SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงสั่นสะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เมื่อแชมป์โลก 3 สมัยอย่าง Max Verstappen ออกมาแสดงทัศนะเชิงลบอย่างรุนแรงต่อทิศทางของรถแข่งใน กฎการแข่งขัน F1 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าตัวระบุชัดเจนว่าแนวคิดการออกแบบรถในอนาคตนั้นห่างไกลจากคำว่าการแข่งขันที่แท้จริง และอาจทำลายอรรถรสของแฟนความเร็วทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เสียงสะท้อนจากแชมป์โลกต่อ ทิศทางรถแข่ง F1 รุ่นใหม่

จากการเปิดเผยของ Verstappen หลังจากที่ได้เห็นรายละเอียดทางเทคนิคและผ่านการทดสอบในเครื่องจำลองการขับขี่ เขาพบว่ารถแข่งปี 2026 ถูกออกแบบมาภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะการปรับสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 50/50 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะในสนามแข่ง เขาให้ความเห็นว่าการที่นักขับต้องลดเกียร์ลงในทางตรงเพื่อชาร์จไฟ หรือการที่พละกำลังวูบหายไปในช่วงท้ายของทางตรงยาวนั้น เป็นสิ่งที่ “น่าสมเพช” และไม่ควรเกิดขึ้นในกีฬาระดับสูงสุด

Verstappen ใช้คำนิยามว่ามันเป็นแนวคิดที่ ต่อต้าน การแข่งรถ เนื่องจากกฎใหม่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และ Aero แบบ Active มากเกินความจำเป็น จนบทบาทของนักขับถูกลดทอนลงไปกลายเป็นเพียงผู้ควบคุมระบบจัดการพลังงานเท่านั้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่รถแข่งจะไม่สามารถใช้ศักยภาพสูงสุดได้ตลอดทั้งรอบสนาม แต่ต้องคอยกั๊กพลังงานไว้เพียงเพื่อจะให้ระบบไฮบริดทำงานได้ตามเป้าหมายของ FIA

ความอึดอัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องความเร็วที่หายไป แต่เป็นเรื่องของฟีลลิ่งในการควบคุมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นักแข่งระดับโลกต้องการรถที่ตอบสนองตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่รถที่ถูกโปรแกรมมาให้ “ออมมือ” ในจังหวะที่ควรจะซิ่งได้เร็วที่สุด หากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเหนือหัวใจของนักขับ คำว่า “เจ้าแห่งความเร็ว” ก็อาจจะเป็นเพียงชื่อเรียกที่ว่างเปล่าในอนาคตอันใกล้นี้

กฎการแข่งขัน F1 2026

แนวร่วมสำคัญ Lewis Hamilton เห็นพ้องความล้มเหลวของ กฎเทคนิค Formula 1 ยุคใหม่

ไม่ใช่เพียงแค่ Verstappen เท่านั้นที่ออกมาคัดค้าน แต่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง Lewis Hamilton ก็ออกมาสนับสนุนความเห็นนี้เช่นกัน โดย Hamilton เน้นย้ำไปที่ประเด็น “น้ำหนักรถ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน กฎเทคนิค Formula 1 ยุคใหม่ รถแข่งที่หนักและใหญ่โตขึ้นทำให้การทำความเร็วในโค้งแคบๆ เป็นเรื่องยากลำบาก และลดโอกาสในการแซงที่ตื่นเต้นเร้าใจลงไป

เขามองว่า F1 ควรกลับไปสู่พื้นฐานของการเป็นรถแข่งที่น้ำหนักเบาและมีความคล่องตัวสูง มากกว่าการเป็นรถบรรทุกไฮบริดที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันซับซ้อนแต่ขับไม่สนุก การที่สองนักขับที่เก่งที่สุดในยุคปัจจุบันออกมาวิจารณ์ในทิศทางเดียวกัน ย่อมสะท้อนให้เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมากในขั้นตอนการร่างกฎกติกาสำหรับอนาคต การเพิ่มน้ำหนักของระบบแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดมหึมา กำลังกลายเป็นภาระที่ทำให้นักแข่งรู้สึกเหมือนกำลังขับรถบัสมากกว่ารถแข่งสมรรถนะสูง

Hamilton ยังกล่าวเสริมว่า ความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราต้องไม่ลืมว่าจุดขายของ F1 คือการต่อสู้กันที่ขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์และเครื่องจักร หากน้ำหนักรถยังพุ่งไม่หยุดแบบนี้ ยางรถแข่งและระบบเบรกจะรับภาระหนักขึ้น จนสุดท้ายการแข่งขันจะกลายเป็นการประคองรถให้จบการแข่งขันมากกว่าการไล่ล่ากันอย่างดุเดือดเหมือนยุคก่อน

กฎการแข่งขัน F1 2026

ปัญหาทางเทคนิคที่ซ่อนอยู่ภายใต้ มาตรฐานรถแข่ง F1 ปี 2026

หัวใจสำคัญของดราม่าครั้งนี้คือระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ที่ตัดชุด MGU-H (ระบบปั่นไฟจากไอเสีย) ออกไป และแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า MGU-K ที่ทรงพลังกว่าเดิมเกือบ 3 เท่า ปัญหาคือเมื่อสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น รถแข่งจะกลายเป็น “ทาส” ของแบตเตอรี่ หากคุณใช้พลังงานไฟฟ้าจนหมดในจังหวะป้องกันตำแหน่ง คุณจะกลายเป็นเป้านิ่งในโค้งถัดไปทันทีเพราะพละกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะแบกน้ำหนักรถอันมหาศาล

นอกจากนี้ การใช้ปีกหน้าและปีกหลังแบบปรับระดับได้อัตโนมัติ (Active Aero) เพื่อลดแรงต้านในทางตรง ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รถแข่งยุคปี 2026 จะดูประหลาดในสายตาแฟนๆ เพราะชิ้นส่วนแอโรไดนามิกจะขยับไปมาตลอดเวลาเหมือนหุ่นยนต์แปลงร่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Verstappen มองว่ามันคือการพยายามสร้าง “การแซงแบบปลอมๆ” (Artificial Racing) ที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือนักขับเพียวๆ แต่เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ที่คอยเปิด-ปิด ช่องลมให้เข้าทาง

การที่ FIA พยายามทำรถให้เล็กลงและสั้นลงเล็กน้อยในปี 2026 อาจจะดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่มันกลับถูกหักล้างด้วยน้ำหนักของระบบไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จนทำให้สัดส่วนความคล่องตัวต่อพลังงานไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น นี่คือช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่นักขับทุกคนสัมผัสได้จากการทดลองในซิมูเลเตอร์ และพวกเขากำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ความขัดแย้งระหว่าง “ความยั่งยืน” กับ “จิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต”

เราต้องไม่ปฏิเสธว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด และ F1 ในฐานะเบอร์หนึ่งของโลกก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดค่ายรถยนต์อย่าง Audi และ Honda (ที่กลับมาใหม่) รวมถึง Ford ให้เข้ามาลงทุน แต่การเอาใจค่ายรถยนต์จนลืมถาม “คนขับ” และ “คนดู” คือสิ่งที่ Verstappen กำลังพยายามสื่อสาร

หากมาตราฐานใหม่ทำให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลง รถวิ่งช้าลงในบางช่วงของสนาม และการแซงเกิดขึ้นง่ายเกินไปเพราะระบบช่วยเหลือ กีฬาชนิดนี้จะยังคงความขลังอยู่ได้อีกนานแค่ไหน? แฟนคลับที่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อเข้าชมการแข่งขัน ต้องการเห็นยอดนักขับต่อสู้กับแรงจี (G-force) และควบคุมเครื่องจักรที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่การนั่งดูนักขับคอยกดปุ่มประหยัดพลังงานบนพวงมาลัยเหมือนคนขับรถเมล์ไฟฟ้า

การตั้งคำถามจิกกัดของ Verstappen ที่ว่า “นี่เรากำลังแข่งรถหรือกำลังขับเครื่องเล่นในสวนสนุก?” คือสิ่งที่สะท้อนถึงความอัดอั้นใจของนักแข่งอาชีพที่มองเห็นว่า กีฬาที่เขารักกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นอย่างอื่นที่ไม่คุ้นเคย

กฎการแข่งขัน F1 2026

บทสรุปของดราม่าและการปรับตัวสู่ กฎการแข่งรถสูตรหนึ่งปี 2026

บทสรุปจากการออกมาฟาดงวงฟาดงาของ Max Verstappen ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า กฎการแข่งขัน F1 2026 จำเป็นต้องมีการทบทวนอย่างเร่งด่วน การทำรถแข่งให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ต้องไม่แลกมาด้วยความน่าเบื่อหน่ายในสนาม เพราะสุดท้ายแล้วเสน่ห์ของ F1 คือความดิบ ความเร็ว และการต่อสู้ด้วยฝีมือ ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

หาก FIA ยังดึงดันที่จะใช้กฎที่ “ต่อต้านการแข่งรถ” ต่อไป เราอาจจะได้เห็นนักขับระดับตำนานทยอยอำลาวงการเร็วขึ้น เพราะพวกเขาไม่ได้มีแพสชันในการขับรถที่ถูกจำกัดด้วยระบบซอฟต์แวร์ อนาคตของ F1 ในปี 2026 จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่ากฎกติกาจะยอมปล่อยให้ “มนุษย์” ได้แสดงฝีมือจริงๆ หรือไม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่พยายามยัดเยียดเทคโนโลยีที่บางครั้ง…ก็ไม่มีใครต้องการ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

กฎการแข่งขัน F1 2026 แม็กซ์สับแหลก ทำลายเสน่ห์การแข่งขัน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงสั่นสะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เมื่อแชมป์โลก 3 สมัยอย่าง Max Verstappen ออกมาแสดงทัศนะเชิงลบอย่างรุนแรงต่อทิศทางของรถแข่งใน กฎการแข่งขัน F1 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าตัวระบุชัดเจนว่าแนวคิดการออกแบบรถในอนาคตนั้นห่างไกลจากคำว่าการแข่งขันที่แท้จริง และอาจทำลายอรรถรสของแฟนความเร็วทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เสียงสะท้อนจากแชมป์โลกต่อ ทิศทางรถแข่ง F1 รุ่นใหม่

จากการเปิดเผยของ Verstappen หลังจากที่ได้เห็นรายละเอียดทางเทคนิคและผ่านการทดสอบในเครื่องจำลองการขับขี่ เขาพบว่ารถแข่งปี 2026 ถูกออกแบบมาภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะการปรับสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 50/50 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะในสนามแข่ง เขาให้ความเห็นว่าการที่นักขับต้องลดเกียร์ลงในทางตรงเพื่อชาร์จไฟ หรือการที่พละกำลังวูบหายไปในช่วงท้ายของทางตรงยาวนั้น เป็นสิ่งที่ “น่าสมเพช” และไม่ควรเกิดขึ้นในกีฬาระดับสูงสุด

Verstappen ใช้คำนิยามว่ามันเป็นแนวคิดที่ ต่อต้าน การแข่งรถ เนื่องจากกฎใหม่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และ Aero แบบ Active มากเกินความจำเป็น จนบทบาทของนักขับถูกลดทอนลงไปกลายเป็นเพียงผู้ควบคุมระบบจัดการพลังงานเท่านั้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่รถแข่งจะไม่สามารถใช้ศักยภาพสูงสุดได้ตลอดทั้งรอบสนาม แต่ต้องคอยกั๊กพลังงานไว้เพียงเพื่อจะให้ระบบไฮบริดทำงานได้ตามเป้าหมายของ FIA

ความอึดอัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องความเร็วที่หายไป แต่เป็นเรื่องของฟีลลิ่งในการควบคุมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นักแข่งระดับโลกต้องการรถที่ตอบสนองตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่รถที่ถูกโปรแกรมมาให้ “ออมมือ” ในจังหวะที่ควรจะซิ่งได้เร็วที่สุด หากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเหนือหัวใจของนักขับ คำว่า “เจ้าแห่งความเร็ว” ก็อาจจะเป็นเพียงชื่อเรียกที่ว่างเปล่าในอนาคตอันใกล้นี้

กฎการแข่งขัน F1 2026

แนวร่วมสำคัญ Lewis Hamilton เห็นพ้องความล้มเหลวของ กฎเทคนิค Formula 1 ยุคใหม่

ไม่ใช่เพียงแค่ Verstappen เท่านั้นที่ออกมาคัดค้าน แต่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง Lewis Hamilton ก็ออกมาสนับสนุนความเห็นนี้เช่นกัน โดย Hamilton เน้นย้ำไปที่ประเด็น “น้ำหนักรถ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน กฎเทคนิค Formula 1 ยุคใหม่ รถแข่งที่หนักและใหญ่โตขึ้นทำให้การทำความเร็วในโค้งแคบๆ เป็นเรื่องยากลำบาก และลดโอกาสในการแซงที่ตื่นเต้นเร้าใจลงไป

เขามองว่า F1 ควรกลับไปสู่พื้นฐานของการเป็นรถแข่งที่น้ำหนักเบาและมีความคล่องตัวสูง มากกว่าการเป็นรถบรรทุกไฮบริดที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันซับซ้อนแต่ขับไม่สนุก การที่สองนักขับที่เก่งที่สุดในยุคปัจจุบันออกมาวิจารณ์ในทิศทางเดียวกัน ย่อมสะท้อนให้เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมากในขั้นตอนการร่างกฎกติกาสำหรับอนาคต การเพิ่มน้ำหนักของระบบแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดมหึมา กำลังกลายเป็นภาระที่ทำให้นักแข่งรู้สึกเหมือนกำลังขับรถบัสมากกว่ารถแข่งสมรรถนะสูง

Hamilton ยังกล่าวเสริมว่า ความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราต้องไม่ลืมว่าจุดขายของ F1 คือการต่อสู้กันที่ขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์และเครื่องจักร หากน้ำหนักรถยังพุ่งไม่หยุดแบบนี้ ยางรถแข่งและระบบเบรกจะรับภาระหนักขึ้น จนสุดท้ายการแข่งขันจะกลายเป็นการประคองรถให้จบการแข่งขันมากกว่าการไล่ล่ากันอย่างดุเดือดเหมือนยุคก่อน

กฎการแข่งขัน F1 2026

ปัญหาทางเทคนิคที่ซ่อนอยู่ภายใต้ มาตรฐานรถแข่ง F1 ปี 2026

หัวใจสำคัญของดราม่าครั้งนี้คือระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ที่ตัดชุด MGU-H (ระบบปั่นไฟจากไอเสีย) ออกไป และแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า MGU-K ที่ทรงพลังกว่าเดิมเกือบ 3 เท่า ปัญหาคือเมื่อสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น รถแข่งจะกลายเป็น “ทาส” ของแบตเตอรี่ หากคุณใช้พลังงานไฟฟ้าจนหมดในจังหวะป้องกันตำแหน่ง คุณจะกลายเป็นเป้านิ่งในโค้งถัดไปทันทีเพราะพละกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะแบกน้ำหนักรถอันมหาศาล

นอกจากนี้ การใช้ปีกหน้าและปีกหลังแบบปรับระดับได้อัตโนมัติ (Active Aero) เพื่อลดแรงต้านในทางตรง ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รถแข่งยุคปี 2026 จะดูประหลาดในสายตาแฟนๆ เพราะชิ้นส่วนแอโรไดนามิกจะขยับไปมาตลอดเวลาเหมือนหุ่นยนต์แปลงร่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Verstappen มองว่ามันคือการพยายามสร้าง “การแซงแบบปลอมๆ” (Artificial Racing) ที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือนักขับเพียวๆ แต่เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ที่คอยเปิด-ปิด ช่องลมให้เข้าทาง

การที่ FIA พยายามทำรถให้เล็กลงและสั้นลงเล็กน้อยในปี 2026 อาจจะดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่มันกลับถูกหักล้างด้วยน้ำหนักของระบบไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จนทำให้สัดส่วนความคล่องตัวต่อพลังงานไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น นี่คือช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่นักขับทุกคนสัมผัสได้จากการทดลองในซิมูเลเตอร์ และพวกเขากำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ความขัดแย้งระหว่าง “ความยั่งยืน” กับ “จิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต”

เราต้องไม่ปฏิเสธว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด และ F1 ในฐานะเบอร์หนึ่งของโลกก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดค่ายรถยนต์อย่าง Audi และ Honda (ที่กลับมาใหม่) รวมถึง Ford ให้เข้ามาลงทุน แต่การเอาใจค่ายรถยนต์จนลืมถาม “คนขับ” และ “คนดู” คือสิ่งที่ Verstappen กำลังพยายามสื่อสาร

หากมาตราฐานใหม่ทำให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลง รถวิ่งช้าลงในบางช่วงของสนาม และการแซงเกิดขึ้นง่ายเกินไปเพราะระบบช่วยเหลือ กีฬาชนิดนี้จะยังคงความขลังอยู่ได้อีกนานแค่ไหน? แฟนคลับที่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อเข้าชมการแข่งขัน ต้องการเห็นยอดนักขับต่อสู้กับแรงจี (G-force) และควบคุมเครื่องจักรที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่การนั่งดูนักขับคอยกดปุ่มประหยัดพลังงานบนพวงมาลัยเหมือนคนขับรถเมล์ไฟฟ้า

การตั้งคำถามจิกกัดของ Verstappen ที่ว่า “นี่เรากำลังแข่งรถหรือกำลังขับเครื่องเล่นในสวนสนุก?” คือสิ่งที่สะท้อนถึงความอัดอั้นใจของนักแข่งอาชีพที่มองเห็นว่า กีฬาที่เขารักกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นอย่างอื่นที่ไม่คุ้นเคย

กฎการแข่งขัน F1 2026

บทสรุปของดราม่าและการปรับตัวสู่ กฎการแข่งรถสูตรหนึ่งปี 2026

บทสรุปจากการออกมาฟาดงวงฟาดงาของ Max Verstappen ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า กฎการแข่งขัน F1 2026 จำเป็นต้องมีการทบทวนอย่างเร่งด่วน การทำรถแข่งให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ต้องไม่แลกมาด้วยความน่าเบื่อหน่ายในสนาม เพราะสุดท้ายแล้วเสน่ห์ของ F1 คือความดิบ ความเร็ว และการต่อสู้ด้วยฝีมือ ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

หาก FIA ยังดึงดันที่จะใช้กฎที่ “ต่อต้านการแข่งรถ” ต่อไป เราอาจจะได้เห็นนักขับระดับตำนานทยอยอำลาวงการเร็วขึ้น เพราะพวกเขาไม่ได้มีแพสชันในการขับรถที่ถูกจำกัดด้วยระบบซอฟต์แวร์ อนาคตของ F1 ในปี 2026 จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่ากฎกติกาจะยอมปล่อยให้ “มนุษย์” ได้แสดงฝีมือจริงๆ หรือไม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่พยายามยัดเยียดเทคโนโลยีที่บางครั้ง…ก็ไม่มีใครต้องการ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า