Honda City ลดเกือบแสน Toyota Yaris ATIV ปรับเพิ่ม 20,000 บาท เลือกคันไหนดี?
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่คำนวณตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกรถยนต์ในกลุ่ม Eco Car และ B-Segment โดยเฉพาะสองยักษ์ใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันมาตลอดอย่าง Honda City และ Toyota Yaris ATIV ที่ในปีนี้มีกลยุทธ์การทำตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนทำให้ผู้บริโภคต้องรีบตัดสินใจก่อนที่ข้อเสนอสุดพิเศษจะสิ้นสุดลง
Honda City กับแคมเปญตรึงราคาฝ่าวิกฤตภาษีใหม่
ท่ามกลางการขยับราคาขึ้นของคู่แข่งหลายแบรนด์ Honda ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการประกาศแคมเปญ “โปรตะลึง ตรึงราคา” โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคารถยนต์ทุกรุ่นจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้ต้นทุนทางภาษีจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 6% ก็ตาม เป้าหมายคือการกวาดส่วนแบ่งการตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปีให้ได้มากที่สุดก่อนการปรับราคาจริงจะเกิดขึ้น
สิทธิพิเศษที่น่าสนใจที่สุดคือการมอบส่วนลดเงินสดสำหรับ Honda City และ City Hatchback รุ่น TURBO สูงสุดถึง 85,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายหลังหักส่วนลดมีความน่าสนใจอย่างมาก ดังนี้:
-
รุ่น TURBO S+ จาก 599,000 บาท เหลือเพียง 514,000 บาท
-
รุ่น TURBO SV จาก 679,000 บาท เหลือเพียง 594,000 บาท
-
รุ่น TURBO RS จาก 749,000 บาท เหลือเพียง 664,000 บาท
นอกจากส่วนลดเงินสดแล้ว ยังมีทางเลือกดอกเบี้ย 0% หรือโปรแกรมผ่อนสบายเริ่มต้นเพียงเดือนละ 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ “ดุดัน” ที่สุดในรอบหลายปีของฮอนด้า
Toyota Yaris ATIV (MY2026) ปรับโฉมอัปราคาพร้อมความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ทางด้านเจ้าตลาดอย่าง Toyota ได้เลือกเดินหน้าตามกลไกภาษีใหม่ โดยมีการประกาศปรับราคา Toyota Yaris ATIV (MY2026) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5,000 – 20,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา แต่การปรับราคาครั้งนี้มาพร้อมกับการอัปเกรดมาตรฐานความปลอดภัย Toyota Safety Sense ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นแม้ในรุ่นเริ่มต้น
ราคาจำหน่ายล่าสุดของ Toyota Yaris ATIV ปี 2569 มีรายละเอียดดังนี้:
-
1.2 SPORT: 569,000 บาท (ปรับเพิ่ม 20,000 บาท)
-
1.2 PREMIUM LUXURY / NIGHTSHADE: 709,000 บาท
-
HEV Premium (Hybrid): 729,000 บาท
-
HEV GR SPORT (Hybrid): 779,000 บาท
แม้ราคาจะขยับขึ้น แต่โตโยต้ายังคงได้รับความนิยมสูงจากเทคโนโลยี Hybrid ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กม./ลิตร และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จัดเต็มกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน โดยเฉพาะเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ที่มีให้ในรุ่นส่วนใหญ่
เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างสมรรถนะเทอร์โบกับความประหยัดไฮบริด
เมื่อพิจารณาจากส่วนลดปัจจุบัน Honda City รุ่น TURBO จะได้เปรียบอย่างมากในแง่ของ “ราคาเริ่มต้น” ที่ถูกกว่าเกือบ 55,000 บาทเมื่อเทียบกับรุ่นเริ่มต้นของ ATIV อีกทั้งเครื่องยนต์ 1.0 VTEC TURBO ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและการเร่งแซงที่มั่นใจ
ในทางกลับกัน หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหาและเน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก Toyota Yaris ATIV รุ่น HEV คือคำตอบที่ตอบโจทย์ความประหยัดในระยะยาว แม้ค่าตัวจะขยับไปแตะ 7.7 แสนบาทในรุ่นท็อป แต่ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ต่ำและราคาขายต่อที่เป็นต่อ ทำให้ยังเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด
บทสรุป นาทีทองของคนรักความแรงหรือความล้ำสมัย
การที่ Honda City อัดฉีดส่วนลดหนักขนาดนี้ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการระบายสต็อกก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ยุคราคาใหม่หลังเดือนเมษายน หากคุณเป็นคนที่เน้นความคุ้มค่าของเม็ดเงินและชอบฟีลลิ่งการขับขี่แบบสปอร์ต การตัดสินใจจอง Honda ภายในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
แต่ถ้าคุณมองหาความสดใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัย และต้องการรถยนต์ที่รองรับการใช้งานระยะยาวด้วยระบบไฮบริดที่เสถียรที่สุดในตลาด การยอมจ่ายเพิ่มให้กับ Toyota Yaris ATIV ที่ปรับราคาขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลสำหรับปี 2569 นี้
ท้ายที่สุดแล้ว “ส่วนลด” อาจเป็นเพียงตัวเลขในวันออกรถ แต่ “ความพอใจในการใช้งาน” คือสิ่งที่จะอยู่กับคุณไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ ดังนั้นการไปทดลองขับทั้งสองรุ่นก่อนตัดสินใจ จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด
อ้างอิงข้อมูลจาก : Autolifethailand , Toyota



