แม้ว่าในปีที่ผ่านมาค่ายปีกนกจะพยายามยกระดับทีมขึ้นมาอย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้ในการเตรียมความพร้อมสำหรับ รถแข่ง MotoGP 2026 ของ Honda จะยังห่างไกลจากความสำเร็จที่แฟนๆ คาดหวัง โดยล่าสุด Joan Mir อดีตแชมป์โลกและนักบิดตัวความหวังของ Honda ได้ออกมายอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า รถแข่งเวอร์ชั่นปี 2026 นี้ “ยังไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่” (Not Super Competitive) และความหวังที่จะเห็น Honda กลับมาครองบัลลังก์อาจต้องรอต่อไปหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่
หลังจากการทดสอบ Official Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สิ้นสุดลง ข้อมูลเชิงลึกจากพิทของ Honda บ่งชี้ว่าทิศทางที่ทีมกำลังเดินอยู่นั้นเป็นเพียงการ “วิวัฒนาการ” (Evolution) จากพื้นฐานเดิมที่ล้มเหลว มากกว่าที่จะเป็นการ “ปฏิวัติ” (Revolution) อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ Mir และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Luca Marini ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากตั้งแต่ยังไม่เริ่มฤดูกาล
สรุปประเด็นหลัก เมื่อ “วิวัฒนาการ” ไม่เพียงพอต่อการไล่ล่าชัยชนะ
หัวใจสำคัญของปัญหาที่ Honda กำลังเผชิญคือการที่คู่แข่งสัญชาติยุโรปอย่าง Ducati และ Aprilia ได้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นในแง่ของแอโรไดนามิกและเครื่องยนต์ ขณะที่ Honda ยังคงวนเวียนอยู่กับการแก้ไขปัญหาซ้ำซาก Mir ระบุว่ารถปี 2026 ที่เขาได้ลองสัมผัสนั้นมีจุดอ่อนที่ชัดเจนเกินไปจนไม่สามารถสู้กับรถแถวหน้าได้ในสภาวะการแข่งขันจริง โดยเฉพาะเรื่องของสมดุลของรถและการถ่ายเทกำลังลงสู่พื้นถนน
ปัญหา “Grip” เรื้อรัง จุดอ่อนร้ายแรงที่ RC213V แก้ไม่ตก
จากการทดสอบทั้งที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย และที่บุรีรัมย์ ประเทศไทย ปัญหาที่สร้างความหงุดหงิดให้แก่ Joan Mir มากที่สุดคือการขาด “แรงยึดเกาะ” (Grip) ที่ล้อหลัง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่กับ RC213V มาหลายปี เขากล่าวว่าแม้จะมีการลองชิ้นส่วนใหม่ๆ หรือปรับจูนอิเล็กทรอนิกส์ แต่สัมผัสแรกที่ได้จากรถแข่งยังคงเหมือนเดิม คือการที่ล้อหลังไม่สามารถยึดเกาะถนนได้เพียงพอในช่วงเร่งออกจากโค้ง
“ทิศทางตอนนี้ยังไม่ชัดเจนสำหรับเรา เพราะเราไม่มีแพ็กเกจที่แข่งขันได้ในระดับท็อป” Mir ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “มันเป็นเพียงแค่การ Evolution ไม่ใช่ Revolution และสิ่งที่ระบบ Grip ของเราต้องการจริงๆ คือการปฏิวัติใหม่ทั้งหมด” คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อะไหล่บางชิ้น แต่อยู่ที่คอนเซปต์การสร้างรถทั้งหมดที่อาจจะต้องถูกรื้อทิ้ง
มุมมองภาพรวมตลาด การต่อสู้ของแบรนด์ญี่ปุ่นในยุคที่ยุโรปครองเมือง
