

ช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. ศูนย์ควบคุมการจราจรและหน่วยกู้ภัยทางหลวงได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วน กรณีพบซาก สัตว์ป่า มอเตอร์เวย์ M6 กีดขวางการจราจรบนเส้นทาง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (สายบางปะอิน-นครราชสีมา) ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 77+600 ซึ่งสร้างความตกใจและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรมาด้วยความเร็ว
สรุปเหตุการณ์: เคลียร์พื้นที่เรียบร้อย การจราจรปกติ
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จัดการซากสัตว์ในช่องทางขวาบริเวณ กม.77+600 เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รุดลงพื้นที่บริเวณ กม.77+600 ทันที โดยพบซากสัตว์ป่าเสียชีวิตอยู่บนช่องทางจราจรด้านขวาสุด ซึ่งเป็นเลนที่รถยนต์มักใช้ความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นช่องทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และดำเนินการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ออกจากพื้นผิวการจราจรอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวได้รับการเคลียร์เรียบร้อยแล้ว และเปิดให้รถยนต์สัญจรได้ตามปกติทุกช่องทาง ส่วนซากสัตว์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่) เพื่อรับไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
| ข้อมูลสรุปเหตุการณ์ | รายละเอียด |
| วันและเวลา | 12 กันยายน 2569 เวลา 07.30 น. |
| เส้นทาง | มอเตอร์เวย์ M6 (ขาเข้า กทม.) |
| จุดเกิดเหตุ | กิโลเมตรที่ 77+600 (ช่องทางขวา) |
| สถานการณ์ปัจจุบัน | เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่เรียบร้อย การจราจรปกติ |
โซนเฝ้าระวัง: ปากช่อง – มวกเหล็ก – ทับกวาง
แนวถนนช่วงปากช่องถึงทับกวางเป็นพื้นที่รอยต่อธรรมชาติ ทำให้มีสัตว์ป่าลงมาหากินหรือเดินข้ามถนนบ่อยครั้ง ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มการสังเกต
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุหรือพบ สัตว์ป่า มอเตอร์เวย์ M6 บนเส้นทางนี้ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ออกประกาศแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางอย่างเป็นทางการว่า ในช่วงพื้นที่ ปากช่อง – มวกเหล็ก – ทับกวาง ถือเป็นโซนเฝ้าระวังพิเศษ (Risk Zone)
เนื่องจากภูมิประเทศในบริเวณดังกล่าว เป็นทางหลวงที่ตัดผ่านหรือมีอาณาเขตติดกับแนวป่าและภูเขาธรรมชาติ ทำให้ระบบนิเวศของสัตว์ป่าและเส้นทางคมนาคมของมนุษย์อยู่ใกล้ชิดกันมาก บ่อยครั้งที่สัตว์ป่าจะลงมาบนถนน ไม่ว่าจะเป็นการเดินข้ามฝั่ง หรือลงมาหาอาหารในช่วงเวลากลางคืนและเช้าตรู่ ซึ่งทัศนวิสัยมักจะจำกัด
ความคิดเห็นของ SuperBike x SuperDrive
การใช้ความเร็วเกินกำหนดบนมอเตอร์เวย์คือความเสี่ยงสูงสุดเมื่อเจอเหตุฉุกเฉิน การขับขี่ตามกฎหมายกำหนดจะช่วยให้มีระยะเบรกที่เพียงพอและลดความสูญเสีย
ในมุมมองของทีมงานข่าวจราจรและอุบัติเหตุ เหตุการณ์บนมอเตอร์เวย์ในเช้าวันนี้ เป็นอุทาหรณ์ชิ้นดีสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน เสน่ห์ของมอเตอร์เวย์คือความสะดวกและทำความเร็วได้ต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน หากมีสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ยางแตก หรือชิ้นส่วนหล่นบนถนนใน “ช่องทางขวา” มันคือวินาทีความเป็นความตาย
เราขอเน้นย้ำถึงคำเตือนของเจ้าหน้าที่ที่ระบุว่า “โปรดลดความเร็วรถลง ไม่เกินตามกฎหมายกำหนด” นี่ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไป แต่คือหลักฟิสิกส์พื้นฐานของการขับขี่ หากคุณขับมาด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุดสนิท (Stopping Distance) อาจต้องใช้ระยะทางมากกว่า 100 เมตร หากมีสัตว์ป่ากระโดดตัดหน้าในระยะประชิด การหักหลบด้วยความเร็วสูงมักจบลงด้วยการเสียหลักพลิกคว่ำ
ดังนั้น เมื่อขับผ่านโซน ปากช่อง-มวกเหล็ก-ทับกวาง โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำ กลางคืน หรือเช้าตรู่ การลดความเร็วลงมาอยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด สังเกตป้ายเตือนริมทาง และไม่ขับจี้ท้ายคันหน้าจนเกินไป คือวิธีเดียวที่จะช่วยรักษาชีวิตของทั้งตัวคุณเอง เพื่อนร่วมทาง และสัตว์ป่าในพื้นที่ได้อย่างดีที่สุด
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: ตัวรถใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร เทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตัน-เมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดสูงสุด 17.2 กม./ลิตร (มาตรฐาน NEDC)
A: ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล แม่นยำ และการยึดเกาะถนนผ่าน 4 ระบบ ได้แก่ e-Ride ลดการโคลงตัว, e-Handling เพิ่มความแม่นยำเข้าโค้ง, e-EHA ช่วยทรงตัวจังหวะหักหลบ และ e-Traction ควบคุมแรงบิดล้อ
A: มี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Modern และ Premium มาพร้อม 3 สีตัวถัง คือ สีขาว Creamy White, สีดำ Abyss Black Pearl และสีแดง Galaxy Maroon Pearl (เฉพาะรุ่น Premium)


















