วงการนักสะสมรถยนต์ระดับโลกต้องสั่นสะเทือนเมื่อรถแข่งที่เปรียบเสมือน “จดหมายเหตุ” ของโลกความเร็วอย่าง Benetton B192 แชสซีหมายเลข 05 ซึ่งเป็นรถคันแรกที่ Michael Schumacher ใช้คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Formula 1 ได้ถูกนำออกมาประมูลสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ทศวรรษ โดยงานประมูล Broad Arrow Auctions เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของ Benetton B192 กับชัยชนะที่ Spa 1992
ย้อนกลับไปในวันที่ 30 สิงหาคม 1992 ณ สนาม Spa-Francorchamps ประเทศเบลเยียม นักขับดาวรุ่งวัย 23 ปีในขณะนั้นอย่าง Michael Schumacher ได้สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการขับ B192 ฝ่าสายฝนเอาชนะตำนานอย่าง Nigel Mansell และ Ayrton Senna ไปได้อย่างเหนือชั้น ชัยชนะในครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเก็บ 10 คะแนนเต็ม แต่มันคือการประกาศให้โลกรู้ว่า “ยุคสมัยของชูมักเกอร์” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
การประมูลในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขายรถยนต์ แต่เป็นการส่งต่อ มรดกความสำเร็จของไกเซอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในตลาดปัจจุบัน เนื่องจากรถแข่งคันนี้ถูกเก็บรักษาไว้โดยทีม Benetton และต่อมาคือ Renault Classic มาโดยตลอด ทำให้สภาพของรถยังคงความออริจินัลและทรงคุณค่าสูงสุด
สเปกเครื่องยนต์และนวัตกรรม F1 เกียร์ธรรมดารุ่นสุดท้าย
หนึ่งในรถแข่งฟอร์มูล่าวัน ที่นักสะสมหลงใหลคือ “รถแข่งฟอร์มูล่าวันระบบเกียร์แมนนวล” เพราะ B192-05 คือรถแข่งรุ่นสุดท้ายในประวัติศาสตร์ F1 ที่คว้าชัยชนะได้ด้วยระบบเกียร์ธรรมดา (Manual Transmission) ก่อนที่เทคโนโลยีเกียร์กึ่งอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์ในเวลาต่อมา
ตัวรถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Ford HB ขนาด 3.5 ลิตร V8 ที่ให้เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของยุค 90s ผลิตพละกำลังได้ราว 660-680 แรงม้า บนน้ำหนักตัวถังที่เบาหวิว การที่รถคันนี้ยังอยู่ในสภาพ “Ready to Race” หรือพร้อมลงสนามได้ทันทีหลังจากผ่านการบูรณะโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ราคาประมูลพุ่งสูงถึง 5.08 ล้านยูโร แม้จะยังไม่แตะเพดานที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 8.5 ล้านยูโรก็ตาม

ผลกระทบต่อตลาดประมูลรถยนต์คลาสสิกปี 2569
การปิดประมูลในราคาประมาณ 185 ล้านบาท (5,082,000 ยูโร) ของ รถแข่งระดับตำนานชูมักเกอร์ สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์การแข่งขัน (Provenance) ยังคงแข็งแกร่งอย่างมากในปี 2569 แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่ทรัพย์สินที่เป็น “Rare Item” เช่นนี้กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากตัวรถแล้ว ในงานเดียวกันยังมีรายการ ของสะสมจากนักแข่งชื่อดัง เช่น หมวกกันน็อก Benetton ปี 1994 และชุดแข่งปี 1995 ของ Schumacher ที่ถูกประมูลไปในราคาสูงเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าชื่อของ Michael Schumacher ยังคงเป็น “แบรนด์” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกความเร็วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
สรุปบทบาทของ Benetton B192 ในหน้าประวัติศาสตร์
สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต Benetton B192 ไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่มีสี่ล้อ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของแชมป์โลก 7 สมัย และเป็นตัวแทนของยุคสมัยที่ความสามารถของนักขับมีความสำคัญพอๆ กับเทคโนโลยี การที่มันเปลี่ยนมือไปสู่เจ้าของใหม่ในปี 2569 นี้ จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องบันทึกไว้ว่า ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต คันนี้ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถแข่งที่สำคัญที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา




