เกือบขาเน่าสู่แชมป์โลก 5 สมัย Mick Doohan ผู้เปิดตำนาน เบรกหลังแต่ใช้นิ้วโป้ง
ในโลกของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ หากจะเอ่ยถึงนักบิดที่ “ใจเพชร” ที่สุด ชื่อของ Mick Doohan (มิค ดูฮาน) ยอดนักบิดชาวออสเตรเลียเจ้าของฉายา “จิงโจ้ไฟ” จะต้องปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาคว้าแชมป์โลกในรุ่น 500cc ได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน แต่เป็นเพราะเขาทำมันได้ด้วย “ขาที่เกือบถูกตัดทิ้ง” และนวัตกรรมที่พลิกโฉมการขับขี่ไปตลอดกาลอย่าง Thumb Brake (เบรกนิ้วโป้ง)
อุบัติเหตุที่ Assen 1992: จุดเปลี่ยนจากแชมป์สู่ฝันร้าย
ในปี 1992 Mick Doohan กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงและจ่อคิวคว้าแชมป์โลกสมัยแรก แต่ในรอบควอลิฟายที่สนาม Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาพลาดล้มอย่างรุนแรงจนขาขวาหักหั่นเป็นหลายท่อน อาการหนักถึงขั้นที่คณะแพทย์ชาวดัตช์ยืนยันว่า “ต้องตัดขาขวาทิ้ง” เพื่อรักษาชีวิตเนื่องจากเกิดอาการแผลติดเชื้อและเนื้อตาย (Gangrene)
ทว่า Doohan ปฏิเสธการตัดขาอย่างสิ้นเชิง เขาได้รับความช่วยเหลือจาก Dr. Claudio Costa แพทย์สนามคู่บุญของ MotoGP ที่ลักลอบพาเขาหนีออกจากโรงพยาบาลในเนเธอร์แลนด์บินตรงไปอิตาลี เพื่อรับการผ่าตัดสุดพิสดารด้วยการ “เย็บขาขวาติดกับขาซ้าย” นานนับสัปดาห์ เพื่อให้ระบบเลือดจากขาข้างที่สมบูรณ์ไหลเวียนไปเลี้ยงขาข้างที่เน่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
กำเนิด Thumb Brake: เมื่อร่างกายมีขีดจำกัด แต่นักแข่งไม่มี
แม้ Dr. Costa จะช่วยรักษาขาของเขาไว้ได้ แต่ความเสียหายของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำให้ Mick Doohan ไม่สามารถขยับข้อเท้าขวาได้เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าเขาไม่สามารถกด “เบรกหลัง” (Rear Brake) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมรถ 500cc 2 จังหวะที่ทรงพลังและพยศที่สุดในยุคนั้นได้
เพื่อแก้ปัญหานี้ วิศวกรของ Honda และ Brembo จึงได้ออกแบบระบบเบรกใหม่ตามคำขอของ Doohan โดยการย้ายกลไกเบรกหลังมาไว้ที่ “แฮนด์ด้านซ้าย” และใช้ก้านกดเล็กๆ ที่ใช้นิ้วโป้งกดแทนการใช้เท้า ระบบนี้ถูกเรียกว่า Thumb Brake
จากความทุพพลภาพ สู่ความได้เปรียบเชิงเทคนิค
การใช้ Thumb Brake ไม่เพียงแต่ช่วยให้ Mick Doohan กลับมาแข่งได้ แต่มันกลับกลายเป็น “ข้อได้เปรียบ” อย่างมหาศาล เพราะในขณะที่นักแข่งคนอื่นต้องพะวงกับการวางเท้าบนพักเท้าในจังหวะเข้าโค้งขวา แต่ Doohan สามารถคุมน้ำหนักเบรกหลังได้ละเอียดกว่าด้วยนิ้วมือ และตำแหน่งนิ้วโป้งก็ไม่ขยับไปไหนไม่ว่ารถจะเอียงแค่ไหนก็ตาม
ผลลัพธ์คือการผงาดคว้าแชมป์โลก 5 สมัยรวดตั้งแต่ปี 1994-1998 ซึ่งเป็นยุคที่ยากลำบากที่สุดยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์การแข่งรถ และ Thumb Brake ที่เขาเป็นผู้ริเริ่ม ก็ได้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่นักแข่ง MotoGP ยุคปัจจุบันเกือบทุกคนต้องติดตั้งไว้ที่รถของตัวเองเพื่อใช้คุมสมดุลรถในโค้ง




