SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
GWM V8 4.0L CES 2026
ขอขอบคุณภาพจาก GWM Australia

ในโลกยานยนต์ปี 2026 ที่ทุกคนต่างพูดถึงเรื่อง Carbon Neutral และการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่จู่ๆ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่าง Great Wall Motor (GWM) กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ไม่มีใครคาดคิด ณ งาน CES 2026 (Consumer Electronics Show) เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ด้วยการเผยโฉมขุมพลังมหาศาลอย่างเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Twin-Turbo) ที่พัฒนาขึ้นเอง GWM V8 4.0L CES 2026 ซึ่งถือเป็นการตบหน้ากระแสโลกที่กำลังด้อยค่าเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และเป็นการประกาศศักดาในถิ่นฐานของ “กล้ามเนื้ออเมริกัน” (American Muscle) อย่างดุดัน

ปรากฏการณ์ช็อกโลกที่ CES 2026: ทำไม GWM ถึงกล้าเปิดตัว V8 ในรังของลุงแซม?

งาน CES มักจะเป็นเวทีของรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบหรือเทคโนโลยีไร้คนขับ แต่การที่ GWM เลือกนำเครื่องยนต์ V8 มาวางเด่นเป็นสง่ากลางบูธในปี 2026 คือกลยุทธ์ที่ล้ำลึก สหรัฐอเมริกาคือดินแดนที่หลงใหลในเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ และเป็นตลาดที่รถกระบะหรือ SUV ไซส์ยักษ์ครองเมือง การนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่บริษัทจีนเคยสร้างมาโชว์ที่นี่ คือการส่งข้อความชัดเจนว่า “ยุคสมัยที่จีนเป็นเพียงผู้ตามด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์สิ้นสุดลงแล้ว”

GWM กำลังบอกโลกว่พวกเขามีศักยภาพทัดเทียมกับแบรนด์เยอรมันหรืออเมริกัน ในการสร้างเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง (High-Performance Engine) ที่มีความทนทานและเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ใช่เพียงแค่เก่งเรื่องแบตเตอรี่หรือหน้าจอสัมผัสเท่านั้น

เจาะลึกวิศวกรรมขุมพลัง 4.0L V8 Twin-Turbo: นิยามใหม่ของ “Engineered in China”

เครื่องยนต์บล็อกนี้ไม่ใช่การนำเครื่องยนต์เก่ามาปัดฝุ่นใหม่ แต่เป็นงานวิศวกรรมแบบสะอาด (Clean Sheet Design) โดยมีจุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้:

  • การออกแบบโครงสร้าง: ใช้การจัดวางลูกสูบทำมุม 90 องศา เสื้อสูบผลิตจากวัสดุผสมน้ำหนักเบาแต่ทนทานต่อแรงดันมหาศาล

  • ระบบอัดอากาศ: ติดตั้งเทอร์โบคู่แบบ Variable Geometry Turbocharger (VGT) ที่ช่วยลดอาการ Turbo Lag และให้แรงบิดที่ต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ

  • พละกำลังมหาศาล: เฉพาะเครื่องยนต์เพียวๆ สามารถรีดกำลังได้ถึง 500-600 แรงม้า แต่ไม้เด็ดอยู่ที่การรองรับแพลตฟอร์ม Hi4-T (Plug-in Hybrid) เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ระบบนี้จะสามารถผลิตพละกำลังรวมได้สูงสุดถึง 1,000 แรงม้า และแรงบิดทะลุ 1,200 นิวตันเมตร

คุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่ ระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injection) ที่ประกอบด้วยหัวฉีดตรงแรงดัน 350 บาร์ และหัวฉีดพอร์ตแรงดัน 5.5 บาร์ รวมถึงปั๊มน้ำมันเครื่องแบบปรับปริมาตรได้ (Variable-displacement oil pump) ซึ่งระบบหัวฉีดคู่ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถปรับการทำงานตามภาระโหลดที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด พร้อมช่วยลดการสะสมของคราบเขม่าคาร์บอนภายในเครื่องยนต์

หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งระดับโลกอย่างเครื่องยนต์ V8 ของ Toyota ในตระกูล Land Cruiser 300 หรือเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ของ Mercedes-AMG จะพบว่า GWM เน้นไปที่การผสานพลังไฟฟ้าที่เข้มข้นกว่า เพื่อให้ได้ทั้งความแรงและมาตรฐานไอเสียที่ผ่านเกณฑ์ในปี 2026

Tank 800 และ Supercar Project: รถยนต์รุ่นไหนที่จะได้รับ “หัวใจ” บล็อกนี้ไปครอง?

แน่นอนว่าเครื่องยนต์ระดับนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับรถบ้านทั่วไป GWM ยืนยันว่าขุมพลัง V8 4.0L จะถูกบรรจุลงใน Tank 800 รถเอสยูวีฟูลไซส์สุดหรูที่ตั้งใจออกมาปราบ Range Rover และ Rolls-Royce Cullinan ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ “Project S” ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของ GWM ที่จะใช้เครื่องยนต์บล็อกนี้วางกลางตัวรถ เพื่อท้าชนกับ Ferrari และ Lamborghini ในตลาดโลก

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์: ทำไม GWM ถึงเดินหมากสวนทางกระแส EV ทั่วโลก?

การเดินเกมนี้ของ GWM คือการทำสิ่งที่เรียกว่า “Multi-Pathway Strategy” หรือการไม่วางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว:

  1. การตอบสนองตลาดโลก: ตะวันออกกลาง, ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ยังมีดีมานด์มหาศาลสำหรับรถที่ลากจูงได้หนักและวิ่งได้ไกลในสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่ง EV ยังทำได้ไม่ดีเท่า

  2. การสร้างบารมีของแบรนด์ (Brand Prestige): การมีเครื่องยนต์ V8 เป็นของตัวเอง คือการประทับตราว่าเป็น “ค่ายรถยนต์ระดับโลก” อย่างแท้จริง เหมือนที่ครั้งหนึ่งญี่ปุ่นเคยทำได้สำเร็จ

  3. ความมั่นใจในเทคโนโลยีไฮบริด: GWM เชื่อว่า Hybrid คือคำตอบสุดท้ายสำหรับรถสมรรถนะสูงในทศวรรษนี้ มากกว่าจะเป็นไฟฟ้าล้วน

GWM V8 4.0L CES 2026
ขอขอบคุณภาพจาก GWM Australia

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและกำแพงภาษี

อย่างไรก็ตาม หนทางของมังกร V8 ในอเมริกาก็ไม่ได้ง่าย สหรัฐฯ กำลังใช้กำแพงภาษีที่เข้มงวดกับรถยนต์จากจีน รวมถึงมาตรฐาน EPA ที่บีบคั้นการปล่อยไอเสีย GWM จึงต้องใช้ระบบ Plug-in Hybrid เข้ามาช่วยอย่างมากเพื่อให้รถรุ่นนี้สามารถวางจำหน่ายได้ในรัฐที่เข้มงวดอย่างแคลิฟอร์เนีย

เครื่อง V8 จากจีนจะเชื่อใจได้แค่ไหนในระยะยาว?

ในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามคือ “ความทนทาน” เครื่องยนต์ V8 มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่ซับซ้อนและเกิดความร้อนสูงสะสม การที่ GWM เพิ่งเริ่มทำเครื่องยนต์ขนาดใหญ่นี้ จะสามารถเทียบชั้นความเก๋าของค่ายญี่ปุ่นหรือยุโรปที่มีประสบการณ์กว่า 100 ปีได้หรือไม่? และที่สำคัญ ศูนย์บริการจะมีความพร้อมแค่ไหนในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ระดับ “High-Tech” เช่นนี้? นี่คือบทพิสูจน์ที่ GWM ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องยืนยัน

สรุป

การเปิดตัวเครื่องยนต์ V8 4.0L ในงาน CES 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของการขายเครื่องยนต์ แต่มันคือการ “ขายความเชื่อมั่น” GWM กำลังพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถเป็นผู้นำได้ในทุกสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นโลกใหม่ของ EV หรือโลกดั้งเดิมของเครื่องยนต์สันดาป การก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งนี้อาจทำให้เราต้องเปลี่ยนมุมมองต่อคำว่า “Made in China” ไปตลอดกาล

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

GWM V8 4.0L CES 2026 เปิดเครื่องใหม่ลุยตลาดพรีเมียม

GWM V8 4.0L CES 2026
ขอขอบคุณภาพจาก GWM Australia

ในโลกยานยนต์ปี 2026 ที่ทุกคนต่างพูดถึงเรื่อง Carbon Neutral และการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่จู่ๆ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่าง Great Wall Motor (GWM) กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ไม่มีใครคาดคิด ณ งาน CES 2026 (Consumer Electronics Show) เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ด้วยการเผยโฉมขุมพลังมหาศาลอย่างเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Twin-Turbo) ที่พัฒนาขึ้นเอง GWM V8 4.0L CES 2026 ซึ่งถือเป็นการตบหน้ากระแสโลกที่กำลังด้อยค่าเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และเป็นการประกาศศักดาในถิ่นฐานของ “กล้ามเนื้ออเมริกัน” (American Muscle) อย่างดุดัน

ปรากฏการณ์ช็อกโลกที่ CES 2026: ทำไม GWM ถึงกล้าเปิดตัว V8 ในรังของลุงแซม?

งาน CES มักจะเป็นเวทีของรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบหรือเทคโนโลยีไร้คนขับ แต่การที่ GWM เลือกนำเครื่องยนต์ V8 มาวางเด่นเป็นสง่ากลางบูธในปี 2026 คือกลยุทธ์ที่ล้ำลึก สหรัฐอเมริกาคือดินแดนที่หลงใหลในเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ และเป็นตลาดที่รถกระบะหรือ SUV ไซส์ยักษ์ครองเมือง การนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่บริษัทจีนเคยสร้างมาโชว์ที่นี่ คือการส่งข้อความชัดเจนว่า “ยุคสมัยที่จีนเป็นเพียงผู้ตามด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์สิ้นสุดลงแล้ว”

GWM กำลังบอกโลกว่พวกเขามีศักยภาพทัดเทียมกับแบรนด์เยอรมันหรืออเมริกัน ในการสร้างเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง (High-Performance Engine) ที่มีความทนทานและเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ใช่เพียงแค่เก่งเรื่องแบตเตอรี่หรือหน้าจอสัมผัสเท่านั้น

เจาะลึกวิศวกรรมขุมพลัง 4.0L V8 Twin-Turbo: นิยามใหม่ของ “Engineered in China”

เครื่องยนต์บล็อกนี้ไม่ใช่การนำเครื่องยนต์เก่ามาปัดฝุ่นใหม่ แต่เป็นงานวิศวกรรมแบบสะอาด (Clean Sheet Design) โดยมีจุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้:

  • การออกแบบโครงสร้าง: ใช้การจัดวางลูกสูบทำมุม 90 องศา เสื้อสูบผลิตจากวัสดุผสมน้ำหนักเบาแต่ทนทานต่อแรงดันมหาศาล

  • ระบบอัดอากาศ: ติดตั้งเทอร์โบคู่แบบ Variable Geometry Turbocharger (VGT) ที่ช่วยลดอาการ Turbo Lag และให้แรงบิดที่ต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ

  • พละกำลังมหาศาล: เฉพาะเครื่องยนต์เพียวๆ สามารถรีดกำลังได้ถึง 500-600 แรงม้า แต่ไม้เด็ดอยู่ที่การรองรับแพลตฟอร์ม Hi4-T (Plug-in Hybrid) เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ระบบนี้จะสามารถผลิตพละกำลังรวมได้สูงสุดถึง 1,000 แรงม้า และแรงบิดทะลุ 1,200 นิวตันเมตร

คุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่ ระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injection) ที่ประกอบด้วยหัวฉีดตรงแรงดัน 350 บาร์ และหัวฉีดพอร์ตแรงดัน 5.5 บาร์ รวมถึงปั๊มน้ำมันเครื่องแบบปรับปริมาตรได้ (Variable-displacement oil pump) ซึ่งระบบหัวฉีดคู่ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถปรับการทำงานตามภาระโหลดที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด พร้อมช่วยลดการสะสมของคราบเขม่าคาร์บอนภายในเครื่องยนต์

หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งระดับโลกอย่างเครื่องยนต์ V8 ของ Toyota ในตระกูล Land Cruiser 300 หรือเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ของ Mercedes-AMG จะพบว่า GWM เน้นไปที่การผสานพลังไฟฟ้าที่เข้มข้นกว่า เพื่อให้ได้ทั้งความแรงและมาตรฐานไอเสียที่ผ่านเกณฑ์ในปี 2026

Tank 800 และ Supercar Project: รถยนต์รุ่นไหนที่จะได้รับ “หัวใจ” บล็อกนี้ไปครอง?