ในปี 2569 ภาพรวมของตลาดมอเตอร์สปอร์ตโลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ค่ายญี่ปุ่นอย่าง Honda และ Yamaha กำลังสูญเสียอำนาจการต่อรองในเวที MotoGP อย่างรุนแรง พฤติกรรมของผู้บริโภคและแฟนคลับเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปเชียร์แบรนด์ยุโรปมากขึ้นตามผลงานบนแทร็ก การที่ Honda ยังไม่สามารถผลิตรถแข่งที่ “ว้าว” ออกมาได้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่ออันดับในสนาม แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์เทคโนโลยีของรถถนนในอนาคตด้วย หาก Honda ยังคงเดินตามหลังคู่แข่ง 1-2 ก้าวแบบนี้ต่อไป โอกาสที่จะดึงนักแข่งระดับแนวหน้ามาเสริมทัพในอนาคตก็จะยิ่งลดน้อยลง
คำถามที่คนมักสงสัย (FAQ)
1. ทำไม Honda ถึงไม่ผลิตเครื่องยนต์ใหม่สำหรับปี 2026? เนื่องจาก Honda เพิ่งหลุดพ้นจากเกรด D ในระบบ Concession (สิทธิ์การพัฒนารถ) เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ข้อจำกัดในการพัฒนาเครื่องยนต์กลางฤดูกาลมีความเข้มงวดมากขึ้น การพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมดจึงต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลซึ่งอาจจะไม่ทันสำหรับการเปิดฤดูกาล 2026
2. อันดับที่ดีที่สุดของ Honda ในการทดสอบที่บุรีรัมย์คือที่เท่าไหร่? Joan Mir ทำอันดับได้ดีที่สุดเพียงอันดับที่ 10 ในตารางเวลารวม ซึ่งแม้จะดูเหมือนไม่แย่นัก แต่เมื่อเทียบระยะห่างเป็นวินาทีกับกลุ่มผู้นำ เขาตามหลังอยู่ถึงเกือบ 1 วินาที ซึ่งใน MotoGP ถือเป็นช่องว่างที่กว้างมาก
3. ปัญหานี้ส่งผลต่ออนาคตของ Joan Mir กับ Honda อย่างไร? Mir เริ่มแสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการรถที่สามารถสู้เพื่อโพเดียมได้ หาก Honda ยังไม่สามารถส่งมอบ “การปฏิวัติ” ได้ภายในครึ่งแรกของฤดูกาล มีโอกาสสูงที่เขาจะพิจารณาอนาคตใหม่หลังจากหมดสัญญา
เสียงสะท้อนจากคนในพิท “เรากำลังพยายาม แต่คนอื่นไปไกลกว่า”
จากประสบการณ์ของ Luca Marini ทีมเมทของ Mir ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้รถจะขี่ง่ายขึ้นในบางจุด แต่ความเร็วสุทธิ (Pure Pace) ยังไม่ปรากฏให้เห็น เสียงสะท้อนจากช่างเทคนิคในทีมเผยว่า ทีมงานชาวญี่ปุ่นพยายามอัปเดตชิ้นส่วนตามคำเรียกร้อง แต่อาจจะยังมีความ “หัวแข็ง” ในเรื่องของโครงสร้างเฟรมและคอนเซปต์เดิมๆ ที่ไม่ยอมทิ้ง ทำให้การแก้ปัญหาวนอยู่ในอ่างมาหลายฤดูกาล
สรุป
สถานการณ์ของ รถแข่ง MotoGP 2026 ของ Honda ในขณะนี้เรียกได้ว่าอยู่ในขั้น “วิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัด” การออกมาเรียกร้องการปฏิวัติของ Joan Mir เป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้ายไปยังศูนย์วิจัย HRC ที่ญี่ปุ่น ว่าความสำเร็จในอดีตไม่สามารถช่วยอะไรได้ในโลกปัจจุบันที่คู่แข่งวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เร็วกว่าปีกนกจะขยับ
หากคุณต้องการติดตามเบื้องลึกและบทวิเคราะห์ที่เข้มข้นที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ต อย่าพลาดข่าวสารฉับไวได้ที่เว็บไซต์ Superbikemag แหล่งรวมข้อมูลสำหรับคนรักความเร็วที่เข้าถึงความจริงยิ่งกว่าใคร




