
ก้าวเข้าสู่ยุคที่ยานยนต์อัจฉริยะครองเมืองอย่างเต็มตัวในงาน Beijing Auto Show 2026 มหกรรมยานยนต์ที่ทำลายทุกสถิติด้วยพื้นที่จัดแสดงกว่า 380,000 ตารางเมตร พร้อมการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรถต้นแบบรวมกว่า 1,451 คัน

ก้าวเข้าสู่ยุคที่ยานยนต์อัจฉริยะครองเมืองอย่างเต็มตัวในงาน Beijing Auto Show 2026 มหกรรมยานยนต์ที่ทำลายทุกสถิติด้วยพื้นที่จัดแสดงกว่า 380,000 ตารางเมตร พร้อมการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรถต้นแบบรวมกว่า 1,451 คัน ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในปีนี้คือการที่แบรนด์จีนไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องของระยะทางวิ่งหรือราคาอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่สนามการแข่งขันด้านอารมณ์ สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และพื้นที่ใช้สอยอัจฉริยะที่เหนือจินตนาการ
ในทำนองเดียวกัน การขยับตัวของยักษ์ใหญ่อย่าง BYD, Chery และน้องใหม่อย่าง Xiaomi ในงาน Beijing Auto Show ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขากำลังกำหนดทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโลก ด้วยเทคโนโลยีแรงดันไฟฟ้าสูง 900V และระบบขับเคลื่อนสี่มอเตอร์ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของความแรง เพราะเหตุนี้ การติดตามความเคลื่อนไหวในปักกิ่งปีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเห็นภาพว่ารถยนต์ที่เราจะใช้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีหน้าตาและประสิทธิภาพเป็นอย่างไร
ดาวเด่นที่ขโมยสปอตไลต์ไปได้มากที่สุดหนีไม่พ้น Xiaomi Vision GT ไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อโปรเจกต์ Gran Turismo โดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมาพร้อมพละกำลังมหาศาลกว่า 1,900 แรงม้า (หรือประมาณ 1,400 กิโลวัตต์) ขับเคลื่อนด้วยระบบ AWD สี่มอเตอร์ที่ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม อยู่ในระดับต่ำกว่า 2 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่รถไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปยากจะเลียนแบบได้

นอกจากพละกำลังที่รุนแรงแล้ว งานออกแบบ “Wind-sculpting” ของ Xiaomi ในงาน Beijing Auto Show 2026 ยังเน้นการจัดการอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้นด้วยช่องดึงลมรอบคันและสปอยเลอร์แบบ Active ภายในห้องโดยสารยังฉีกกฎเดิมๆ ด้วยการออกแบบสไตล์ Lounge-style ที่ผสานความหรูหราเข้ากับอินเทอร์เฟซ AI อัจฉริยะที่คอยสื่อสารกับผู้ขับขี่ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้ Xiaomi จึงไม่ได้เป็นแค่บริษัทมือถืออีกต่อไป แต่คือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกของความแรง
ด้านค่าย Chery ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการส่งแบรนด์ลูกอย่าง iCaur มาเปิดตัว iCar RoboX รถยนต์แนวคิดที่เป็นลูกผสมระหว่าง “Robot” และ “Box” โดยมาในทรง One-Box ที่เน้นความโปร่งโล่งแต่มีระยะความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ที่สูงมาก พร้อมล้อและซุ้มล้อขนาดใหญ่เพื่อการขับขี่แบบออฟโรด ยิ่งไปกว่านั้น รถรุ่นนี้ยังเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ที่ทำให้มีระยะวิ่งรวมได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร

ในทำนองเดียวกัน การออกแบบของ RoboX ยังโดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างแบบ Matrix และเซนเซอร์ LiDAR ที่ติดตั้งรอบคันเพื่อรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติในพื้นที่ทุรกันดาร เพราะเหตุนี้ Beijing Auto Show 2026 จึงเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นว่ารถ SUV ในอนาคตจะมีความอเนกประสงค์ที่ก้าวล้ำไปไกลกว่าแค่การใช้งานในเมือง
เจ้าตลาดอย่าง BYD เลือกใช้เวที Beijing Auto Show 2026 ในการโชว์วิสัยทัศน์ผ่านรถต้นแบบ Ocean-V ซึ่งเป็นรถยนต์ครอบครัวที่เน้นการจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายใน (Interior Layout) ให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยใช้แพลตฟอร์มอีวีเจเนอเรชันใหม่ที่ทำให้พื้นรถเรียบสนิทและมีฐานล้อที่ยาวเป็นพิเศษ มอบความสะดวกสบายประดุจห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่

