SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
2025 Speed TWIN 1200 RS

2025 Speed TWIN 1200 RS รถคลาสสิก แต่ช่วงล่างระดับตัวแข่ง 2025 Speed TWIN 1200 RS โมเดิร์นคลาสสิก ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมรรถนะสูงและความคลาสลิกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว กับเครื่องยนต์พิกัด 1,200 ซีซี สองสูบลูกโตที่ตอบโจทย์ในทุกการขับขี่ เปิดราคาแนะนำ 659,000 บาท ดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิก ปั้มบนจาก Brembo โช้คหน้าหัวกลับจาก Marzocchi โช้คหลังสปริงคู่ Öhlins พร้อมซับแทงค์ จานหน้าดิสก์คู่ คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ท่อไอเสียทรงคู่ทำจากสเตนเลสสตีล หน้าปัดเรือนไมล์ Duo Display   สเปค ราคาและรายละเอียด อื่นๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบคู่ EURO5+ ปริมาตรกระบอกสูบ 1200 ซีซี แรงม้า (เคลม) 105 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.6 มม. x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 12.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Ride-by-Wire) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบ Slip & Assist ระบบส่งกำลังสุดท้าย ชุดโซ่-สเตอร์ ขนาดยางและล้อหน้า 120/70 R17 ขนาดยางและล้อหลัง 160/60 R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Marzocchi ขนาด 43 มม. ปรับได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ Öhlins พร้อมซับแทงค์ ปรับได้ เบรกหน้า ดิสก์คู่ 320 มม. คาลิปเปอร์ Brembo Stylema แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เดี่ยว 220 มม. คาลิปเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 216 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี โหมดการขับขี่: Rain, Road, Sport ระบบแทร็คชันคอนโทรล (สามารถปรับได้)  ไฟหน้าและไฟท้าย LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์: แสดงผลแบบ Twin Clocks พร้อมจอ LCD พอร์ตชาร์จ USB: มี กุญแจ Immobilizer: ระบบป้องกันการโจรกรรม คันเร่งไฟฟ้า แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบ ABS Dual Channel  วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ สีส้ม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR แบ๊คเกอร์ตัวจบ ลิมิเต็ด 131 คัน

2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR แบ็กเกอร์ตัวจบ ลิมิเต็ด 131 คัน 2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR รถจักรยานยนต์สไตล์ทัวร์ริ่งของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่มาพร้อมกระเป๋าสัมภาระด้านข้างที่เป็นจุดเด่นของรถประเภทนี้ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่มาพร้อมพละกำลังที่เอาอยู่ในทุกการเดินทาง ด้วยสมรรถนะสูงสุดที่รถคันนี้มอบให้ทำให้รถคันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าสนใจสำหรับการเดินทางไกล โดยโมเดลนี้มีการเพิ่มความพิเศษด้วยการมีจำนวนจำกัดเพียง 131 คันเท่านั้น เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง ขุมพลังเครื่องยนต์คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ ‘Screamin’ Eagle V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 131 ลูกบาศ์กนิ้ว ประมาณ 2,146 ซีซีที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 153 แรงม้าที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 203 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า พร้อมถังน้ำมันขนาด 22.7 ลิตร และระบายไอเสียด้วยท่อไทเทเนียมจากแบรนด์ Akrapovic ที่ออกแบบมาเพื่อฮาร์ลีย์โดยเฉพาะ ในด้านของระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นโช้คอัพ Öhlins FGR 253 โช้คอัพที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ สามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับการตั้งค่าได้ผ่านรีโมท สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มรูปแบบให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ได้ โดยได้รับการปรับจูนมาแล้วอย่างแม่นยำโดย Öhlins และ Screamin’ Eagle เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขี่ Bagger สายสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกสี่ลูกสูบ GP4-RX จาก Brembo ผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี CNC จับคู่กับจานเบรก Brembo T-Drive ขนาด 320 มม. พร้อมมอบพลังการเบรกในระดับเดียวกับ MotoGP ติดตั้งอยู่บนล้ออลูมิเนียมแบบ 7 ก้านรัดด้วยยางขนาด 130/60-B19 M/C และระบบเบรกหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถ Anti-lock Brake System (ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Electronic Linked Braking (ELB) ระบบกระจายน้ำหนักเบรกไปที่ล้อหน้า และล้อหลังพร้อมกัน Traction Control System (TCS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Drag-Torque Slip Control System (DSCS) ระบบป้องกันล้อสไลด์ Vehicle Hold Control (VHC) ระบบช่วยให้รถหยุดนิ่งเมื่อจอดบนเนิน หรือทางลาดชัน Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ระบบตรวจสอบความดันลมยาง Cornering Enhanced Anti-lock Brake System (C-ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกขณะเข้าโค้ง Cornering Enhanced Electronic Linked Braking (C-ELB) ระบบช่วยกระจายแรงเบรกเมื่ออยู่ในโค้ง Cornering Enhanced Traction Control System (C-TCS) ระบบช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะขณะเข้าโค้ง Cornering Drag-Torque Slip Control System (C-DSCS) ระบบควบคุมการลื่นไถลเมื่อลดความเร็วกระทันหัน   อินโฟเทนเมนต์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในด้านของอินโฟเทนเมนต์ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของฮาร์ลีย์เช่นเดิม หน้าจอกลางขนาดเรือนไมล์ขนาด 12.3 นิ้วรันด้วยระบบปฏิบัติการ Skyline OS ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต่างกับรถยนต์ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Apple CarPlay ในแฟริ่งด้านหน้ามามาพร้อมระบบเสียงจาก Rockford Fosgate Stage III ซึ่งมีลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว 3 ทิศทาง 2 ตัวที่แฟริ่งด้านหน้า โดยแต่ละตัวจะให้กำลังขับ 250 วัตต์ RMS โดยมีแอมป์ขับขนาด 500 วัตต์ RMS จากทาง Rockford Fosgate เช่นกัน เรียกได้ว่าระบบเสียงกระหึ่ม

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Cub House Fun day วันเดย์ทริปของคนวัยมันส์

Cub House Fun day วันเดย์ทริปของคนวัยมันส์ วันนี้ทาง Superbike Thailand ได้มีโอกาสมาทดลองขับขี่รถจักรยานยนต์ในกิจกรรม Cub House Fun day One day Trip กับทริปกับการขับขี่ 1 วัน ในสไตล์วัยรุ่น ก็เลยถือโอกาสแต่งตัวให้เข้ากับธีมงานกันซักนิดนึง แล้วจะเป็นอย่างไร ไปชมกัน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย CUB House ณ คอฟฟี่ แอน ชาบู แคมป์ เพื่อร่วมสนุกกับทริปการขับขี่รถจักรยานยนต์ ใน 1 วัน กับรถ Honda Monkey สายซน และรถจักรยานยนต์ Honda CT125 สายลุย ไปพร้อมกับการถ่ายแบบแฟชันในสไตล์ Cub House อีกด้วย สำหรับบรรยากาศภายในวันนี้ เมื่อเช็คกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้กล่าวเปิดงานอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับบรีฟเส้นทางก่อนออกเดินทาง เผื่อขับไปแล้วหลง จากนั้นแบ่งกลุ่มรอบการขับขี่เป็น 3 รอบด้วยกัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้สนุกไปกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมออกสตาร์ทเดินทาง โดยแอดมินได้เลือกเจ้า Honda CT125 สีเขียวขี้ม้า ที่มาพร้อมกับคาแรคเตอร์สายลุยในทุกเส้นทาง ขับขี่แบบชิลล์ ๆ คูล ๆ แล้วมาขี่ลุยบนเส้นทางขรุขระกันซักหน่อย ซึ่งแอดขอบอกตรง ๆ เลยว่า แอบเกรงนิดหน่อย แต่เจ้า CT125 มีการออกแบบสมรรถนะเครื่องยนต์และดีไซน์ที่สามารถคอนโทรลตัวรถได้ง่าย ซึ่งเอาอยู่แน่นอน     ขับรถสายลุยกันไปแล้ว ลองมาเปลี่ยนฟีลขับขี่รถคาแรคเตอร์สายซนและโลดแล่นกันบ้าง กับเจ้า Honda Monkey คันนี้ บอกเลยขับขี่สนุกและคล่องตัวมาก สมกับเป็นรถจักรยานยนต์สายซนเลยทีเดียว แล้วแวะมาถ่ายแบบกันซักนิด บนกราฟิตี้สวย ๆ  ซึ่งเข้ากับสไตล์ตัวรถได้ดีเลยทีเดียว  เมื่อทริปจบแล้ว ขอพามาดูรถจักรยานยนต์ที่โชว์กันในงานนี้ ซึ่งมีรถรุ่น Honda Monkey, Honda C125 และ Honda CT125 จอดสวย ๆ ให้ชมกัน สำหรับใครที่สนใจรถจักรยานยนต์รถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าว ภายในงาน แอดจึงขออนุญาตแนะนำราคา รุ่น Monkey ราคาแนะนำอยู่ที่ 99,700 บาท, รุ่น C125 ราคาแนะนำอยู่ที่ 89,600 บาท และรุ่น CT125 ราคาแนะนำอยู่ที่ 84,900 บาท ก็ขอสรุปเลยว่า วันนี้ทาง ซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสมาทดลองขับขี่ พร้อมกับการถ่ายแบบตามสไตล์ Cub House ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทางคลับเฮาส์ ที่ให้โอกาสไปร่วมกิจกรรม กับทริปการขับขี่รถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ด้วยครับ  #CUBHouseFundayOnedayRide #NewMonkey #NAUGHTYGOROUND #NewC125 #RideTheMasterpiece #CT125 #MyHiddenPleasure อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Yamaha YZF-R7 เพิ่มสีใหม่ ราคาเดิม

