
Mick Doohan จากอุบัติเหตุเกือบถูกตัดขา สู่การสร้างนวัตกรรม Thumb Brake (เบรกนิ้วโป้ง) ที่ช่วยให้เขาคว้าแชมป์โลก 5 สมัยซ้อน
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Mick Doohan จากอุบัติเหตุเกือบถูกตัดขา สู่การสร้างนวัตกรรม Thumb Brake (เบรกนิ้วโป้ง) ที่ช่วยให้เขาคว้าแชมป์โลก 5 สมัยซ้อน

Inter Pirelli Cap Limited Edition สุดพิเศษเพียง 1,995 ใบในโลก ของการคอลแล็ปร่วมกันระหว่างแบรนด์ยางระดับโลกละสโมสรชื่อดังในอิตาลี

KTM RC490 หลุดทดสอบกันให้เห็นอีกครั้ง หลังเคยมีข่าวว่าจะเปิดตัวเมื่อหลายปีมาแล้วแต่ดันเงียบกริ๊บ ซึ่งครั้งนี้ KTM ตั้งใจมาจริงหรือแค่ข่าวลือ

MV Agusta Rush 1000 2021 ไฮเปอร์เน็กเก็ตตัวแรงจำนวนจำกัด หากแฟนๆ จำได้ ก็น่าจะพอรู้ว่าเมื่อปีที่แล้วมีการเปิดตัวโมเดลพิเศษจำนวนจำกัด โดยใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 998 ซีซีวางบนเฟรมถัก แบบเดียวกับที่ผมใน Brutale 1000RR แต่มีการปรับแต่งหลายๆ ส่วนทั้งในส่วนของไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ตัดเล็มส่วนท้าย และล้อหลังแบบล้อดิสก์ และจำหน่ายเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น และในปีนี้โมเดลพิเศษนี้ได้กลับมาอีกครั้งแล้วครับ MV Agusta Rush 1000 2021 ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม โดยครั้งนี้เคลมแรงม้ามาที่ 208 แรงม้าที่ 13,000 รอบ และแรงบิดที่ 85.9 ฟุตปอนด์ที่ 11,000 รอบ แต่ถึงจะบอกว่าเครื่องเดิม แต่จริงๆ แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในให้รับ Euro5 มีการปรับเปลี่ยนไทมมิ่งของแคมชาฟต์ใหม่ช่วยเพิ่มแรงบิดในช่วงรอบต่ำๆ และรอบกลาง มีการเคลือบวาล์วไกด์หรือปลอกวาล์วด้วย DLC เพื่อลดแรงเสียดทานและเพิ่มอายุการใช้งาน ทั้งยังเสริมความทนทานให้กับระบบเกียร์เพื่อให้ถ่ายกำลังไปยังล้อหลังได้ดีขึ้น ปรับปรุงควิกชิฟเตอร์เพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้แม่นยำมากขึ้นด้วยการใช้เซ็นเซอร์ใหม่ เฟรมก็ยังคงเป็นเฟรมถักโครโมลีเช่นเดิม แต่มีการปรับเซ็ตโช้คจาก Ohlins ใหม่เพื่อให้ควบคุมรถและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรกเองก็ใช้ของระดับท็อปอย่างคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema กับดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. และดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต และที่สำคัญยังมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้นอีกด้วย ในส่วนของเทคโนโลยีนั้นมีการปรับปรุงระบบ IMU ใหม่ ดังนั้นระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อลอยตัว ระบบช่วยออกตัว และครูซคอนโทรล จะทำงานได้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา และยังมีระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5.5 นิ้ว ช่วยให้สามารถใช้งานระบบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานร่วมกับ My MV App ได้ ทำให้สามารถปรับค่าต่างๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สำหรับค่าตัวนั้นอยู่ที่ 38,000 ยูโรหรือราวๆ 1,459,000 บาท โดยจะจำหน่ายเพียง 300 คันเท่านั้น และจะมีชุดเรซซิ่งคิทมาให้ด้วยเลย โดยในชุดก็จะประกอบไปด้วยครอบเรือนไมล์ ครอบเบาะไทย และท่อไอเสีย ฝาถังน้ำมัน CNC มือเบรกมือคลัตช์ CNC และการ์ดมือเบรกและคลัตช์สำหรับขับขี่ในสนาม และเมื่อเปลี่ยนท่อไอเสียเป็น SC-Project ที่มาในชุดบวกกับ ECU แบบเรซซิ่งก็จะทำให้รถให้กำลังแรงขึ้นเป็น 212 แรงม้าที่ 13,600 รอบ เรียกว่าเป็นรถที่ทั้งหล่อทั้งแรง และมีความพิเศษสุดๆ ด้วยจำนวนที่มีไม่มากนัก แต่ราคานั้นอาจจะแรงไปบ้าง แต่ถ้าเทียบกับของที่ให้มาก็คุ้มแหละครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Hypermotard 950 ปรับใหม่ยกแผงรับ Euro5 เป็นคิวของเจ้า Ducati Hypermotard 950 บ้างที่ได้รับการปรับใหม่ยกแผงรับมาตรฐาน Euro5 งานนี้สายซิ่งที่ชอบรถในสไตล์ซูเปอร์โมโตน่าจะได้เฮ รถในตระกูลไฮเปอร์โมตาร์ดจะมีอยู่หลายโมเดลด้วยกัน ได้แก่ ตัวสแตนดาร์ด รุ่นล้อ RVE และรุ่น SP อย่างที่จะได้เห็นในบทความนี้ โดยทุกรุ่นย่อยนี้จะได้รับการปรับให้รองรับ Euro5 ทั้งหมด เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่อง Testastretta สองสูบแอลทวิน ขนาด 937 ซีซี บล็อกเดียวกันกับที่ใช้ใน Supersport และ Monster คันใหม่ ให้กำลัง 114 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิด 70.9 ฟุตปอนด์ที่ 7,250 รอบ โดยมีการอัปเดตระบบส่งกำลัง ปรับปรุงการเข้าเกียร์ โดยเฉพาะเกียร์ว่างเวลาจอดรถ นอกจากนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนเกียร์บ็อกซ์ใหม่อีกด้วย แต่ที่ถูกใจวัยรุ่นก็น่าจะเป็นโมเดลพิเศษนั้นได้รับสีสันและลายกราฟิกใหม่ ทั้งนี้เจ้าโมเดลพิเศษรุ่นท็อปนี้ก็จะมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนจาก Ohlins ล้อฟอร์จ Marchesini และระบบ Quick Shift EVO ส่วนสีสันลายกราฟิกก็จะเป็นสีแดง สีชาร์โคลและสีขาวผสมกัน ส่วนโมเดลสแตนดาร์ดก็จะยังคงสีเดิมเป็นสีแดงคลาสสิค และรุ่น RVE จะมีลายกราฟิกแบบกราฟิตี้ สนนราคาเริ่มต้นที่ 12,890 ยูโรหรือประมาณ 494,000 บาท รุ่น RVE ราคา 13,690 ยูโรหรือประมาณ 524,000 บาท และสุดท้ายรุ่นท็อปราคา 16,990 ยูโร หรือราวๆ 650,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Cross Cub 110 สีฟ้าพิเศษ ขายญี่ปุ่น 2000 คันเท่านั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ค่ายปีกนกได้ทำการเปิดตัวเจ้า Honda Cross Cub 110 ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์และขายจริงในปี 2018 ซึ่งก็เป็นโมเดลที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และในปีนี้ ฮอนด้าก็เหมือนจะเอาใจสาวกพร้อมดึงวัยรุ่นหรือไบเกอร์หน้าใหม่เข้าวงการส่งโมเดลสีพิเศษ ฟ้า Puko Blue ที่มีขายในญี่ปุ่นเพียง 2,000 คันเท่านั้น เจ้าครอสคับคันนี้มีพื้นฐานมาจากซูเปอร์คับ นำเฟรมมาใช้แต่ตัดส่วนแฟริ่งด้านหน้าออกไป และเพื่มไฟหน้า LED ยึดเข้ากับเฟรมโดยตรง จากนั้นแขวนเครื่องสูบเดียวขนาด 109 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ โดยเครื่องนี้มีกำลัง 7.9 แรงม้าและแรงบิดที่ 6.3 ฟุตปอนด์ ใช้ระบบเกียร์ 4 สปีด โดยโมเดลนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปนอกจากสีสันพิเศษ โดยจะวางจำหน่ายเทรลไบค์คันนี้สไตล์คลาสสิคพร้อมลุยได้เล็กน้อยในราคา 341,000 เยนหรือประมาณ 98,000 บาท เพียงแค่ 2,000 คันเท่านั้น อ่านข่าว Honda อื่นๆ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

THRUXTON 1200 RS คัสตอมพิเศษ ฉลอง 10 ปี DGR Triumph ฉลองครบรอบ 10 กิจกรรม The Distinguished Gentleman’s Ride ด้วยการมอบ Thruxton 1200 RS คัสตอมพิเศษ ในวันที่ 23 พฤษภาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวันครบรอบ 10 ปีของกิจกรรม The Distinguished Gentleman’s Ride (DGR) และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญทาง Triumph จึงได้คัสตอมโมเดลพิเศษขึ้นมา และจะมอบให้กับผู้ที่ระดมทุนคนสำคัญที่ได้ทำตามเงื่อนไขทั้งหมดของกิจกรรม Gentlefolk Competition ได้ทั้งหมด กิจกรรม “Gentlefolk Competition” ถูกคิดขึ้นมาเพื่อมอบโอกาสผู้ที่มีส่วนในการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์เพื่อสุขภาพของผู้ชายอย่าง DGR นี้ มีสิทธิลุ้นรางวัลเป็นโมเดลคัสตอมสุดพิเศษ และเพื่อที่จะเข้าร่วมและมีสิทธิ์ลุ้นจะต้องเข้าไปสมัครสมาชิกและกรอกข้อมูลทั้งหมดในเว็บ www.gentlemansride.com บริจาคเงินให้กับตัวเอง บริจาคเงินให้กับไรเดอร์คนอื่นๆ และระดมทุนบริจาคให้ได้ไม่น้อยกว่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านี้คุณก็จะมีสิทธิ์แล้ว โดยทุกคนที่มีสิทธิ์ลุ้นรถคัสตอมพิเศษคันนี้ จะได้รับอาร์มพิเศษ 2021 DGR Commemorative Prize อีกด้วย ส่วนรางวัลใหญ่นั้นจะจับฉลากลุ้นกันในวันที่ 6 มิถุนายน 2021 นี้ครับ มาถึงรายละเอียดตัวรถกันบ้าง เจ้าโมเดลคัสตอมพิเศษ ถูกออกแบบ เพนต์และคัสตอมขึ้นที่ Hinckley หรือโรงงาน Triumph ที่อังกฤษนั่นเอง โดยใช้ช่างฝีมือผู้มีความชำนาญเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ชุดสีที่งดงามและคุณภาพสูงที่สุด และที่สำคัญเจ้าโมเดลนี้จะมาพร้อมลวดลายเพนต์ด้วยมือสุดพิเศษไม่เหมือนใครในโลกอีกด้วยครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นอกเหนือลวดลายบนตัวรถแล้วก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับโมเดลสุดพิเศษนี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK มันอะไรยังไง ไปดู แบรนด์ต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน Superbike World Championship นั้นล้วนแล้วแต่แสวงหาหนทางที่จะริเริ่มหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะรีดเอาสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะคว้าชัยชนะในศึกการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ใช้รถโปรดักชันมาให้ได้นั่นเอง และเพื่อการนี้หลายๆ ค่ายจึงได้เลือกใช้ระบบเบรกจาก Brembo ระบบเบรกจากอิตาลีที่คอยซัพพอร์ตวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับนักแข่งในรายการนี้มาเข้าสู่ปีที่ 34 แล้ว ในการทดสอบช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลการแข่งขันนั้น หลายๆ ค่ายรถต่างขยับกริดขึ้นลงไปมา ไม่ว่าจะ Ducati, Kawasaki, Yamaha หรือ Honda ต่างก็พยายามที่จะทดลองคาลิเปอร์เบรกใหม่จากทาง Brembo เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะด้านการเบรกในทุกๆ สภาวะ แต่ไม่ใช่แค่นั้น มันยังรวมไปถึงสมรรถนะในทางตรงอีกด้วย เนื่องจากคาลิเปอร์ใหม่นี้ออกแบบมาป้องกันแรงฉุดที่จะเกิดขึ้นจากการสัมผัสกันระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดแรงกระทำอันไม่พึงประสงค์จนมาลดความเร็วของรถลง นอกจากนี้คาลิเปอร์เบรกยังช่วยให้นักแข่งสามารถปรับแรงเบรกที่จะป้อนเข้าสู่ลูกสูบเบรกได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่เพียง ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK ยังมีนวัตกรรมในส่วนของจานเบรกอีกด้วย โดยมีการพัฒนาจานเบรกขึ้นมา 3 ประเภทเพื่อใช้ในการแข่งขันในปี 2021 โดยเฉพาะ ประเภทแรกเป็นจานโลหะขนาด 338.5 ม.ม.สำหรับการใช้งานในสนามที่ต้องการเบรกหนักๆ และ อีกประเภทเป็นจานโลหะขนาด 336 ม.ม.สำหรับใช้ในสนามที่ใช้เบรกน้อยลง นอกจากนี้ยังมีจานเพิ่มพิเศษอีกประเภทคือจานโลหะแบบเพิ่มตัวระบายอากาศไว้ เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะในการระบายความร้อนของตัวจานเบรกโดยเพิ่มพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศ ซึ่งจะเหมาะกับสนามที่ต้องเบรกหนักมากๆ อย่าง Donington Park, Circuit de Barcelona-Catalunya และ Circuit de Nevers Magny-Cours นั่นเอง ถัดมาสำหรับจุดสำคัญอย่างเรื่องการออกจากโค้งที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญจุดนึงที่จะช่วยให้ทำเวลาได้ดีในการแข่งขัน WSBK หรือว่าการเตรียมตัวที่จะแซงคู่แข่งในสนามก็เป็นจุดที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ในส่วนนี้ทางแบรนด์ระบบเบรกนั้นได้คำนึงถึงส่วนนี้เช่นกัน โดยมีการผลิตปั๊มบนซึ่งจะมีปุ่มที่แฮนด์บาร์ด้านซ้ายที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ขณะเร่งความเร็ว นอกจากนี้ยังระบบอื่นๆ เช่นปั๊มแบบกดและดึง ซึ่งใช้นิ้วโป้งหรือนิ้วชี้ในการควบคุมขึ้นอยู่กับความต้องการของนักแข่ง ปั๊มเบรกนี้จะต้องติดต่างต่างออกเล็กน้อยหากต้องการการใช้งานด้วยนิ้วชี้ จะต้องหมุนไป 180 องศาเมื่อเทียบกับแบบที่ต้องใช้นิ้วโป้ง แต่ทั้งสองแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือเพิ่มองศาการเบรกและกริพที่มือเบรกขณะกำลังลดความเร็ว นอกจากนี้ทางแบรนด์เองก็ไม่ได้พัฒนาแต่เรื่องของเบรก ในฤดูกาลนี้ล้อ Marchesini ที่อยู่ในเครือเดียวกันกับทางแบรนด์เอง มีนักแข่งเลือกใช้ลงสนามราว 70% ก็มีการพัฒนา ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมที่ช่วยลดน้ำหนักของรถแข่ง และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมทั้งในตอนเร่งความเร็วและเข้าโค้งอีกด้วย โดยล้อนั้นสำหรับด้านหน้าจะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ 5 ก้านตัว Y และแบบ 7 ก้าน ขณะที่ด้านหลังนั้นจะมีเพียงแบบเดียวคือแบบ 7 ก้าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW เล็งใช้เฟรมคาร์บอนแบบผสม กับรถรุ่นใหม่ๆ ในอนาคต ล่าสุดทาง BMW ได้ทำการยื่นจดสิทธิบัตรดีไซน์เฟรมคาร์บอนและอัลลอยแล้ว เมื่อเอ่ยถึงค่ายรถจากเมืองบาวาเรีย หลายๆ คนน่าจะรู้ว่าค่ายนี้คือผู้นำด้านเทคโนโลยีชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ในด้านโครงสร้างแบบผลิตจำนวนมาก และยังเคยโชว์เหนือด้วยการยัดคาร์บอนไฟเบอร์ชุดใหญ่ให้กับเจ้ารถสนามอย่าง HP4 Race ซึ่งใช้เฟรมคาร์บอนแล้ว โดยทางค่ายได้ทำการยื่นจดสิทธิบัตรที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ทำเฟรมรถมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและการผลิตที่เกิดจากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ล้วนๆ โดยมีการใช้ภาพเฟรมอลูมิเนียมของ S1000RR เป็นต้นแบบของภาพร่างจดสิทธิบัตร เผยให้เห็นถึงแนวคิดในการใช้น็อตขันยึดชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปเพื่อเพิ่มหรือปรับแต่งความแข็งแรงของแชสซีรถ ทั้งนี้การใช้แผงคาร์บอนในลักษณะนี้มีการใช้ในรถแข่ง MotoGP มาก่อนแล้ว โดยทีมแข่งจะใช้คาร์บอนไฟเบอร์ยึดเข้ากับเฟรมอลูมิเนียม ในตำแหน่งที่คำนวณไว้เพื่อปรับความยืดหยุ่น อย่างไรก็ดีแนวคิดของค่ายใบพัดสีฟ้านั้นต่างออกไป โดยมีการใช้การยึดด้วยน็อตแทนที่จะเป็นกาว ซึ่งง่ายต่อการผลิตมากกว่า และยังทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนหรือปรับเซ็ตฟีลลิ่งในการขับขี่ได้ง่ายกว่าด้วย และเมื่อพูดถึงการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ มีไม่กี่รายที่จะทำได้ดีเท่ากับค่ายใบพัด เพราะทางค่ายได้มีการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์จำนวนมากเพื่อใช้ในรถยนต์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ผลิตมาอย่างยาวนานเกือบ 20 ปีอีกด้วย ทั้งนี้ดีไซน์ใหม่นี้จะได้ข้อดีในส่วนของน้ำหนักและความแข็งแรง พร้อมกับผลิตง่ายกว่าเฟรมอลูมิเนียมแบบเดิม ทั้งยังช่วยให้สามารถออกแบบชิ้นส่วนได้บางลง ทำให้มีน้ำหนักเบามากขึ้น โดยมีเจ้าคาร์บอนเหล่านี้มาช่วยเสริมความแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีการระบุอีกว่าดีไซน์นี้ยังทำให้ไม่ต้องเชื่อมชิ้นส่วนอลูมิเนียมเพิ่มเข้ามาเพื่อที่จะเสริมความแข็งแรงให้กับเฟรม ซึ่งขั้นตอนเชื่อมนี้จะก่อให้เกิดความร้อนและส่งผลต่อความแข็งแรงของอลูมิเนียมที่อยู่ใกล้เคียงได้อีกด้วย ก็เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากๆ ครับ ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น พร้อมราคาที่มิตรมากขึ้นในอนาคตครับ และก็ต้องดูด้วยว่า BMW จะใช้เทคโนโลยีกับรถรุ่นใหม่ๆ ของเขาอย่างไรบ้างครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli TNT 600 2021 สีสันใหม่ เอาใจวัยรุ่น เปิดตัวกันไปแล้วที่ประเทศจีน สำหรับ Benelli TNT 600 2021 โดยไม่ได้เป็นโมเดลแบบออลนิว มีเพียงสีสันลายกราฟิกใหม่เท่านั้น แต่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งจริงๆ ทางค่ายปรับโฉมโมเดลนี้มาตั้งแต่ปี 2020 แล้วแต่ในบ้านเรายังไม่ได้นำโฉมนี้เข้ามาจำหน่ายแต่อย่างใด โดยหลักๆ แล้วตัวรถก็จะมีสีสันใหม่ และหากเทียบกับโมเดลที่ขายในบ้านเราจะเห็นได้ว่าโมเดลนี้ได้รับการปรับโฉมหน้าใหม่ พร้อมกับใส่ลูกเล่นใหม่ๆ ที่ทันสมัยมากขึ้นลงไปในตัวรถ ให้มีความทัดเทียมคู่แข่งที่ปรับตัวอยู่เสมอๆ ส่วนแรกที่เปลี่ยนแปลงใหม่และเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือส่วนของไฟหน้ารถนั้นเองครับ ตอนนี้จะใช้ระบบไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED ทั้งคันแล้ว รวมถึงยังมีไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์อีกด้วย ถัดเข้ามาจะเห็นเรือนไมล์ใหม่แบบหน้าจอ TFT สี บอกข้อมูลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเลขบอกเกียร์ อุณหภูมิเครื่องยนต์ เวลา ปริมาณน้ำมัน ระยะทาง ความเร็ว ความเร็วรอบ และแจ้งเตือนสถานะต่างๆ ถัดมาที่แฮนด์บาร์จะมีสวิตช์ควบคุมต่างๆ ปรับมาใหม่และมาพร้อมกับไฟแบ็กไลต์ เรียกว่าอย่างกับรุ่นใหญ่พิกัดเรือธงเลย ส่วนเครื่องยนต์นั้นหลักๆ ยังคงเดิม ยังคงเป็นเครื่อง 4 สูบเรียงขนาด 600 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลัง 80.46 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิดที่ 55 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ซึ่งไม่ต่างจากเดิมมากนัก ส่วนของช่วงล่างที่เด่นออกมาเลยคือระบบเบรก ซึ่งตอนนี้ใช้คาลิเปอร์เบรก Brembo ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้วในตอนนี้ ส่วนระบบกันสะเทือนก็ยังคงไม่เป็นโช้คหน้าหัวกลับขนาด 51 ม.ม. และโช้คหลังเดี่ยวเช่นเดิม และแน่นอนว่าระบบไอเสียแบบปลายท่อคู่ใต้เบาะที่เป็นเอกลักษณ์ ก็ยังคงมีไว้เช่นเดิมครับ สุดท้ายนี้บ้านเรานั้นจะเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่ ต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R 1250 GS Adventure Edition 40 Years GS เปิดตัวพร้อมขายไทยแล้ว BMW Motorrad Thailand เฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งตำนาน GS เผยโฉม มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจิตวิญญาณสายลุยพันธุ์แท้ เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของตระกูล GS พร้อมหลอมรวมสมรรถนะและความทรงพลังที่ล้ำสมัยของมอเตอร์ไซค์ในยุคปัจจุบันเข้าไว้ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มาในสีเหลืองตัดกับสีดำ พาย้อนเวลากลับสู่รุ่น R 100 GS ในตำนาน ขุมพลังที่ใช้คือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สองสูบพร้อมเทคโนโลยี ShiftCam ใหม่และโหมดการขับขี่แบบ Pro เพื่อปลดล็อคความเพลิดเพลินในทุกสภาวะการขับขี่ โดยโมเดลพิเศษนี้จะผลิตมาในจำนวนจำกัด โดยจะมีจำหน่ายในไทยเพียง 34 คันเท่านั้น พร้อมให้เป็นเจ้าของที่ราคา 1,174,000 บาท มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “จิตวิญญาณแห่ง GS ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1980 กับการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ R 80 G/S ซึ่งนับเป็นรถดูอัลสปอร์ตรุ่นบุกเบิกที่พร้อมออกผจญภัยทั้งออนโรดและออฟโรด และจวบจนวันนี้ กว่า 40 ปีให้หลัง มอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS ได้กลายมาเป็นตำนานสำหรับแฟน ๆ ทั่วโลก และเราก็ยังคงสร้างความสำเร็จครั้งใหม่อย่างต่อเนื่องในเซกเมนต์นี้” “ในวันนี้ เราได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure Edition 40 Years GS ซึ่งมาในลุคสีเหลืองดำแบบผึ้งบัมเบิลบีอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น R 100 GS ในตำนาน โดยเราได้เติมความล้ำสมัยทั้งในด้านพละกำลังและการควบคุมเพื่อสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์” “นอกจากรุ่นพิเศษใน R Series ที่เราเปิดตัวในวันนี้แล้ว เรายังมีมอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS อีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักบิดชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้นอย่าง G 310 GS ตลอดไปจนถึง F Series ยอดฮิตอย่าง F 750 GS, F 850 GS และ F 850 GS Adventure รวมทั้งบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS และในตลอดทั้งปีนี้ เรายังได้เตรียมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่และกิจกรรมที่เร้าใจอีกมากมาย เพื่อนำการผจญภัยครั้งใหม่มาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าชาวไทยไปพร้อม