SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Multistrada V4S 2025 เปิดตัว ยานทัวริ่ง พร้อมฟังก์ชันไฮเทค

Ducati Multistrada V4S 2025 ยานทัวริ่ง พร้อมฟังก์ชันไฮเทค Ducati Multistrada V4S 2025 ตัวจบของสายเดินทางสำหรับสุดยอดทัวริ่งไบค์จากดูคาติ ที่ให้ความคอมฟอร์จสะดวกสบายตลอดการขับขี่ด้วยช่วงล่างกึ่งแอ็คทีฟที่ให้ความสมูท รีแล็กซ์ในทุกองศาของการขับขี่ แถมเติมเต็มออดีนาลีนความสปอร์ตด้วยการออกแบบให้ตรงตามหลักแอโรไดนามิก ผ่านขุมพลัง V4 Granturismo ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้เพลิดเพลินไปกับการขับขี่ได้บนทุกเส้นทางได้เต็มพิกัด  ราคาแนะนำ  รุ่น V4S ราคา 1,299,000 บาท รุ่น V4 ราคา 1,099,000 บาท  ดีไซน์สปอร์ต ดุดัน แอโรไดนามิก จอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เครื่องยนต์ Granturismo V4 90 องศา ขนาด 1,158 ซีซี ช่วงล่างไฟฟ้า คาลิเปอร์ Brembo พร้อมยาง Pirelli Scorpion Trail II สเปค Ducati Multistrada V4S 2025 ราคาและรายละเอียดอื่นๆ  เครื่องยนต์ Granturismo V4 90 องศา ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 170 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 124 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อลูกสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ขนาดยางและล้อหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยาง Pirelli Scorpion Trail II ขนาดยางและล้อหลัง 170/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยาง Pirelli Scorpion Trail II ระบบกันสะเทือนหน้า รุ่น V4S – โช้คหัวกลับขนาดแกน 50 มม. ปรับไฟฟ้าเต็มระบบ และยังสามารถปรับได้แบบปรับกึ่งอัติโนมัติด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่พร้อมตอบสนองตามสภาพท้องถนน รุ่น V2 – โช้คหัวกลับ ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ระบบกันสะเทือนหลัง รุ่น V4S – โช้คเดี่ยวปรับไฟฟ้าเต็มระบบ / ระบบเซมิแอ็คทีฟและปรับอัติโนมัติระหว่าง 10 – 50 กม./ชม. รุ่น V2 – โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ผ่านปุ่มรีโหมด เบรกหน้า รุ่น V4S – ดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 มม. คาลิเปอร์โมโนบล็อกเรเดียลเม้าท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo Stylema  รุ่น V4 – ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ  เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจากขนาด 280 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบจาก Brembo กว้าง X ยาว  X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,566 มม.  ระยะห่างจากพื้นตัวรถ NA ความสูงเบาะ 840 มม. – 860 มม.

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Keeway Versilia 150

Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์คันใหม่หรูหราสไตล์อิตาเลียน ล่าสุดทางคีเวย์ ประเทศไทยก็ทำการรุกตลาดเพิ่มเติมตอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 11 อย่างมั่นใจ ด้วยการเปิดตัว Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกพรีเมียม ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเมืองเวอร์ซิเลีย เมืองทางตอนใต้สุดของอิตาลีที่มีความสนุกและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบในด้านสุนทรียะแบบคลาสสิกอย่างมีสไตล์ ดังนั้นสำหรับสกู๊ตเตอร์คันนี้จึงมาในสไตล์ของอิตาเลียนสกู๊ตเตอร์ที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานภายใน โดดเด่นด้วยการออกแบบที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิก และเพื่อความสนุกสนานในการขับขี่โมเดลนี้ก็เลยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 149.6 ซีซีแบบสูบเดียว 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ให้กำลังแรงสูงสุดที่ 7.2 กิโลวัตต์หรือ  9.65 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 10.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขณะที่ในส่วนของช่วงล่างนั้นออกแบบมาพอเหมาะพอดี ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังเดี่ยว ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้า ด้านหลังจะเป็นดรัมเบรก ส่วนขนาดล้อจะเป็นขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้ยางแบบไม่ต้องใช้ยางในขนาด 120/70 – 12” ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความคล่องตัวจากการมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ เหมาะกับการใช้งานในเมือง ตัวรถเต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย อาทิ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส (เฉพาะรุ่น Special) พร้อมสัญญาณกันขโมย ระบบไฟหน้าพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบ LED ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ทัศนวิสัยแจ่มชัด เรือนไมล์แบบมินิมัลแต่มีสไตล์ พร้อมพอร์ตจ่ายไฟแบบ USB ภายในเกะหน้ารถ และที่เก็บของใต้เบ่ะหรือ Ubox ขนาด 23 ลิตร เก็บหมวกเต็มใบได้ 1 ใบ ตัวรถยังมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 5.6 ลิตร นั่งสบายด้วยเบาะสไตล์วินเทจแบบ 2 ตอน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันได้แก่ Standard จะมีสีแดง Rosso Corsa Red เปิดราคาแนะนำที่ 61,200 บาท Special ได้กุญแจคีย์เลส จะมีสีขาว Super White และสีเทา Lava Grey เปิดราคาแนะนำที่ 63,500 บาท โดยทั้ง 2 เวอร์ชันจะมาพร้อมการรับประกัน 3 ปีหรือ 30,000 กม. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Puig Diablo

