
Hamilton มั่นใจ Ferrari จะสามารถลดช่องว่างกับ Mercedes ได้หลังจบศึกที่เมลเบิร์น ชี้รถ SF-26 มีศักยภาพพอที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์โลกในปี 2026

Hamilton มั่นใจ Ferrari ยังคงมีโอกาสลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลนี้ แม้ว่าผลการแข่งขันที่อัลเบิร์ต พาร์ค จะจบลงด้วยชัยชนะแบบ One-Two ของอดีตต้นสังกัดอย่าง Mercedes ก็ตาม โดยนักแข่งระดับตำนานชาวอังกฤษแสดงความพึงพอใจกับสมรรถนะของรถแข่งตัวใหม่ที่สามารถต่อสู้ในกลุ่มหน้าได้อย่างสูสีตลอดทั้งสุดสัปดาห์
ในการให้สัมภาษณ์หลังจบเรซที่เมลเบิร์น Lewis Hamilton ระบุว่าทีมงานในมาราเนลโลทำงานได้อย่างน่าทึ่งในการสร้างรถที่ขับสนุกและตอบสนองได้ดี แม้ว่าในรอบควอลิฟายจะเจอปัญหาเล็กน้อยจนทำให้ต้องออกสตาร์ทจากอันดับ 7 แต่ความเร็วในเรซเพซแสดงให้เห็นว่า ศักยภาพรถม้าลำพอง ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งมากนักหากวัดกันที่ความเร็วในโค้ง
แม้ว่า Hamilton มั่นใจ จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้าได้ แต่เขายอมรับว่า Mercedes ยังมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน โดยเฉพาะความเร็วในรอบเดียว (Single Lap) ที่ทิ้งห่างค่อนข้างมาก ซึ่งทีมต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าความต่างนี้มาจากพละกำลังเครื่องยนต์หรือการบริหารจัดการพลังงานจากแบตเตอรี่ภายใต้กฎปี 2026
ทางด้าน Charles Leclerc เพื่อนร่วมทีมที่คว้าอันดับ 3 มาครองได้ ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าทีมต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อไล่ตาม Mercedes-AMG F1 ให้ทันก่อนถึงสนามถัดไป อย่างไรก็ตามความเร็วในช่วงท้ายเรซที่ Hamilton สามารถไล่จี้ติดท้ายรถของเพื่อนร่วมทีมได้นั้น เป็นเครื่องยืนยันว่าการตั้งค่ารถแข่งมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว
ในมุมมองทางเทคนิค การที่นักแข่งระดับนี้ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงบวกถือเป็นการส่งสัญญาณอันตรายไปยังคู่แข่ง ดราม่านี้จิกกัดได้เจ็บแสบตรงที่ Hamilton เลือกเดินออกจากทีมที่กำลังครองความได้เปรียบเพื่อมาสร้างความสำเร็จใหม่กับ Scuderia Ferrari และเขาก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความเก๋าเกมของเขาสามารถช่วยให้ทีมพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ตารางเปรียบเทียบฟอร์ม Mercedes vs Ferrari ที่ออสเตรเลีย
| หัวข้อการวิเคราะห์ | Mercedes (W17) | Ferrari (SF-26) |
| ความเร็วรอบควอลิฟาย | ดีเยี่ยม (Lock-out Front Row) | ปานกลาง (เจอปัญหาซอฟต์แวร์) |
| ความเร็วในวันแข่ง (Race Pace) | สม่ำเสมอและจัดการยางได้ดี | แข็งแกร่งและไล่จี้ได้ตลอด |
| การบริหารพลังงานไฟฟ้า | เสถียรสูง | อยู่ในจังหวะปรับจูน |
การที่ การแข่งขัน F1 ปี 2026 เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเพียงสนามเดียว ทำให้คะแนนสะสมยังไม่ทิ้งห่างกันมากนัก ความท้าทายต่อไปของทีมสีแดงคือการนำข้อมูลจากออสเตรเลียไปปรับปรุงระบบการจ่ายไฟให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับสนามถัดไปที่จะต้องใช้พละกำลังเครื่องยนต์สูงขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว Hamilton มั่นใจ Ferrari จะกลับมาเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลกได้อย่างเต็มตัวในไม่ช้า โดยเขาย้ำชัดว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” หากทีมยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แฟนความเร็วที่อยากอัปเดตสถานการณ์การขับเคี่ยวของค่ายยักษ์ใหญ่แบบนาทีต่อนาที อย่าลืมติดตามได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ข้อมูลเจาะลึกแบบมืออาชีพรอคุณอยู่ที่นี่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
F1Christian Horner เปิดใจ! เผชิญ Panic Attack จากแรงกดดัน F1 แม้พา Red Bull คว้าแชมป์โลก 14 สมัย
F1F1 V8 กลับปี 2030 ประธาน FIA ชี้เป้าคืนเสียงคำราม
F1Max Verstappen เตรียมดวล Valentino Rossi ศึก GT3
F1วิถีนักสู้! Valtteri Bottas ปั่นจักรยาน 350 กม. สู่ศึก F1 สิงคโปร์
F1Honda HRC เปลี่ยนประธาน Yasuda รับไม้ต่อ
F1บั๊ก FIA F1 มาเลเซีย เกิดอะไรขึ้น?
F1เฟร็ด วาสเซอร์ จ่อโดนลดบทบาท บอสใหญ่ Ferrari F1
F1คริสเตียน ฮอร์เนอร์ คัมแบ็ก F1 ลุยโปรเจกต์ BYD