NOLAN Helmets เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ประจำปี 2025 โดยการออกแบบครั้งนี้เน้นไปให้หมวกกันน็อคมีความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้น
เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’ เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน ‘ไร้ส้ม’ Red bull KTM Factory Racing ในศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ที่ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นไม่อยากที่จะจินตนาการ และวาดฝันว่าตัวเองอยู่บนตัวแข่ง Desmosedici ของค่าย Ducati เจ้าของแชมป์โลก Moto2 หนึ่งสมัย ที่ในช่วงหลังมานี้มีกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างหนาหู ซึ่งอาจเป็นเหตุต่อเนื่องมาจากที่ต้นสังกัดของเจ้าตัวมีข่าวปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน ซึ่งถ้าให้พูดถึงความเก่งกาจ หรือความเป็นสุดยอดในกลุ่มผู้นำของแบรนด์ Ducati ก็ต้องขอย้อนไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ค่ายรถสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้สามารถเก็บชัยชนะในรอบเรซได้ ‘เกือบ’ จะทุกสนามที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งพลาดท่าให้กับทีม Aprilia ไปในการแข่งขันสนามที่ 3 ของฤดูกาลเพียงเท่านั้น ขณะที่ในปี 2025 หลังผ่านไป 8 สนาม พวกเขาโดนโค่นแชมป์ไปแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส (โยฮันน์ ซาร์โก้ ชนะด้วย Honda) และ อังกฤษ (มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยให้กับ Aprilia) อย่างไรก็ตาม แม้จะพลาดบางสนาม แต่ Ducati ก็ยังคว้าชัยได้ถึง 6 จาก 8 สนามแรกของปี และยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ในการแข่งขัน Sprint Race ถัดมาทางด้านของต้นสังกัดอย่าง Red bull KTM Factory Racing อาจจะยังไม่เข้าใกล้กับตำแหน่งโพเดียมมากนัก ซึ่งผลงานที่ทีมสามารถทำได้ดีที่สุดของปีนี้เกิดขึ้นที่สนามอารากอนในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ‘เบบี้ชาร์ค’ สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการจบอันดับที่ 4 แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปโดร อคอสต้า ก็ถูกสื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการไปขี่ให้กับค่าย Ducati “ผมไม่อยากจินตนาการครับ” เมื่อมีกระแสย้ายค่าย ก็พ่วงมาถึงเรื่องของสไตล์การขับขี่ซึ่ง RC16 ของ KTM กับ Desmosedici GP ของ Ducati ก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และการขับขี่ของ ‘เบบี้ชาร์ค’ ที่มีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มีลูกเล่นในการขับขี่ จะสามารถปรับตัวกับ Ducati ได้หรือไม่หากต้องย้ายจริง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ” “ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องเป็นเหมือนน้ำ — ไม่ว่าจะเทใส่ภาชนะแบบไหน น้ำก็จะเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสิ่งนั้นได้” หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จุดหมายปลายทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ VR46 Racing Team ซึ่งตอนนี้ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ มีสัญญาโรงงานอยู่ถึงสิ้นปี 2026 แต่ทางด้านของฟรานโก้ โมบิเดลี มีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นปี 2025 นี้เท่านั้น อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
หนุ่มออสเตรีย บิดปิดตายกล้อ..วิ่งไกลสุดในโลก กับระยะทางเท่านี้ ? การทำอะไรให้มันสุดติ่งในชีวิต..คงจะเป็นเรื่องที่บ้าบองมงาย และยิ่งทำอะไรก็ไม่รู้และไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ใครเห็นก็ต้องมีสบดด่า ฟักทองบ้าง ลูกชิดบ้าง แต่ส่วนหนึ่งของการกระทำเหล่านี้เชื่อได้เลยว่าสิ่งที่กำลังแอคชั่นอยู่นั้นจะต้องมีแพทชันใจรักอย่างแน่วแน่ ซึ่งถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คงอาจทำให้นึกถึงชายที่บ้าพลังที่สุดในโลกอย่าง Guy Martin หรือดูโอ้ตาลุง Alan Millyard, Heny Cole แต่มีอีกคนนึงเช่นกันที่กล้าทำอะไรบ้าบิ่นอย่าง Guenter Schachermayr สตั้นเนอร์ชื่อดังจากออสเตรียที่ขี่รถเวสป้าที่ไม่มีล้อหน้า ไม่มองทาง และวิ่งบนเขา บันทึกสถิติอย่างไม่เป็นทางการครั้งใหม่กันให้ดูแล้ว Guenter Schachermayr ชายผู้บ้าพลังยิ่งกว่า เห็นแล้วก็ต้องอึ้ง..โดยเฉพาะคนไม่ได้ค่อยได้ดูอะไรบ้าบอ ๆ อย่างเราที่จะได้เห็นบุรุษผู้คลั่งไคล้ในการขับขี่เวสป้ามายกล้อโชว์บนรูทเส้นทางภูเขาพร้อม “ปิดตาคลุมหัว” ใช้เพียงประสาทสัมผัสจากการได้รับรู้ทางเสียงที่ได้ยินในการบังคับทิศทางรถ บวกกับฟีลลิ่งขับขี่ที่จะต้องยกล้อตลอดเวลาไม่ให้รถตก “บนเขา” นั่นเอง ใช้หูขับ..และสัมผัสด้วยความรู้สึก! โดยระยะทางที่ Guanter สามารถทำได้ก็คือ 4.5 กม. (2.7 ไมล์) ซึ่งแม้จะแทบไม่ได้กับ Wheelie King อย่าง Masaru Abe (ทำสถิติเวิร์ลเรคอร์ดขี่ยกล้อ 500 กม.) แต่เชื่อเถอะว่าถ้าให้ลองมาปิดตา ขี่ยกล้อลงถนนแถมเป็นทางชันคงเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ยกล้อแค่น้ำจิ้ม บ้ากว่านี้ก็ทำมาแล้ว นับเป็นประสบการณ์อะไรที่ท้าทายและเชื่อว่าน้อยคนที่จะทำได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจังเหมือนอย่างชายคนนี้ ซึ่งนอกจากเรื่องขี่ยกล้อขึ้นเขาแล้ว เขายังทำโปรเจ็กต์สุดท้าท้ายมากมาย อาทิ ขี่เวสป้าลากเครื่องบิน ขี่รถใต้น้ำ ขี่บนรางรถไฟ ขี่โชว์ใส่ล้อ (สรรหา) และที่สุดก็คงขี่ลุยเหนือเมฆ เรียกได้ว่าสุดเอ็กซ์ตรีมในทุก ๆ ด้านทีเดียว RedBull ต้องเข้าแล้วนะ (ฮ่าๆ) สุดท้ายใครสนใจผลงานจาก Guenter Schachermayr ก็สามารถติดตามผ่านช่องทางเว็บไซค์ คลิ๊กที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสนุก ๆ หรือใครอยากจะลองชาแลนจ์ยกล้อที่ทำได้ “มากกว่า” ก็ลองมาโชว์สกิลกันดูเผื่อทีมงานสนใจทำคอนเทนต์ลงช่องโปรโมทให้ ไหน..มีใครทำได้มากกว่านี้มั้ย ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
Vespa Officina8 โฉมพิเศษเพื่อจิตวิญญาณแห่งโรงช่าง Vespa Officina8 คอลเลคชันพิเศษล่าสุดจากค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง ‘เวสป้า’ ที่ได้พาเหล่าเวสปิสตี้ย้อนเวลาไปสู่ช่วงหลังสงครามโลกที่ทางเวสป้าได้ทำการผสานเทคโนโลยี และความงดงามร่วมสมัย ณ ขณะนั้น Officina8 คืออะไร ? ถ้าจะตอบคำถามนี้ก็อาจจะต้องย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1940 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่โลกกำลังฟื้นฟูจากภาวะสงคราม และในช่วงเวลาดังกล่าวแบรนด์ Piaggio ก็มีความริเริ่มในการสร้างรถจักรยานยนต์เวสป้า โดยตั้งเป้าว่านี่คือ ‘นวัตกรรมที่จะปฏิวัติวงการ’ โดยทีมผู้ผลิตในขณะนั้นก็มีหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักออกแบบ ช่างเครื่อง และช่างโลหะ รวมทีมกันในมุมเล็ก ๆ ของโรงงานแล้วตั้งชื่อว่า Officina 8 กลุ่มช่างเทคนิคทีมนี้จะมีเอกลักษณ์ในการทำงานคือการสวม ‘ชุดเอี๊ยมสีน้ำเงิน’ พร้อมเข็มกลัดทองเหลืองที่สลักคำว่า ‘Piaggio 8’ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเครื่องหมายเกียรติยศสำหรับผู้ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน Vespa Primavera และ GTV สองโมเดลพิเศษ เพื่อการเฉลิมฉลองให้สมกับความเป็นตำนาน ทางแบรนด์เวสป้าจึงเลือกโมเดล Primavera และ GTV ที่เป็นสองรุ่นจากคลาส 300 ซีซี มาแปลงโฉมในสไตล์ Officina8 อย่างเต็มรูปแบบ โดยโฉม Primavera ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาดได้แก่ 50ซีซี, 125ซีซี และ 150ซีซี โดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกน้ำหนักเบา เหมาะกับการใช้งานภายในเมือง และ Vespa GTV เน้นการออกแบบที่คงเสน่ห์แบบวินเทจ ด้วยไฟหน้าทรงต่ำ โดยทั้งสองรุ่นจะมาในชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่า ‘Blu Officina 8’ เป็นเฉดสีน้ำเงินแบบเดียวกับชุดในโรงงานอุตสาหกรรมของ Piaggio ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีของโรงงานในศตวรรษที่ 20 เพิ่มความโดดเด่นด้วยขอบตัวรถอลูมิเนียมรอบตัวถัง เสริมด้วยดีเทลสีทองเหลืองบริเวณกระจังหน้า และล้อของตัวรถ รวมไปถึงเบาะนั่งของตัวรถที่ทำขึ้นมาด้วยงานหุ้มเบาะแบบสองชั้น เย็บเส้นแนวนอนแบบตัดสี และยึดด้วยหมุดทองเหลืองขัดเงา สำหรับรุ่น GTV ยังมาพร้อมแฟริ่งหน้าเข้าชุดสีเดียวกับตัวรถ สำหรับสาวกเวสปิสตี้ชาวไหนคนไหนที่สนใจอยากร่วมสานต่อรำลึกถึงความเป็นตำนาน ด้วยการหามาจอดในโรงรถที่บ้านก็อาจจะต้องรอการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่บอกว่าสองโมเดลนี้ควรค่าแก่การเก็บอย่างยิ่ง บอกเลย … อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
รีวิว New Zontes 368K ดีไซน์ที่ให้มากกว่า ‘สปอร์ต’ บิ๊กสกูตเตอร์ทัวริ่งรุ่นใหม่มาพร้อมราคาสุดเร้ากลม ๆ ที่ 17X,XXX บาทเท่านั้น
Jonathan Rea จะไปต่อ..หรือพอแค่นี้ ? หลังมีสัญญาณ “ความเงียบ” กดดันไม่น้อยสำหรับแชมป์โลก 6 สมัย เขาลุยต่อ หรือแขวนหมวกกันน็อกหรือไม่?
Bikeguard อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝนบริเวณชิลด์หน้าของหมวกกันน็อค ที่คิดค้นมาเพื่อให้เหล่าไบค์เกอร์สามารถโฟกัสกับถนนได้อย่างเต็มที่
Toprak ถล่ม Misano พร้อมชัยชนะรวด 3 เรซ เก็บแฮตทริกอีกครั้งด้วยยางสุดโหดจาก Pirelli รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการันตีจากนักแข่งมากมาย
Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก