SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

คริสเตียน ฮอร์เนอร์

วงการรถสูตรหนึ่งต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่ออดีตแม่ทัพใหญ่ผู้กุมบังเหียน Red Bull Racing มายาวนานถึง 20 ปีอย่าง คริสเตียน ฮอร์เนอร์ (Christian Horner) ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดโปงเบื้องหลังการถูกปลดฟ้าผ่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยข้อความล่าสุดของเขาเป็นการสยบข่าวลือความขัดแย้งกับนักขับเบอร์หนึ่งของทีม แต่กลับเป็นการจุดไฟสงครามกับ “ผู้มีบารมี” ในทีมแทน

สรุปประเด็นหลัก ไม่ใช่เรื่องของนักขับ แต่คือเรื่องของการเมือง

จากการเปิดเผยในสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Motorsport และเนื้อหาบางส่วนใน Drive to Survive ซีซั่น 8 ฮอร์เนอร์ระบุชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนักขับแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Max Verstappen ยังคงปกติ และเขามั่นใจว่าครอบครัว Verstappen ไม่ได้ใช้อิทธิพลในการกดดันให้เขาต้องออกจากตำแหน่ง แม้ว่า Jos Verstappen (คุณพ่อของ Max) จะเคยออกมาวิจารณ์เขาอย่างรุนแรงผ่านสื่อหลายครั้งก็ตาม

เบื้องหลังแผนการ “เขี่ย” พ้นทางของ Helmut Marko

ฮอร์เนอร์ชี้เป้าไปที่ ดร. เฮลมุท มาร์โก้ (Helmut Marko) ที่ปรึกษาอาวุโสของทีม และ Oliver Mintzlaff ซีอีโอฝั่งออสเตรีย ว่าเป็นคู่หูที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ “ผมเชื่อว่านี่เป็นการตัดสินใจของ Oliver โดยมี Helmut คอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างสนาม” ฮอร์เนอร์กล่าว

มูลเหตุสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจหลังการเสียชีวิตของ Dietrich Mateschitz ในปี 2565 ฮอร์เนอร์ถูกมองว่าพยายามสร้าง “อาณาจักรส่วนตัว” โดยอาศัยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ ตระกูลอยู่วิทยา ผู้ถือหุ้นใหญ่ฝั่งไทย เพื่อคานอำนาจกับบอร์ดบริหารในออสเตรีย จนนำไปสู่ความหวาดระแวงว่าเขามีอำนาจมากเกินไป (Too much control)

เมื่อ “ผลงานในสนาม” ถูกใช้เป็นข้ออ้าง

ฝั่งของเฮลมุท มาร์โก้ ก็ไม่ได้อยู่เฉย โดยเขาได้ออกมาโต้ตอบผ่านสื่อเยอรมันว่า การปลดฮอร์เนอร์เป็นเรื่องของ “ประสิทธิภาพการทำงาน” มากกว่าเรื่องส่วนตัว โดยมาร์โก้อ้างว่าหากทีมปลดฮอร์เนอร์เร็วกว่านี้ Max Verstappen อาจจะสามารถป้องกันแชมป์โลกปี 2025 ได้สำเร็จ แทนที่จะเสียแชมป์ให้ Lando Norris ไปเพียง 2 คะแนน นอกจากนี้เขายังกล่าวหาฮอร์เนอร์ว่า “เล่นเกมสกปรก” และพยายามสร้างเรื่องโกหกเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้เขาเช่นกัน

มุมมองภาพรวมตลาด Red Bull ในยุคไร้ฮอร์เนอร์และมาร์โก้

ในปี 2569 นี้ Red Bull Racing กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวภายใต้การนำของ Laurent Mekies ท่ามกลางภาวะสมองไหลที่บุคลากรระดับพระกาฬอย่าง Adrian Newey และ Jonathan Wheatley ย้ายออกไปหมดแล้ว พฤติกรรมของแฟนคลับและสปอนเซอร์เริ่มแสดงความกังวลว่า “ดีเอ็นเอผู้ชนะ” ของทีมจะยังคงอยู่หรือไม่ เมื่อทีมบริหารที่สร้างทีมมาตั้งแต่ต้นถูกล้างไพ่ทั้งหมด

คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับดราม่า Red Bull

  • ถาม: ทำไมตระกูลอยู่วิทยาถึงไม่ช่วยฮอร์เนอร์ในตอนจบ?

    • ตอบ: แม้ฝั่งไทยจะสนับสนุนฮอร์เนอร์มาตลอด แต่เมื่อผลงานในสนามเริ่มตกต่ำและการกดดันจากฝั่งออสเตรียเข้มข้นขึ้น การรักษาเสถียรภาพของแบรนด์โดยรวมจึงสำคัญกว่าตัวบุคคล

  • ถาม: ฮอร์เนอร์จะกลับมาใน F1 อีกเมื่อไหร่?

    • ตอบ: ปัจจุบันเขายังติดสัญญาห้ามร่วมงานกับทีมคู่แข่ง (Gardening Leave) แต่มีข่าวลือหนาหูว่าทีมใหม่ของ Audi และโปรเจกต์ของทีมอื่นๆ กำลังยื่นข้อเสนอให้เขาในปี 2027

  • ถาม: Max Verstappen รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้?

    • ตอบ: Max วางตัวเป็นกลางและเน้นไปที่การทำงานกับทีมบริหารชุดใหม่ แต่เขาก็ยอมรับว่าการสูญเสียทั้งฮอร์เนอร์และมาร์โก้ (ที่เพิ่งประกาศวางมือ) ทำให้ทีมเปลี่ยนไปอย่างมาก

เสียงสะท้อนจากแฟนคลับ

แฟนความเร็วในโซเชียลมีเดียแตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมองว่าฮอร์เนอร์สมควรโดนปลดเพราะข่าวฉาวเรื่องพนักงานหญิงและฟอร์มทีมที่ดิ่งลง แต่อีกฝั่งหนึ่งมองว่ามาร์โก้คือ “ตัวปัญหา” ที่แท้จริงที่ทำให้ทีมแตกแยก และการสูญเสียฮอร์เนอร์คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของ Red Bull ที่จะเห็นผลชัดเจนในปี 2026 นี้

สรุป

คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ปฏิเสธ Verstappen ไม่มีส่วนทำให้โดนปลด เป็นการยืนยันว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้นใน Red Bull คือการต่อสู้เพื่ออำนาจบริหารระดับสูง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งกับนักแข่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ สงครามเย็นระหว่างฝั่งอังกฤษและออสเตรียครั้งนี้จบลงด้วยการที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง เพราะทั้งสองฝ่ายต่างต้องเดินออกจากทีมในที่สุด

ติดตามบทวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ทีม Red Bull และการเตรียมพร้อมสู่ฤดูกาล 2026 ได้ที่เว็บไซต์ SuperDrivemag แหล่งรวมข่าวสาร F1 ที่รวดเร็วและเป็นกลางที่สุด

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ปฏิเสธ ไม่ได้โดนปลดเพราะ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน

คริสเตียน ฮอร์เนอร์

วงการรถสูตรหนึ่งต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่ออดีตแม่ทัพใหญ่ผู้กุมบังเหียน Red Bull Racing มายาวนานถึง 20 ปีอย่าง คริสเตียน ฮอร์เนอร์ (Christian Horner) ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดโปงเบื้องหลังการถูกปลดฟ้าผ่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยข้อความล่าสุดของเขาเป็นการสยบข่าวลือความขัดแย้งกับนักขับเบอร์หนึ่งของทีม แต่กลับเป็นการจุดไฟสงครามกับ “ผู้มีบารมี” ในทีมแทน

สรุปประเด็นหลัก ไม่ใช่เรื่องของนักขับ แต่คือเรื่องของการเมือง

จากการเปิดเผยในสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Motorsport และเนื้อหาบางส่วนใน Drive to Survive ซีซั่น 8 ฮอร์เนอร์ระบุชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนักขับแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Max Verstappen ยังคงปกติ และเขามั่นใจว่าครอบครัว Verstappen ไม่ได้ใช้อิทธิพลในการกดดันให้เขาต้องออกจากตำแหน่ง แม้ว่า Jos Verstappen (คุณพ่อของ Max) จะเคยออกมาวิจารณ์เขาอย่างรุนแรงผ่านสื่อหลายครั้งก็ตาม

เบื้องหลังแผนการ “เขี่ย” พ้นทางของ Helmut Marko

ฮอร์เนอร์ชี้เป้าไปที่ ดร. เฮลมุท มาร์โก้ (Helmut Marko) ที่ปรึกษาอาวุโสของทีม และ Oliver Mintzlaff ซีอีโอฝั่งออสเตรีย ว่าเป็นคู่หูที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ “ผมเชื่อว่านี่เป็นการตัดสินใจของ Oliver โดยมี Helmut คอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างสนาม” ฮอร์เนอร์กล่าว

มูลเหตุสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจหลังการเสียชีวิตของ Dietrich Mateschitz ในปี 2565 ฮอร์เนอร์ถูกมองว่าพยายามสร้าง “อาณาจักรส่วนตัว” โดยอาศัยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ ตระกูลอยู่วิทยา ผู้ถือหุ้นใหญ่ฝั่งไทย เพื่อคานอำนาจกับบอร์ดบริหารในออสเตรีย จนนำไปสู่ความหวาดระแวงว่าเขามีอำนาจมากเกินไป (Too much control)

เมื่อ “ผลงานในสนาม” ถูกใช้เป็นข้ออ้าง

ฝั่งของเฮลมุท มาร์โก้ ก็ไม่ได้อยู่เฉย โดยเขาได้ออกมาโต้ตอบผ่านสื่อเยอรมันว่า การปลดฮอร์เนอร์เป็นเรื่องของ “ประสิทธิภาพการทำงาน” มากกว่าเรื่องส่วนตัว โดยมาร์โก้อ้างว่าหากทีมปลดฮอร์เนอร์เร็วกว่านี้ Max Verstappen อาจจะสามารถป้องกันแชมป์โลกปี 2025 ได้สำเร็จ แทนที่จะเสียแชมป์ให้ Lando Norris ไปเพียง 2 คะแนน นอกจากนี้เขายังกล่าวหาฮอร์เนอร์ว่า “เล่นเกมสกปรก” และพยายามสร้างเรื่องโกหกเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้เขาเช่นกัน

มุมมองภาพรวมตลาด Red Bull ในยุคไร้ฮอร์เนอร์และมาร์โก้

ในปี 2569 นี้ Red Bull Racing กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวภายใต้การนำของ Laurent Mekies ท่ามกลางภาวะสมองไหลที่บุคลากรระดับพระกาฬอย่าง Adrian Newey และ Jonathan Wheatley ย้ายออกไปหมดแล้ว พฤติกรรมของแฟนคลับและสปอนเซอร์เริ่มแสดงความกังวลว่า “ดีเอ็นเอผู้ชนะ” ของทีมจะยังคงอยู่หรือไม่ เมื่อทีมบริหารที่สร้างทีมมาตั้งแต่ต้นถูกล้างไพ่ทั้งหมด

คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับดราม่า Red Bull

  • ถาม: ทำไมตระกูลอยู่วิทยาถึงไม่ช่วยฮอร์เนอร์ในตอนจบ?

    • ตอบ: แม้ฝั่งไทยจะสนับสนุนฮอร์เนอร์มาตลอด แต่เมื่อผลงานในสนามเริ่มตกต่ำและการกดดันจากฝั่งออสเตรียเข้มข้นขึ้น การรักษาเสถียรภาพของแบรนด์โดยรวมจึงสำคัญกว่าตัวบุคคล

  • ถาม: ฮอร์เนอร์จะกลับมาใน F1 อีกเมื่อไหร่?

    • ตอบ: ปัจจุบันเขายังติดสัญญาห้ามร่วมงานกับทีมคู่แข่ง (Gardening Leave) แต่มีข่าวลือหนาหูว่าทีมใหม่ของ Audi และโปรเจกต์ของทีมอื่นๆ กำลังยื่นข้อเสนอให้เขาในปี 2027

  • ถาม: Max Verstappen รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้?

    • ตอบ: Max วางตัวเป็นกลางและเน้นไปที่การทำงานกับทีมบริหารชุดใหม่ แต่เขาก็ยอมรับว่าการสูญเสียทั้งฮอร์เนอร์และมาร์โก้ (ที่เพิ่งประกาศวางมือ) ทำให้ทีมเปลี่ยนไปอย่างมาก

เสียงสะท้อนจากแฟนคลับ

แฟนความเร็วในโซเชียลมีเดียแตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมองว่าฮอร์เนอร์สมควรโดนปลดเพราะข่าวฉาวเรื่องพนักงานหญิงและฟอร์มทีมที่ดิ่งลง แต่อีกฝั่งหนึ่งมองว่ามาร์โก้คือ “ตัวปัญหา” ที่แท้จริงที่ทำให้ทีมแตกแยก และการสูญเสียฮอร์เนอร์คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของ Red Bull ที่จะเห็นผลชัดเจนในปี 2026 นี้

สรุป

คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ปฏิเสธ Verstappen ไม่มีส่วนทำให้โดนปลด เป็นการยืนยันว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้นใน Red Bull คือการต่อสู้เพื่ออำนาจบริหารระดับสูง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งกับนักแข่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ สงครามเย็นระหว่างฝั่งอังกฤษและออสเตรียครั้งนี้จบลงด้วยการที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง เพราะทั้งสองฝ่ายต่างต้องเดินออกจากทีมในที่สุด

ติดตามบทวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ทีม Red Bull และการเตรียมพร้อมสู่ฤดูกาล 2026 ได้ที่เว็บไซต์ SuperDrivemag แหล่งรวมข่าวสาร F1 ที่รวดเร็วและเป็นกลางที่สุด

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า