แน่นอนว่าเครื่องยนต์ระดับนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับรถบ้านทั่วไป GWM ยืนยันว่าขุมพลัง V8 4.0L จะถูกบรรจุลงใน Tank 800 รถเอสยูวีฟูลไซส์สุดหรูที่ตั้งใจออกมาปราบ Range Rover และ Rolls-Royce Cullinan ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ “Project S” ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของ GWM ที่จะใช้เครื่องยนต์บล็อกนี้วางกลางตัวรถ เพื่อท้าชนกับ Ferrari และ Lamborghini ในตลาดโลก

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์: ทำไม GWM ถึงเดินหมากสวนทางกระแส EV ทั่วโลก?

การเดินเกมนี้ของ GWM คือการทำสิ่งที่เรียกว่า “Multi-Pathway Strategy” หรือการไม่วางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว:

  1. การตอบสนองตลาดโลก: ตะวันออกกลาง, ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ยังมีดีมานด์มหาศาลสำหรับรถที่ลากจูงได้หนักและวิ่งได้ไกลในสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่ง EV ยังทำได้ไม่ดีเท่า

  2. การสร้างบารมีของแบรนด์ (Brand Prestige): การมีเครื่องยนต์ V8 เป็นของตัวเอง คือการประทับตราว่าเป็น “ค่ายรถยนต์ระดับโลก” อย่างแท้จริง เหมือนที่ครั้งหนึ่งญี่ปุ่นเคยทำได้สำเร็จ

  3. ความมั่นใจในเทคโนโลยีไฮบริด: GWM เชื่อว่า Hybrid คือคำตอบสุดท้ายสำหรับรถสมรรถนะสูงในทศวรรษนี้ มากกว่าจะเป็นไฟฟ้าล้วน

GWM V8 4.0L CES 2026
ขอขอบคุณภาพจาก GWM Australia

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและกำแพงภาษี

อย่างไรก็ตาม หนทางของมังกร V8 ในอเมริกาก็ไม่ได้ง่าย สหรัฐฯ กำลังใช้กำแพงภาษีที่เข้มงวดกับรถยนต์จากจีน รวมถึงมาตรฐาน EPA ที่บีบคั้นการปล่อยไอเสีย GWM จึงต้องใช้ระบบ Plug-in Hybrid เข้ามาช่วยอย่างมากเพื่อให้รถรุ่นนี้สามารถวางจำหน่ายได้ในรัฐที่เข้มงวดอย่างแคลิฟอร์เนีย

เครื่อง V8 จากจีนจะเชื่อใจได้แค่ไหนในระยะยาว?

ในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามคือ “ความทนทาน” เครื่องยนต์ V8 มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่ซับซ้อนและเกิดความร้อนสูงสะสม การที่ GWM เพิ่งเริ่มทำเครื่องยนต์ขนาดใหญ่นี้ จะสามารถเทียบชั้นความเก๋าของค่ายญี่ปุ่นหรือยุโรปที่มีประสบการณ์กว่า 100 ปีได้หรือไม่? และที่สำคัญ ศูนย์บริการจะมีความพร้อมแค่ไหนในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ระดับ “High-Tech” เช่นนี้? นี่คือบทพิสูจน์ที่ GWM ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องยืนยัน

สรุป

การเปิดตัวเครื่องยนต์ V8 4.0L ในงาน CES 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของการขายเครื่องยนต์ แต่มันคือการ “ขายความเชื่อมั่น” GWM กำลังพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถเป็นผู้นำได้ในทุกสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นโลกใหม่ของ EV หรือโลกดั้งเดิมของเครื่องยนต์สันดาป การก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งนี้อาจทำให้เราต้องเปลี่ยนมุมมองต่อคำว่า “Made in China” ไปตลอดกาล

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า