
งบ 1 ล้านบาท MotorShow 2026 มีรุ่นอะไรบ้าง? พบกับการเปรียบเทียบสเปก ราคา และส่วนลดรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น PHEV และ EV
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

งบ 1 ล้านบาท MotorShow 2026 มีรุ่นอะไรบ้าง? พบกับการเปรียบเทียบสเปก ราคา และส่วนลดรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น PHEV และ EV

Kaiyi OCT MAX ราคา กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคู่แข่งหลัง Chery เปิดตัวรถไฟฟ้าจิ๋วรุ่นใหม่ที่วิ่งได้ไกลถึง 310 กม. ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 แสนบาท

Toyota เปิดตัว All-New RAV4 PHEV GR Sport ในญี่ปุ่น แรง 329 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าไกล 150 กม. พร้อมเช็กราคาจำหน่ายและสเปคอย่างเป็นทางการที่นี่

Geely และ Horse Powertrain เปิดตัวเครื่องยนต์ไฮบริด H12 สุดล้ำ ประหยัดน้ำมันเพิ่ม 40% กินน้ำมันแค่ 3.3 ลิตร/100 กม. พร้อมรองรับเชื้อเพลิงหมุนเวียน 100%

อัปเดตล่าสุด! Hongqi E-HS9 โผล่วิ่งทดสอบในไทย ส่องสเปกมอเตอร์คู่ 551 แรงม้า ระยะทางวิ่ง 690 กม. ลุ้นเปิดตัวขายไทยปี 2569 นี้

เจาะลึกเหตุการณ์ Niki Lauda ไฟไหม้ปี 1976 จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วงการ F1 และรถยนต์ทั่วไปต้องปฏิวัติระบบความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด

เจาะลึก 5 เทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในรถที่คุณขับทุกวัน ตั้งแต่ระบบไฮบริดไปจนถึงวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เช็กเลย!

MG IM5 2026 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมซีดาน เตรียมเปิดตัวในไทย มีนาคม 2569 นี้ มาพร้อมระบบ 800V ชาร์จไว 17 นาที แรงสุด 778 แรงม้า ลุ้นราคา 1.2 ล้านบาท

อัปเดตล่าสุด Volvo เรียกคืน EX30 2569 จำนวน 40,323 คันทั่วโลก สาเหตุแบตเตอรี่ร้อนจัดเสี่ยงไฟไหม้ พร้อมคำแนะนำการชาร์จและการจอดรถเพื่อความปลอดภัย

Zapp i300 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสุดเฉี่ยวจากอังกฤษ ล่าสุดแบรนด์สตาร์ทอัพสัญชาติอังกฤษเปิดตัว Zapp i300 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลใหม่แบบสดร้อน ๆ ในงาน Goodwood Festival of Speed และก็เป็นที่น่าจับตามองขึ้นมาทันทีด้วยสมรรถนะอันน่าจับตามองของมัน เจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้เป็นโมเดลที่มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับโมเดลอื่น ๆ ของทางค่ายก่อนหน้านี้ ทั้งยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะมากที่สุดอีกด้วย แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องความสามารถในการใช้งานได้จริงและมีความสะดวกสบาย ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบสายพานที่ให้กำลังสูงสุดมากถึง 14 กิโลวัตต์หรือคิดเป็นแรงม้าได้มากถึง 20 แรงม้าเลยทีเดียว โดยมีแรงบิดลงล้อหลังมากถึง 587 นิวตันเมตร (ที่แคร้ง 85 นิวตันเมตร) อย่างไรก็ดีสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องที่ 9.6 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง พอ ๆ กับรถพิกัด 125 ซีซี แต่สามารถเร่งความเร็วได้ดีกว่ามาก โดยสามารถทำความเร็ว 0 – 96 กม./ชม.ภายใน 4.8 วินาทีเท่านั้น (ท็อปสปีดสูงสุดที่ 96 กม./ชม. ล็อกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นมีขนาด 720 วัตต์ชั่วโมง 72 โวลต์ สามารถใช้งานได้ประมาณ 60 กม.ที่โหมด Eco (ให้กำลังสูงสุด 4 กิโลวัตต์, โหมด Power สูงสุดที่ 11 กิโลวัตต์ และโหมด Zapp ที่ 18 กิโลวัตต์) และสามารถจาก 20% ไป 80% ภายใน 30 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญคือแบตเตอรี่นั้นสามารถถอดออกมาชาร์จภายนอกได้ ซึ่งทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะจ่ายเงินซื้อเพิ่มเพื่อขยายระยะการใช้งานก็ทำได้ อย่างไรก็ดีราคานั้นดูจะไม่ค่อยถูกใจชาวไทยเลยล่ะครับ โดยรุ่นที่ใช้วัสดุพื้นฐานที่สุดซึ่งจากทำวัสดุรีไซเคิล หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่ารุ่นเริ่มต้นนั้นมีราคาถึง 6,300 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็เกือบ ๆ 240,000 บาทเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ได้คือความเร็วและดีไซน์ที่ถือว่าค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับหลาย ๆ แบรนด์ในตอนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า จดทะเบียนได้มั้ย เรามีคำตอบ? เป็นกระแสร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย สำหรับเรื่องราวของรถไฟฟ้า เนื่องมาจากน้ำมันที่แพงที่ทำเอากระทบไปหมดทุกครัวเรือน บวกกับมาตรการกระตุ้นเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าจากทางภาครัฐยิ่งทำให้คนหันมาสนใจในเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น งานนี้บางคนก็เริ่มสงสัยว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า จดทะเบียนได้มั้ย แน่นอนว่าเรามีคำตอบมาบอกเล่ากันครับ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จะนำมาจดทะเบียนได้นั้นมีเงื่อนไขตามกฎหมายกำหนดกะเกณฑ์เอาไว้ครับ หากไม่พูดถึงเรื่องอุปกรณ์ส่วนควบ ๆ ต่าง อย่างกระจก ไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว ทับทิบ และอื่น ๆ แล้ว ยังมีอีก 3 เรื่องที่ต้องผ่านเกณฑ์ครับ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าต้องไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ ต้องสามารถทำความเร็วได้ไม่น้อยกว่า 45 กม./ชม. ต้องสามารถใช้งานต่อเรื่องที่ความเร็ว 45 กม./ชม. ได้ไม่น้อยกว่า 30 นาที หากผ่านเกณฑ์เหล่านี้ถือว่าสามารถจดทะเบียนได้ครับ และเมื่อจดทะเบียนแล้ว ท่านก็จะสามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างถูกต้องแล้วล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sleek TYPE-V GT รถไฟฟ้าอีกหนึ่งตัวเลือกยุคน้ำมันแพง เปิดตัวเปิดราคาไปแล้วกับแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง สลีค กับโมเดลตัวแรงสเปกดีสุดของทางค่ายอย่าง Sleek Type-V GT ซึ่งเดิมทีใช้ชื่อว่า SWAG แต่ว่าทาง Geko สตาร์ทอัพฟินเทคที่ให้บริการเกี่ยวกับสินเชื่อของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ทำการซื้อกิจการมาและรีแบรนด์ใหม่ โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ โดยตัวรถจะมีอะไหล่จากหลาย ๆ ประเทศและนำมาประกอบและตรวจสอบคุณภาพตัวรถที่ประเทศไทย สำหรับโมเดลนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์โดดเด่นโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครโดยเฉพาะไฟหน้าและไฟท้ายที่มีเส้นสายการออกแบบเฉียบคม ตัวรถออกมีลักษณะเป็นเหมือนกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแต่ใช้ระบบขับเคลื่อนสุดท้ายด้วยโซ่ ขุมพลังของรถเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าวางกลางตัวรถ มีกำลังขับ 4000 วัตต์ เคลมท็อปสปีดสูงสุดมาที่ 90 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองได้แบบสบาย ๆ ส่วนระยะทางที่ทำได้นั้นเคลมมาที่ไม่น้อยกว่า 200 กม.เมื่อขับขี่ที่ 35 กม./ชม. ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรีลิเธียมขนาด 35 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อน แบบถอดออกมาชาร์จได้ โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 – 4 ชม.ต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ก้อน อย่างไรก็ดีระยะทำการจริง ๆ กับความเร็วที่มากกว่าคาดว่าคงจะต้องไปลองทดสอบกันดูอีกที แต่คาดว่าน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ตัวรถมีระบบกันสะเทือนแบบเทเลสโคปิกที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว มีระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรกแบบ CBS หรือระบบกระจายแรงเบรก ส่วนขนาดล้อและยางนั้นจะเป็น 120/70 – 12 นิ้วเท่ากัน โดยน้ำหนักตัวรถนั้นหนักเพียง 124 กก.เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นที่หน้าสนใจอย่างหน้าจอดิจิทัลเต็มระบบแสดงผลแบบเดียวกับหน้าจนรถยนต์และระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะที่เรียกว่า Human-computer Interaction Design เมื่อเข้าใกล้ตัวรถ รถทั้งคันจะปลดล็อกโดยอัตโนมัติ จากนั้นล็อคเองอัตโนมัติเมื่อออกห่างจากกุญแจและรีโมทคอนโทรล ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้เปิดราคาจำหน่ายด้วยกัน 4 สี ในราคาที่ 149,000 บาท โดยตอนนี้มีโปรโมชันพร้อมการรับประกันมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี 3 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษา 2 ปีแรกหรือ 15,000 กม. รับกิฟต์วอชเชอร์ 15,000 บาท และของสมนาคุณอีกกว่า 10,000 บาท สำหรับราคานั้นฟังดูอาจจะราคาแรงไปบ้าง แต่ถ้ามองในแง่ของการใช้งานระยะยาวแล้วล่ะก็น่าจะมีความคุ้มค่าอยู่ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงดูแลรักษาอะไรมากเหมือนกับรถที่มีเครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟก็ยังถูกกว่าเติมน้ำมันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ท่านที่สนใจสามารถเข้าไปพรีออเดอร์ได้ที่ https://sleekev.com อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Energica Experia ทัวริ่งไฟฟ้าวิ่งได้ 420 โล เปิดตัวแล้ว ล่าสุดค่ายรถไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Energica Experia มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่เน้นทางดำเป็นหลักในช่วงการแข่งขัน MotoGP ที่ Mugello ประเทศอิตาลีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับเจ้าทัวริ่งไฟฟ้าคันนี้ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ใหม่หมด ซึ่งตัวแบตเตอรี่ให้กำลังไฟมากถึง 22.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าเองก็รีดกำลังได้สูงสุดเทียบเท่า 101 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงถึง 115.24 นิวตันเมตร (แรงบิด 900 นิวตันเมตรที่ล้อ) ซึ่งใช้ขับเคลื่อนรถที่หนักมากถึง 260 กก.ให้สามารถทำท็อปสปีดได้มากถึง 180 กม./ชม. สามารถเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม.ได้ภายใน 3.5 วินาที และเคลมมาว่าสามารถวิ่งได้ไกลมากถึง 420 กม.เลยทีเดียว โดยสามารถวิ่งแบบไม่ต้องสนใจเรื่องความเร็วได้มากถึง 246 กม. สำหรับเรื่องการชาร์จนั้นตัวรถมีการชาร์จ 3 ระดับ โดยสามารถชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จได้ 80% ภายใน 40 นาทีที่การชาร์จระดับ 3 DC และทางค่ายยังเคลมมาว่าเป็นรถคันแรกที่ให้การชาร์จมาถึง 3 ระดับมาเป็นพื้นฐานเลย เรียกได้ว่าเร็วเลยทีเดียว ในส่วนของช่วงล่างที่ให้มานั้นก็ไม่ใช่ขี้ไก่ แต่จัดเต็มมาในระดับนึงเลยทีเดียว ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 มม.จาก Sachs ปรับแต่งได้ ซึ่งโช้คหลังเดี่ยวก็มาจาก Sachs เช่นเดียวกัน ขณะที่ระบบเบรกจัดการด้วย Brembo โดยด้านหน้าเป็นดิสก์คู่ 330 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบและด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังรัดด้วยยาง Pirelli Scorpion Trail II ที่เหมาะกับการขี่ถนนเดินทางไกลออกทริปอย่างยิ่ง สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีมาให้หลากหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบครูซคอนโทรล ระบบเบรก ABS จาก Bosch 9.3MP ECU และระบบแทร็คชันคอนโทรลที่ทำงานร่วมกับตัวประมวลผลแรงเฉื่อย มีโปรไฟล์ผู้ขับขี่ให้เซ็ตถึง 7 โปรไฟล์แบ่งเป็น 4 พรีเซ็ต และอีก 3 ชุดโปรไฟล์ที่ปรับแต่งเองได้ โหมดการขับขี่อีก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Urban, Rain และ Sport เท่านั้นยังไม่หมดยังมีแม็ปการรีเจเนอเรทีฟเบรกกิ้งอีก 4 รูปแบบ ซึ่งตรงนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาลดความเร็ว และเปลี่ยนแปลงพลังงานเชิงกลที่จะสูญเสียไปขณะเบรกให้กลับมาช่วยชาร์จไฟเข้าระบบ ได้แก่ High, Medium, Low และ Off ปิดท้ายด้วยระบบเดินหน้าและถอยหลังความเร็วต่ำเพื่อใช้เวลาจอดรถ สำหรับสนนราคานั้นยังไม่ระบุแต่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว แต่ราคาคงไม่ถูกแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีและขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตอนนี้ รวมไปถึงภาษีนำเข้าต่าง ๆ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีที่รถไฟฟ้าจะสามารถมีระยะทำการได้ไกลมากขึ้น ชาร์จได้เร็วขึ้น และใกล้จะมาทดแทนมอเตอร์ไซค์แบบเดิม ๆ ได้ในอนาคตไม่ไกลนี้อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป จี๊ดจ๊าดระดับ 720 นิวตันเมตร เปิดให้จองแบบพรีออเดอร์กันแล้วกับ XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป หรือก็คือโมโตครอสไฟฟ้าจากทางบริษัท EMX Powertrain บริษัทเทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นการพัฒนา วิศวกรรม สร้างระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารวมไปถึงยานยนต์ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์โลกในยุคใหม่ ยุคที่น้ำมันกำลังแพงหูฉี่ จากพิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครนในตอนนี้ แถมล่าสุดยังซ้ำร้ายที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ระดับท็อป ๆ ของโลกที่เกาหลีใต้ดันระเบิดซะอีก หลังจากทุ่มเทการพัฒนากว่า 2 ปี ในที่สุดทาง EMX Powertrain ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดให้จับจองเจ้า XF30 โมโตครอสไฟฟ้าของทางค่าย ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้แบบสาแก่ใจสายลุย ทั้งยังมีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจที่คุณจะได้จากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่แน่นอนว่าจี๊ดจ๊าดทันใจ แต่ก็ไม่มีไอเสียให้อากาศเป็นพิษ ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ที่สามารถรีดกำลังที่ล้อหลังคิดคำนวณออกมาได้มากถึง 40 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลมากถึง 720 นิวตันเมตร วางลงบนเฟรมแบบบีมคู่อลูมิเนียมและเลือกใช้ระบบกันสะเทือนจาก KYB ระบบเบรกจาก Nissin ล้อซี่ลวดจาก Excel ซึ่งช่วงล่างดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้ขับขี่ในสายทางวิบากนี้ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ซึ่งในส่วนของแชสซีนั้นมี Yamaha เป็นซัพพลายเออร์ให้ นอกจากนี้ตัวรถยังมีการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เองก็ถูกสร้างมาเพื่อให้สามารถตอบสนองกับสไตล์การขับขี่โมโตครอสที่ต้องการพละกำลังแบบตลอดเวลา ซึ่งสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 2.5 ชม. (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้งาน) และใช้ชาร์จจนเต็มเพียง 1.5 ชม.เท่านั้น ข้อดีของเจ้านี่ที่เป็นรถไฟฟ้าคือไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก ทำให้คุณสามารถขับขี่มันได้มากเท่าที่ต้องการ ทั้งยังขับขี่ง่ายด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 115 กก.แม้ว่าจะรวมแบตเตอรี่แล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสักเล็กน้อยเพราะล็อตแรกที่พร้อมจะส่งมอบในปี 2023 จะมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน อันมีสาเหตุมาจากการผลิตด้วยมืออย่างปราณีตเสียเป็นส่วนใหญ่ และจะจำหน่ายในสหภาพยุโรป อิสราเอล นอร์เวย์ ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์และอังกฤษเท่านั้น โดยจำหน่ายในราคา 18,750 ยูโร หรือราว ๆ 680,000 บาท ดูแล้วอาจจะแพง แต่ข้อดีของคันนี้ก็อย่างที่บอกมีชิ้นส่วนที่ต้องใช้แล้วหมดไปหรือสึกหรอน้อยกว่ารถที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้เมื่อใช้ไประยะยาวแล้วจะมีความคุ้มค่ามากขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Barq Rena Max สกูตเตอร์ไฟฟ้าจากสตาร์ทอัพสัญชาติอาหรับ ใคร ๆ ทุกคนต่างรู้ว่าเรากำลังอยู่ในยุคแห่งโรคระบาดที่ทำให้เราต้องหลีกเลี่ยงจากผู้คนหมู่มาก วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ได้เปลี่ยนไป หลาย ๆ อย่างถดถอยถึงขั้นเสื่อมลง แต่นั่นก็เป็นโอกาสในบางอย่างได้เติบโตขึ้น สิ่งนั้นก็คือโลจิสติกส์ หรือการขนส่ง และโดยเฉพาะการขนส่งขั้นสุดท้าย คือจากเจ้าหน้าที่ขนส่งถึงมือผู้รับ พาหนะที่คล่องตัวที่สามารถไปได้ในทุก ๆ ที่ในเมืองอย่างสกูตเตอร์จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคนี้ และในห้วงเวลาที่โลกเรากำลังคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมสกูตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับ Barq Rena Max สกูตเตอร์ไฟฟ้าจากสตาร์ทอัพรายใหม่ในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เองก็เป็นที่น่าสนใจในกรณีนี้ บาร์คคือธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ดูไบ ได้ทำการสร้างสกูตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลนี้นขึ้นมาเพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งโดยเฉพาะ ตัวรถจะใช้แบตเตอรีแบบลิเธียมไอออนขนาด 5.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อให้พลังงานมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 9 กิโลวัตต์ ที่ให้ระยะทางการใช้งานได้ราว ๆ 150 กม. นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ที่สามารถถอด เพื่อนำแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วมาใช้งานต่อได้อีกด้วย ทางแบรนด์ยังเคลมมาอีกว่าโมเดลนี้สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 96 กม./ชม. เลยทีเดียว ดังนั้นบอกเลยว่าใช้งานในเมืองได้แบบสบาย ๆ ตัวรถจะใช้หน้าจอแสดงผลสีแบบ TFT แสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วที่ใช้สำหรับการขนส่งและเป็นระบบนำทางในตัว แน่นอนว่าสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธได้ รวมไปถึงยังมีช่องจ่ายให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย จุดที่สำคัญสำหรับโมเดลนี้เลยก็คือกล่องท้ายขนาดใหญ่สำหรับใส่พัสดุหรืออาหารที่จุได้มากถึง 79 ลิตร (จำหน่ายแยก) เท่านั้นยังไม่ตัวรถยังมีคูลเลอร์ขนาด 9 ลิตรอยู่บริเวณด้านหน้าคนขับและช่องเก็บของขนาด 5 ลิตรอยู่ในตัวเฟรมของรถอีกด้วย ในส่วนของช่วงล่างนั้นของตัวรถที่ดูเหมือนกล่องยาว ๆ นั้นยังเป็นจุดสำคัญใช้ยึดสวิงอาร์มเดี่ยวและโช้คอัพเดี่ยวแบบสปริงสตรัทกับล้อหลังด้วย ขณะที่ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกธรรมดา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่อย่างแฮนด์บาร์ก็จะเป็นแฮนด์แบบแฟลตธรรมดา และเบาะนั่งก็เป็นแบบชิ้นเดียวแบนราบแต่ออกแบบมาเพื่อให้นั่งได้สบาย ส่วนระบบไฟส่องสว่างนั้นตัวรถจะให้แบบ LED มาเต็มระบบเลย สุดท้ายเจ้าสกูตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้จะเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายปีนี้และทางแบรนด์เล็งว่าจะส่งมอบให้ทั่วโลกอาหรับได้ภายในปี 2025 นี้ ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ถ้าบ้านเรามีใครไปเจรจามาจำหน่ายในไทยได้ผมว่าพนักงานส่งของส่งอาหารต่าง ๆ ก็น่าจะได้ใช้รถดี ๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเรามากขึ้นแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก