
เผยเหตุผล Yamaha Grand Filano ถึงได้ชื่อว่า รถฮาลาล เจาะลึกดีไซน์ และการกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัยรุ่นมุสลิมภาคใต้ที่คุณอาจไม่เคยรู้
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เผยเหตุผล Yamaha Grand Filano ถึงได้ชื่อว่า รถฮาลาล เจาะลึกดีไซน์ และการกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัยรุ่นมุสลิมภาคใต้ที่คุณอาจไม่เคยรู้

อัปเดตข้อมูลล่าสุด Honda Genio 2026 สกู๊ตเตอร์สไตล์ Casual วินเทจ ขุมพลัง 110 ประหยัดน้ำมัน 59.1 กม./ลิตร เช็กสเปกและความแตกต่างกับ Scoopy ที่นี่

Honda RS-X Winner พ่อบ้านไบค์ สไตล์สปอร์ต-อัลเดอร์โบน Honda RS-X Winner โมเดลใหม่จากฮอนด้าทางฝั่งประเทศมาเลเซีย หรือ Boonsiew Honda (BSA) ที่เป็นรถครอบครัวสไตล์สปอร์ต อัลเดอร์โบน ที่ในโมเดลนี้มีการปรับปรุงรายละเอียดบางอย่างเพียงเล็กน้อย พร้อมกับการใส่ออปชั่นฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์แบบสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 149.2 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 15.8 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 13.6 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์แบบแมนนวล 6 สปีด พร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI พ่วงมาด้วยถังน้ำมันขนาด 4.5 ลิตร ระบบช่วงล่างของตัวรถคันนี้ด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระบบเบรกด้านหน้าของรถคันนี้เป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง พร้อมระบบ ABS (มีให้เฉพาะด้านหน้า) ติดตั้งอยู่บนล้อขนาด 90/80-17 M/C และ 120/70-17 M/C ทั้งด้านหน้า และด้านหลังตามลำดับ ฟีเจอร์การใช้งาน และเทคโนโลยี แม้จะเป็นรถบ้านในพิกัดไม่เกิน 150 ซีซี แต่ก็มาพร้อมเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเริ่มที่ระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน ระบบความปลอดภัยแบบ ABS ที่มีติดตั้งมาให้เฉพาะล้อหน้า ระบบสตาร์ทแบบ Smart Key System เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมช่องชาร์จไฟแบบ USB บริเวณช่องเก็บของด้านหน้า ช่องจ่ายไฟแบบ USB ระบบกุญแจ Smart Key สีสันที่วางจำหน่าย สีน้ำเงิน สีแดง-ดำ สีเหลือง สีเขียว เห็นรถโมเดล Honda RS-X Winter ที่เปิดขายอย่างเป็นทางการในประเทศมาเลเซียก็อดทำให้นึกถึงอีกหนึ่งรุ่นจากค่ายส้อมเสียงไม่ได้ ‘Yamaha Exciter155’ รถสไตล์สปอร์ต อัลเดอร์โบนแบบเดียวกันกับ RS-X เป๊ะ ๆ ดีไซน์ก็มีความใกล้เคียงกัน ขนาดเครื่องยนต์ก็ดีขนาดใกล้กัน แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทางไทยฮอนด้าไม่ประสงค์ที่จะทำตลาดรถโมเดลนี้ในบ้านเรา ในส่วนของราคาวางจำหน่าย Honda RS-X Winter มีราคาอยู่ที่ 9,998 ริงกิตมาเลเซีย ตีมูลค่าเป็นไทยประมาณ 75,900 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แฟน ๆ ชาวไทยที่อยากขี่รถโมเดลนี้ของฮอนด้าก็อาจจะทำได้แค่มอง เพราะมันไม่มาจำหน่ายในไทยแน่นอนจ้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki KLX230 Sherpa เอ็นดูโร่พกพา ขี่ง่ายคล่องตัว โมเดลล่าสุดจากค่าย ‘ยักษ์เขียว’ Kawasaki กับการเผยโฉม 2025 Kawasaki KLX230 Sherpa ที่มุ่งเน้นการออกแบบดีไซน์มาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้ขับขี่ไซส์เอเชีย ทำให้เรื่องของส่วนสูงที่สูงแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถขับขี่เจ้าโมเดลนี้ได้อย่างง่ายดาย การออกแบบดีไซน์ สไตล์ของรถคันนี้มาในแนวของรถวิบาก สีรถมาในโทนสีแนวเอิร์ธโทน (ประเทศไทยมีวางจำหน่ายเพียงสีสันเดียวคือสีเขียว) รูปร่างเพรียวบาง สามารถขับขี่ใช้งานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น แฮนด์บาร์อลูมิเนียมมาพร้อมความแข็งแรง และน้ำหนักเบา ตัวเฟรมถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะกับตัวผู้ขับขี่ทำให้ควบคุมตัวรถได้ดีมากยิ่งขึ้น รายละเอียดอื่น ๆ ของตัวรถ ไฟหน้าออกแบบดีไซน์ใหม่ ประกับแฮนด์ฝั่งซ้ายมาพร้อมปุ่มเปิด-ปิด ABS เครื่องยนต์มาพร้อมการ์ดป้องกันใต้ท้อง ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง สเปค และรายละเอียดของตัวรถ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 18 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,400 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 67 x 66 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 2.75-21″ 45P แบบใช้ยางใน ยางหลัง 4.10-18″ 59P แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ขนาดแกน 37 มม. พร้อมระยะยุบตัว 200 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม พร้อมระยะยุบตัว 223 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบสองลูกสูบ ขนาดจาน 265 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ขนาดจาน 220 มม. กว้าง x ยาว x สูง 920 x 2,080 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,365 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 240 มม. ความสูงเบาะ 845 มม. น้ำหนักรถ 134 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 7.6 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ความปลอดภัยระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลังพร้อมเปิด-ปิดได้ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สีสันที่วางจำหน่าย สีเขียว (Medium Smoky Green) สำหรับไบค์เกอร์ที่เป็นสายลุย แต่มีปัญหาเรื่องส่วนสูง เพราะรถประเภทนี้แต่ละครั้งก็สูง ๆ ทั้งนั้นแต่ก็เพื่อให้สามารถขับขี่ข้ามอุปสรรคได้อย่างไร้ปัญหา แต่ถ้าเป็นบุคคลประเภทมินิไซส์ก็ลองให้คันนี้เป็นคำตอบ ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถเพียง 240 มิลลิเมตร โดยราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 159,000 บาท หากสนใจจะเป็นเจ้าของก็สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการคาวาซากิใกล้บ้านท่านได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benda LFC700 ครุยเซอร์สี่สูบ ดุดัน ล้ำสมัย Benda LFC700 ครุยเซอร์ไบค์จากค่าย Benda แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน โดยโมเดลนี้ถือเป็นสุดยอดการออกแบบของมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์จากทางค่าย เน้นการออกแบบดีไซน์ไปที่ความดุดัน มาพร้อมเทคโนโลยีของตัวรถต่าง ๆ ที่ล้ำสมัย และที่สำคัญตัวอักษร LFC ที่อยู่ในชื่อรุ่น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ ‘สโมสรลิเวอร์พูล’ ทีมจากลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษแต่อย่างใด จุดเด่นไฮไลท์ของตัวรถ ด้านหน้ารถมาพร้อมกับช่องดักอากาศทรงกลม ล้อหลังขนาดใหญ่ ด้านท้ายพร้อมตัวอักษร BENDA คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (หน้า-หลัง) หน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว Benda LFC700 สเปค และรายละเอียดของตัวรถ เครื่องยนต์ สี่สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 676 ซีซี แรงม้า (เคลม) 84 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 60 นิวตันเมตรที่ 8,600 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 48 มม. อัตราส่วนการอัด 11.4:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 130/70-19 ยางหลัง 310/35-18 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB ขนาดแกนอยู่ที่ 43 มม. ระยะยุบอยู่ที่ 100 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวจาก KYB พร้อมระยะยุบที่ 35 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่หน้าพร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก Brembo ขนาด 320 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์สองลูกสูบจาก Brembo ขนาด 260 มม. กว้าง x ยาว x สูง 880 x 2,440 x 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,720 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 160 มม. ความสูงเบาะ 700 มม. น้ำหนักรถ 287 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS หน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว ช่องชาร์จไฟแบบ USB ภาพมุมอื่น ๆ ของตัวรถ โดยรถครุยเซอร์จากค่าย Benda โฉมนี้จะมีวางจำหน่ายเฉพาะพื้นที่ในประเทศยุโรป ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายราคาเบื้องต้นอยู่ที่ 11,990 ยูโร หรือตีเป็นมูลค่าเงินไทยประมาณ 422,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หากให้หาคู่เปรียบเทียบกับรถโมเดลนี้ ถ้าหากให้นึกเร็ว ๆ สักหนึ่งแบรนด์คงเป็น Harley-Davidson Nightster ครุยเซอร์จากแบรนด์ฮาร์ลีย์ แม้ LFC700 จะมีซีซีที่น้อยกว่าแต่ทั้งคู่มีพละกำลังที่แทบจะใกล้เคียงกัน โดยราคาของ Harley-Davidson Nightster ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะอยู่ที่ 513,000 บาท หาก LFC700 เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยราคารวมภาษีก็เกือบที่จะเท่าฮาร์ลีย์โฉมนี้แล้ว แถมไม่ต้องลุ้นด้วยว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่ ชอบแบบไหนก็ไปแบบนั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW S1000RR 2025 เผยโฉมอย่างเป็นทางการกับฉลามขาวจากค่ายใบพัดสีฟ้า มีการปรับปรุงดีไซน์ด้านหน้าให้มีความดุดัน พร้อมสร้างความเร้าใจให้ผู้ขับขี่

2025 Aprilia Shiver 900 เน็คเก็ตจากเทพสามตา มีขายแค่ในจีน 2025 Aprilia Shiver 900 เน็คเก็ตไบค์จากค่ายเทพสามตา ‘Aprilia’ ทีได้ทำการคืนชีพเจ้าโมเดล Shiver 900 อีกครั้งหลังจากที่โมเดลดังกล่าวถูกยุติการวางจำหน่ายไปในช่วงปี 2020 ด้วยสาเหตุที่ว่ารถคันนี้มียอดการทำตลาดไม่ดีเท่าที่ควร และการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานไอเสีย EURO5 ที่บังคับใช้ในประเทศทางยุโรป ทำให้เครื่องยนต์ V-Twin ของ Shiver ไม่ผ่านมาตรฐานไอเสียดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านพ้นไปกว่า 5 ปีนับหลังจากวันที่ประกาศยุติการจำหน่าย Aprilia ก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ของปี 2025 ซึ่งจะมีการผลิต และวางจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น ภายใต้ความร่วมมือของ Piaggio (บริษัทแม่ของแบรนด์ Aprilia) และ Zongshen ผู้ผลิตแบรนด์รถจักรยานยนต์จากประเทศจีน เครื่องยนต์แบบ V-Twin 90 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 896 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 90 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์แบบ 6 สปีด จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดที่พ่วงมาด้วยความจุถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร และในโฉมใหม่นี้ยังผ่านมาตรฐานไอเสียของประเทศจีนอีกด้วย โครงสร้างตัวถังของรถคันนี้เป็นเฟรมเหล็กท่อคู่ ระบบกันสะเทือนล่างได้คุณภาพจากงาน KYB ด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 41 มิลลิเมตร สามารถปรับรายละเอียดในส่วนของพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม สามารถปรับรายละเอียดในส่วนของพรีโหลด และรีบาวด์ได้เช่นเดียวกันกับด้านหน้า ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์จากโรงงานแบบสี่ลูกสูบขนาด 320 มม. อยู่บนล้อขนาด 120/70-ZR17 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวขนาด 240 มม. อยู่บนล้อขนาด 180/55-ZR17 มาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ในพาร์ทของระบบเทคโนโลยีที่ติดมาพร้อมกับตัวรถ นอกจากระบบความปลอดภัย ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลังแล้วนั้น ยังมีไฟหน้าแบบ LED โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Touring และ Rain หน้าจอแสดงผลแบบ TFT สีเต็มรูปแบบ ระบบกุญแจแบบ Keyless พร้อมช่องเสียบชาร์จไฟแบบ USB ไฟหน้าแบบ LED ใช้เทคโนโลยีแบบ Keyless โลโก้โมเดล Shiver900 ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต สีสันที่วางจำหน่าย LAVA RED BRIGHT WHITE FROSTED GOLD STAR GREY คู่แข่งมีใครบ้าง ? ถึงแม้ว่าจะทำตลาด และวางขายในประเทศจีนเพียงอย่างเดียว แต่การแข่งขันภายในประเทศดังกล่าวก็สูงไม่แพ้ในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งถ้าวัดในพิกัดเครื่องยนต์ใกล้ ๆ กัน ชื่อที่อาจจะโดดเด่นมาเป็นอันดับ 1 ได้แก่ CFMoto 800NK ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง พละกำลัง 100 แรงม้า มากกว่าของ Aprilia ถึง 6 ตัว แต่มีราคาวางจำหน่ายที่ถูกกว่ากันถึง 24,800 หยวน โดย CFMoto 800NK มีราคาวางจำหน่ายอยู่เพียงแค่ 44,000 หยวน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว ๆ 204,000 บาท หรือจะเป็นลูกครึ่งอิตาลี-จีน Benelli TNT899 ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบเรียง 898 ซีซี พละกำลัง 118 แรงม้า มากกว่าของ Aprilia แต่วางจำหน่ายด้วยราคาที่ถูกกว่า โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 54,000 หยวน หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 250,000 บาท หรือจะเป็นค่ายร่วมประเทศอย่าง QJMotor SRK900 เครื่องยนต์สองสูบเรียง 895 ซีซี พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า มากกว่ารถจากค่าย Aprilia 1 ตัว

2025 Yamaha XMAX หั่นราคาหมื่นห้า หรือจะเจนสุดท้ายก่อนบายเธอ? 2025 Yamaha XMAX โฉมใหม่ล่าสุดเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงานเปิดตัวของ Yamaha NMAX เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวใหม่ในหนนี้มีการปรับในเรื่องของสีสันที่วางจำหน่าย รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยในบางจุด แต่ไฮไลท์เด่นของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการหั่นราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 บาท โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 300 ซีซี และช่วงล่าง แน่นอนว่าของคู่กันกับชายกลางในตระกูล MAX-Series ก็คงหนีไม่พ้นขุมพลังเครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 292 ซีซี พละกำลังสูงสุด 28 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 29 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ CVT ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย EURO5 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 13 ลิตร ระบบช่วงล่างของ Yamaha XMAX ในโฉมนี้ก็ยังคงเหมือนกับในโฉมก่อนหน้า โดยระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยระบบความปลอดภัยทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกเดี่ยว พ่วงมาด้วยระบบความปลอดภัย ABS แบบ Dual Channel เพื่อการเบรกที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Traction Control เพื่อป้องกันล้อล็อค จุดเด่นไฮไลท์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-C เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Y-Connect ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ใต้เบาะขนาดความจุ 13 ลิตร หน้าจอแบบ 2 ชั้นพร้อมระบบนำทาง Garmin โช้คอัพปรับใหม่ ซับแรงดีมากขึ้น สีสันที่วางจำหน่าย Silver Gray (สีเทา) Hyper Red (สีแดง) Smoky Gray (สีเทา) Dark Gray (สีดำ-เทา) Midnight Black (สีดำ) โดยราคาวางจำหน่ายของโมเดลใหม่นี้สำหรับชายกลางตระกูล MAX-Series มีการเปิดราคาวางจำหน่ายใหม่อยู่ที่ 176,100 บาท (มีการลดราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 จากราคาวางจำหน่ายเดิมอยู่ที่ 191,100 บาท) พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สาวกชาว X ถ้าหาจังหวะช้อน นี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha WR250F ลายใหม่ พร้อมทะยานสู่ทางออฟโรด 2025 Yamaha WR250F ขาซิ่งในกลุ่มออฟโรดที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของดีไซน์ตัวรถนั้นจะยังคงมีความคล้ายคลึงกับโมเดล 2024 โดยจุดที่แตกต่างหลัก ๆ จะเป็นเพียงแค่สติ๊กเกอร์กราฟิกลวดลายของตัวรถเพียงเท่านั้น เครื่องยนต์ และช่วงล่างเดิม ในด้านของพละกำลังเครื่องยนต์ WR250F คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเดียวกับโมเดลก่อนที่เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 250 ซีซี มาพร้อมเกียร์แบบ 6 สปีดทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 7.5 ลิตร ระบบกันสะเทือนยังคงใช้งานผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ KYB โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ ที่สามารถปรับค่าได้แบบเต็มระบบ มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 299 มม. ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ปรับค่าได้แบบเต็มระบบเช่นเดียวกันกับด้านหน้า มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 304 มม. ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งด้านหน้าจับคู่กับจานเบรกขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบสองลูกสูบติดตั้งอยู่บนล้อขนาด 80/100-21 ด้านหลังจับคู่กับจานเบรกขนาด 240 มม. พร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ติดตั้งอยู่บนล้อขนาด 110/100-18 โดยวงล้อมีสีน้ำเงินสีสันโดดเด่น ภาพรอบคันของตัวรถ สีสันที่วางจำหน่าย Team Yamaha Blue (สีน้ำเงิน) ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลใหม่นี้ มีจำหน่ายอยู่ที่ราคา 9,099 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว ๆ 308,000 บาท หากเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ก็คิดว่าน่าจะถูกใจวัยรุ่นสายลุยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha RayZR แม่บ้านไบค์ ใช้ง่าย คล่องตัว 2025 Yamaha RayZR เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในฝรั่งทวีปยุโรป สกูตเตอร์ไซส์มินิจากทางค่ายยามาฮ่า โดยตัวรถในโมเดลนี้มีการออกแบบดีไซน์เน้นไปที่ความคล่องตัว พร้อมให้ผู้ขับขี่มีความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง โดยโมเดลใหม่นี้มีการอัปเกรดฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบาย ได้แก่ ฟังก์ชันรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน จุดเด่นของตัวรถ ฟังก์ชัน Start and Stop เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ MyRide เบาะดีไซน์นั่งสบาย พร้อมความจุ 21 ลิตร น้ำหนักตัวรถเพียง 99 กิโลกรัม สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 125 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 9.7 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 52.4 x 57.9 มม. อัตราส่วนการอัด 10.2:1 ระบบเกียร์ CVT ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า และสตาร์ทเท้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ขนาดล้อ และยางหน้า 90/90-12 ขนาดล้อ และยางหลัง 110/90-10 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระยะยุบ 90 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง x ยาว x สูง 685 x 1,880 x 1,190 มม. ระยะฐานล้อ 1,280 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักตัวรถ 99 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร เทคโนโลยี รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ MyRide สีสันที่วางจำหน่าย Matt Cyan Anodized Red Midnight Black อีกหนึ่งรถมินิสกูตเตอร์ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เหมาะกับการเอามาใช้ภายในเมืองเพราะการออกแบบดีไซน์ เน้นไปที่ความคล่องตัวสูง ในส่วนของราคาวางจำหน่ายยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่ารถในโมเดลนี้ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย สาวกชาวไทยถ้าอยากขับขี่สกูตเตอร์จากค่ายส้อมเสียก็ไปเริ่มที่ Yamaha NMAX เลย เพราะหล่อกว่า แรงกว่าแน่นอน (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Yamaha NMAX คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Langen Lightspeed ไฮเปอร์เน็กเก็ตจากแดนผู้ดี Langen Lightspeed ไฮเปอร์เนคเก็ตจากไลน์ผลิตของค่าย Langen ผู้ผลิตสัญชาติอังกฤษที่เคยผลิตผลงานชิ้นโบว์แดงอย่าง ‘Langen Two Stroke’ รถจักรยานยนต์สองจังหวะ ที่มีเครื่องยนต์รูปแบบ V-Twin ขนาดเครื่องยนต์ 250 ซีซีมาพร้อมพละกำลังที่สูงถึง 76 แรงม้า ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางค่ายก็ได้ส่งโมเดล ‘Lightspeed’ เพื่อมาสร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่อีกครั้ง การออกแบบดีไซน์เป็นรถจักรยานยนต์สไตล์ ‘เน็คเก็ตไบค์’ โดดเด่นด้วยสีดำตัดกับเฟรมตัวถังที่มีสีดำอย่างลงตัว เสริมความหล่อให้มากยิ่งขึ้นด้วยชิ้นงานคาร์บอนบริเวณบังโคลนหน้า, บริเวณด้านบนของตัวถัง และบริเวณโคมไฟด้านหน้าของตัวรถ เพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยเบาะนั่งแบบตอนเดียวที่หุ้มด้วยผ้าแบบอาคันทาร่า โมเดล Lightspeed Turbo มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ V-Twin 72 องศา ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,190 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถสร้างพละกำลังสูงสุด 185 แรงม้าที่ 10,600 รอบต่อนาที มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบต่อนาทีจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 19 ลิตร ระบบช่วงกันสะเทือนด้านล่างจากทาง Ohlins ทางด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ Öhlins FGRT 301 ขนาดแกน 48 มม.ระยะยุบ 120 มม. สามารถปรับค่าในส่วนของคอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ และด้านหลัง ‘Ohlins STX’ โช้คอัพคู่ พร้อมซับแทงค์ขนาบข้างไปในบริเวณด้านท้ายของตัวรถ มีระยะยุบอยู่ที่ 120 มม. สามารถปรับค่าในส่วนของคอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้เช่นเดียวกัน ระบบเบรกด้านหน้า จัดมาให้แบบดิสก์เบรกคู่หน้า พร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก HEL จับคู่กับจานเบรกน้ำหนักเบาขนาด 320 มม. ด้านหลังเป็นระบบดิสก์เบรกเดี่ยว เช่นเดียวกันกับด้านหน้า มาพร้อมกับคาลิเปอร์แบบสองลูกสูบจาก HEL จับคู่กับจานเบรกขนาด 265 มม. ซึ่งมีระบบ ABS ที่เป็นระบบมาตรฐานทั้งด้านหน้า และด้านหลัง และที่เหนือไปกว่านั้นรถจักรยานยนต์คันนี้ยังมี ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง ระบบตรวจจับการยกตัวของล้อหลัง โดยรถคันนี้มากับล้อหน้าขนาด 120/70-17 และล้อหลังขนาด 240/45-17 รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso III ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งรถจักรยานยนต์คนนี้มีวางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 37,000 ปอนด์ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 1,550,200 บาท โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รายละเอียดมุมอื่น ๆ ของตัวรถ Langen LS12 Lightspeed Turbo แม้จะวางจำหน่ายแล้วสำหรับรุ่นปกติแต่ทาง Langen ยังได้ทำการเปิดเผยแผนการสำหรับโมเดลที่สามของทางค่าย ซึ่งจะเป็นเวอร์ชัน ‘เทอร์โบชาร์จ’ โดยใช้ชื่อรหัสของรุ่นดังกล่าวว่า LS12 โดยจะมีพื้นฐานตัวรถจาก Lightspeed ที่มีการเสริมพละกำลังของเครื่องยนต์เพิ่มเติมด้วยเทอร์โบชาร์จ แม้ว่ารายละเอียดสเปคเครื่องยนต์ของโมเดลใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว อาจจะยังไม่รายละเอียดเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Langan ก็ระบุในการทดสอบในขั้นแรก ที่เผยว่าในโหมดการขับขี่แบบ ‘Road Mode’ สามารถสร้างพละกำลังของเครื่องยนต์ได้ราว ๆ 250 แรงม้า และใน ‘Sport Mode’ คาดว่าจะสามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 300 แรงม้า ซึ่งทางค่ายมีความตั้งใจที่ต้องการจะคว้าตำแหน่ง ‘มอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก’ ซึ่ง Christofer Ratcliffe ผู้ก่อตั้ง Langen Motorcycles ได้ออกมาเผยว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์ไซค์ด้วยรถที่พวกเขานั้นผลิตขึ้นมา “เราใช้เวลา 18 เดือนที่ผ่านมา ในการเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงเวลานี้ เพื่อให้เราสามารถเดินหน้าเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับการได้รับเงินลงทุน” “ผมมีความฝันมาโดยตลอดในการลงทุนในบริษัทมอเตอร์ไซค์ของอังกฤษ เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ผมหลงใหลอย่างสุดหัวใจ และนั่นเองที่นำไปสู่การก่อตั้ง Langen Motorcycles ในที่สุด ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้เราตัดสินใจเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีใจรักในมอเตอร์ไซค์ ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ Langen และไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางและการเติบโตของเรา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์ไซค์อีกด้วย” รายละเอียดมุมอื่น ๆ ของตัวรถ โดยรถคันนี้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการการพัฒนาโครงการอย่างจริงจัง ซึ่งมีการนำไปทดสอบบนไดโนเบื้องต้นแล้ว โดยมีแผนลงทดสอบบนถนนจริงต่อไป ซึ่งถ้ารถจักรยานยนต์คันนี้ผ่านการทดสอบ คาดว่าจะมีการผลิตในจำนวนจำกัดเท่านั้น และราคาที่คาดว่าน่าจะทำให้เหล่าผู้ที่สนใจตะลึงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (แพงแน่นอน) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha NMAX TECHMAX155 เผยสเปควางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเตรียมงัดเพื่อนซี้อย่าง 'Honda PCX160' ในคอลัมน์นี้จะมาโชว์ว่าใครเจ๋งกว่า

หลังจากที่เห็นข่าวการเปิดตัวในอินโดนีเซียก็แอบลุ้นอยู่ไม่น้อย เพราะว่าทางบ้านเราให้ความสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน กับสกูตเตอร์รุ่นฮิตขายดิบขายดีโฉมใหม่ล่าสุด

2025 Kawasaki หวนคืนวิบาก 2 จังหวะจริงจัง หรือจริงโจ้? 2025 Kawasaki กับการปล่อยทีเซอร์เสียงเครื่องยนต์สุดเร้าใจ ชวนให้ใครต่อหลายคนคิดถึงวันวานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ โดยวิดีโอดังกล่าวได้ปล่อยออกมาก่อนเริ่มการแข่งขันรอบที่สามของศึก AMA Supercross ประจำฤดูกาล 2025 คาวาซากิได้สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าสาวกไม่น้อย ด้วยการประกาศโดยส่งสัญญาณถึงการนำมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะกลับมาอยู่ในไลน์อัปการผลิตของทางค่าย แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา แต่ในวิดีโอก็มีเสียงออกมาอย่างชัดเจนว่า ‘นี่มันเสียงรถสองจังหวะชัด ๆ’ จากวิดีโอดังกล่าวที่ค่าย ‘ยักษ์เขียว’ ได้ทำการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องจากแฟน ๆ ที่ต้องการให้คาวาซากิผลิตมอเตอร์ไซค์สองจังหวะรุ่นใหม่ ทางคาวาซากิได้กล่าวสั้น ๆ ว่า “เราได้ยินพวกคุณแล้ว” พร้อมเสียงเครื่องยนต์สูบเดียวแบบสองจังหวะที่ถูกเร่งขึ้นมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือรายละเอียดอื่นใดถูกเปิดเผย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงการคาดเดาเท่านั้น ซึ่งครั้งสุดท้ายที่คาวาซากิผลิตมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะออกมาวางจำหน่ายต้องย้อนไปถึงปี 2006 กับรุ่น KX125 และ KDX200 และในปี 2007 กับรุ่น KX250 KAWASAKI KX125 ปี 2006 KAWASAKI KDX200 ปี 2006 KAWASAKI KX250 ปี 2007 แม้ว่าปัจจุบัน Kawasaki Team Green จะยังคงผลิตมอเตอร์ไซค์สองจังหวะสำหรับเยาวชน เช่น KX65, KX85 และ KX112 แต่เรามองว่าการประกาศล่าสุดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาของมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะขนาดเต็มของคาวาซากิ KAWASAKI KX65 KAWASAKI KX85 KAWASAKI KX112 แต่หนึ่งคำถามสำคัญจากใจของเหล่าสาวกยักษ์เขียวคือ คือ เครื่องยนต์สองจังหวะที่ว่านี้จะมีกี่รุ่น และจะถูกออกแบบมาสำหรับการแข่งขันประเภทใด ? แม้ว่าคาวาซากิจะเปิดตัว KX สองจังหวะ สำหรับการขับขี่สไตล์โมโตครอสเพียงหนึ่งรุ่นก่อน ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี แต่เหล่าสาวกก็คาดหวังว่าผู้ผลิตจากญี่ปุ่นรายนี้จะพัฒนารถสองจังหวะต่อไป โดยในตลาดปัจจุบันมีแบรนด์ที่ทำรถ 2 จังหวะออกมาวางจำหน่ายอย่าง Yamaha, KTM, Husqvarna และ GASGAS ที่ผลิตรถแข่งทั้งโมโตครอส และเอ็นดูโรสองจังหวะ ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้แน่นอนว่าคาวาซากิก็ต้องการส่วนแบ่งจากตลาดนี้ ในอนาคตก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทีเราอาจได้เห็น KDX200 รุ่นปี 2026 ก็เป็นได้ เหล่าสาวกของค่ายยักษ์เขียวก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะทาง Kawasaki จะผลิตเครื่องสองจังหวะออกมาวางจำหน่ายหรือไม่ ตอนนี้ก็อาจจะทำได้แค่เพียงคิดว่าค่ายยักษ์เขียวจะไม่ขายฝันน้าาาา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก