จากการอัปเดตข้อมูลล่าสุดผ่านทาง Crash.net ดานี เปโดรซา (Dani Pedrosa) นักทดสอบของค่าย KTM และอดีตแชมป์โลกผู้คร่ำหวอดในวงการ ได้ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางของกติกาเทคนิคใหม่ในฤดูกาล 2027 โดยเขาเชื่อมั่นว่านี่คือ “รีเซ็ตครั้งสำคัญ” และรูปแบบของ กติกา MotoGP 2027 ที่จะทำให้การแข่งขัน MotoGP กลับมาเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะของมนุษย์เป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันมากกว่าวิศวกรรมที่สลับซับซ้อน
หัวใจสำคัญของกติกาใหม่นี้คือการปรับลดขนาดความจุเครื่องยนต์จาก 1,000ซีซี ลงเหลือ 850ซีซี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการลดความเร็วปลาย (Top Speed) เพื่อความปลอดภัย แต่ยังเป็นการปรับสมดุลของรถแข่งใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการสั่งแบนอุปกรณ์ปรับความสูงตัวรถ (Ride-height devices) และระบบช่วยออกตัว (Holeshot devices) อย่างถาวร ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกวิจารณ์มาตลอดว่าทำให้เสน่ห์ของการควบคุมรถหายไป
“ความไม่แน่นอน” คือเสน่ห์ที่หายไปในการออกตัว
เปโดรซาให้สัมภาษณ์เชิงวิเคราะห์ว่า ในปัจจุบันการออกตัวในช่วงเริ่มต้นการแข่งขันนั้น “คาดเดาได้ง่ายเกินไป” (Predictable) ระบบอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์กลไกช่วยกดรถทำงานได้อย่างไร้ที่ติ จนทำให้ช่องว่างของความผิดพลาดจากตัวนักแข่งแทบจะเหลือศูนย์ แต่ภายใต้กฎปี 2027 ทุกอย่างจะกลับไปสู่พื้นฐานมากขึ้น
“กฎใหม่จะคืนการควบคุมกลับไปให้นักแข่ง และทำให้การออกตัวคาดเดาได้ยากขึ้น ซึ่งหมายความว่าเราจะมีโอกาสเห็นการขยับอันดับและการต่อสู้ในแทร็คที่ดุเดือดกว่าเดิม” เปโดรซากล่าว
เขาระบุว่าเมื่อไม่มีระบบช่วยกดตัวรถ นักแข่งจะต้องใช้ทักษะในการควบคุมคลัตช์และการถ่ายเทน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ล้อหน้ายก ซึ่งความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการเสียตำแหน่งทันที ความไม่แน่นอนนี้เองที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับการแข่งขัน และทำให้แฟนความเร็วได้เห็นความแตกต่างระหว่าง “นักแข่งฝีมือฉกาจ” กับ “นักแข่งทั่วไป” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การลดบทบาท Aero เพิ่มโอกาสในการแซง
อีกหนึ่งประเด็นที่เปโดรซาให้ความสำคัญคือการจำกัดพื้นที่ของชุดแอโรไดนามิก (Aero body) ให้เล็กลง ปัจจุบันปีกนกและแฟริ่งขนาดใหญ่สร้างแรงกด (Downforce) มหาศาล ซึ่งส่งผลเสียคือการสร้างลมปั่นป่วน (Dirty Air) ให้กับรถที่ขี่ตามหลัง จนทำให้การแซงทำได้ยากลำบากและเกิดปัญหาความร้อนของยางหน้าพุ่งสูง
การลดทอน Aero ในปี 2027 จะช่วยลดผลกระทบจากลมปั่นป่วน ทำให้นักแข่งสามารถไล่บี้ในระยะประชิดได้นานขึ้น และเปิดโอกาสให้เกิดการแซงในโค้งได้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนทั่วโลกโหยหามาตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
จุดเปลี่ยนสำคัญ ยางและแชสซีใหม่ทั้งหมด
ท้ายที่สุด กติกา MotoGP 2027 เปโดรซาย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงในปี 2027 ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องยนต์ แต่คือการออกแบบแชสซี (Chassis) ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดรับกับยางซัพพลายเออร์เจ้าใหม่อย่าง Pirelli การเปลี่ยนจาก Michelin มาเป็น Pirelli ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่รุนแรง (Radical Change) เพราะยางแต่ละค่ายมีบุคลิกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมที่สามารถพัฒนาเฟรมรถให้เข้ากับยางรุ่นใหม่ได้เร็วที่สุด จะเป็นผู้กุมความได้เปรียบในยุคถัดไปของ MotoGP
บทสรุปจากมุมมองของเปโดรซาคือ กติกาปี 2027 จะไม่ใช่แค่การทำให้รถช้าลง แต่คือการทำให้รถ “ขับยากขึ้น” และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ MotoGP ยังคงเป็นจุดสูงสุดของวงการสองล้อที่วัดกันด้วยหัวใจและฝีมืออย่างแท้จริง
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่