New Yamaha YZF-R7 2023 เพิ่มสีใหม่ ราคาเดิม พร้อมเซอร์ไพรส์สำหรับเหล่าแฟน ๆ สายซิ่ง เพราะทาง Yamaha Riders club ได้เปิดตัวสีใหม่ในโมเดลรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง New Yamaha YZF-R7 2023 ที่มาในสีขาวมุก (White Pearl) พร้อมจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  สำหรับสีใหม่ในโมเดล YZF-R7 2023 ครั้งนี้มาในโทนสีขาว ผสมกับลายกราฟิกสีเทาและสีแดงตัดกัน พร้อมกับการออกแบบแฟริ่ง ที่ให้ความสปอร์ตแบบต้นตำหรับของรถโมเดล R7 บวกกับล้อแม็กอลูมิเนียมสีแดง ที่ตัดกับสีตัวรถได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ด้านรูปลักษณ์ตัวรถ ยังคงความเป็นโมเดลของ R7 ที่ออกแบบมาสำหรับสไตล์เรซซิ่ง เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งส่วนนี้ถือว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรจากเดิม  เรามาสำรวจรถรุ่นนี้กัน อันดับแรกเลย มาดูสมรรถนะของเจ้า R7 กัน ด้วยเครื่องยนต์ CP2 2 สูบ 4 จังหวะ 689 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบเกียร์แบบ 6 สปีดและระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ และแรงบิด 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ถือว่าให้กำลังความเร็วมาได้ดี ทั้งแรงต้นและแรงปลายเลยทีเดียว ต่อที่ระบบกันสะเทือน เริ่มจากโช้คหน้าแบบหัวกลับจาก KYB ขนาด 41 มม. มีระยะยุบ 130 มม. ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มและโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้  ส่องลงมาอีกกันที่ช่วงล่าง กับระบบเบรก โดยด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 มม.พร้อมปั๊มบนแบบเรเดียลจาก Brembo ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 245 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสริมด้วยล้อหน้า-หลังขนาด 17 นิ้ว และยางหน้า 120/70 ยางหลัง 180/55 แบบไม่ใช้ยางในทั้งคู่ สำรวจรอบรถกันไปแล้ว มาเช็คของภายในของเจ้า R7 รุ่นนี้กันบ้าง ด้วยความเป็นรถสปอร์ตที่สามารถใช้แข่งในสนามได้อยู่แล้ว ก็ย่อมมากับระบบช่วยการเชนเกียร์อย่างแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ที่ช่วยในการหน่วงแรงเอ็นจิ้นเบรก ลดอาการสะบัดของรถในเวลาเบรกได้เป็นอย่างดี พร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน และระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ซึ่งเบรกได้อุ่นใจแน่นอน ถ้าดูรวม ๆ จากภายนอกของรถรุ่นนี้แล้ว อาจจินตนาการได้เลยว่า โมเดลสีใหม่รุ่นนี้ เหมือนอาชาเหล็กสีขาวที่พร้อมจะโลดแล่นบนสนามแข่งและท้องถนน สวยจริง ๆ  สำหรับราคาของเจ้า Yamaha YZF-R7 2023 สีขาวมุกตัวใหม่ เปิดตัวอยู่ที่ 339,000 บาท ซึ่งถือว่าราคาเท่าเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลอะไร ถ้าหากใครสนใจ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปชมได้ที่โชว์รูม Yamaha Riders club ทั่วประเทศ  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Aerox 2023 จัดจ้าน ทุกสีสัน!!

Yamaha Aerox 2023 มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน !!   มีข่าวมาให้ลุ้นกันอีกแล้ว สำหรับการเปิดโฉมรถใหม่จากค่าย Yamaha กับรถจักรยานยนต์สปอร์ต ออโตเมติกอย่าง Yamaha  Aerox 2023 ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน พร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน  บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของเมืองไทย พร้อมกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” สปอร์ต…ไม่ทิ้งลาย Spice up your challenge! สีใหม่! จัดจ้านทุกสีสัน บิดมันส์เร้าใจ ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ดุดันตามแบบฉบับรถ Racing Sport ตระกูล R-Series สมรรถนะทรงพลังด้วยความแรงจากเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี ผสานวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA พร้อมเทคโนโลยีใหม่ Y-CONNECT เชื่อมต่อข้อมูลรถเพื่อตอบสนองในการใช้งานและมั่นใจในการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” …SPORT AUTOMATIC LEADER สปอร์ต…อัจฉริยะ ที่สุดแห่งสปอร์ตออโตเมติก ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจด้วยสมรรถนะแรงเหนือใคร ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองดีเยี่ยมทุกอัตราเร่ง สไตล์รถสปอร์ต ระบายความร้อนด้วยน้ำเต็มระบบ พร้อมลูกสูบแบบ Forged แข็งแกร่ง ทนทานและให้ความมั่นใจในการหยุดรถด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยไม่ให้เสียการควบคุม ปลอดภัยอีกขั้นแบบรถสปอร์ตชั้นนำ เสริมด้วยยางหลังใหญ่ 140 มม. ล้อแม็ก 14 นิ้ว ใหญ่สุดในคลาสสปอร์ตออโตเมติก เฉียบคมทุกการเข้าโค้ง มั่นใจทุกการคอนโทรลแบบรถสปอร์ต และระบบกันสะเทือนหลังแบบซับแทงค์ ดูดซับแรงกระแทกดีเยี่ยม ลดแรงสะท้านในการขับขี่ ให้อารมณ์รถสปอร์ตตัวจริง ดูกันในเรื่องของการดีไซน์ ด้วยไฟหน้าใหม่! แบบ Full LED พร้อม Daytime running light สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดีไซน์ใหม่ สว่างชัดเจนกว่าเดิมเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น…ไฟท้ายใหม่! แบบ LED สว่างจัด ชัดเจน ช่วงท้ายดีไซน์แบบท้ายสั้นให้อารมณ์ซูเปอร์สปอร์ตพร้อมที่จับกันตกแบบ Build in อีกทั้งยังล้ำสมัยด้วยเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD สปอร์ตจัดเร้าใจด้วยกราฟิกแสดงผลวัดรอบ บอกครบทุกฟังก์ชัน แสดงผลการเชื่อมต่อกับ Y-CONNECT พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดง่ายขึ้นที่แฮนด์ซ้าย นอกจากนี้ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันใช้งานเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็น SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สะดวกสบายในการเปิดหรือปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK, ช่องเสียบต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ A/C CHARGING SOCKET ป้องกันแบตฯ มือถือหมด ช่วยให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ และช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมฝาปิด และยังมี MEGA BOX ที่เก็บของใหญ่ ขนาด 25 ลิตร เก็บของได้จุใจ ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ และถังน้ำมันใหญ่ 5.5 ลิตร เติมน้ำมันได้มากขึ้น ไปได้ไกลกว่า! “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” มาพร้อมกับความล้ำสมัย ไฮเทคเหนือชั้น ด้วยระบบ Y-CONNECT Application เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำ แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถ และการขับขี่ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดฟังก์ชันต่างๆ ในการใช้งานอย่างครบครัน มากถึง 9 ฟังก์ชัน เพื่อความสะดวกสบาย ได้แก่  1.METER INDICATOR – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือ บนหน้าจอเรือนไมล์ 2. MAINTENANCE RECOMMEND – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา 3. MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเครื่องยนต์เกิดปัญหา 4. FUEL CONSUMPTION

