
เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง เมื่อกรณีล่าสุดของเจ้าของรถ Changan Deepal ออกมาเปิดเผยราคาจากศูนย์บริการที่สูงถึง 6 แสนกว่าบาท เพียงเพราะท่อน้ำยาทำความเย็นใต้ท้องรถได้รับความเสียหายจนแตก
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการ EV แต่ความรุนแรงอยู่ที่คำชี้แจงที่ว่า “ไม่สามารถเปลี่ยนเฉพาะท่อได้” เนื่องจากท่อดังกล่าวถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของชุดแบตเตอรี่ (Battery Pack) ซึ่งหมายความว่าความเสียหายเพียงจุดเดียวอาจลามไปถึงการต้องทิ้งแบตเตอรี่ทั้งลูกที่มีมูลค่าเกือบครึ่งหนึ่งของราคารถ
สรุปประเด็น ทำไมท่อแอร์แตกถึงต้องเปลี่ยนแบตยกลูก?
ต้นตอของปัญหาเกิดจากการออกแบบระบบ Thermal Management ในรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ โดยเฉพาะ Deepal ที่ใช้ระบบหล่อเย็นด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เพื่อระบายความร้อนให้แบตเตอรี่ขณะชาร์จและขับขี่ เมื่อท่อน้ำยาที่อยู่ใต้ท้องรถแตกหรือครูดกับสิ่งกีดขวาง ระบบจะไม่สามารถหล่อเย็นแบตเตอรี่ได้ตามปกติ และด้วยโครงสร้างแบบ Integrated ทำให้ศูนย์บริการมักเลือกทางที่ “ปลอดภัยต่อมาตรฐานโรงงาน” ที่สุดคือการเปลี่ยนชุดแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมดนั่นเอง
รายละเอียดค่าใช้จ่าย 600,000 กว่าบาท จ่ายค่าอะไรบ้าง?
จากข้อมูลที่มีการแชร์ต่อกัน พบว่ามูลค่าการซ่อมที่พุ่งสูงเกิน 6 แสนบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นค่าตัวของชุดแบตเตอรี่ High Voltage (HV Battery) ซึ่งเป็นอะไหล่ที่มีราคาสูงที่สุดในรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีท่อน้ำยาทำความเย็นติดตั้งมาให้เสร็จสรรพจากโรงงาน
ที่น่าตั้งคำถามคือ ในปี 2569 ที่เรามีศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่เฉพาะทางแล้ว ทำไมค่ายรถถึงยังไม่มีนโยบาย “การซ่อมระดับชิ้นส่วน” (Component Level Repair) เพื่อลดภาระให้กับลูกค้าและบริษัทประกันภัย? การบังคับเปลี่ยนยกชุดแบบนี้เข้าข่ายการผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างชัดเจน
ผลกระทบต่อค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า
หากกรณีนี้กลายเป็นบรรทัดฐาน (Standard) ในการเคลม สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “เบี้ยประกันภัย EV” ที่จะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในปีหน้า เพราะบริษัทประกันต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการ “คืนทุนประกัน” (Total Loss) ได้ง่ายมาก เพียงแค่แรงกระแทกใต้ท้องรถที่ดูเหมือนจะไม่รุนแรง แต่อาจทำให้ยอดเคลมทะลุ 70% ของทุนประกันได้ในพริบตา
มุมมองภาพรวมตลาด การออกแบบที่ “ซ่อมยาก” จะทำลายความเชื่อมั่น EV
เทรนด์การออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การลดความซับซ้อนในการผลิต (Simplify Manufacturing) แต่กลับเพิ่มความซับซ้อนในการซ่อมแซม (Complex Repairability) หาก Changan และค่ายรถจีนรายอื่นๆ ยังไม่รีบแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างอะไหล่แยกชิ้น ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อาจพังทลายลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะยาวอย่างแน่นอน
คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับเคสค่าซ่อม Deepal 6 แสน
-
ถาม: ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองเคสนี้ไหม?
-
ถาม: มีอู่นอกที่สามารถเชื่อมท่อน้ำยาหล่อเย็นโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตไหม?
-
ตอบ: ในทางเทคนิคสามารถทำได้ แต่จะทำให้การรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งานหรือ 8 ปี สิ้นสุดลงทันที (Void Warranty)
-
-
ถาม: ปัญหานี้เกิดกับรถ EV ทุกยี่ห้อหรือไม่?
-
ตอบ: ไม่ทุกยี่ห้อ รถบางแบรนด์มีการออกแบบท่อน้ำยาหล่อเย็นให้แยกชิ้นส่วนจากตัว Housing แบตเตอรี่ ทำให้สามารถเปลี่ยนเฉพาะจุดได้ในราคาหลักพันถึงหลักหมื่นต้นๆ
-
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง “เหมือนซื้อระเบิดเวลามาขับ”
กลุ่มผู้ใช้ Deepal เริ่มออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทาง Changan Thailand ออกมาชี้แจงนโยบายการเคลมอะไหล่ให้ชัดเจนกว่านี้ “เจอยี่ห้อนี้ให้หนีไป อย่าตัดสินใจผิดเหมือนผม มองแค่หน้าตาดี แต่หลังการขายแย่มากๆ” นี่คือความอัดอั้นจากผู้ใช้รายหนึ่งที่สะท้อนว่า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยต้องมาพร้อมกับบริการหลังการขายที่สมเหตุสมผลด้วย
สรุป
กรณีของ Changan Deepal ในครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของทั้งค่ายรถและผู้บริโภค การเลือกซื้อรถ EV ในปี 2569 ไม่ได้ดูแค่สเปกหรือระยะทางวิ่งอีกต่อไป แต่ต้องดูไปถึง “โครงสร้างการซ่อมแซม” และ “ราคาอะไหล่แยกชิ้น” เพื่อไม่ให้ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยทางการเงินในอนาคต
หากคุณต้องการติดตามความคืบหน้าว่า Changan จะมีการปรับปรุงโครงสร้างราคาอะไหล่ชิ้นนี้หรือไม่ หรืออยากดูรีวิวเปรียบเทียบค่าซ่อมแต่ละแบรนด์ อย่าลืมกดติดตามเราที่ Superdrivemag แหล่งข้อมูลที่พร้อมตีแผ่ความจริงเพื่อผลประโยชน์ของคนใช้รถ
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand


