
ทิศทางของ Nissan Motor ที่ไม่มีแผนพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 เทอร์โบคู่ให้ผ่านมาตรฐาน Euro 5 ที่บังคับใช้ในไทย ทำให้ต้องใช้วิธีผลิตสต็อกล็อตสุดท้ายทิ้งท้ายปี 2023 เพื่อลากขายจนหมดสต็อก อ่านบทวิเคราะห์สถานการณ์ตลาด PPV ไทยหลังการจากไปของ TERRA
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเซกเมนต์รถยนต์อเนกประสงค์ SUV/PPV ของประเทศไทยได้มาถึงจุดสิ้นสุดสำหรับหนึ่งในผู้เล่นที่มีพื้นฐานวิศวกรรมอันโดดเด่นอย่าง Nissan TERRA โดยในปี 2026 นี้ ถือเป็นการปิดฉากการทำตลาดในไทยอย่างสมบูรณ์หลังจากดำเนินมาเป็นเวลา 8 ปี (พ.ศ. 2561 – 2568) ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่าตัวเลขยอดขายสะสมกลายเป็นศูนย์คันนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 เป็นต้นมา เนื่องจากการระบายสต็อกล็อตสุดท้ายได้สิ้นสุดลง และไม่มีรถใหม่จากสายการผลิตสำหรับเวอร์ชันประเทศไทยออกมาจำหน่ายอีกต่อไป
แม้ว่าการจำหน่ายในประเทศจะยุติลง แต่ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือโรงงานนิสสันในประเทศไทย ณ บริเวณบางนา กม.22 ยังคงทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับ Nissan TERRA เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลกตามปกติ ในทำนองเดียวกัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของตัวรถหรือความต้องการของตลาดโลก แต่เป็นปัจจัยเฉพาะด้านข้อกำหนดทางกฎหมายและต้นทุนทางธุรกิจภายในประเทศไทยที่ทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้ไปต่อในระดับท้องถิ่น
ปัจจัยตัดสินที่ทำให้ Nissan TERRA ต้องโบกมือลาตลาดไทยคือการบังคับใช้มาตรฐานไอเสีย Euro 5 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2024 ยิ่งไปกว่านั้น ทาง Nissan Motor ตัดสินใจไม่มีแผนพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร Twin Turbo ให้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวสำหรับการจำหน่ายในรุ่นนี้ เนื่องจากต้องใช้เม็ดเงินลงทุนในการวิจัยและพัฒนาที่สูง ในขณะที่สัดส่วนยอดขายเมื่อเทียบกับเจ้าตลาดรายอื่นอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
ในทางตรงกันข้าม นิสสันเลือกใช้วิธีการบริหารจัดการแบบเน้นระบายสต็อก โดยเร่งผลิตรถเวอร์ชัน Euro 4 ล็อตสุดท้ายภายในปลายเดือนธันวาคม 2023 เพื่อให้มีรถเพียงพอสำหรับการจำหน่ายต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปี 2024 และ 2025 เพราะเหตุนี้ เมื่อรถในสต็อกคันสุดท้ายถูกส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงเดือนกันยายน 2025 จึงถือเป็นการสิ้นสุดสถานในโชว์รูมทั่วประเทศอย่างเป็นทางการในปี 2026
ตลอดระยะเวลาการทำตลาด Nissan TERRA ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาภาพลักษณ์มาเป็นระยะเพื่อต่อสู้ในตลาดที่ดุเดือด ดังนี้:
16 สิงหาคม 2561: เปิดตัวครั้งแรกในไทยด้วยรหัสตัวถัง D23 โดยชูจุดเด่นเรื่องความแรงของเครื่องยนต์และช่วงล่างแบบ Five-link Coil Spring
พ.ศ. 2563 (MY2020): ปรับเพิ่มอุปกรณ์ครั้งสำคัญ ทั้งฝาท้ายไฟฟ้าและหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบ Built-in ขนาด 8 นิ้ว
19 สิงหาคม 2564: เปิดตัวรุ่น Minorchange ครั้งใหญ่ ปรับโฉมหน้าตาใหม่ให้หรูหราล้ำสมัยและอัปเกรดภายในห้องโดยสารทั้งหมด
1 มีนาคม 2566: เปิดตัวรุ่นพิเศษ TERRA SPORT ตกแต่งโทนดำดุดันเพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงสุดท้าย

การส่งท้ายตลาดในเดือนพฤษภาคม 2025 นิสสันได้จัดแคมเปญ Clear Stock ครั้งใหญ่ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 256,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายรุ่นเริ่มต้นลงไปแตะที่ 999,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม PPV ณ เวลานั้น เพราะเหตุนี้ จึงไม่แปลกใจที่สต็อกทั้งหมดจะถูกจำหน่ายออกไปอย่างรวดเร็วก่อนเข้าสู่ปี 2026
| รุ่นย่อย (Variant) | ราคาสุดท้าย (บาท) | ส่วนลดจากราคาปกติ |
| 2.3 Twin Turbo E 2WD 7AT | 999,000 | 200,000 |
| 2.3 Twin Turbo VL 2WD 7AT | 1,199,000 | 220,000 |
| 2.3 Twin Turbo VL 4WD 7AT | 1,289,000 | 230,000 |
| 2.3 Twin Turbo SPORT 4WD 7AT | 1,299,000 | 256,000 |
การยุติการทำตลาดของ Nissan TERRA ส่งผลให้ผู้เล่นในกลุ่มรถ SUV บนพื้นฐานกระบะในไทยลดน้อยลงไปอีกหนึ่งแบรนด์ ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดในปี 2026 จะยังคงถูกครอบครองโดยเจ้าตลาดรายใหญ่อย่าง Toyota Fortuner และ ISUZU MU-X รวมถึงผู้เล่นที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Ford Everest และ Mitsubishi Pajero Sport ในทำนองเดียวกัน การขยับขึ้นมาของแบรนด์จีนอย่าง GWM TANK 300 และ 500 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ในกลุ่มรถอเนกประสงค์สายลุยทดแทนส่วนแบ่งเดิมของนิสสัน

นอกจากนี้ การมาถึงของน้องเล็กรุ่นใหม่อย่าง Toyota Land Cruiser FJ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคที่เคยชื่นชอบความคุ้มค่าตัดสินใจย้ายค่ายได้ง่ายขึ้น ในขณะที่สถานการณ์ของนิสสันในไทยหลังจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี e-POWER และรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางยานยนต์สะอาดและการรักษากำไรในเซกเมนต์ที่ตนเองมีความถนัดมากกว่า เพราะเหตุนี้ การปิดฉากในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขาย แต่เป็นกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจเพื่อให้แบรนด์อยู่รอดได้ในยุคเปลี่ยนผ่าน
บทสรุปของการปิดฉาก 8 ปีของ Nissan TERRA คือภาพสะท้อนของตลาดรถยนต์ไทยที่มีความเข้มงวดด้านข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของค่ายรถยนต์ในการลงทุนพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล แม้ตัวรถจะให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นเพียงใด แต่เมื่อตัวเลขทางธุรกิจไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินลงทุน ย่อมนำมาสู่การตัดสินใจยุติบทบาทในที่สุด
สุดท้ายนี้ การที่นิสสันยังคงรักษาฐานการผลิตเพื่อส่งออกเอาไว้ ยังเป็นสัญญาณลึกๆ ว่าเทคโนโลยีของรถรุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมในตลาดโลก และหากวันหนึ่งในอนาคตมีการพัฒนาขุมพลังรุ่นใหม่หรือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เราอาจจะได้เห็นชื่อของรถอเนกประสงค์จากค่ายนี้กลับมาโลดแล่นบนถนนเมืองไทยอีกครั้งในฐานะรถยนต์รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม
หากคุณต้องการติดตามข้อมูลเจาะลึกและบทวิเคราะห์วงการยานยนต์ที่ตรงไปตรงมาและแม่นยำที่สุดในปี 2026 สามารถติดตามต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive เพื่อรับข่าวสารที่จะทำให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในโลกแห่งความเร็วจากทีมงานมืออาชีพ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 5 พ.ย. 2569 ลด 70 สตางค์! กบน. ลดเบนซิน–แก๊สโซฮอล์ ยกเว้น E85
ข่าวรถยนต์LEAPMOTOR B03X เปิดราคาไทย 499,000 บาท! SUV ไฟฟ้า 197 แรงม้า วิ่งไกล 450 กม.
ข่าวรถยนต์Fiat Topolino 2027 วิ่งถนนสหรัฐฯ ได้แล้ว ราคาเริ่ม 13,995 ดอลลาร์
Honda NewsCivic Type R โผล่รถทดสอบปริศนาในญี่ปุ่น! ลุ้น Type R HRC หรือรุ่นใหม่กำลังมา?
F1Kimi Antonelli แชมป์โลก F1 2026 อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ทุบสถิติ Vettel ในวัย 20 ปี
ข่าวรถ ToyotaToyota Crown Signia GT-S Concept แปลงร่างสปอร์ตแวกอน โหลดเตี้ยเกือบ 13 ซม. เตรียมโชว์ SEMA 2026
ข่าวรถ NissanNissan Sentra Spec-V Concept เทอร์โบ 300 whp เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เตรียมโชว์ SEMA 2026
ข่าวรถ LamborghiniLamborghini Temerario Tettonero เปิดตัวรุ่นพิเศษหลังคาดำ 5 สี V8 ไฮบริด 920 CV