Yamaha YZF-R15M 2023 ใหม่ พร้อมจอสี TFT

Yamaha YZF-R15M 2023 มาพร้อมกับหน้าจอสี TFT ใหม่  มีข่าวดีมาแชร์ให้อ่านกันอีกครั้ง กับการเปิดตัวโมเดลสปอร์ตไบค์ สายพันธุ์ R-Series รุ่นพิเศษ อย่าง Yamaha YZF-R15M 2023 ในประเทศอินเดีย ที่มาพร้อมกับการอัปเกรดออพชันใหม่จากรุ่นก่อน และฟังก์ชันเสริม ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้ว YZF-R15M เวอร์ชัน 2023 จะมีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจในรถรุ่นนี้กันบ้าง ไปดูกัน  หน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ หนึ่งไฮไลท์หลักของรถโมเดลพิเศษรุ่นนี้ กับหน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ ทั้งแสดงผลอัตราความเร็ว น้ำมัน ทริปการเดินทาง ชิฟไลท์ พร้อมระบบแทร็กชันคอนโทรล ระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบแบตเตอรี่ และอื่น ๆ สามารถรองรับ Y-Connect ที่อำนวยสะดวกต่อการเดินทาง ให้อารมณ์การขับขี่แบบรถโมเดลรุ่นพี่อย่าง R1M อีกด้วย  ชุดไฟเลี้ยวใหม่  กิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับการปรับเปลี่ยนจากชุดหลอดไฟเดิมที่เป็นแบบฮาโลเจน มาเป็นไฟ LED ที่ให้ความทันสมัย เข้ากับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น  ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ของ R15M 2023 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ 4 จังหวะ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 14.2 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด แอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ และระบบวาล์วแปรผัน หรือ  VVA ที่ช่วยเสริมการขับขี่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนก็เช่นเดียวกัน กับโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ และโช้คเดี่ยวด้านหลังแบบสตรัทสปริง พร้อมระบบเบรก ดิสก์เบรก หน้า-หลัง เสริมระบบป้องกันล้อล็อก ABS Dual Channel ต่อด้วยช่วงล่างกับล้อหน้า-หลังขนาดเดิมที่ 17 นิ้ว และยางหน้า 100/80 และยางหลัง 140/70 แบบไม่ใช้ยางใน  ดูโดยรวมแล้ว เจ้ารถสปอร์ตโมเดลรุ่นนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ขับขี่ให้ทันกับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ส่วนรูปลักษณ์และเครื่องยนต์ของตัวรถยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ยังไงเครื่องเดิม ๆ ก็ถือว่าแรงอยู่แล้ว รับประกันเลย สำหรับรถรุ่น Yamaha YZF-15M 2023 ยังไม่ได้เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าราคาน่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว เพราะได้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กับขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023 สองนักแข่งที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขัน WorldSBK กับ ฮอนด้า Team HRC เป็นครั้งที่ 2 และตั้งเป้าขึ้นแท่นโพเดียมประจำในปี 2023 ฤดูกาล Motul FIM Superbike World Championship’s 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทีม HRC ได้กลายเป็นทีมโรงงานอันดับ 5 และเป็นทีมสุดท้าย ที่จะมาเผยโฉมทีมแข่ง กับนักแข่งอย่าง Iker Lecuona และ Xavi Vierge นักแข่งคู่บุญชาวสแปนิช ที่กำลังเตรียมตัวกับการแข่งขันในซีซั่นที่ 2 กับทีม HRC กับตัวรถที่มาในลวดลายสีแดง สีขาวและสีน้ำเงินในแบบดั้งเดิมของทีม HRC โดยผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และตั้งเป้าคว้าโพเดียมในฤดูกาล 2023 นี้   สำหรับม้าศึกของค่ายนกปีกเหล็กในรายการ WorldSBK 2023 ยังคงเป็นรถโมเดลใหม่อย่าง CBR1000RR-R FIREBLADE SP ที่ปรับเสริมเติมแต่ง พร้อมลายกราฟิกที่ดุดันสำหรับรถเรซซิ่ง ในครั้งนี้ เราดูรายละเอียดเรียกน้ำย่อยกันคร่าว ๆ กันดีกว่า ว่ารถแข่งรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง  โดยข้อมูลและจุดเด่นย่อย ๆ ของเจ้า CBR1000RR-R รถแข่งจากทีม HRC กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 999.9 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 231 แรงม้าที่ 14500 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ขับเคลื่อนแบบ 6 สปีด และความจุถังน้ำมันขนาด 24 ลิตร  เสริมไปพร้อมกับจุดเด่นของตัวรถ ด้วยเฟรมอลูมิเนียม โช้คอัพ Showa จากโรงงานพร้อมซับแทงค์ เพิ่มระยะการเบรกด้วยคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin และเสริมสมรรถนะการเลี้ยวโค้งที่คล่องตัว ด้วยยางชั้นนำระดับโลกอย่าง Pirelli  เปิดตัวกันไปแล้ว สำหรับทีม HRC ที่พร้อมจะลุยศึก WSBK ในเร็ว ๆ นี้ ฝากติดตามและเชียร์ให้กำลังใจนักแข่งในทีมนี้ และทุก ๆ ทีม แล้วเรามาลุ้นกันว่าใครจะคว้าโพเดียมประจำปีนี้ไปครอง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล     GPX Tuscany 150 สกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ตคลาสสิก ที่มาพร้อมกับประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ในดีไซน์ที่ให้ความหรูหรา แต่แแฝงความสนุกไปกับสีสัน กับเครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี เหมาะกับการขับขี่ในเมืองได้อย่างสนุกสนาน ราคาแนะนำ รุ่น Smart Key ราคา 63,700 บาท รุ่น Standard   ราคา 59,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​   กุญแจอัจฉริยะ Smart Key ระบบแบรก Combine Brake System (CBS) เรือนไมล์ Full LCD ระบบไฟส่องสว่าง Full LED USB Type A รองรับ Fast Charging ใต้เบาะใหญ่ถึง 27 ลิตร   สเปค GPX Tuscany 150 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 149.6 ซีซี แรงม้า (เคลม) 11 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 11.4 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาว์ลต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 57.4 X 57.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด Full Transistor Ignition ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 110/70-12” 53L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120-70-12” 58L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 226 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. กว้าง X ยาว X สูง 675 X 1,855 X 1,130  มม. ระยะฐานล้อ NA ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 101 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 122 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี – ระบบเบรก Combine Brake System (CBS) – เรือนไมล์ Full LCD – USB Type A รองรับ Fast Charging – กุญแจอัจฉริยะ Smart Key   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Smart Key Rubino Red (แดง) Gelato Green Mint (เขียว) Smoke Gray

Keeway Victoria 200 เปิดตัวแล้ว!!

Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์ย้อนยุค เทคโนโลยีล้ำ เปิดตัวแล้ว นอกจากทาง Keeway ได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ Keeway Shiny 150 กันไปแล้ว ยังมีอีกรุ่นที่เปิดตัวมาด้วยอย่าง Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์สไตล์ย้อนยุค 60 (SIXTIES) เรียกได้ว่ารุกตลาดรถสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อตั้งแต่ต้นปี 2023 กันเลยทีเดียว ในครั้งนี้ เราจะมายลโฉมเจ้า วิกตอเรีย 200 รุ่นนี้กัน ว่าจะมีความพิเศษอย่างไรบ้าง  สำหรับสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์ใหม่รุ่นนี้ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือกัน ระหว่าง Victoria และ Keeway ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม จึงเกิดเป็นโฉมรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ให้เราได้เห็นกัน  แม้ว่ารูปลักษณ์จะพาย้อนเวลากลับไปเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว แต่ Keeway Victoria มาพร้อมความสะดวกสบายสุดล้ำ สกู๊ตเตอร์มีเบาะนั่งแบบแยกส่วนที่โดดเด่นให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายสะดวกสบายอย่างยิ่ง ด้วยกระจังหน้าแบบย้อนยุคแฝงความล้ำสมัยด้วยไฟหน้าล้ำยุคแบบ FULL LED เต็มรูปแบบที่โดดเด่น ผสานกับไฟเบรกแบบ LED คู่อันเป็นเอกลักษณ์และไฟสัญญาณที่ผสานเข้ากับด้านหลังของสกู๊ตเตอร์อย่างลงตัว    เปี่ยมไปด้วยระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ของตัวรถ ด้วยสวิตช์จุดระเบิดแบบมัลติฟังก์ชันประกอบด้วยสตาร์ทไฟฟ้า ที่เก็บของใต้เบาะที่พอเพียงกับทุกไลฟ์สไตล์  และมาพร้อมช่องชาร์จไฟ USB ให้ทุกคนไม่พลาดการติดต่อ สำหรับพละกำลังเจ้าวิกตอเรีย 200 ที่มากับเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 171.7 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 11.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 12 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาทีทำให้  Victoria เป็นรถที่คล่องแคล่ว คล่องตัว  พร้อมช่วงล่าง ด้วยโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังแบบปรับระดับได้ มาพร้อมความปลอดภัยที่ไม่ถูกลืม ด้วยดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 มม. พร้อมระบบการกระจายแรงเบรก และดิสก์เบรกขนาด 215 มม.  มั่นใจทุกการเดินทางด้วยยาง Tubeless ขนาด 120/70-12 ทั้งหน้าและหลัง โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา CLOUD GREY, สีแดง VERMILLON RED, สีเขียว EMERALD GREEN และสีฟ้า CYAN BLUE พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ส่วนราคานั้นผมจะมาเปิดเผยทีหลังกันครับ ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศคลิกเลย!! https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Keeway Victoria ได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com   Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway Shiny 150 เปิดตัวแล้วในไทย

Keeway Shiny 150 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย  หลังจากกระแสตอบรับเป็นไปอย่างที่น่าพอใจ สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่น Keeway Versilia 150 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ในครั้งนี้ ทาง Keeway พร้อมเดินหน้าเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Keeway Shiny 150 กับโฉมใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานกันแบบครบครัน  สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ เป็นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาในรูปแบบอิตาเลียนสไตล์ โดดเด่นด้วยการดีไซน์เปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นยอด ที่ผสมผสานระหว่างสไตล์และเทคโนโลยีของสกู๊ตเตอร์ในปัจจุบัน  สำหรับรูปลักษณ์ตัวรถ ที่ให้อารมณ์ความคลาสสิกด้วยไฟหน้าทรงกลม และตัวรถที่มองด้านข้างจะเห็นส่วนเว้า ส่วนโค้ง ในลักษณะรูปวงรี ที่สื่อความเป็นอิสระในการเดินทาง ควบคู่ไปกับการเน้นด้วยเส้นโครเมียมในหลายมุมของตัวรถ เสริมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังที่มีลวดลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนในรูปแบบย้อนยุค  แม้ว่าตัวรถจะมีกลิ่นอายแห่งความคลาสสิก แต่ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อตอบสนองการใช้งานในปัจจุบัน เริ่มด้วยไฟหน้า LED และไฟเลี้ยวคู่หน้าบิ้ลต์อิน DRL รูปวงแหวนและ “x” โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไฟข้างตัวรถเป็น LED ขนาดเล็กที่ส่องสว่าง ในสไตล์เรโทรคลาสสิก พร้อมเรือนไมล์ทรงกลมเป็นแบบดิจิตอลและไฟพื้นหลังที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 สี สามารถปรับได้ตามใจชอบเลยทีเดียว พร้อมที่เก็บสัมภาระด้านหน้าและช่องเสียบ USB  มาดูพละกำลังของรถรุ่นนี้กันบ้าง กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ ขนาด 149.6 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมเคลมแรงม้าที่ 8.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดที่ 8.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที กับระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์ ออโตเมติก CVT และความจุถังน้ำมันขนาด 5.6 ลิตร  ต่อกันด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าแบบ เทเลสโคปิก โช้คหลังเดี่ยว พร้อมระบบดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 ม.ม. และดรัมเบรกด้านหลัง เสริมด้วยล้อหน้าและหลังขนาด 12 นิ้ว ยางหน้าและหลังขนาด 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่เน้นความคล่องตัว และสามารถเลี้ยวในวงแคบได้ สีฟ้า Sky Blue สีขาว Daisy White สีแดง Cherry Red สีดำ Raven Black   โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Cherry Red, สีฟ้า Sky Blue, สีขาว Daisy White และสีดำ Raven Black พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ในราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ 58,500 บาท สำหรับผู้ที่จอง 500 คันแรกเท่านั้น (ราคาแนะนำที่ 62,500 บาท) สามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป   ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสามารถเข้าไปชมได้ที่ช่องทางออนไลน์ https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Scoopy เปิดรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

Honda Scoopy จับมือ Colors Culture เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ Fahion A.T. อีกครั้ง ด้วยการจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง “Colors Culture” โดย พีพี กฤษฏ์ เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ Honda Scoopy Colors Cultureไ Limited Edition ที่ออกแบบลวดลายเพื่อแฟน ๆ ของ พีพี กฤษฏ์ และวัยรุ่นไทยโดยเฉพาะ  สำหรับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นดังกล่าว ถูกออกแบบให้โดดเด่นสะดุดตา ทุกมุมมองในสไตล์ระดับ Iconic ของวัยรุ่น ผสมผสานความสดใสของสีสันและเส้นสายเอกลักษณ์ที่เป็น Signature ของแบรนด์ Colors Culture บนตัวรถสีขาว – ชมพู สะท้อนคาแรคเตอร์ความซุกซน ขี้เล่น ในสไตล์ของ พีพี กฤษฏ์ ที่รวมเอาสตรีทแฟชั่นและความคัลเลอร์ฟูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สามารถแมตซ์รถเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้  นอกจากความลงตัวของสีสันและกราฟิกแล้ว ยังขับขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์ eSP ที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกอย่าง Honda SMART Key สตาร์ทโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เสริมด้วยช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket Type A ให้ทุกดิจิทัลไลฟ์ของผู้ใช้ไม่มีสะดุด โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยมาพร้อมกับหมวกกันน็อก Be Colorful Be Iconic ดีไซน์สุดพิเศษเฉพาะผู้ที่จองเท่านั้น สำหรับราคาแนะนำที่ 57,700 บาท พร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ทางออนไลน์ เพียงคลิกที่ลิงก์ https://booking.thaihonda.co.th/booking/personal-info/scoopyxcolorculture  2.จองภายในงาน ติด Trend Fest ที่จัดขึ้นใน 4 จังหวัดทั่วประเทศ กรุงเทพฯ (วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ที่สยามสแควร์ซอย 7) เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และสงขลา (โปรดติดตามกำหนดการอีกครั้ง) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มิลเลนเนียม กรุ๊ป ผุดโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี

มิลเลนเนียม กรุ๊ป เปิดตัวโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์ สาขาธนบุรี รองรับชุมชนคนรักอิสระและการผจญภัย จากความนิยมรถจักรยานยนต์สองล้อคลาสสิกในประเทศไทยที่เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง และแล้วก็ไม่รอช้า กับค่ายรถตรานกอินทรีสัญชาติอเมริกันอย่าง Harley-Davidson ปักหมุดขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในย่านธนบุรี กับ Harley-Davidson สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5 – ราชพฤกษ์) เพื่อรองรับการบริการลูกค้าแบบครบวงจร โดยกลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรใหม่ล่าสุด พร้อมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีแห่งความสำเร็จ ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน สำหรับโชว์รูมใหม่ของ Harley-Davidson พร้อมศูนย์บริการครบวงจร สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อิสระ ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สอดคล้องกับตัวอาคารที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ป้อมปราการและความเป็นอิสระ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การเป็นเมืองหลวงเก่ามาอย่างยาวนานนั้นเอง ดังนั้น จึงได้นำ “ค่ายคูประตูหอรบ” ซึ่งมีบุคลิกของผู้บุกเบิก รักการผจญภัยและการเป็นขาลุย เช่นเดียวกับแบรนด์ Harley-Davidson มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ ขณะที่โทนสีหลักของ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน คือ ส้ม-ดำ ก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านสีคล้ายสนิมเหล็กและโครงสร้างสีดำ จัดวางในระนาบที่สามารถพลิกเปิด-ปิด คล้ายหน้าต่างของป้อมปราการในอดีต สร้างความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด  สำหรับภายในพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งเหล่าแฟน ๆ ชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ทุกรุ่น สามารถยลคันโปรดที่จัดแสดงอยู่ภายในกว่า 30 คันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ชวนหลงใหล ไม่ว่าจะเป็น “รูปลักษณ์” ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา “เสียง” ยามสตาร์ทเครื่องคำรามกึกก้อง ทรงพลัง และน่าเกรงขาม นอกจากจะมี Harley-Davidson รุ่นต่างๆ ให้เลือกสรรอย่างจุใจ มากไปด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงศูนย์บริการครบวงจร ที่ให้บริการโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Harley-Davidson University นักขับขี่ตัวยงหรือกระทั่งมือใหม่ ยังเพิ่มประสบการณ์พิเศษกับสนามทดสอบการขับขี่เพื่อใช้ฝึกขับขี่และพัฒนาทักษะ นับเป็นโชว์รูมแห่งแรกในย่านนี้ที่จัดเต็มอย่างเหนือระดับ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนคอเดียวกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น  รวมถึง ยังมีการจัดตั้งคอมมูนิตี้ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบ Harley-Davidson ได้มีพื้นที่รวมตัวอย่างอบอุ่น อาทิ H.O.G. Chapter (Harley-Davidson Owners Group) ซึ่งเป็นชุมชนของชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รวมตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยว รวมไปถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) หลากหลายรูปแบบ ซาจีฟ รัชเกคาราน, กรรมการผู้จัดการ Harley-Davidson สำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย และอินเดีย เผยว่า “ปีนี้ มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของ Harley-Davidson ที่มอบความสุขและความอิสระ มาสู่ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งยังเป็นปีที่เราได้ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กับการเปิดตัว Harley-Davidson สาขาธนบุรี โดยเราเชื่อมั่นว่าลูกค้า รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson จะรู้สึกประทับใจกับผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ และความพร้อมในการให้บริการด้านต่าง ๆ เมื่อได้มาเยือนโชว์รูมแห่งนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ Harley-Davidson สาขาธนบุรี ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคตได้” ด้าน ปอนด์ จงเสรี, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “Harley-Davidson สาขาธนบุรี นับเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และบริการหลังการขายแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น กับบรรดาสมาชิกกลุ่มต่างๆ ผ่านหลากหลายกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ซึ่งโอกาสวันเปิดโชว์รูมใหม่ในวันนี้ เราก็ได้เชื้อเชิญเหล่าสมาชิก H.O.G. Chapter ซึ่งเป็นชุมชนชาว Harley-Davidson เมืองไทย มาร่วมคาราวาน Harley-Davidson พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันอย่างสนุกสนานอีกด้วย”  หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.harley-davidson.com/th/th/index.html อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Yamaha Finn 2023 รายละเอียด

สเปค Yamaha Finn 2023 ข้อมูลและรายละเอียดตัวรถ พร้อมราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย   Yamaha Finn 2023 รถจักรยานยนต์ครอบครัว ที่มากับสีสันใหม่สุดฟินน์ สวยล้ำสไตล์โมเดิร์นไม่เหมือนใคร ด้วยเครื่องยนต์ 115 ซีซี และประหยัดน้ำมันสูงสุด ขับขี่ง่าย ราคาสบายกระเป๋า  ราคาแนะนำ  รุ่น Finn UBS Version 47,900 บาท รุ่น Finn ล้อแม็ก/สตาร์ทมือ 46,400 บาท รุ่น Finn ล้อซี่ลวด/สตาร์ทมือ 44,400 บาท รุ่น Finn ล้อซี่ลวด/สตาร์ทมือ/ดรัมเบรก 40,700 บาท     สเปค, สเป็ก   ระบบแบรก UBS ชุดไฟหน้าสุดโมเดิร์น เครื่องยนต์พิกัด 115 ซีซี ประหยัดน้ำมันสูงสุด ที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ไฟท้ายหรูสะดุดตา กุญแจแบบ Muti-function ฝาถังน้ำมัน ดีไซน์โฉบเฉี่ยว แผงหน้าปัด ดีไซน์หรู   สเปค Yamaha Finn 2023 ข้อมูล สเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 114 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 57.9x ม.ม. อัตราส่วนการอัด 9.3 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์วน 4 ระดับ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ แบบเปียกชนิดหลายแผ่น และเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 70/90-17” M/C 38P ยางหลัง 80/90-17” M/C 50P ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 710 x 1,940 x 1,095  ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,235 ม.ม ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 ม.ม. ความสูงเบาะ 775 ม.ม. น้ำหนักรถ 97-100 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบเบรก UBS   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Finn UBS Version รุ่น ล้อแม็ก/สตาร์ทมือ รุ่น Finn ล้อซี่ลวด/สตาร์ทมือ รุ่น Finn ล้อซี่ลวด/สตาร์ทมือ/ดรัมเบรก   อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R1250RS 2023 สปอร์ตทัวริ่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า

BMW R1250RS สปอร์ตทัวริ่งสีสันใหม่ จากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW R1250RS มาพบกับรถสปอร์ตทัวริ่ง ตัวใหญ่จากค่าย ใบพัดฟ้าขาว กับโฉมรูปลักษณ์สปอร์ตทัวริ่ง ที่ผสมผสานกันระหว่าง ความเป็นสปอร์ตและเน็กเก็ต เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่เดินทางไกล ได้อย่างหล่อ ๆ แน่นอนครับ   สำหรับการดีไซน์ ต้องขอบอกเลยว่าปราดเปรียวสุด ๆ  ถูกใจสายทัวริ่งอย่างแน่นอน ด้วยแฟริ่งด้านหน้าทรงสปอร์ต ดุดัน ประดับลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ คงความเป็น DNA ของแบรนด์ BMW เลยทีเดียว มาดูกันที่เครื่องยนต์กันดีกว่าครับ กับโฉมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีปริมาตรกระสูบขนาด 1,254 ซีซี พร้อมเทคโนโลยี BMW ShiftCam สำหรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานของวาล์ว ที่เคลมแรงม้าสูงสุดที่ 136 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที เสริมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลา เช็คกันที่ช่วงล่างด้านหน้า กับโช้คหน้าหัวกลับ ที่มีระยะยุบตัว 140 ม.ม. พร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. เสริมด้วยปั๊มเบรก Brembo ขนาด 4 พอต และขนาดล้อ ขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ ต่อด้วยยางหน้าขนาด 120/70 เช็คด้านหน้าไปแล้ว มาต่อที่ด้านหลังกันครับ กับสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยวพร้อมโช้ค WAD strut พร้อมปรับตั้ง เสริมด้วยดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 276 พร้อมปั๊มเบรก Brembo 2 พอต และล้อ ขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่เช่นเดียวกัน และยางขนาด 180/55  มาดูเทคโนโลยีตัวรถกันบ้าง เริ่มด้วยเรือนไมค์หน้าจอสี TFT ไฟ LED รอบคัน และช่องเสียบ USB มาพร้อมกับระบบ DTC (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี), DBC (Dynamic Brake Control) ,ระบบ ABS Pro, ระบบ HSC (Hill Start Control) พร้อมด้วยโหมดการขับขี่หลัก (3 Ride Modes) เสริมด้วยโหมดการขับขี่แบบ ECO และโหมดการขี่แบบ PRO  สำหรับโมเดลนี้ ผมมั่นใจว่าถูกใจสาวกสายทัวริ่งอย่างแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันการขับขี่หลายรูปแบบ ส่วนราคานั้นยังไม่มีการระบุ แต่คิดว่าน่าจะพอตัวเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก