช้วิธีลดเกียร์ลงสู่เกียร์ 1 อย่างรวดเร็วในขณะที่ยังเบรกหนัก (Aggressive Downshifting) เพื่อให้รอบเครื่องยนต์พุ่งสูงขึ้นและสร้างแรงหน่วงเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ MGUK ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้จะทำให้รถมีอาการไม่นิ่งเล็กน้อยแต่ Max Verstappen สามารถควบคุมได้ดีกว่านักขับคนอื่นในกริด
Isack Hadjar และบทบาทของนักขับสำรองในยุคเปลี่ยนผ่าน
นอกจากการทดสอบที่บาห์เรนแล้ว ข้อมูลจากการ Shakedown ที่บาร์เซโลนาก่อนหน้านี้ยังเผยให้เห็นความพร้อมของนักขับดาวรุ่งอย่าง Isack Hadjar ที่ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่ โดยได้รับคำชมจาก Pierre Wache ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคว่าให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับ Verstappen มาก ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา Software ควบคุมเครื่องยนต์ Ford ให้สมบูรณ์แบบก่อนเริ่มฤดูกาล
บทสรุป Red Bull Racing ยังคงเป็นทีมที่ต้องโค่นให้ลง
ผลทดสอบ Red Bull Racing F1 2026 แม้จะเป็นเพียงวันแรกของการทดสอบและทุกทีมยัง “กั๊ก” ความแรงไว้ (Sandbagging) แต่เสถียรภาพของเครื่องยนต์และความเร็วในสภาวะจำลองการแข่งขันของ Red Bull RB22 คือคำเตือนไปยังคู่แข่งว่า แชมป์โลกยังคงทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม การเปลี่ยนผู้ผลิตเครื่องยนต์จาก Honda มาเป็น Ford ไม่ได้ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้พวกเขาสามารถออกแบบรถที่ผสานเครื่องยนต์และแอโรไดนามิกได้เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand





