ประกาศเตือนภัยฉบับที่ 10 ทั่วไทยเตรียมรับมือ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 1-3 กรกฎาคมนี้
เปิดฉากต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 มาปุ๊บ กรมอุตุนิยมวิทยาก็ร่อนประกาศเตือนภัยฉบับที่ 10 ทันที โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ในหลายพื้นที่ ยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม ทำเอาคนใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะเหล่านักบิดที่คอยติดตาม ข่าวมอไซค์ และคนขับรถยนต์ที่เช็ก ข่าวรถยนต์ เป็นประจำ ต้องรีบหันมาวางแผนการเดินทางกันใหม่ เพราะพายุฝนรอบนี้ดูท่าจะไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมปริมาณน้ำฝนสะสมที่พร้อมจะเปลี่ยนผิวถนนให้กลายเป็นคลองส่งน้ำได้ในเวลาไม่กี่นาที ใครที่มีคิวต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดในช่วงนี้ บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวและเช็กสภาพรถคู่ใจให้พร้อมกว่าปกติเป็นสองเท่า
สาเหตุของ สภาพอากาศแปรปรวนช่วงหน้าฝน ในรอบนี้ เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง กระจายตัวเป็นวงกว้าง ทางภาครัฐจึงได้ออกคำเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ยิ่งในยุคนี้ที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไปเดาใจยาก การได้รับ คำเตือนกรมอุตุนิยมวิทยาล่าสุด เอาไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราสามารถเลี่ยง เส้นทางเสี่ยงภัยน้ำท่วม ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องไปจอดรถติดน้ำท่วมมิดล้อให้เครื่องยนต์พังเสียหาย

เปิดรายชื่อจังหวัดเสี่ยงภัยจากสภาวะ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง แบบวันต่อวัน
เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถ วางแผนเดินทางช่วงมรสุม ได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับพายุฝนกลางทาง เราได้ทำการสรุปข้อมูลจาก พยากรณ์อากาศกรมอุตุฯ เกี่ยวกับรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศเตือนฝนตกหนักมาก และฝนตกหนักปานกลาง โดยแบ่งสัดส่วนตามความรุนแรงในแต่ละวันไว้ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงภัยวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนักมาก: จันทบุรี, ตราด, ชุมพร, ระนอง และพังงา
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนัก: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ตาก, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
พื้นที่เสี่ยงภัยวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
-
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนักมาก: ยังคงเป็นกลุ่มเดิมคือ จันทบุรี, ตราด, ชุมพร, ระนอง และพังงา
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนัก: เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สระบุรี, ลพบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่ และตรัง
-
พื้นที่เสี่ยงภัยวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนักมาก: หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, กาญจนบุรี, จันทบุรี และตราด
-
จังหวัดที่เจอฝนตกหนัก: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, เลย, อุดรธานี, สกลนคร, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ราชบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, เพชรบุรี, ระนอง และพังงา
จากข้อมูล เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนัก ข้างต้น จะเห็นได้ชัดเจนว่า มรสุมถล่มประเทศไทย รอบนี้กระจายตัวปกคลุมไปเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวและเส้นทางโลจิสติกส์หลักๆ สายลุยที่ชอบขับรถเที่ยวธรรมชาติคงต้องพับแผนเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน เพราะหากฝืนเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว คุณอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคทางถนนสารพัดรูปแบบ ทั้งทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ดินสไลด์ หรือน้ำท่วมทางกรวดที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับรถคู่ใจได้
สภาพคลื่นลมทะเลอันดามันวิกฤต คลื่นสูงท่วมหัวเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
นอกเหนือจากปัญหาน้ำท่วมบนบกแล้ว ในส่วนของพื้นที่ทางทะเลก็ต้องเผชิญวิกฤต ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ไม่แพ้กัน โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุในหนังสือสำเนาเตือนภัยชัดเจนว่า คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร และหากบริเวณไหนที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นจะก่อตัวสูงมากกว่า 3 เมตร เลยทีเดียว ส่วนฝั่งทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนก็พกความดุมาด้วยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
จาก สถานภาพคลื่นลมทะเลอันดามัน ที่แปรปรวนหนักขนาดนี้ ชาวเรือและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอย่างเด็ดขาด ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย สายแคมปิ้งหรือไบค์เกอร์ที่ชอบจอดรถนอนกางเต็นท์ริมหาดฝั่งอันดามันก็ควรย้ายทำเลขึ้นที่สูง เพราะคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งในขนาดย่อมๆ นี้อาจจะพัดพาทรัพย์สินหรือรถมอเตอร์ไซค์จมหายลงไปในทะเลได้ง่ายๆ
คู่มือ ขับรถหน้าฝนปลอดภัย สำหรับชาวสองล้อและสี่ล้อ
เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้และยังต้องเดินทางท่ามกลางวิกฤต ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง สิ่งแรกที่ต้องพกติดตัวคือ สติ และความไม่ประมาท สำหรับฝั่งคนขี่มอเตอร์ไซค์ การ ขี่มอไซค์ลุยน้ำท่วม คือสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดหากระดับน้ำสูงเกินครึ่งล้อรถ เนื่องจากเสี่ยงต่อการที่น้ำจะถูกดูดเข้าสู่กรองอากาศและห้องเผาไหม้จนก้านสูบคดเครื่องยนต์พังพินาศในพริบตา นอกจากนี้ใต้มวลน้ำสีขุ่นข้นอาจจะมีหลุมลึก ฝาท่อที่หลุดหาย หรือเศษแก้วเศษตะปูที่พร้อมจะทิ่มแทงยางรถของคุณได้ทุกเมื่อ การจอดพักรอในที่ร่มใต้สะพานหรือปั๊มน้ำมันคือทางออกที่ฉลาดที่สุด
ส่วนฝั่งคนขับรถยนต์ สิ่งที่ต้องปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยคือ การลดความเร็วลงจากปกติอย่างน้อย 20-30% เนื่องจากผิวถนนที่เปียกแฉะจะทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นเท่าตัว และเสี่ยงต่อการเกิดอาการเหินน้ำ (Aquaplaning) ที่จะทำให้รถสูญเสียการควบคุมทันที และโปรดจำไว้เสมอว่าควรเปิดไฟหน้ารถเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยให้รถคันอื่นมองเห็นเราได้ชัดเจน แต่ “ห้าม” เปิดไฟฉุกเฉินวิ่งลุยฝนเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถคันอื่นสับสนและแยกแยะไม่ออกยามที่คุณต้องการจะเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถจริงๆ การดูแลรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าเดิม 2 เท่า คือคาถาเอาตัวรอดที่ดีที่สุด
บทสรุปการเตรียมพร้อม วางแผนชีวิตล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
มรสุมระลอกนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของระบบระบายอากาศและทักษะการขับขี่ของคนไทยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม การที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฝนตกหนัก ฉบับที่ 10 นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างระมัดระวังเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน การนอนพักผ่อนอยู่บ้านดูซีรีส์น่าจะเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงวันที่ 1-3 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ ประชาชนทุกท่านสามารถติดตามประกาศและข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสอบถามสายด่วน 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้เพื่อนๆ ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย ไม่ประมาท และมีสติในทุกเส้นทาง ขี่รถลุยฝนด้วยความใจเย็น แล้วเราจะผ่านพ้นช่วงมรสุมนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
























