เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงแค่รถซิตี้คาร์หรือ SUV ครอบครัวอีกต่อไป แต่คือยุคที่สมรรถนะถูกนำมาเชือดเฉือนกันอย่างรุนแรง คำถามที่หลายคนสงสัยคือ IONIQ 5 N ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ยังคงมีดีพอที่จะเบียดเอาชนะน้องใหม่ในตลาดได้หรือไม่ หรือมันจะกลายเป็นเทคโนโลยีตกรุ่นที่ถูกลืม?
ขุมพลัง IONIQ 5 N ที่ยังคงเป็นบรรทัดฐานของรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
แม้จะผ่านไปกว่าหนึ่งปี แต่ตัวเลข 650 แรงม้า และแรงบิด 770 นิวตันเมตร ของ IONIQ 5 N ยังคงเป็นระดับ “หัวแถว” ที่ยากจะมีใครโค่นลงได้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที ยังคงเร็วกว่า Supercar สันดาบหลายรุ่นในตลาดปี 2569 จุดแข็งที่สุดคือการที่ Hyundai ไม่ได้หยุดนิ่ง มีการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA (Over-the-Air) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบ N Drift Optimizer Pro รุ่นล่าสุดที่ปรับปรุงให้มีการคุมสมดุลได้ถึง 10 ระดับ ทำให้การดริฟต์ในสนามแข่งมีความละเอียดและสนุกยิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชันแรก
ฟีเจอร์ “เกียร์ทิพย์” ที่ยังไม่มีใครเลียนแบบได้เหมือน
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง รุ่นนี้ยังน่าใช้ในปี 2569 คือระบบ N e-Shift ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ พยายามเลียนแบบ แต่ IONIQ 5 N ยังคงครองแชมป์เรื่องความสมจริง จังหวะการ “เตะ” ของเกียร์จำลอง และเสียง N Active Sound+ ที่ได้รับการอัปเดตเสียงใหม่ๆ เข้ามา (เช่น เสียงเครื่องยนต์ในอนาคต หรือเสียงจำลองจากสนามแข่งจริง) ทำให้มันเป็นรถ EV เพียงไม่กี่รุ่นที่มอบอารมณ์ร่วม (Engagement) ให้กับผู้ขับขี่ได้เสมือนรถน้ำมันตัวแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากรถ EV จีนรุ่นใหม่ๆ ที่เน้นเพียงความแรงทางตรงแต่ขาดความรู้สึกในการควบคุม
การปรับปรุงมาตรฐานการชาร์จและแบตเตอรี่ในปี 2026
ในปี 2569 เราได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของหัวชาร์จสู่มาตรฐาน NACS มากขึ้น ซึ่ง IONIQ 5 N ในล็อตปี 2026 เริ่มมีการปรับตัวในส่วนนี้ (หรือมาพร้อมอะแดปเตอร์มาตรฐานสูง) ทำให้การเข้าถึงโครงข่ายชาร์จไฟทำได้ครอบคลุมกว่าเดิม ประกอบกับแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh ที่ใช้เทคโนโลยีการจัดการความร้อนขั้นสูง ทำให้การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ (Battery Degradation) ในการใช้งานหนักมีน้อยกว่าคู่แข่งรุ่นประหยัด ส่งผลให้ราคาขายต่อในตลาดมือสองเริ่มมีความนิ่งและเป็นที่ต้องการของนักสะสม
คู่แข่งหน้าใหม่ในปี 2569 กับบททดสอบความเก๋าของ Hyundai IONIQ 5 N
แน่นอนว่าปี 2569 มีผู้ท้าชิงอย่าง Kia EV6 GT รุ่นปรับโฉม หรือแม้แต่รถสปอร์ตไฟฟ้าจากค่ายยุโรปที่พยายามกดราคาลงมาสู้ แต่เมื่อเทียบ “บาทต่อแรงม้า” และ “อารมณ์การขับขี่” IONIQ 5 N ยังคงมีความเป็น Unique สูงมาก ราคาค่าตัวที่ 3.79 ล้านบาท (หรืออาจมีโปรโมชั่นพิเศษในปี 2569) ทำให้มันอยู่ในตำแหน่งที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการรถคันเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่รับส่งครอบครัวไปจนถึงหวดในสนามแข่งช่วงสุดสัปดาห์
บทสรุปในปี 2569 สำหรับใครที่มองหาความแตกต่าง และไม่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับแล้วรู้สึกเหมือนขับเครื่องซักผ้า IONIQ 5 N คือการลงทุนที่ยังคงคุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง มันไม่ใช่รถที่ซื้อมาเพื่อความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรถที่ซื้อมาเพื่อรักษารอยยิ้มของคุณในวันที่รถสันดาบกำลังจะหายไปจากถนน