นอกจากรถต้นแบบแล้ว BYD ยังเขย่าตลาดด้วยการเปิดตัว Great Tang รุ่นผลิตจริงที่ทำสถิติยอดจองกว่า 30,000 คันภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการเปิดตัวในงาน Beijing Auto Show ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 950 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ (Flash Charging) ที่ทำให้ความกังวลเรื่องการเดินทางไกลหายไปอย่างปลิดทิ้ง
| รุ่นรถ (Model) | จุดเด่นเทคโนโลยี | สมรรถนะ / ระยะทางวิ่ง | สถานะ |
| Xiaomi Vision GT | สี่มอเตอร์ AWD, 900V, Aero-design | 1,900 HP, 0-100 < 2s | รถต้นแบบ (Concept) |
| iCar RoboX | REEV System, High Clearance | ระยะวิ่งรวม > 1,000 กม | รถต้นแบบ (Prototype) |
| BYD Ocean-V | Multi-purpose Interior, E-GMP 3.0 | N/A (Focus on Comfort) | รถต้นแบบ (Concept) |
| Fang Cheng Bao Formula X | Carbon Fiber Body, Gull-wing doors | 0-100 < 3s (Est.) | เตรียมผลิตจริงปี 2027 |
ในมุมมองสิ่งที่น่าขนลุกที่สุดในงาน Beijing Auto Show คือความมั่นใจของค่ายรถจีนที่สามารถสร้างนวัตกรรมในแบบฉบับของตัวเองได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น การที่ Xiaomi สามารถดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่ารถยุโรปบางแบรนด์ หรือการที่ BYD สามารถทำยอดจองถล่มทลายจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ คือเครื่องพิสูจน์ว่าสมดุลอำนาจในโลกยานยนต์ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวร
นอกจากนี้ การเข้าสู่สนามรถอเนกประสงค์ของ iCar RoboX ยังแสดงให้เห็นว่าตลาด Lifestyle EV กำลังจะกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ที่ทุกคนต้องจับตามอง ในทำนองเดียวกัน การนำเทคโนโลยี LiDAR มาติดตั้งเป็นมาตรฐานแม้แต่ในรถรุ่นเริ่มต้นอย่าง BYD Seagull 2026 ยิ่งตอกย้ำว่างานคือจุดเริ่มต้นของยุค “ยานยนต์อัจฉริยะเพื่อทุกคน” อย่างแท้จริง
บทสรุปของงาน Beijing Auto Show 2026 ปีนี้คือการโชว์ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของค่ายรถจีน ไม่ว่าจะเป็นความแรงระดับไฮเปอร์คาร์ของ Xiaomi หรือความอเนกประสงค์ล้ำโลกของ BYD และ Chery ทุกอย่างชี้ไปในทางเดียวกันคือ “อนาคตมาถึงแล้ว” และมันขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ หากคุณต้องการติดตามความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำแบบนี้ สามารถติดตามต่อได้ที่เพจ SuperBike X SuperDrive เพื่อรับข่าวสารยานยนต์แบบเจาะลึก
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ BYDBYD Seal 07 เจน 2 เปิดจองในจีน! LiDAR ฐานล้อ 2,960 มม. วิ่งไกลสุด 718 กม. WLTP
ข่าวรถ LexusLexus LFA ใหม่ โผล่ภาพทดสอบล่าสุด ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าทายาท V10 จ่อผลิตจริงปี 2027
ข่าวมอเตอร์ไซค์Chery GROW C3 มอเตอร์ไซค์ EREV ครุยเซอร์ไฟฟ้าพร้อมเครื่องปั่นไฟและ V2L ลุ้นทำตลาดจริง
ข่าวรถ TeslaTesla Roadster รถบินได้ เปิดจองไทยเริ่ม 178,000 บาท
ข่าวด่วนปรับแผนครั้งใหญ่! Mercedes เลิกผลิต 3รุ่น EQE Sedan AMG S63 เเละ Maybach EQS
ข่าวรถยนต์รถ EV จมน้ำ VS รถสันดาป ใครมีสถิติจมน้ำมากกว่า?
ข่าวรถ iCAURเปิดตัว iCAUR V27 REEV รถ EV ทรงกล่อง 9.99 แสน
รถยนต์ไฟฟ้า (EV)ไขข้อข้องใจหน้าฝน! รถ EV ลุยน้ำท่วม ได้จริงหรือ เสี่ยงไฟดูด-แบตพังแค่ไหน?