การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลกอย่าง MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักบิดหน้าใหม่ แต่สำหรับ ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิลดูเหมือนจะได้เปรียบกว่ารุกกี้คนอื่นๆ ในกริดปีนี้ เมื่อเขาเปิดเผยความลับเบื้องหลังช่วงเวลาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ศึก MotoGP 2026 ว่าเขาได้มีโอกาสฝึกซ้อมและเก็บตัวร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez และน้องชายอย่าง Alex Marquez ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับรถแข่งขนาด 1,000 ซีซี ได้อย่างรวดเร็วเกินความคาดหมาย
การฝึกซ้อมกับแชมป์โลกและทางลัดสู่ความสำเร็จ
ในการแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่ง LCR Honda ประจำฤดูกาลใหม่ Moreira ในฐานะแชมป์โลกคนล่าสุดของรุ่น Moto2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของตนเองอย่างมั่นใจ โดยระบุว่าช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้หยุดพักผ่อนเหมือนนักแข่งคนอื่นๆ โดยเขาเลือกที่จะพักเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากจบการทดสอบที่บาเลนเซียปลายปีที่แล้ว ก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมซ้อมหนักทันทีเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับแรงจี (G-Force) มหาศาลในรุ่นใหญ่
“เราซ้อมด้วยกันเยอะมากกับ Marc และ Alex Marquez การได้ซ้อมร่วมกับ Marc ถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับรุกกี้อย่างผม ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเขา ไม่ใช่แค่เรื่องของการบิดคันเร่ง แต่รวมถึงทัศนคติและการจัดการกับแรงกดดัน” Moreira กล่าวถึงการใช้เวลาช่วงฤดูหนาวร่วมกับ นักบิด MotoGP ระดับหัวแถว ประสบการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนบทเรียนลัดที่ทำให้น้องใหม่เข้าใจถึงสไตล์การขับขี่แบบ “Aggressive” ที่จำเป็นสำหรับรถ Honda RC213V และการจัดการกับพละกำลังเครื่องยนต์ที่ต่างจากรุ่น Moto2 อย่างสิ้นเชิง
เบื้องหลังเทคนิคที่ได้รับถ่ายทอดจาก “เด็กระเบิด”
เทคนิคที่ Moreira ได้เรียนรู้จาก Marc Marquez นั้นครอบคลุมถึงการจัดท่าทางร่างกาย (Body Position) ขณะเข้าโค้ง ซึ่งรถ Honda ขึ้นชื่อเรื่องความพยศและต้องการการควบคุมที่ดุดัน การฝึกซ้อม Dirt Track และ Motocross ร่วมกับพี่น้อง Marquez ช่วยให้รุกกี้บราซิลเลี่ยนคนนี้พัฒนาทักษะการควบคุมรถในสภาวะที่ล้อสูญเสียการยึดเกาะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ Marc ที่ใช้ในการเอาตัวรอดและสร้างความเร็วเหนือคู่แข่ง
นอกจากนี้ การซ้อมร่วมกับแชมป์โลกยังช่วยให้เขารู้วิธีการสื่อสารกับทีมช่าง เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกจากตัวรถออกมาเป็นข้อมูลทางเทคนิคที่วิศวกรต้องการ “Marc สอนให้ผมเข้าใจว่าการเป็นรุกกี้ คุณต้องเรียนรู้ที่จะฟังรถให้มาก และอย่ากลัวที่จะลองเซตติ้งที่แตกต่าง” นี่คือคำพูดที่สะท้อนให้เห็นว่า Moreira ไม่ได้มาเพียงเพื่อลงแข่ง แต่เขามาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ไลน์อัปนักบิด MotoGP 2026 ของค่ายปีกนกให้กลับมาแข็งแกร่ง
ผลงานโดดเด่นในการทดสอบ Sepang Shakedown
ความสำเร็จจากการฝึกซ้อมสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างประจักษ์ในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Moreira แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าทึ่ง โดยเขาสามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นถึง 1.6 วินาที ภายในช่วงเวลาเพียง 3 วันของการทดสอบ ซึ่งถือเป็นสถิติการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดในบรรดานักบิดหน้าใหม่ทั้งหมด
“ผมคิดว่าเราทำผลงานได้ดีมากในช่วงสามวันที่มาเลเซีย การปรับตัวเข้ากับอิเล็กทรอนิกส์และยาง Michelin รุ่นใหม่เป็นเรื่องท้าทาย แต่ความมั่นใจที่ผมได้จากการซ้อมช่วงปิดฤดูกาลช่วยได้เยอะมาก” รุกกี้ป้ายแดงกล่าวเสริมถึงแผนการทำงานร่วมกับทีม LCR Honda และทีมวิศวกรจาก HRC เพื่อปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ของรถเวอร์ชันปี 2026 ให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ของเขามากที่สุด
ความคาดหวังในฤดูกาล 2026 และความท้าทายที่ประเทศไทย
ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมจากการได้รับวิชาจากแชมป์โลก Moreira ยืนยันว่าขณะนี้เขา “พร้อมแล้ว” สำหรับการเริ่มต้นฤดูกาล 2026 อย่างเต็มตัว โดยปีนี้ความพิเศษอยู่ที่สนามเปิดฤดูกาลซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เบรกหนักและความเร็วปลายที่สูงมาก
การร่วมงานกับ Johann Zarco นักบิดมือเก๋าในทีมเดียวกัน ทำให้ Moreira มีทั้งที่ปรึกษาในสนามและคู่หูซ้อมนอกสนามระดับโลก การผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของ Zarco และความสดบวกกับเทคนิคสายเลือด Marquez ที่ Moreira ได้รับมา ทำให้ทีม LCR Honda ในฤดูกาลนี้กลายเป็นทีมรองที่ค่ายโรงงานไม่อาจประมาทได้เลย
บทสรุป รุกกี้ผู้ได้รับพรจากแชมป์โลก
บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การที่มีนักแข่งเก่งๆ มาซ้อมด้วยกัน แต่คือการส่งต่อ “DNA ของผู้ชนะ” จากรุ่นสู่รุ่น ดิโอโก้ โมเรร่า อาจจะเป็นรุกกี้ แต่ด้วยชั่วโมงบินในการซ้อมร่วมกับ Marc Marquez ทำให้เขามีชุดความคิด (Mindset) ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าใหม่ไปแล้ว แฟนความเร็วชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อม เพราะในสนามเปิดฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง เราอาจจะได้เห็นชื่อของรุกกี้ชาวบราซิลคนนี้พุ่งขึ้นไปสู้ในกลุ่มหัวแถว และสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับ นักบิด MotoGP รุ่นพี่ในกริดอย่างแน่นอน



