
อัปเดตล่าสุด New Honda Monkey 2026 รถจักรยานยนต์จิ๋วระดับตำนาน อัปเกรดระบบเบรก ABS ใหม่ พร้อมเผย 3 เฉดสีใหม่สุดเท่ เช็กสเปคและราคาแนะนำที่นี่
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตล่าสุด New Honda Monkey 2026 รถจักรยานยนต์จิ๋วระดับตำนาน อัปเกรดระบบเบรก ABS ใหม่ พร้อมเผย 3 เฉดสีใหม่สุดเท่ เช็กสเปคและราคาแนะนำที่นี่

รีวิวฉบับเต็ม CFMoto 800MT Explore (ES) 2026 แอดเวนเจอร์พิกัดกลางที่คุ้มที่สุด เครื่องยนต์ 94 แรงม้า พร้อมระบบเรดาร์หลังและจอ MMI 8 นิ้

Honda Monkey Chrome Legacy โฉมพิเศษฉลอง 60 ปีไทยฮอนด้า Honda Monkey Chrome Legacy โฉมพิเศษจากซีรีย์ของเจ้ามังกี้ รถจักรยานยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัน ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีขนาดที่กระทัดรัด พร้อมให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เดินทาง เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า ขอนำเสนอโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองไปกับเจ้ามังกี้ตัวใหม่ที่มาในรุ่น Limited Edition ที่คัสตอมขึ้นมาพิเศษ โดดเด่นด้วยสีโครเมียมทั้งคัน ตั้งแต่ตัวถังน้ำมันโครเมียมสวยสะดุดตาสไตล์กคลาสสิก และฝาครอบข้างที่เป็นโครเมียม ตัดกับเบาะหนังสีดำที่โชว์หมุดสแตนแลสให้ความหรูหราคลาสสิก พร้อมแสดงเอกลักษณ์ความซนในตำนานกับ 3D Soft Emblem โลโก้เจ้าลิงซนครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า เสริมความลิมิเต็ดด้วย Chrome Edition Serial Number รันเลขตามจำนวนคันที่ผลิต และไม่เพียงแค่รถที่มาพร้อมความเป็นโครเมียม ที่ในโมเดลนี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกสีเงินเมทัลลิค ที่เข้าเซ็ตกับตัวรถได้อย่างลงตัว โดยเครื่องยนต์ก็ยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมแบบเดียวกับโฉมปกติที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 123.9 ซีซี มาพร้อมเกียร์แบบแมนนวล 5 สปีด จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI ระบบกันสะเทือนด้านหน้าโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 31 มม. ด้านหลังโช้คอัพคู่ พร้อมด้วยระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น สำหรับแฟนคลับสาวก Honda Monkey ท่านไหนที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ หรือสะสมโมเดลนี้ มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 117,000 บาท โดยเปิดพรีออเดอร์ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 และสามารถจองได้ที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda Scoopy X Kuromi จอมแสบลิมิเต็ด 2000 คันเท่านั้น All New Honda Scoopy x Kuromi ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับการนำรถจักรยานยนต์ของค่ายฮอนด้า มาร่วม Collab กับการ์ตูนดังต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้ง Donald Duck และพ่อมด Mickey Mouse ที่มาวาดลวดลายอยู่บนรถจักรยนต์ Honda Giorno ซึ่งในครั้งนี้ก็ถึงคราวเจ้า Honda Scoopy โฉมล่าสุดที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมา Collab กับวายร้ายจอมแสบจากเรื่อง My Melody อย่าง Kuromi ที่ในปีนี้ก็ครบรอบ 20 ขวบแบบพอดิบพอดี สีสันอันเป็นเอกลักษณ์ และการออกแบบดีไซน์ ตัวรถยังคงเป็นพื้นฐานเดิมของเจ้า Scoopy ที่พึ่งเปิดตัว และวางจำหน่ายในประเทศไทยทุกประการ ซึ่งตัวรถมีสีดำ ตัดสลับกับสีม่วงที่เป็นสีเอกลักษณ์ของเจ้าคุโรมิ ด้านหน้าของตัวรถบริเวณใต้ไฟหน้าเติมความแสบซ่าด้วยสติ๊กเกอร์แบบ 3D ฉลองครบรอบ 20 ปี Kuromi ถัดมากับบริเวณด้านข้างของตัวรถมาพร้อม Kuromi Sticker ทั้งสองฝั่งเพื่อเพิ่มความน่ารักให้กับตัวรถ และบริเวณที่วางเท้าของผู้ขับขี่ก็มาพร้อมแผ่นยางรองเท้า ‘Kuromi 20th Anniversary’ ไม่เพียงแค่นั้นยังเสริมความลิมิเต็ดขั้นสุดกับสติกเกอร์ Serial Number รันเลขที่ตั้งแต่ 0001 – 2000 คัน มาพร้อม Box set สุดป่วน ได้แก่ Honda Smart Key พร้อมเคสลาย Kuromi ครบรอบ 20 ปี อีกทั้งหมวกกันน็อก และเสื้อยืดแขนยาวลาย Kuromi เครื่องยนต์ และช่วงล่าง จอมแสบลิมิเต็ดคันนี้มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของลวดลาย และสีสันของตัวรถเท่านั้น ในเรื่องของเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP แบบสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 109.51 ซีซี พละกำลัง 9 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 9.2 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI พร้อมเคลมอัตราการประหยัดอยู่ที่ 58.8 กิโลเมตร/ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังแบบยูนิตสวิง โช้คอัพเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว และด้านหลังมารูปแบบของดรัมเบรก ซึ่งระบบเบรกของรถมาพร้อมกับเทคโนโลยี Combi – Break ที่จะช่วยกระจายแรงเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ในส่วนของราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 60,800 บาท หากสนใจอยากชมคันจริงสามารถไปได้ที่งาน BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2025 ที่อาคารชาเลนเจอร์ (ฮอลล์ 1-3) และ Exhibition Hall 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายนนี้ และศูนย์บริการตัวแทนจำหน่าย Honda ทุกสาขาใกล้บ้านได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค ราคา Honda Forza 750 ปี 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เครื่องยนต์ขุมพลัง 2 สูบเรียงพร้อมระบบเกียร์ DCT ราคา 419,000 บาท

2025 Aprilia Tuono 457 เน็กเก็ตคลาสกลาง จิตวิญญาณเรซซิ่ง 2025 Aprilia Tuono 457 เน็กเก็ตคลาสกลางจากค่ายเทพสามตา ‘Aprilia’ ที่พร้อมเปิดให้แฟน ๆ ได้พรีออเดอร์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยการออกแบบเน้นดีไซน์คงเส้นสายเน้นไปที่ความเป็นสปอร์ต จับคู่กับสมรรถนะที่พร้อมสร้างความเร้าใจให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง เครื่องยนต์ และช่วงล่าง ขับเคลื่อนด้วยเคลื่อนยนต์แบบสองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 457 ซีซี พละกำลังสูงสุดที่ 47.6 แรงม้าที่ 9,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 43.5 นิวตันเมตรที่ 6,700 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ 6 สปีด อีกทั้งตัวรถคันนี้ยังโดดเด่นด้วย คลัตซ์ที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับระบบ Quickshifter แต่เป็นระบบที่ผู้ขับขี่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ในส่วนของระบบช่วงล่าง Tuono คันนี้ด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 41 มม.ระยะยุบตัวอยู่ที่ 120 มม. สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ ในส่วนของด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 130 มม. สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ระบบเบรกด้านหน้ามาพร้อมกับคาลิเปอร์สี่ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์จาก BYBRE พร้อมจานเบรกขนาด 320 มม.ติดตั้งอยู่บนล้อพร้อมยางขนาด 110/70-R17 และด้านหลังมาพร้อมกับคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก BYBRE เช่นเดียวกันกับด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 220 มม. ติดตั้งอยู่บนล้อยางขนาด 150/60-R17 ซึ่งทั้งด้านหน้า และด้านหลังยังมาพร้อมกับระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel จากแบรนด์ Bosch ที่สามารถเลือกเปิด-ปิดได้ เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถ นอกเหนือจากระบบเบรก ABS ที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้ อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือหน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ภาพคมชัด และมี UI ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย บอกข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเกียร์ มาตรวัดน้ำมัน อุณหภูมิความร้อนของตัวรถ อีกทั้งหน้าจอนี้ยังควบคุมโหมดการขับขี่ที่มากับตัวรถซึ่งมีทั้งหมด 3 โหมดได้แก่ Eco, Sport และ Rain ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ และระบบควบคุมการยึดเกาะให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ สีสันที่วางจำหน่าย Piranha Red Puma Grey ซึ่งถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากเป็นเจ้าของ ก็สามารถพรีออเดอร์ล่วงหน้าได้แล้ว โดยเจ้า Tuono 457 เปิดให้จองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Aprilia (คลิ๊กที่นี่) มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 6,599 ยูโร หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 241,400 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ขี่ก่อน หล่อก่อน บอกเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Speed TWIN 1200 RS รถคลาสสิก แต่ช่วงล่างระดับตัวแข่ง 2025 Speed TWIN 1200 RS โมเดิร์นคลาสสิก ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมรรถนะสูงและความคลาสลิกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว กับเครื่องยนต์พิกัด 1,200 ซีซี สองสูบลูกโตที่ตอบโจทย์ในทุกการขับขี่ เปิดราคาแนะนำ 659,000 บาท ดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิก ปั้มบนจาก Brembo โช้คหน้าหัวกลับจาก Marzocchi โช้คหลังสปริงคู่ Öhlins พร้อมซับแทงค์ จานหน้าดิสก์คู่ คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ท่อไอเสียทรงคู่ทำจากสเตนเลสสตีล หน้าปัดเรือนไมล์ Duo Display สเปค ราคาและรายละเอียด อื่นๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบคู่ EURO5+ ปริมาตรกระบอกสูบ 1200 ซีซี แรงม้า (เคลม) 105 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.6 มม. x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 12.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Ride-by-Wire) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบ Slip & Assist ระบบส่งกำลังสุดท้าย ชุดโซ่-สเตอร์ ขนาดยางและล้อหน้า 120/70 R17 ขนาดยางและล้อหลัง 160/60 R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Marzocchi ขนาด 43 มม. ปรับได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ Öhlins พร้อมซับแทงค์ ปรับได้ เบรกหน้า ดิสก์คู่ 320 มม. คาลิปเปอร์ Brembo Stylema แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เดี่ยว 220 มม. คาลิปเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 216 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี โหมดการขับขี่: Rain, Road, Sport ระบบแทร็คชันคอนโทรล (สามารถปรับได้) ไฟหน้าและไฟท้าย LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์: แสดงผลแบบ Twin Clocks พร้อมจอ LCD พอร์ตชาร์จ USB: มี กุญแจ Immobilizer: ระบบป้องกันการโจรกรรม คันเร่งไฟฟ้า แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบ ABS Dual Channel วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ สีส้ม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR แบ็กเกอร์ตัวจบ ลิมิเต็ด 131 คัน 2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR รถจักรยานยนต์สไตล์ทัวร์ริ่งของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่มาพร้อมกระเป๋าสัมภาระด้านข้างที่เป็นจุดเด่นของรถประเภทนี้ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่มาพร้อมพละกำลังที่เอาอยู่ในทุกการเดินทาง ด้วยสมรรถนะสูงสุดที่รถคันนี้มอบให้ทำให้รถคันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าสนใจสำหรับการเดินทางไกล โดยโมเดลนี้มีการเพิ่มความพิเศษด้วยการมีจำนวนจำกัดเพียง 131 คันเท่านั้น เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง ขุมพลังเครื่องยนต์คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ ‘Screamin’ Eagle V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 131 ลูกบาศ์กนิ้ว ประมาณ 2,146 ซีซีที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 153 แรงม้าที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 203 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า พร้อมถังน้ำมันขนาด 22.7 ลิตร และระบายไอเสียด้วยท่อไทเทเนียมจากแบรนด์ Akrapovic ที่ออกแบบมาเพื่อฮาร์ลีย์โดยเฉพาะ ในด้านของระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นโช้คอัพ Öhlins FGR 253 โช้คอัพที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ สามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับการตั้งค่าได้ผ่านรีโมท สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มรูปแบบให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ได้ โดยได้รับการปรับจูนมาแล้วอย่างแม่นยำโดย Öhlins และ Screamin’ Eagle เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขี่ Bagger สายสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกสี่ลูกสูบ GP4-RX จาก Brembo ผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี CNC จับคู่กับจานเบรก Brembo T-Drive ขนาด 320 มม. พร้อมมอบพลังการเบรกในระดับเดียวกับ MotoGP ติดตั้งอยู่บนล้ออลูมิเนียมแบบ 7 ก้านรัดด้วยยางขนาด 130/60-B19 M/C และระบบเบรกหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถ Anti-lock Brake System (ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Electronic Linked Braking (ELB) ระบบกระจายน้ำหนักเบรกไปที่ล้อหน้า และล้อหลังพร้อมกัน Traction Control System (TCS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Drag-Torque Slip Control System (DSCS) ระบบป้องกันล้อสไลด์ Vehicle Hold Control (VHC) ระบบช่วยให้รถหยุดนิ่งเมื่อจอดบนเนิน หรือทางลาดชัน Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ระบบตรวจสอบความดันลมยาง Cornering Enhanced Anti-lock Brake System (C-ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกขณะเข้าโค้ง Cornering Enhanced Electronic Linked Braking (C-ELB) ระบบช่วยกระจายแรงเบรกเมื่ออยู่ในโค้ง Cornering Enhanced Traction Control System (C-TCS) ระบบช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะขณะเข้าโค้ง Cornering Drag-Torque Slip Control System (C-DSCS) ระบบควบคุมการลื่นไถลเมื่อลดความเร็วกระทันหัน อินโฟเทนเมนต์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในด้านของอินโฟเทนเมนต์ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของฮาร์ลีย์เช่นเดิม หน้าจอกลางขนาดเรือนไมล์ขนาด 12.3 นิ้วรันด้วยระบบปฏิบัติการ Skyline OS ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต่างกับรถยนต์ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Apple CarPlay ในแฟริ่งด้านหน้ามามาพร้อมระบบเสียงจาก Rockford Fosgate Stage III ซึ่งมีลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว 3 ทิศทาง 2 ตัวที่แฟริ่งด้านหน้า โดยแต่ละตัวจะให้กำลังขับ 250 วัตต์ RMS โดยมีแอมป์ขับขนาด 500 วัตต์ RMS จากทาง Rockford Fosgate เช่นกัน เรียกได้ว่าระบบเสียงกระหึ่ม

2025 QJ Motor SRK800 เน็คเก็ตไซส์กลาง พร้อมทำตลาดในยุโรป 2025 QJ Motor SRK800 อีกหนึ่งโมเดลใหม่จากค่าย QJ Motor แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ได้ปล่อยโมเดลรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตไบค์ออกจำหน่ายอีกครั้งในเฉพาะตลาดประเทศยุโรปมาพร้อมกับใบอนุญาติ A2 เพื่อให้มือใหม่สามารถขับขี่รถในรุ่นนี้ได้อีกด้วย การออกแบบดีไซน์ของตัวรถมาพร้อมเส้นสายที่เฉียบคม และดุดัน สะท้อนถึงความเป็นสปอร์ต ที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่ตัวรถมอบให้ สิ่งน่าสนใจของตัวรถ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงพร้อมระบบ Quickshifter คาลิเปอร์เบรก Brembo ทั้งด้านหน้า-หลัง หน้าจอสีแบบ TFT ระบบไฟแบบ LED รอบคัน สเปค และรายละเอียดของตัวรถ เครื่องยนต์ สี่สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 778 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 16 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 75 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 67 x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด N/A ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับจาก Marzocchi สามารถปรับตั้งค่าได้ ระบบกันสะเทือนด้านล่าง โช้คอัพเดี่ยวจากแบรนด์ Marzocchi ยางหน้า 120/70-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ยางหลัง 180/55-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 260 มม. กว้าง x ยาว x สูง 770 x 2,085 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,450 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 207 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 17.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ระบบ Traction Control Cruise Control Quickshifter แบบสองทาง ระบบเบรก ABS หน้าจอสีแบบ TFT โหมดการขับขี่ 2 โหมด ธรรมดา และสปอร์ต สีสันที่วางจำหน่าย สีแดง ในส่วนของราคาวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ราคาน่าจะอยู่ช่วงราว ๆ 5,500 – 7,000 ยูโร เพื่อไม่ให้ราคาไปทับกับรุ่นพี่ในค่ายอย่าง QJMotor SRK900 ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 8,999 ยูโร และถ้าสาวกในไทยคาดหวังว่าจะได้ขี่โมเดลนี้ในไทยหรือไม่นั้นก็อาจจะยังก่อน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Panigale V2S เปิดราคา กับสปอร์ต V2 พร้อมรายละเอียด 2025 Panigale V2S ซูเปอร์สปอร์ตไบค์จากค่ายปีศาจ มาพร้อมรหัสโฉมใหม่ในพิกัด 890 ซีซี ออกแบบเครื่องยนต์ V2 บล็อกใหม่ น้ำหนักเบามากขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนได้รับการออกแบบใหม่ทั้งสวิงอาร์มและของแต่งอื่น ๆ จากแบรนด์ชั้นนำ นี่คือรถบิ๊กไบค์ที่ตอบโจทย์ความแรงมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่งที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ ราคาแนะนำ รุ่น Panigale V2S ราคา 799,000 บาท รุ่น Panigale V2 ราคา 719,000 บาท ดีไซน์ทรงสปอร์ต ระบบเบรก Brembo รอบคัน ท่อคู่ ลุคสปอร์ต เครื่องยนต์ V2 บล็อกใหม่ ขนาด 890 ซีซี หน้าจอสี TFT พร้อมโหมดฟังก์ชันการขับขี่มากมาย โช้คหน้า USD Ohlins NIX30 ขนาดแกน 43 มม. โช้คเดี่ยว Ohlins พร้อมซัปแทงค์ ยางสายฟ้า Pirelli Diablo Rosso IV หน้า-หลัง 2025 Panigale V2S สเปค ราคาและรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ V2 90 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Euro5+) ปริมาตรกระบอกสูบ 890 ซีซี แรงม้า (เคลม) 120 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 93.3 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 96 x 61.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย ชุดโซ่-สเตอร์ ขนาดยางและล้อหน้า 120/70 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดยางและล้อหลัง 190/55 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins NIX30 แกน 43 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins ซับแทงค์ ปรับแต่งได้เต็มระบบ เบรกหน้า ดับเบิ้ลดิสก์เบรก ขนาด 320 มม.คาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อก M50 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,465 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 837 มม. น้ำหนักรถ 176 กก ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบ Cornering ABS ระบบแทร็คชันคอนโทรล Power Modes Riding Modes ระบบป้องกันล้อหน้าลอย ระบบเอ็นจิ้นเบรก ควิกชิฟเตอร์ คันเร่งไฟฟ้า ระบบช่วยออกตัว ระบบตรวจไทม์แล็ป หน้าจอสี TFT ระบบไฟส่องสว่าง LED

2025 Fantic Caballero Travel Edition สแคมเบอร์อิตาลี เครื่องยามาฮ่า 2025 Fantic Caballero หนึ่งในโมเดลจากค่าย Fantic Motor รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี โดยรถในรุ่นย่อย Caballero จัดเป็นรถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Scrambler ซึ่งมีวางจำหน่ายทั้งในรุ่นเล็กสุด 125 ซีซี ขยับขึ้นมาเป็น 500 ซีซี และรุ่นใหญ่สุดของโมเดลกับเครื่องยนต์ 700 ซีซี โดยในปี 2025 นี้ก็มาพร้อมรุ่นย่อย Travel Edition ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทาง และการผจญภัยโดยเฉพาะ เครื่องยนต์ และช่วงล่างคงเอกลักษณ์เดิม เครื่องยนต์ของ Caballero Travel Edition คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์จาก Yamaha CP2 แบบสองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 698 ซีซีให้พละกำลังสูงสุดที่ 74 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิด 60 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยโซ่ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด และความจุถังน้ำมันที่ 14 ลิตร ระบบช่วงล่างคงเอกลักษณ์ และถอดแบบมาจากเวอร์ชันธรรมดาที่วางขายอยู่ก่อนหน้า ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับ จากแบรนด์ Marzocchi ขนาดแกน 45 มิลลิเมตร พร้อมระยะยุบ 150 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มจากแบรนด์ Marzocchi เช่นเดียวกัน สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 150 มิลลิเมตรแบบเดียวกันกับด้านหน้า ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ด้านหน้ามาพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกจากค่าย Brembo แบบสี่ลูกสูบขนาด 330 มิลลิเมตรติดตั้งอยู่คู่กับล้อขนาด 110/80-R19 มาพร้อมกับระบบเบรก ABS และด้านหลังก็เป็นคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 245 มิลลิเมตร ติดตั้งอยู่คู่กับล้อขนาด 150/70-R17 ดีไซน์การตกแต่งพร้อมเดินทาง เพิ่มความเป็น Scrambler สำหรับท่องเที่ยงแบบเต็มรูปแบบ โดยดีไซน์ของตัวรถยังคงเอกลักษณ์แบบเดิมที่เป็นตัว 700 ซีซี แต่จะมีลูกเล่นความแตกต่างคือจะมาพร้อมกับดีไซน์การตกแต่งที่พร้อมให้ผู้ขับขี่นำออกไปเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่ด้านหน้าของตัวรถมาพร้อมชิลด์เล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณเหนือไฟหน้า บริเวณตัวถังมีกระเป๋าใบน้อยติดตั้งอยู่ ด้านท้ายของตัวรถมีเหล็กท้ายรถที่รองรับการติดแร็คท้ายเพิ่มเติมของผู้ขับขี่ ขนาบข้างด้วยกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระที่มีการออกแบบร่วมกับแบรนด์ Givi มีขนาดความจุอยู่ที่ 17 ลิตรต่อใบ รวมสองข้างมีความจุทั้งหมด 34 ลิตร ในด้านของการจัดจำหน่ายตอนนี้จะวางขายที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 1.8 ล้านเยน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 405,140 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่สนใจก็อาจจะทำได้แค่ส่องสเปคไปก่อน เพราะยังไม่มีข่าวของการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Tiger Sport 660 เปิดตัวมาแบบเงียบ ๆ ตามสไตล์แบบผู้ดีอังกฤษกับ สปอร์ตทัวร์ริ่งไซส์กลาง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ไม่ได้มีการปรับเปลื่ยนอะไรมากมายนัก

BMW M4 CS Edition VR46 เบิร์ดเดย์รอสซี่เพียง 46 คันเท่านั้น BMW M4 CS Edition VR46 รถยนต์จากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ที่มาพร้อมกับคอลเลคชันใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดให้กับ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ เจ้าของแชมป์โลก 9 สมัย และในปัจจุบันนี้เจ้าตัวยังเป็นนักแข่งรถให้กับทางทีมโรงงาน BMW W Works โดยรถรุ่นพิเศษคันนี้มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งพ่อหมอเองก็มีส่วนในการร่วมออกแบบ และเพิ่มความเป็นลิมิเต็ดด้วยการผลิตออกมาวางจำหน่ายเพียงรุ่นละ 46 คันเท่านั้น เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดให้กับวาเลนติโน่ รอสซี่ทั้งทีจะเป็นของแบบธรรมดาก็คงจะไม่สมฐานะกับการเป็นค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมนี ทาง BMW ได้ทำการส่ง BMW M4 รถโฉมโมเดลสปอร์ตซีดานที่มาพร้อมกันทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่น Sport และ รุ่น Style สเปค และรายละเอียดของเครื่องยนต์ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร สามารถรีดพละกำลังได้มากถึง 550 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 650 นิวตันเมตร มาพร้อมเทคโนโลยี MTwinPower Turbo ที่เป็นเครื่องยนต์สมรรถนะระดับเดียวกันกับสนามแข่ง พ่วงมาด้วยเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองตัว ส่งพละกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ M xDrive ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ ทางค่ายเคลมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.4 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 302 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเทคโนโลยีของรถคันนี้ก็จัดให้ จัดใหญ่ และจัดเต็ม อาทิ ระบบ Active M Differential ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการถ่ายกำลังขณะเข้าโค้ง, M Adaptive Suspension ระบบช่วงล่างแบบปรับอัตโนมัติให้เหมาะกับทุกสภาพถนน ดีไซน์การตกแต่งสไตล์ชัดแบบรอสซี่ เริ่มที่รุ่น Sport มาพร้อมกับตัวถังสี Marina Bay Blue metallic สีน้ำเงินเงา สวยสดใส มาพร้อมกับหมายเลข 46 ที่เป็นเบอร์ประจำตัว ขนาบด้านข้างทั้งสองฝั่งด้วยเฉดสี Tanzanite Blue metallic เพิ่มความโดดเด่นให้กับหมายเลข รถคันนี้มาพร้อมจุดเด่นคือมีแทบสีเหลืองพาดอยู่เหนือขอบประตู เพื่อเป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์ของตัวรถ ถัดมากับรุ่น Style ที่มาพร้อมกับตัวถังสี Frozen Tanzanite Blue metallic แบบด้าน มาพร้อมกับหมายเลข 46 เช่นเดียวกับรุ่นแต่มาด้วยเฉดสี Frozen Marina Bay Blue metallic เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น ก้านล้อตกแต่งด้วยสีเหลือง คาลิเปอร์เบรกสีเหลืองโดดเด่น ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันของการตกแต่งทั้งสองรุ่นย่อยนี้คือ การใช้ดีไซน์ที่เน้นการใช้เฉดสีเหลืองเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก อาทิ ก้านล้อฟอร์จ M light alloy แบบ V-spoke ที่ตกแต่งด้วยสีเหลืองสด ซึ่งก้านล้อยังทำหน้าที่ระบุตำแหน่งของจุ๊บลมยางตามสไตล์ของรถแข่ง ที่คาลิเปอร์เบรกสีเหลืองสดพร้อมโลโก้ M ที่เป็นการสื่อถึงสัญลักษณ์ของวาเลนติโน รอสซี หลังคาคาร์บอนพร้อมโลโก้ VR46 ฝากระโปรงท้ายพร้อมโลโก้ VR46 ในส่วนของด้านบนของตัวรถ มาพร้อมหลังคาแบบคาร์บอนที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยโลโก้ VR46 ขนาดใหญ่ที่ถูกทับด้วยลายเซ็นของวาเลนติโน่ รอสซี่ และด้านท้ายบริเวณฝากระโปรงด้านหลังจะมาพร้อมกับตัวอักษร VR46 เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นลิมิเต็ดของรถในโมเดลนี้ มาต่อกันที่ดีไซน์ภายในของตัวรถ ที่ยังคงเน้นด้วยจุดเด่นสีเหลืองต่อเนื่องมาถึงห้องโดยสาร และเน้นไปที่ความเป็นสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่พวงมาลัยแบบ M Alcantara แบบสามก้าน พร้อนก้านล่างตัดตรงมาพร้อมกับด้ายตะเข็บเย็บสีเหลือง และมาร์กเกอร์สีเหลืองในตำแหน่ง 12 นาฬิกาเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้กับตัวรถ เบาะนั่ง M Carbon แบบบัคเก็ตซีทที่หุ้มด้วยหนัง Merino ในโทนสี Black/Night Blue และทางด้านของแผ่นรองไหล่ตกแต่งด้วย Alcantara สีเหลือง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นในการตัดกับโทนสีหลักของตัวเบาะ พนักพิงมีจุดเด่นหนึ่งจุดได้แก่โลโก้ของ VR46 คอนโซลตรงกลางที่พาดยาวมาถึงอุโมงเกียร์ของตัวรถ ตกแต่งด้วยชิ้นงานในรูปแบบของคาร์บอน เพื่อเน้นความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้ที่ซื้อไปคอนโซลตรงกลางยังมาพร้อมกับหมายเลขรันนัมเบอร์ และสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ซื้อคือการได้พบปะแบบส่วนตัวกับเจ้าของหมายเลข 46 อย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่ VR46

พร้อมให้สาวกชาวไทยได้ซิ่งกันแล้ว All NEW KTM 390 DUKE เน็คเก็ตไบค์ไซส์กลาง มาพร้อมกับออกแบบดีไซน์ที่มีความดุดัน โฉบเฉี่ยว อีกทั้งยังเป็นรถที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน เน้นความคล่องตัวสูง แต่ยังคงความแข็งแกร่ง เพื่อรองรับการขับขี่แบบสปอร์ต และสมรรถนะที่เร้าใจเมื่อได้ขับขี่บนท้องถนน ที่สำคัญหากเทียบในตลาดพิกัดไม่เกิน 400 ต้องขอบอกเลยว่าคันนี้ล้ำสุด การออกแบบดีไซน์ที่ใส่แฟริ่งดูเต็มมากยิ่งขึ้น โมเดลใหม่ โมเดล 2023 การออกแบบดีไซน์ของโมเดล KTM 390 DUKE ใหม่นี้ที่ดูผิวเผินลักษณะของตัวรถก็มีขนาดเท่าเดิม แต่สิ่งใหม่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดได้แก่ ดีไซน์ไฟหน้ารูปแบบใหม่ที่เพิ่มความเฉียบคม ขนาบข้างด้วยไฟ Daytime Running Light แบบเส้นทั้งสองฝั่งเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ต อีกทั้งโมเดลปี 2024 ใช้เฟรม Chromium-molybdenum แบบใหม่ ที่ปรับปรุงความแข็งแรงและน้ำหนักเบา ถังน้ำมันที่ออกแบบดีไซน์ใหม่ พร้อมแฟริ่งที่ออกแบบให้ช่วยระบายความร้อน และลดแรงต้านลมเพื่อให้การขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น และความสูงของเบาะลดลงเหลือเพียง 800 มม. จากเดิม 830 มม.ในปี 2023 เครื่องยนต์ใหม่ ความจุมากกว่าเดิมถึง 26 ซีซี เครื่องยนต์เทคโนโลยี LC4c สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 399 ซีซี ซึ่งเครื่องยนต์เจนใหม่นี้มีซีซีมากขึ้นถึง 26 ซีซี ที่มีน้ำหนักเบากว่า และแรงกว่าเดิม พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 45 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 39 นิวตันเมตร อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO5+ มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Quickshifter และ Assist & slipper clutch หากเทียบกับ MT-03 แล้วต้องบอกให้ผู้อ่านเข้าใจเลยว่าคันนี้แรงกว่า ทอร์คหนักกว่าด้วย ระบบกันสะเทือนล่างพร้อมซิ่ง ระบบกันสะเทือนของตัวรถที่ทางค่ายติดตั้งมาให้เรียกได้ว่าใส่มาแบบจัดเต็ม โดยโช้คอัพทั้งด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ 5 ระดับ ขณะที่ด้านหลังเองก็เป็นโช้คเดี่ยว WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้ ในส่วนของระยะยุบทั้งด้านหน้า และด้านหลังเท่ากันที่ 150 มม. ส่วนระบบเบรกนั้นจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 มม.คู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียว ซึ่งในโฉมเก่าปี 2023 จานเบรกหลังขนาดเพียงแค่ 230 มม. เท่านั้น เพิ่มเติมเทคโนโลยีจัดเต็ม โมเดลที่กำลังจะจำหน่ายในไทยนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ต่าง ๆ เริ่มด้วยโหมดการขับขี่ 3 โหมดได้แก่ Rain, Street และ Track เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการขับขี่ตามสภาพถนน ได้ตามความต้องการ บริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วที่ออกแบบใหม่ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และไฮไลท์สำคัญในโมเดลใหม่นี้เพิ่มระบบ Launch Control ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการออกตัวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ALL NEW KTM 390 DUKE 2025 สีสันที่วางจำหน่าย Electronic Orange Atlantic Blue ราคาเดิมรุ่นเก่าแพงกว่า โฉมใหม่นี้ถูกกว่า ! พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วอย่างเป็นทางการกับราคาที่ถูกลงกว่าโฉมก่อนหน้า โดยโฉมก่อนหน้าวางจำหน่ายที่ 219,800 บาท แต่ในโฉมปัจจุบันที่กำลังจะเข้าไทยนี้มีราคาอยู่ที่ 199,000 บาท เท่านั้น !! หากสนใจอยากครอบครองเน็คเก็ตไบค์คันนี้ก็สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการ KTM ใกล้บ้านท่าน หรือคลิ๊กที่นี่ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก