BYD ซุ่มพัฒนา DM-i 6.0 ปลั๊กอินไฮบริดเจนใหม่ วิ่งไกลและชาร์จไว คาดว่าชาร์จ 5 นาที วิ่งได้เกือบ 400 กม.
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 (2026) อย่างดุเดือด เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่าง BYD กำลังตกเป็นเป้าสายตาอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในสื่อยานยนต์จีนเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบไฮบริดรุ่นถัดไป “DM-i 6.0” ที่จ่อคิวทำลายสถิติเดิมของเจนเนอเรชั่นที่ 5 อย่างราบคาบ

ประสิทธิภาพความร้อนเกือบ 50% ขีดสุดของเครื่องยนต์สันดาป
ข้อมูลที่หลุดออกมาจากกลุ่มแฟนคลับและสื่อในจีนระบุว่า เครื่องยนต์ในระบบ DM-i 6.0 อาจทำตัวเลขประสิทธิภาพความร้อน (Thermal Efficiency) ได้สูงถึง 48% – 49.5% ซึ่งหากเป็นจริง จะถือเป็นการก้าวกระโดดจากระบบ DM เจนฯ 5 ที่ทำไว้ได้ดีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นเครื่องยนต์ที่เผาผลาญเชื้อเพลิงได้คุ้มค่าที่สุดในโลก
EV Mode 300 กม. และระบบชาร์จ 900V
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการขยายขนาดแบตเตอรี่ Traction Battery ให้ใหญ่ขึ้นเกินกว่า 35-40 kWh ซึ่งจะส่งผลให้รถ Plug-in Hybrid ของ BYD สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (Pure EV Mode) ได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC) นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเรื่องการนำสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 900 โวลต์มาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ทำได้รวดเร็วอย่างมหาศาล โดยมีการคาดการณ์ว่าการชาร์จเพียง 5 นาที อาจให้ระยะทางวิ่งสูงถึง 400 กิโลเมตร
ยกระดับด้วย AI และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ
ไม่ใช่แค่เรื่องฮาร์ดแวร์ แต่ DM-i 6.0 คาดว่าจะมาพร้อมระบบ AI-Assisted Energy Management ที่จะคอยคำนวณสภาพการจราจร พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพเส้นทาง เพื่อปรับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา
สถานะปัจจุบันของ BYD ในปี 2026
แม้ว่าทาง BYD จะยังไม่ได้ออกมาประกาศชื่อ “DM-i 6.0” อย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา BYD ได้เริ่มวางจำหน่ายรุ่นอัปเกรดของ Qin Plus DM-i, Qin L DM-i, Seal 05 DM-i และ Seal 06 DM-i ซึ่งขยับระยะวิ่งไฟฟ้าไปแตะที่ 210 กม. เรียบร้อยแล้ว ในราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 12,800 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 4.xx แสนบาทในจีน) ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า BYD กำลังรุกฆาตตลาดรถยนต์น้ำมันอย่างเบ็ดเสร็จ

