

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถ มิจฉาชีพเองก็พัฒนารูปแบบการหลอกลวงให้แนบเนียนขึ้นเช่นกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) ได้ออกประกาศเตือนภัยประชาชนอย่างเร่งด่วน หลังพบการระบาดของการส่ง SMS ปลอมทวงค่าปรับจราจร ค้างชำระ เพื่อหลอกดูดเงินและข้อมูลบัตรเครดิตของประชาชน

มุกใหม่มิจฉาชีพ: อ้างใบสั่งค้างชำระพร้อมส่วนลด 50%
มิจฉาชีพใช้วิธีส่ง SMS ปลอมทวงค่าปรับจราจร แอบอ้างเป็นตำรวจ แนบลิงก์เว็บปลอมหลอกเอาข้อมูลบัตรเครดิตและเดบิต โดยสร้างความตกใจและหลอกล่อด้วยโปรโมชันลดค่าปรับ
พฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ จะทำการสุ่มส่ง SMS จากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย โดยใช้ข้อความที่ดูน่าเชื่อถือและแอบอ้างตัวย่อของหน่วยงานรัฐ เช่น “RTP: ท่านมียอดค้างชำระ e-Ticket โปรดชำระที่…” พร้อมแนบลิงก์ URL แบบย่อมาในข้อความ
เพื่อกระตุ้นให้เหยื่อเกิดความตื่นตระหนกและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มิจฉาชีพมักจะใส่ข้อความเร่งรัด หรือใช้จิตวิทยาเรื่องผลประโยชน์เข้ามาล่อใจ เช่น อ้างว่า “ชำระภายใน 15 วัน ลด 50%” หรือขู่ว่าจะมีผลทางกฎหมายรุนแรง
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์เข้าไป ระบบจะนำพาไปยังหน้า “เว็บไซต์ปลอม” ที่ถูกออกแบบมาให้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับระบบใบสั่งจราจรของจริงทุกประการ มีการโชว์รายละเอียดหลอกๆ เช่น เลขที่ใบสั่ง, ทะเบียนรถ, ข้อหา และจำนวนเงินค่าปรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสุดท้าย ก่อนจะหลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เพื่อทำการตัดเงินผ่านเว็บไซต์ปลอมนั้น
ตร. ย้ำชัด “ไม่มีนโยบายทวงค่าปรับผ่าน SMS แนบลิงก์”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์หรือ QR Code เพื่อเรียกเก็บค่าปรับจราจรเด็ดขาด
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาย้ำเตือนข้อเท็จจริงสำคัญว่า ทางหน่วยงาน ไม่มีนโยบายทวงถามหรือเรียกให้ประชาชนชำระค่าปรับผ่าน SMS ที่แนบลิงก์หรือ QR Code แต่อย่างใด
หากประชาชนได้รับข้อความในลักษณะดังกล่าว ขอให้ตั้งสติและยึดหลัก “อย่ากด อย่าสแกน อย่ากรอกข้อมูล” เป็นอันขาด โดยขณะนี้ ศจร.ตร. ได้ประสานงานไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติการณ์หลอกลวงนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

3 ช่องทางตรวจสอบ “ใบสั่งจราจรของแท้” ปลอดภัย 100%
ประชาชนสามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับใบสั่งจราจรได้อย่างปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”, “Police Care” และเว็บไซต์ทางการ PTM
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการตกเป็นเหยื่อ หากประชาชนมีความกังวลหรือสงสัยว่าตนเองมีใบสั่งค้างชำระจริงหรือไม่ สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองผ่านช่องทางทางการของรัฐ ดังนี้:
- แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”: เป็นแอปพลิเคชันรวมบริการภาครัฐที่ปลอดภัยที่สุด โดยเข้าสู่เมนู “บริการทั้งหมด” > เลือกหมวด “ยานพาหนะ” > กด “ตรวจสอบใบสั่งจราจร”
- แอปพลิเคชัน “Police Care”: แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เว็บไซต์ PTM (Police Ticket Management): เข้าตรวจสอบได้โดยตรงที่เว็บไซต์ทางการของระบบใบสั่งจราจร
ptm.police.go.th/eTicket
ทั้งนี้ หากพบเหตุหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ SMS ปลอมทวงค่าปรับจราจร สามารถเก็บภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน และโทรแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความคิดเห็นของ SuperBike x SuperDrive
ภัยไซเบอร์เข้าใกล้ตัวผู้ใช้รถมากขึ้น การโหลดแอป “ทางรัฐ” ติดเครื่องไว้เพื่อเช็กใบสั่งด้วยตนเอง คือเกราะป้องกันการถูกหลอกที่ดีที่สุด
ในมุมมองของทีมงาน SuperBike x SuperDrive ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเข้าหาจุดอ่อนของผู้ใช้รถได้อย่างแนบเนียนมาก มิจฉาชีพรู้ดีว่า “ใบสั่งจราจร” เป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่ทุกคนมีความกังวล ยิ่งบวกกับสภาวะเศรษฐกิจ การอ้างว่า “ลดราคาค่าปรับ 50%” จึงเป็นเหยื่อล่อชั้นดีที่ทำให้หลายคนหน้ามืดกดลิงก์โดยไม่ทันฉุกคิด
สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ จำไว้เสมอว่าหน่วยงานราชการยุคใหม่ จะไม่ทำธุรกรรมหรือทวงเงินผ่าน SMS แนบลิงก์อย่างเด็ดขาด วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนในยุคนี้ คือการดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ติดสมาร์ทโฟนเอาไว้ หากมี SMS แจ้งเตือนอะไรมา ให้ลบทิ้งทันที แล้วเปิดแอปทางรัฐเพื่อเช็กด้วยตัวเอง จะเป็นการตัดวงจรมิจฉาชีพได้อย่างเด็ดขาดและปลอดภัยที่สุด



ภาพจาก : กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


