Puig Diablo สปอร์ตไบค์สุดเท่ที่แปลงมาจาก MT-09 SP Puig Diablo คันที่คุณเห็นอยู่นี้ถ้าบอกว่าแปลงมาจาก MT-09 SP นี่บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะครับ เพราะคันนี้มีพื้นฐานเป็น Yamaha MT-09 SP จริง ๆ ครับ และสำหรับชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อของบอสจากทีม Repsol Honda อย่างแน่นอนครับ แต่เป็นแบรนด์ของแต่งมอเตอร์ไซค์สัญชาติสเปนต่างหาก โดยเจ้าปีศาจร้ายสีแดงคันนี้เป็นโปรเจ็กต์ล่าสุดจากทางแบรนด์ นำมาดัดแปลงใส่แฟริ่งแบบบางส่วนและสร้างภาพให้มันกลายเป็นสปอร์ตไบค์ในสไตล์ล้ำยุคแบบฟิวเจอร์จ๋า ๆ โดยแฟริ่งสีแดงที่เห็นเป็นงานออกแบบของทางแบรนด์เองเมื่อติดตั้งร่วมกับบังโคลนหน้าแบบปลายตัดก็ทำให้มันดูละม้ายคล้ายรถแข่ง MotoGP ซึ่งทางแบรนด์อธิบายโปรเจ็กต์ปีศาจร้ายคันนี้ว่า แบบฝึกหัดเชิงสร้างสรรค์ที่ปราศจากข้อจำกัด ซึ่งใครก็ตามที่ได้เห็นเจ้าแดงคันนี้ก็น่าจะเข้าใจถึงคำอธิบายนี้ได้ดี ไม่เพียงแต่การเพิ่มเติมแฟริ่งเท่านั้น ทางแบรนด์ยังได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งท่านั่งหลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการยศาสตร์เพื่อเพิ่มความลื่นไหลทางแอโรไดนามิกส์หรืออากาศพลศาสตร์และการป้องกันผู้ขับขี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปีกสุดล้ำที่ช่วยให้มันดูเป็นดั่งรถในฝันและยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้จริงอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าคันนี้ดูดีมาก ๆ ถ้าทำชุดแต่งออกมาขายจริงคงจะดีไม่น้อย แต่ติดตรงที่มันแปลก ๆ ไปหน่อยคือยางหน้าและยางหลังดันเป็นคนละแบรนด์กันซะอย่างนั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Flat Track

Flat Track ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ ล่าสุดสื่อมวลชนชาวไทยก็ได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ การขับขี่แบบ Flat Track  ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ โดยเป็นหลักสูตรที่ทางเราเองก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสการขับขี่แบบนี้มาก่อน การขับขี่สไตล์นี้เราอาจจะได้เห็นกันบ่อย ๆ จากนักแข่ง MotoGP หรือ นักแข่งทางเรียบหลาย ๆ รายการที่จะต้องมีโอกาสได้ฝึกซ้อมการขับขี่ในสไตล์นี้ สำหรับในครั้งนี้มีโค้ชระดับมืออาชีพจาก Yamaha มาแนะนำการขับขี่ นำโดยโค้ชตั้น เดชา ไกรศาสตร์ และโค้ช เบ็น ประสิทธิ์ ฮัลเกรน ที่จะมาแนะนำการขับขี่ในครั้งนี้ให้ถูกต้อง เข้าใจมากขึ้น ซึ่งสนามสำหรับเรียนการขับขี่วันนี้คือที่ค่ายนวภพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับการขับขี่สไตล์แฟล็ตแทร็กโดยเฉพาะ พื้นผิวเป็นดินอัดแน่น ออกแบบโค้งต่อเนือง มีเนินซึมบาง ๆ บอกเลยว่าขี่มันแน่นอน… ด้วยสถานการณ์โควิดแบบนี้ เราเรียนรู้การอยู่ร่วมกับโรคระบาดอย่างถูกต้อง โดยการแบ่งกลุ่มขับขี่ วอร์มร่างกาย ลดความแออัดในรอบการขับขี่ พร้อมกับรับคำแนะนำจากโค้ชเบื้องต้นกันก่อน ในรอบแรกโค้ชต้องการให้เราจับฟีลของตัวรถให้ได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องขี่เร็วมาก เน้นฟีลลิ่ง จัดท่านั่ง การคอนโทรลตัวรถให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก ๆ ในการขับขี่ โดยรถที่มีให้ได้ลองสไลด์มีหลายรุ่นเลย นำโดย WR155R, Exciter, XSR155 และ MT-15 โดยเราจะเริ่มกันในส่วนของท่านั่งการขับขี่กันก่อนเลย โค้ชเบ็น แนะนำให้นั่งอยู่กลางลำรถ ไม่จำเป็นต้องถอยท้าย หรือนั่งหน้าจนเกินไปพยายามให้อยู่กลางตัวรถให้มากที่สุด เน้นสร้างบาลานซ์ให้กับตัวรถ จะมีเพียงช่วงตอนเลี้ยวสไลด์เท่านั้นให้ขยับตัวออกเล็กน้อยเพื่อหาบาลานซ์ ในส่วนของแฮนด์ไม่จำเป็นต้องเกร็งแขนมากนัก ดันแฮนด์ส่วนทางกับทางที่จะเลี้ยวเพื่อที่บังคับตัวรถให้ท้ายรถสไลด์ออกไปจับฟีลลิ่งด้านท้ายให้ได้ ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เข้าโค้งแบบเอ็นดูโร่ และออกโค้งแบบทางเรียบ การควบคุมคันเร่งต้องเนียน จังหวะเบรกต้องได้ แรก ๆ มันจะงง ๆ หน่อยตอนเข้าโค้ง เพราะต้องทำอะไรหลายอย่าง ทั้งเบรก ทั้งเติมคันเร่ง ทุกอย่างต้องได้จังหวะ ซึ่งเบรกก็ไม่ได้เพื่อให้ช้าลง แตะเบรก (หลัง) ช่วยเล็กน้อย เผื่อที่จะให้ท้ายรถเกิดอาการสไลด์สร้างองศาในการเข้าโค้ง พร้อมกับการเปิดคันเร่งตามทันทีเพื่อที่จะให้ล้อหลังเกิดการปั่นฟรีทิ้ง สไลด์ไปตามไลน์ที่เราต้องการ ทั้งนี้รอบเครื่องยนต์ กำลังเครื่องยนต์ ต้องพอดี ที่มีกำลังส่งที่ล้อหลัง เอาง่าย ๆ คือเกียร์ต้องพอดีไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ความรู้สึกของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ตรงนี้อาจจะให้ลองจับฟีลลิ่งดู เพราะ WR155R คาแรคเตอร์เครื่องยนต์เป็นอีกสไตล์ ส่วน XSR155 ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ยางหลังเองก็เป็นอีกองค์ประกอบที่จะทำให้รถสไลด์ได้มากน้อยไม่เท่ากัน ถ้าเราเข้าใจการเลี้ยวสไลด์และชินกับอาการท้ายสไลด์ ก็จะทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้น เพราะการขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กจะเป็นการขับขี่แบบสไลด์ไปตลอดทั้งทาง ทุกอย่างคือการฝึกซ้อม คันเร่ง เบรก ท่าขับ ทุกอย่างต้องแม่นยำจะทำให้การขับขี่สมบูรณ์แบบที่สุด “ขี่ Flat Track ดียังไง ขนาดนักแข่งระดับโลกยังต้องมาขี่” โค้ชตั้น ให้ข้อมูลว่านักแข่งทางเรียบอย่างทีม YAMAHA Thailand Racing Team มาลงซ้อมแฟล็ตแทร็กจะช่วยในเรื่องของการแก้อาการท้ายสไลด์ สร้างความเคยชินเวลารถแข่งสไลด์ สร้างบาลานซ์ในการขับขี่ได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เดินคันเร่งออกโค้งได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม และการขับขี่สไตล์นี้จะช่วยเสริมในเรื่องความฟิตร่างกายเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสมาขับขี่กับโค้ชตั้น โค้ชเบ็น ได้อะไรกลับมาพัฒนาตัวเองเยอะเลย เพื่อที่จะกลับมาประยุกต์ใช้ในการขับขี่รถในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั้งการขับขี่ทดสอบในสนามแข่ง ฝึกขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กแบบนี้ช่วยแก้อะไรหลาย ๆ อย่างได้ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ไทย ยามาฮ่า มอเตอร์ ที่ได้เชิญเราเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สไตล์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อน ถือว่าได้ประสบการณ์และได้ประโยชน์มากจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Tricity 125 2022

Yamaha Tricity 125 2022 ปรับปรุงชุดใหญ่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2014 เจ้าสามล้อพร้อมตะลุยเมืองคันนี้ก็ได้รับความนิยมในยุโรปเป็นอย่างดี จากการที่มันทั้งโดดเด่น รวมถึงยังขับขี่ได้มั่นใจและคล่องตัวผิดกับที่หลาย ๆ คนคิด และมาครั้งนี้ก็กลับมาอีกครั้ง Yamaha Tricity 125 2022 ที่ปรับปรุงขนาดใหญ่ให้ตอบโจทย์การใช้งานคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้นครับ เริ่มกันที่เครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว 125 ซีซีใหม่ที่รองรับ Euro5 แล้ว ซึ่งโดดเด่นด้วยลูกสูบฟอร์จ มีการดีไซน์ฝาสูบใหม่ ปรับวาล์วไอดีให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มกำลังอัดให้มากขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยนต์ยังมีระบบ VVA หรือวาล์วแปรผันที่ช่วยให้เร่งได้ดีมีกำลัง แต่ขณะเดียวกันก็ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น มีตัวควบคุมสตาร์ทเตอร์เจเนเรเตอร์ใหม่ (SGCU) ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ อาทิ การจ่ายน้ำมัน การจ่ายไฟ และระบบสตาร์ทแอนด์สต็อป เพื่อให้ใช้งานได้ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ทั้งยังควบคุมระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์ ทำให้ตัวควบคุมใหม่นี้กลายเป็นชุดเดียวกัน ไม่แยกชิ้นเหมือนตัวเก่า โดยเจ้าระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์จะหมุนเพลาข้อเหวี่ยงโดยตรง ทำให้ไม่มีเสียงรบกวนดังเหมือนแต่เดิมอีกด้วย เรียกว่าประหยัดขึ้นและเงียบกว่าที่เคย   ช่วงล่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใครกับระบบบังคับเลี้ยวแบบหลายล้ออัคเคอร์มานน์ (LMW Ackermann) แบบเดียวกับที่ใช้ใน Niken และ Tricity300 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนให้มีออฟเซ็ตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้สามารถเข้าโค้งได้ดีและนิ่งเนียนยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ตัวช่วงล่างด้านหน้าที่ปรับ ตัวรถใช้เฟรมที่ออกแบบมาใหม่ ปรับปรุงหลายจุด เช่น ฐานล้อที่ยาวขึ้น จุดยึดเครื่อง เป็นต้น โดยมุ่งเน้นให้บาลานซ์โดยรวมดีขึ้น ขับขี่ได้สนุกและสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีความแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็มีความยืดหยุ่นที่พอเหมาะให้ควบคุมรถได้ดี ยังไม่เหมาะเรื่องช่วงล่าง ยังมีการปรับโช้คหลังคู่ใหม่อีกด้วย โดยปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับเฟรมใหม่ ด้วยการเพิ่มความยาวของโช้คหลัง 90 ม.ม. มีการเพิ่มสปริงเรทและแดมปิ้งให้มากขึ้น ช่วยให้ท้ายนิ่งเนียนยิ้งขึ้นแม้ว่ามีคนซ้อนหรือถนนย่ำแย่ ในส่วนของระบบเบรกเองก็มีการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ระบบเบรกแบบกระจายแรงเบรกหรือ Unified Brake System (UBS) ได้ปรับให้กระจายแรงเบรกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้สมูทและให้แรงเบรกที่ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น ยังมีอีกจุดที่ทางยามาฮ่าใส่ใจคือความสบายของผู้ขับขี่และคนซ้อน โดยมีการปรับเพิ่มฟุตบอร์ดให้ใหญ่ขึ้น ช่วยให้นั่งขับขี่ได้สบายกว่า ขณะที่ด้านคนซ้อนนั้นมีพักเท้าคนซ้อนดีไซน์ใหม่ที่กางออกได้ง่ายขึ้น และอีกจุดที่ไม่เกี่ยวกับความสะดวกสบายแต่เกี่ยวกับความปลอดภัยคือ ระบบไฟหน้าที่ปรับให้มีแสงที่กว้างขึ้นทั้งไฟสูงและต่ำ ช่วยให้ได้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้นเวลาขับขี่ยามค่ำคืนนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการอัปเดตในด้านเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย อาทิ หน้าจอเรือนไมล์ LCD ใหม่ที่อ่านค่าต่าง ๆ ได้ง่าย พร้อมระบบเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน MyRide แอพพลิเคชัน ช่วงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ อีเมล และอื่น ๆ รวมถึงสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถได้ในแอพพลิเคชัน และแชร์ประสบการณ์การขับขี่ให้คนอื่น ๆ ดูได้ มีระบบสมาร์ทคีย์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกอีกระดับ โดยสามารถสตาร์ทรถ ดับเครื่อง ล็อกคอจนถึงเปิดเบาะได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจอีกต่อไป สุดท้ายกับเรื่องของดีไซน์สำหรับโมเดลใหม่นี้ก็ปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เช่น บริเวณฟุตบอร์ด บริเวณสวิตช์สตาร์ทรถดีไซน์ใหม่ บังโคลนหลังใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ตัวใหม่นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Petrol Blue สีน้ำตาล Sand Gray และสีเทาด้าน Matte Gray อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ค่าตัวนักแข่ง MotoGP ปี 2022 เท่าไหร่ เรามีคำตอบ

ค่าตัวนักแข่ง MotoGP ปี 2022 เท่าไหร่ เรามีคำตอบ หลังจากที่ผมได้ทำบทความเรื่องการแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาสนั้นต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ไปก็พบว่ามีคนให้ความสนใจค่อนข้างมากเลยทีเดียว และก็มีเสียงถามเข้ามาว่า นักแข่ง MotoGP ได้เงินค่าตัวเท่าไหร่ ผมก็เลยไปหาข้อมูลและรวบรวมมาลงไว้ในนี้ครับผม ลำดับ นักแข่ง ทีม ค่าตัวต่อปี ค่าตัวต่อเรซ หมายเหตุ 1 Marc Márquez Repsol Honda Team 476,000,000 25,500,000 แชมป์โลก 8 สมัย (รวมทุกรุ่น) 2 Maverick Vinales Aprilia Racing 340,000,000 18,360,000 แชมป์โลก Moto3 3 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก MotoGP 1 สมัย 3 Joan Mir Team Suzuki Ecstar 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก 2 สมัย (MotoGP, Moto3) 5 Pol Espargaro Repsol Honda 119,000,000 6,273,000 6 Franco Morbidelli Monster Energy Yamaha MotoGP 102,000,000 5,338,000 แชมป์โลก Moto2 6 Jack Miller Ducati Lenovo Team 102,000,000 5,338,000 6 Alex Rins Team Suzuki Ecstar 102,000,000 5,338,000 9 Andrea Dovizioso WithU Yamaha RNF MotoGP Team 42,500,000 1,870,000 แชมป์โลก (รุ่น 125 ซีซี) 10 Jorge Martín Pramac Racing 34,000,000 1,785,000 แชมป์โลก Moto3 10 Álex Márquez LCR Honda Castrol 34,000,000 1,768,000 แชมป์โลก 2 สมัย (Moto2, Moto3) 12 Aleix Espargaro Aprilia Racing 25,500,000 1,377,000 13 Miguel Oliveira Red Bull KTM Factory Racing 21,250,000 1,105,000 14 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 17,000,000 901,000 แชมป์โลก Moto3 14 Takaaki Nakagami LCR Honda Idemitsu 17,000,000 901,000 16 Enea Bastianini Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 แชมป์โลก Moto2 16 Fabio Di Giannantonio Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 18 Luca Marini Mooney VR46 Racing Team 10,200,000 510,000

Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส

Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่านแคมเปญ “คนส่งฝัน” รถจักรยานยนต์ฮอนด้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญ “คนส่งฝัน” ของแฟลช เอ็กซ์เพรสเพื่อขอบคุณ และส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทย สำหรับความมุมานะพยายามในการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา (Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส) โดยแคมเปญ “คนส่งฝัน” เกิดขึ้นโดยความตั้งใจของแฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเป็นการขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งฝันของลูกค้าไปให้ถึงปลายทาง พร้อมไปกับการส่งความฝันของตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ โดยเล่าเรื่องผ่านเพลงร็อกในมิวสิควิดีโอ (MV) เพลง “คนส่งฝัน” ที่มีพนักงานขนส่งของแฟลช เอ็กซ์เพรสขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น Wave110i นำพัสดุไปส่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือช่วงเวลาไหน ก็ไม่สามารถทำให้ความตั้งใจของไรเดอร์แฟลช เอ็กซ์เพรสเปลี่ยนไป ทั้งนี้ ท่านสามารถร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่าน MV คนส่งฝันได้จากช่องทางดังต่อไปนี้   Facebook > https://fb.watch/cGfcwHePDq/ JOOX > https://bit.ly/3MSCXmP Spotify > https://spoti.fi/3ETQ6sJ Apple music > https://apple.co/3xYWLjR Youtube > https://bit.ly/38uQ8es อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Shoei โชว์เหนือ

Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ผมเชื่อว่าแฟน ๆ SuperBike Thailand หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักหมวกกันน็อกสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำและให้การสนับสนุนนักแข่งระดับโลกหลายคน อาทิ Marc Marquez, Toprak Razgatlioglu และ John McGuinness เป็นอย่างดี โดยล่าสุด Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับวงการหมวกกันน็อก อย่างไรก็ดีเจ้าเทคโนโลยีจอแสดงผลภายในหรือเจ้า HUD (Head Up Display) ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการยานยนต์อะไร โดยเจ้าระบบนี้มีการใช้งานในรถยนต์มาได้ระยะนึงแล้ว แต่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์นั้นยังถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่อยู่ นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลของ HUD บนรถยนต์ก็อยู่บนกระจกหน้าซึ่งไม่ได้ขยับไปไหน ขณะที่ในหมวกกันน็อกนั้นมันจะมีการขยับไปมา อีกทั้งหน้าจอ HUD บนรถยนต์ก็อยู่ห่างจากสายตาของผู้ขับขี่ ขณะที่หน้าจอในหมวกนั้นใกล้กว่ามาก ดังนั้นการออกแบบจึงทำได้ยากกว่า เนื่องจากจะต้องออกแบบขนาดให้พอเหมาะพอดีและยังต้องคำนึงอีกว่าจะไม่ไปรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับขี่อีกด้วย ส่วนข้อดีของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ก็คือสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แม้จะไม่มากนักก็ตาม โดยหน้าจอแสดงผลในหมวกนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อที่จะดูข้อมูลของตัวรถได้สะดวกนั่นเอง ทั้งนี้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ยังอาจจะนำไปใช้ในการแข่งขันได้อีกด้วย เช่น ส่งข้อความเกี่ยวกับการเรซไดเร็กชัน หรือว่าจะเป็นข้อความจากทางทีมได้อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีส่งข้อความผ่านทางหน้าจอของรถแข่งแทน แต่ถ้าใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้สามารถรับข้อความได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะตอนที่ต้องเข้าโค้งองศามาก ๆ ซึ่งจังหวะนี้จะไม่สามารถมองหน้าจอที่รถได้ แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะไม่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยเพิ่มในเรื่องความปลอกภัยและสมรรถนะในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น แต่แน่นอนว่าจะต้องไม่รบกวนผู้ขับขี่มากเกินไปเป็นสำคัญ ฟังแล้วก็ดูดีมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าอีกนานแค่ไหนที่ทาง Shoei จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในโมเดลผลิตขายจริงเท่านั้นแล้วล่ะครับ ขอบคุณภาพจาก motor-fan.jp อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Yamaha MT-15 V2 เปิดตัวที่อินเดียนั้นมีอะไรใหม่

Yamaha MT-15 V2 เปิดตัวที่อินเดียนั้นมีอะไรใหม่ เมื่อไม่นานนี้ยามาฮ่าอินเดียได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Yamaha MT-15 V2 พร้อมกับการอัปเดตเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเน็กเก็ดรุ่นเล็กยอดนิยมคันนี้ หลังจากที่ทางค่ายได้ทยอยอัปเดตโมเดลเน็กเก็ดไบค์ในตระกูล Master of Torque ไปกันจนเกือบหมดแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของน้องเล็กพิกัดเริ่มต้นกับเครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีกันบ้าง สำหรับโมเดลนี้จะมีการปรับปรุงให้เครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ช่วยให้ลดมีกำลังดีในทุกย่านความเร็ว โดยในโมเดลนี้จะมีแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมาเร็วขึ้น จากเดิม 13.9 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบเป็น 14.1 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ส่วนแรงม้าจะอยู่ที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบ  นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องยนต์จะยังคงมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์อยู่เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยให้รถเข้าเกียร์ได้ง่ายจากคลัตช์เบา และช่วยให้สามารถควบคุมเอ็นจิ้นเบรกได้ดีขึ้นเวลาเชนเกียร์เพื่อลดความเร็ว ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น      ส่วนช่วงล่างนั้นก็จะยังคงเดิม โดยระบบกันสะเทือนจะเป็นโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ขณะที่ระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะล้อหน้า)  และอีกส่วนที่อัปเดตเพิ่มเข้ามาและในบ้านเรายังไม่มีก็คือเจ้าระบบ Y-Connected นั่นเอง ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้รถสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แจ้งเตือนข้อความ อีเมล สายเรียกเข้าต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในแอ็ปนี้ยังช่วยให้คุณรับรู้ถึงข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ ของตัวรถได้อีกด้วยครับ ก็ต้องมารอดูกันครับว่าโมเดลใหม่ปี 2022 ในบ้านเราจะอัปเดตรุ่น Y-Connected มาให้ด้วยเลยหรือไม่ครับผม แต่บอกเลยว่าต้องมีสีสันใหม่จี๊ด ๆ โดนใจสาวกยามาฮ่าอย่างแน่นอน ค่ายนี้สีสวยไม่มีใครเกินอยู่แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MV Agusta Superveloce 800 Testalarga

MV Agusta Superveloce 800 Testalarga พิเศษสุดระดับคันเดียวในโลก ล่าสุดค่ายรถสุดสวยจากอิตาลีก็ได้ทำการยั่วน้ำลายสาวกด้วยการเผยโฉมโมเดลใหม่อย่าง MV Agusta Superveloce 800 Testalarga โมเดลคาเฟ่เรเซอร์สุดพิเศษคันเดียวในโลก  ค่ายรถอิตาเลียนค่ายนี้กำลังทำงานอย่างหนักอยู่หลังจากเปิดตัวโมเดลใหม่ไปและยอดขายล้นทะลักถึง 4 เท่าตัวจาก 5,000 คัน เป็น 20,000 คันต่อคัน ซึ่งเจ้าโมเดลใหม่ที่ว่าคือ Lucky Explorer 5.5 และ 9.5 สองพี่น้องแอดเวนเจอร์ และตามมาด้วยเรือธง F4 ของทางค่าย ทว่าค่ายก็ยังคงเปิดตัวโมเดลพิเศษสุด ๆ โดยมีพื้นฐานมาจากซูเปอร์เวโลเช่อีก 1 โมเดลซะอย่างนั้น โมเดลนี้จะเป็ยโมเดลยูนีคหรือคือมีเพียงคันเดียวไม่มีซ้ำ ที่ดำเนินทางเดียวกันกับโมเดลพิเศษก่อนหน้านี้อย่าง Alpine ที่ทำร่วมกันกับแบรนด์ที่เป็นเจ้าของสปอร์ตคาร์อย่าง Renault และ Ago ที่ได้แรงบันดาลใจจากนักแข่งระดับตำนานจากสนามแข่งระดับโลก Giacomo Agostini  แต่สำหรับโมเดลนี้จะได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่งเมื่อปี 1973 ที่มีจุดเด่นจากการมีฝาสูบแบบโอเวอร์ไซส์ตรงกับภาษาอิตาลีที่เป็นชื่อโมเดลนั่นเอง ตัวรถจะเลือกใช้สีแดงและสีเงินแต้มด้วยเพลตหมายเลขสีเหลืองที่แฟริ่งด้านข้าง บวกกับเพลตพิเศษบ่งบอกความจำกัดจำนวนคันเพียงคันเดียวเท่านั้นที่แผงคอ  นอกจากนี้ยังมีการปรับโปรไฟล์หรือทรงของจมูกรถด้านหน้าและชิลด์บังลมใหม่ และยังมีปรับปรุงอีกจำนวนนึงเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ 3 สูบ 798 ซีซี 147 แรงม้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ของโมเดล ต้องรอเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022

Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022 อีกแล้วรางวัล Laureus World Sports Awards เพิ่งจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในปี 2022 อย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้ และก็มี Valentino Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022 พร้อมถ้วยไปประดับวางบนชั้นอีก 1 ใบ ด้วยความจริงที่ว่า เพราะเขาคือตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยังมีชีวิต และเป็นที่รู้จักไปทั่วแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องการแข่งขันก็ยังรู้จัก  รางวัลในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 กับทางนี้ สำหรับทางพ่อหมอแล้ว โดยเขาถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลนี้มากถึง 9 ครั้งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดที่ได้รางวัลนี้ย้อนไปไกลถึงปี 2011 และครั้งแรกเมื่อปี 2006 ในฐานระบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจในวงการกีฬา  แม้ว่าเขาจะรีไทร์จากการแข่งขัน MotoGP เมื่อปลายปี 2021 แต่สำหรับแฟน ๆ แล้ว พ่อหมอยังคงเป็นคนในดวงใจเสมอ และไม่เพียงเท่านั้นเขายังคงไปแข่งกีฬาประเภทอื่นแทนนั่นก็คือการไปขับรถแข่งนั่นเอง เรียกได้ว่าการแข่งขันรถคือส่วนนึงของเขาไปแล้ว และความรักของเขาที่มีต่อการแข่งขันนั้นเป็นอะไรที่มากกว่าความสุขที่พร้อมจะแชร์ไปยังแฟน ๆ ของเขาทั่วโลก สถิติตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเขานั้นหาใครเปรียบไม่ได้ รอสซี่นั้นคว้าแชมป์โลกได้มากถึง 9 สมัย ชนะการแข่งขันทั้งหมด 115 ครั้ง 235 โพเดี้ยมตลอดช่วงชีวิตการแข่งขันของเขา และจนถึงวันนี้ยังไม่มีนักแข่งคนใดที่สามารถเป็นแชมป์โลกได้ทั้งในรุ่น 125 ซีซี 250 ซีซี 500 ซีซี และ MotoGP ได้เลย (และสถิตินี้ก็ไม่น่าจะมีใครทำลายได้ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากการแข่งขันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอีกด้วย)  พ่อหมอออกโรงกล่าวรับรางวัลไว้ว่า “ความจริงก็คือว่ารางวัลนี้มอบโดยตำนานแห่งวงการกีฬาทำให้มันยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก ปี 2006 ผมอยู่ที่บาร์เซโลนาที่พิธีมอบรางวัล ผมได้พบกับไอดอลในใจผมหลายต่อหลายคน ดังนั้นมันจึงยอดเยี่ยมมาก ๆ ผมเคยได้รางวัลนี้ไปสองรางวัลแล้ว ดังนั้นผมก็ต้องขอบคุณทุกคนสำหรับรางวัลนี้ด้วย นี่มันยอดเยี่ยมมาก ๆ ผมโชคดีเพราะผมเคยประสบความสำเร็จมากมายในช่วงชีวิตการแข่งขันของผม แน่นอนว่าชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้คนมากมายรู้จักการแข่งขัน MotoGP และเริ่มที่จะขี่รถมอเตอร์ไซค์เพราะผม นี่คือกีฬาที่ผมรักและผมภูมิใจกับรางวัลนี้มาก ๆ ครับ” แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ คิดว่าไง ถ้าไม่ใช่รอสซี่จะมีใครเหมาะกับรางวัลนี้บ้างครับ? อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha XSR125 Legacy 2022

Yamaha XSR125 Legacy 2022 เก๋ายิ่งกว่าเดิม ด้วยสีใหม่และล้อซี่ และนี่คือโมเดลใหม่ล่าสุดจากตระกูลสปอร์ตเฮริเทจของทางค่ายยามาฮ่า Yamaha XSR125 Legacy 2022 ที่เปิดตัวกันจากทางฝากฝั่งตะวันตก (บ้านเราจะเป็น XSR155) ก็ถือว่าเป็นโมเดิร์นคลาสสิคไบค์น้องเล็กคันใหม่จากทางค่ายส้อมเสียง  โดยโมเดลนี้จะดูดีพรีเมียมในแบบคลาสสิคเพิ่มมากขึ้นจากเฉดสีดำทอง ล้อซี่ลวดอลูมิเนียมขอบสีทองและยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ให้ความงดงาม และยังมีบังท่อไอเสียใหม่แบบ 2 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกันเพิ่มความเนี้ยบมากยิ่งขึ้น ตัวขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 14.8 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดหรือทอร์คที่ 11.5 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ โดยจะวางบนเฟรมแบบเดลต้าบ็อกซ์ที่เราได้เห็นกันในโมเดล MT นั่นเอง  มาต่อในส่วนของช่วงล่างกันบ้าง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะมีโช้คหน้าหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ขณะที่ระบบเบรกจะดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมขอบสีทองและยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น Metzeler Karoo Street  รายละเอียดเด่นอื่น ๆ ก็จะเป็นไฟหน้าและไฟท้าย LED ให้ความสว่างคมชัดเพิ่มทัศนวิสัยได้เป็นอย่างดี บังโคลนท้ายสีเดียวกับตัวรถดูกลมกลืนเนียนตา เรือนไมล์ LCD ทรงกลมเข้ากันกับสไตล์ของตัวรถ  ก็ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ที่สวยงามลงตัวมากครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าบ้านเราจะนำมาใช้กับ XSR155 ด้วยหรือไม่ครับ ถ้ามาก็จะดีมาก ๆ เลย เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับแฟน ๆ ที่ชอบรถในสไตล์คลาสสิคมากขึ้นครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฺBautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2

Bautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2 ด้าน Rea คว้าชัยเรซที่ 100 กับ Superpole การแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ Assen เป็น Jonathan Rea ที่คว้าชัยในรอบซูเปอร์โพล ขณะที่การแข่งขันในเรซที่ 2 นั้นชัยชนะตกเป็นของ Bautista ซึ่งเป็นการการันตีอย่างดีว่ายางหน้าสูตรใหม่ SC1 A0843 นั้นดีจริง ในการแข่งขันเรซที่ 2 นั้น 5 อันดับแรกนั้นมาจาก 5 ค่ายรถไม่ซ้ำกัน และ Bautista ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในตารางคะแนนรวม โดยมีคะแนนนำหน้า Jonathan Rea 18 คะแนน นอกจากนี้เรซนี้ยังเป็นโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้สำหรับ Locatelli จากทาง Yamaha และ Iker Lecuona จากทาง Honda ขณะที่รุ่น WorldSSP ก็เป็นทาง Aegerter ที่คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซไป การแข่งขัน WorldSBK ที่ Assen (Netherlands) ในวันอาทิตย์นั้นจบลงด้วยการแข่งขันสุดระทึกใจบรรดาแฟน ๆ สุด ๆ โดยในช่วงเช้าเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่พิชิตชัยในรอบ Tissot Superpole race เหนือ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) และ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ซึ่งโดนโทษปรับ 1 อันดับจากการขับเกินแทร็กลิมิตไปในแล็ปสุดท้าย  ในการแข่งขัน WorldSBK เรซที่ 2 นั้น เรื่องราวกลับเป็นตรงกันข้าม เมื่อนักแข่งจาก Ducati เป็นฝ่ายคว้าชัยแซงหน้า Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และรุกกี้อย่าง Iker Lecuona (Team HRC) ไปได้ โดยการแข่งขันในช่วงบ่ายนั้นนักแข่งหันมาเลือกยางหน้าสูตรใหม่ A0843 SC1 ยางสูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) มากขึ้น ขณะที่ยางหลังนักแข่งทุกคนต่างเลือกใช้ยาง SCX ยางสูตรมาตรฐาน (ตัวเลือก A) กันหมดเลย  หลังจาก Rea และ Razgatlioglu ต้องออกจากการแข่งขันไปในเรซ 2 ก็เป็น Bautista ที่เข้าเส้นเป็นอันดับแรกและมีคะแนนนำ Jonathan Rea อยู่หัวตารางถึง 18 คะแนนและนำแชมป์โลกคนปัจจุบันมากถึง 45 คะแนน  ส่วนนักแข่งสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) ก็สามารถคว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกันมาได้ ทำให้รั้งจ่าฝูงตารางคะแนนรวม โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Lorenzo Baldassarri 30 คะแนนด้วยกัน  WorldSBK Tissot Superpole Race:  ในช่วงประมาณ 11 โมงเช้าการแข่งขัน Tissot Superpole Race ได้เปิดฉากขึ้น และลดการแข่งขันเหลือเพียง 9 แล็ปเท่านั้นเนื่องมากจากดีเลย์เพราะปัญหาบนกริด Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกตัวจากตำแหน่งโพลโพซิชันได้สวยงามมาก ๆ ขึ้นนำ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ซึ่งทำลายสถิติเวลาการแข่งขันใหม่ในแล็ปที่ 3 ด้วยเวลา 1’33.620 นาที เร็วกว่าเวลาในเรซแรกเกือบ 1 วินาที