ๆ กัน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Benelli 302R 2021 กับ 5 จุดเด่นที่น่าสนใจ หลังจากเปิดตัวกันที่เมืองจีนไปแล้ว มาครั้งนี้เราก็เลยรวบรวมจุดเด่นที่น่าสนใจของโมเดลใหม่นี้มาให้แฟนๆ SuperBike Thailand ที่ชื่นชอบหรือกำลังเล็งสปอร์ตไบค์คันล่าสุดจากทางค่ายสิงโตขาวอย่าง New Benelli 302R 2021 อยู่ครับ ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวกว่าที่เคย แน่นอนว่ารูปลักษณ์ภายนอกนี่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ มีความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้นอย่างมาก แม้ว่าในหลายๆ ส่วนจะไม่ได้เปลี่ยนไปก็ตาม หากไม่รับสีสันและลวดลายกราฟิกแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากสุดคือในส่วนของไฟหน้าที่มีการดีไซน์ใหม่หมด ให้มีความสปอร์ต ดุดัน ทันสมัยมากขึ้น อีกส่วนนึงคือส่วนท้ายรถก็มีการดีไซน์ไฟท้ายใหม่เช่นกัน มีความสวยงามโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ระบบไฟแบบ LED จุดเด่นข้อต่อมาคือระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งในส่วนของไฟหน้าและไฟท้าย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอย่างนึงของโมเดลนี้เลย เพราะโมเดลเดิมนั้นยังไม่ใช่ไฟ LED และแน่นอนว่ามาพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ด้วยครับ ซึ่งก็ให้ความสว่างคมชัด เพิ่มทัศนวิสัยได้ดีมากขึ้นครับ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT หน้าจอเรือนไมล์สี TFT อันนี้ก็ถือเป็นการอัปเกรดอีกหนึ่งจุดเด่นเลย ซึ่งก็เป็นไปตามเทรนด์ ตอนนี้รถรุ่นไหนไม่มีจอสี TFT ถือว่าเชยครับ น้ำหนักเบาลงกว่าเดิม 22 กิโลกรัม อันนี้จัดเป็นจุดเด่นสำคัญมากๆ เลยครับ หากใครที่เป็นแฟนๆ ค่ายนี้ หรือเคยขับขี่จะรู้เลยว่าค่ายนี้มีรถที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก แต่โมเดลใหม่นี้มีการปรับปรุงการออกแบบแชสซีให้มีความแข็งแรง แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักเบาลงถึง 22 กก. เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้า ซึ่งมีผลดีต่อการขับขี่ใช้งานเป็นอย่างมากครับ ดิสก์เบรกหน้าคู่ อันนี้แม้ว่าจะไม่ใช่อะไรใหม่ แต่สำหรับรถในพิกัดนี้แล้ว ไม่ค่อยจะมีโมเดลไหนที่จะให้ดิสก์เบรกหน้าคู่มาแบบนี้ครับ ถือว่าโดดเด่นมากๆ ในส่วนของเบรกหน้าครับ ถึงจะไม่ใช่ปั๊มเบรกยี่ห้อแพงๆ ก็เถอะ อย่างไรก็ดีจุดที่น่าสังเกตคือกำลังของเครื่องยนต์นั้นลดลงมาเล็กน้อย อันเป็นผลมาจากเรื่องของมาตรฐานไอเสียใหม่ ทว่าน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมมากก็จะมาช่วยกลบจุดด้อยตรงนี้ไป ทำให้โมเดลนี้มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูเรื่องของราคาว่าจะแพงกว่าโมเดลก่อนหน้านี้มากน้อยแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha YZF-R7 2021 กับ 6 ข้อมูลที่เรารู้ในตอนนี้ กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในตอนนี้กับ Yamaha YZF-R7 2021 ที่ตอนนี้ทางยามาฮ่ายุโรปกำลังโพสต์คลิปทีเซอร์สั้นๆ เกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้ คราวนี้เลยก็รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลนี้ที่ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วมาให้แฟนๆ รับทราบกันครับ เครื่องยนต์ CP2 แน่นอน เจ้าสปอร์ตไบค์รหัสใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์ CP2 ที่เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 689 ซีซีที่เคยใช้ในโมเดลยอดนิยมอย่าง MT-07 และ Tenere 700 แน่นอน อ้างอิงจากเอกสารการยื่นแจ้งกับทาง คณะกรรมการทรัพยากรอากาศของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ CARB มีการระบุไว้เครื่องยนต์จะมีขนาด 689 ซีซี ซึ่งก็ตรงกับเครื่อง CP2 นั่นเอง ความแรงไม่น่าต่าง ในด้านของสเปกความแรงนั้น แม้ในตัวเอกสารจะไม่ได้บอกอะไรกับเรามากนัก แต่ตัวเลขของไอเสียนั้นเหมือนกับทาง MT-07 โมเดลใหม่ล่าสุดเลย ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงมากว่าตัวเลข แรงม้า และแรงบิดจะเท่ากันกับ MT-07 โมเดลล่าสุด คือ มีแรงม้าที่ 74.8 แรงม้าที่ 8,750 รอบ และ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ แชสซีเดียวกับ MT-07 อิงจากเอกสารเดิมเช่นเคย จะเห็นว่าตัวเลขมวลของรถที่ใช้คำนวณหาค่าไอเสียนั้น (EIM) อยู่ที่ 280 ก.ก. (เป็นน้ำหนักที่รวมคนขับ) ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับเอกสารของ MT-07 ดังนั้นน้ำหนักของเจ้าสปอร์ตไบค์คันใหม่นี้ก็น่าจะมีแชสซีเดียวกันกับ MT-07 และน้ำหนักจะไม่ต่างไปจาก 184 กิโลกรัมมากนัก มีให้เลือก 2 สี เช่นเคยครับ อิงจากเอกสารเดิม จะเห็นได้ว่ามีโค้ด 2 โค้ดด้วยกัน คือ YZFR7NCB และ YZFR7NCL ซึ่งต่างกันเพียงแต่ตัวท้าย ส่วนข้อมูลอื่นๆ เหมือนกัน ดังนั้นโค้ดตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของสี โดยน่าจะมี 2 สีคือสีดำและสีน้ำเงิน แบบเดียวกันที่พบในเจ้า R1 นั่นเอง ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED พร้อมไฟ Daytime Running Light เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของดีไซน์ แน่นอนว่าดีไซน์จะออกมาเป็นสปอร์ตไบค์ โดยมีต้นสาย DNA มาจากเจ้า R1 แบบแน่นๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้จะใช้ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED อยู่ตรงกลางแรมแอร์ และในรูปที่เห็นคือไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ครับ เปิดตัว 18 พฤษภาคมนี้ และสุดท้ายคือจะเปิดตัวที่ยุโรปในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ และแน่นอนเตรียมติดตามข้อมูลต่างๆ จาก SuperBike Thailand ได้เลยครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ในศึก WorldSBK ปี 2021 คงไม่ง่าย เพราะมีนักแข่งอีกมากมายที่มีสิทธิ์ต่อกรกับเขา ในปีนี้ทุกสายตาจากคู่แข่งในศึก WorldSBK จะต้องจับจ้องไปที่ Jonathan Rea จากทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK เพื่อที่จะแย่งชัยชนะมา และป้องกันไม่ให้เขาได้แชมป์ติดต่อกัน 7 สมัยรวด แต่ใครบ้างที่มีสิทธิ์มีฝีมือมากพอที่จะต่อกรกับเขา? Scott Redding จากทีม Aruba.It Racing – Ducati นักแข่งเพื่อนร่วมชาติกับแชมป์โลก 6 สมัย เคยไล่บี้แชมป์มาแบบทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งๆ ที่เป็นฤดูกาลแรกของเขา และในปีนี้เขาก็น่าจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ปีที่แล้วเขาชนะมาได้ทั้งหมด 5 เรซ กับได้ยืนบนโพเดียมอีก 14 ครั้ง รวมถึงเคยได้สตาร์ทจากตำแหน่งโพล 1 ครั้ง ดังนั้น Redding ก็ถือว่ามีฝีไม้ลายมือมากพอแน่นอน ครับ คนต่อมาเป็น Michael Ruben Rinaldi เพื่อนร่วมทีมของ Redding ซึ่งเคยร่วมกันกับแชมป์โลก 6 สมัยอีกหนึ่งคนทำดวลเดือดในศึก Teruel Round ที่สนาม MotorLand Aragon ผลคือทั้งสามคนสูสีกันมากๆ และได้ยืนบนโพเดียมด้วยกัน และปีนี้เขาย้ายมาอยู่ทีมโรงงานกับทาง Ducati แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีแนวโน้มที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ได้ดีขึ้นแน่ ที่เหลือคือเขาจะรักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้หรือไม่? ต่อมาคือ Toprak Razgatlioglu จากทาง Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK เจ้าหนูตัวแรงที่เคยฟัดกับ Jonathan มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาแข่ง WorldSBK เขาเคยคว้าชัยชนะ 2 เรซแรกในชีวิตของเขาที่ Magny-Cours in 2019 และศึกดวลเดือดอีกครั้งในรอบ Estoril เมื่อปี 2020 ก็เป็นเขาที่สามารถเอาชนะมาได้ จากการดวลกันและสถิติเวลาการซ้อมของสองคนนี้ก็จะเห็นได้ว่านักแข่งตุรกีผู้นี้มีสิทธิ์ต่อกรกับแชมป์โลกอย่างแน่นอน ถัดมาถือเป็นม้ามืดตัวใหม่ เขาก็คือ Garrett Gerloff จาก GRT Yamaha WorldSBK Team หลังจากที่โชว์ฝีไม้ลายมือหวดคันเร่งในตอนทดสอบที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ทำสถิติเวลาเร็วสุดในฐานะนักแข่งจากยามาฮ่า และกลายเป็นการดวลกันกับ Jonathan บนตารางเวลา แม้ว่าจะตกเป็นรองกลายเป็นอันดับที่ 2 ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Gerloff เองก็มีสิทธิ์ในศึกนี้ได้เช่นกัน ถัดมาอีก ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมของเขาเอง นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมกรีนแล้ว นักแข่งอังกฤษผู้นี้เคยชนะมาแล้ว 1 เรซกับยืนโพเดียมมาอีก 4 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และจากการทดสอบกับ ZX-10RR คันใหม่นี้เขาก็ทำเวลาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้อาจจะเป็น Lowes ที่เข้ามาเบียดแบ่งแต้มไปจากแชมป์โลกก็เป็นได้ นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแข่งคนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น Alvaro Bautista จาก Team HRC ที่เคยบี้กับ Rea มาตลอดปี 2019 หรือจะเป็น Chaz Davies ที่ตอนนี้ย้ายทีมมาอยู่กับ Team GoEleven ก็เคยดวลกันมานานมากแล้ว และได้เป็นรองมาหลายครั้งหลายหน หรือจะเป็น Tom Sykes จากทาง BMW Motorrad WorldSBK Team ที่เคยเป็นทางเพื่อนร่วมทีมและเป็นคู่กัดกันมานาน งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันยาวๆ ครับว่าศึกในปี 2021 นี้ใครจะเป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำใกล้จะผลิตจริงแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้เอกสารการยื่นจดสิทธิบัตรของยามาฮ่าได้เผยให้เห็นถึง Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับสกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซี จะมีหน้าตาใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ที่เราได้เคยเห็นกันไปเมื่อปีก่อนๆ ก่อนหน้านี้ทางค่ายส้อมเสียงนี้ได้ทำการยื่นจดเครื่องหมายการค้าในชื่อว่า ‘E01’ ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดากันว่าอะไรที่ขึ้นต้นด้วย ‘E’ จะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และตอนนี้ในเอกสารสิทธิบัตรของเจ้า E01 ก็ได้มีภาพหลุดออกมา ช่วยให้แน่ใจได้ว่ามันจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งไอเสียจากทางค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน หากท่านที่ติดตามข่าวสารมาตลอด ท่านจะรู้ได้ว่าเทคโนโลยีเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับ Yamaha นั่นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย และทางค่ายเองก็ได้เคยมีโมเดลขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมานานแล้ว แต่เจ้า E01 จะเป็นโมเดลแรกเลยที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ให้กำลัง 11 กิโลวัตต์หรือประมาณ 14 แรงม้า เรื่องนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เพราะสกู๊ตเตอร์นั้นเป็นแหล่งรายได้ของทางค่ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์นั้นจะเทียบเท่ากับรถในพิกัด 125 ซีซีที่หรือมอเตอร์ไซค์พิกัดเริ่มต้นเลย สำหรับตอนนี้โมเดลใหม่นี้จะยังขาดในส่วนของลวดลายกราฟิก เนื่องจากภาพตามสิทธิบัตรนั้นเผยให้เห็นว่ายังมีรูปโฉมเหมือนกับคอนเซ็ปต์ไบค์ที่ทางยามาฮ่าเคยจัดแสดงมาก่อน โดยเฉพาะดีไซน์แบบไฟหน้าที่จมหายเข้าไปในแฟริ่งแบบเดียวกับเจ้า R1 โดยตัวรถมีพอร์ตสำหรับชาร์จไฟที่ด้านหน้าตัวรถ ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้น่าจะเป็นเพราะว่าทางค่ายน่าจะทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อไม่ให้การกระจายน้ำหนักของรถออกมาไม่ดี แต่ที่ยังไม่ชัดเจนก็คือเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสลับใช้กับค่ายอื่นที่เคยลงนามข้อตกลงร่วมกับ KTM, Honda และ Piaggio เพื่อที่จะสร้างมาตรฐานร่วมกันและช่วยกันลดต้นทุน ซึ่งมีผลดีกับทางผู้ใช้อย่างเราๆ ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก