SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
“พีระเซอร์กิต” ปูผิว 100R ใหม่ เรียบกริบไม่ง้อทริปต่างประเทศ

สนามพีระเซอร์กิต พัทยา (Bira Circuit) ได้เผยภาพการปรับปรุงสภาพผิวจราจร (Resurfacing) ครั้งล่าสุด บริเวณโค้งไฮไลต์อย่าง "โค้ง 100R" ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เวฟปลาวาฬ Wave125i 2021 เปิดสีใหม่ล่าสุด ประหยัด สวยกว่าเดิม

ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย เผยโฉม New Wave125i 2021 หรือที่ใครหลายคนรู้จักในฉายา เวฟปลาวาฬ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ให้คำว่าผู้นำ เป็น…ได้มากกว่าที่เคย” โดดเด่นด้วยสีเทาใหม่ Metallic Matte Gray สุดโฉบเฉี่ยว พร้อมเอมเบลมเรียบหรู เส้นสายตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความปราดเปรียว สง่างาม ทันสมัยทุกมุมมอง มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า New Wave125i 2021 มาพร้อมระบบไฟหน้า LED Headlight หรูหรา เฉียบคม ส่องสว่างทันทีเมื่อสตาร์ท เรือนวัดความเร็ว Premium Amber Meter ดีไซน์เรียบหรู ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ครบครันชัดเจน มั่นใจด้วยระบบกุญแจนิรภัย มาพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ ให้ความสะดวก ปลอดภัย ใช้งานง่าย เพียงกดกุญแจก็เปิดกล่องใต้เบาะได้ทันที ส่วนพื้นที่ใต้เบาะใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ ด้วยขนาดไซส์ XL ความจุถึง 17 ลิตร พร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร นิว เวฟ125ไอ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่รวดเร็วทันใจ ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า โดยมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร ผ่านการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ด้วยดิสก์เบรกหน้า ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่ายเจ้า เวฟปลาวาฬ Wave125i 2021 สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray พร้อมกับอีก 3 เฉดสีเดิมที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีสันแบบสปอร์ตทูโทน ในรุ่นล้อแม็ก ได้แก่ สีน้ำเงิน-แดง, สีดำ-แดง และสีขาวแดง ราคาแนะนำ 56,000 บาท และในรุ่นล้อซี่ลวด สีดำ, สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,800 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ นิวฮอนด้าเวฟ 125 ไอ ได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 650 NK SP 2021 ปรับช่วงล่าง เสริมเทคโนโลยี การันตีขี่ดีขึ้นชัวร์

CFMoto 650 NK SP 2021 ปรับช่วงล่าง เสริมเทคโนโลยี การันตีขี่ดีขึ้นชัวร์ แบรนด์จีนดีไซน์เฉียบอย่างซีเอฟโมโต ล่าสุดก็ได้แอบเปิดโมเดลใหม่ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก็คือเจ้า CFMoto 650 NK SP 2021 เน็กเก็ดไบค์สองสูบพิกัด 650 ซีซี ที่จัดว่าน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรกับการปรับปรุงรับปี 2021 ในครั้งนี้  การปรับปรุงและอัปเดตในครั้งนี้นั้นหลักๆ ดูเหมือนว่าจะพุ่งเป้าไปที่คนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยจะมีการเปลี่ยนโช้คใหม่ไปใช้ของ KYB และยางเองก็มาใช้ Pirelli Angel ST ซึ่งก็จะช่วยให้การขับขี่ การยึดเกาะดีขึ้น ส่วนล้อนั้นมีดีไซน์ใหม่เข้ากับรถมากขึ้น แต่ก็ส่งผลแต่เรื่องความสวยงามเท่านั้น    นอกจากเรื่องของช่วงล่างแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบสลิปเปอร์คลัตช์ตัวใหม่เข้าไป ในส่วนของเครื่องยนต์ก็มีการใช้หัวฉีดใหม่จาก Bosch เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro5 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าโมเดลนี้น่าจะขายในประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะในยุโรป โดยตอนนี้เคลมแรงม้ามาที่ 56.4 แรงม้า ขณะที่ตัวรถนั้นมีน้ำหนักรถเปล่า 193 กก.  นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในส่วนแสดงผล มาใช้หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ตามเทรนด์ของมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่ที่ต่างก็เริ่มหันมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบนี้กันมาก  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Burgman 400 2021

Burgman 400 2021 ปรับใหม่ทั้งภายนอกภายใน  กระแสของแม็กซี่สกู๊ตเตอร์นี่มาแรงอย่างต่อเนื่องจริงๆ ครับ หลายๆ ค่ายต่างทยอยปรับปรุงหรือออกโมเดลใหม่เพื่อตีตลาดสกู๊ตเตอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มไม่เกิน 400 ซีซี ถือว่ามีตัวเลือกหลากหลายมากมายจริงๆ เพราะมันตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี ขี่ง่าย สบายต่อการเดินทาง  และคราวนี้เป็นคิวของ Suzuki กันบ้างที่มีการปรับปรุงเจ้า Burgman 400 2021 ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน  ในส่วนของภายนอกนั้นมีใหม่ก็ในส่วนของสีสันใหม่ ซึ่งจะเป็นสีด้านใหม่ มีสีเทา สีดำ และสีเงิน และทั้งหมดมาพร้อมกับล้อสีน้ำเงินใหม่เท่านั้น ส่วนภายในนั้นแน่นอนว่าส่วนใหญ่โมเดลที่ปรับปรุงใหม่นั้นมีผลมาจากการบังคับใช้มาตรฐาน Euro5 ของรถที่จะจำหน่ายในยุโรปซึ่งเจ้าเบิร์กแมนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย  โดยคราวนี้มีการปรับปรุงในส่วนเครื่องยนต์ มีการติดตั้งระบบหัวเทียนคู่เข้าไป เปลี่ยนหัวฉีดใหม่ ช่วยให้การเผาไหม้ได้ประสิทธิภาพและสะอาดมากขึ้น ทั้งยังปรับไทมิ่งการจุดระเบิดและการเปิดปิดวาล์วใหม่เพื่อให้สตาร์ทได้ง่ายขึ้น เดินเบาได้สมู้ทขึ้น รวมไปถึงส่งกำลังได้ดีขึ้น มีแรงบิดที่ดีขึ้นในช่วงรอบต่ำถึงกลาง  และยังช่วยให้ผ่าน Euro5 อีกด้วย  โดยตอนนี้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 399 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำให้แรงม้าที่ 29.2 แรงม้าที่ 6,300 รอบและแรงบิดที่ 35.2 นิวตันเมตรที่ 4,900 รอบ ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ นั้น มีแทร็คชันคอนโทรลที่ปรับปรุงใหม่ที่ทำงานได้อย่างแนบเนียนมากขึ้น ระบบเบรก ABS มีการปรับปรุงดีไซน์ใหม่มีขนาดเล็กและเบากว่าเดิม และทำงานได้ดียิ่งขึ้น มีระบบ Easy Start หรือระบบช่วยสตาร์ทเพียงกดปุ่มครั้งเดียว เรือนไมล์เองก็มีการอัปเดต โดยยังคงเดิมเรื่องดีไซน์แต่แสดงผลข้อมูลได้มากขึ้น อาทิ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในขณะนั้น เป็นต้น    ฟังก์ชันอื่นๆ ในแบบของสกู๊ตเตอร์ก็มีอยู่แน่นๆ เช่นเคยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ขนาด 42 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกได้เต็มใบ 1 ใบ และแบบครึ่งใบอีก 1 ใบ ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังคงมี (น่าจะเป็น USB เลยจะดีไม่น้อย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ชมโฉมหน้า CBR1000RR-R FIREBLADE

ชมโฉมหน้า CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ก่อนที่จะเริ่มทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของปีที่ Montmeló ประเทศสเปน ทาง Team HRC ก็ได้ทำการเปิดเผยโฉม CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ของสองนักแข่ง Alvaro Bautista และ Leon Haslam ให้ได้ชมกัน โดยปีนี้ก็ถือเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันแล้วที่ทางทีมโรงงานเข้ามาทำทีมลงแข่งในรายการนี้ โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นไปในรูปแบบของเวอร์ชวลพรีเซนเทชันจากทาง Team HRC  เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของทาง HRC ซึ่งถ่ายทำกันในโรงรถของทีม เผยให้เห็นโฉมหน้า 2021 CBR1000RR-R FIREBLADE คันงาม นอกจากนี้ผู้ชมจะได้ฟังคอมเมนต์และความคาดหวังของสมาชิกคนสำคัญในทีม ในฐานะที่พวกเขาได้เตรียมพร้อมที่จะสู้ศึกในการแข่งขันระดับโลกด้วยรถโปรดักชันอีกด้วย เท็ตซึฮิโระ คุวาตะ ผู้อำนวยการ HRC และผู้จัดการทั่วไปแผนกการจัดการแข่งขันจากยังได้ส่งข้อความบอกให้เห็นถึงว่าการแข่งขันนั้นสำคัญกับทาง Honda มากขนาดไหน ทางค่ายได้พยายามอย่างหนักและต่อเนื่องเพื่อที่จะพัฒนารถให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมีแนวคิดว่าเจ้าไฟร์เบลดคันนี้คือรถที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันและวาดลวดลายในสนาม ทางคุวาตะเองยังได้กล่าวอีกว่าการพัฒนาทั้งในส่วนของรถและการจัดการบริหารทีมนั้นเสร็จสิ้นตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวแล้ว และเขาก็ได้มอบหมายงานต่อให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง Leon Camier แล้วอีกด้วย  การผันตัวจากนักแข่งมาเป็นผู้จัดการทีมนั้นถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักแข่งชาวอังกฤษผู้นี้ เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นและมีส่วนให้โปรเจกต์การพัฒนารถของทางวิศวกรจาก HRC นั้นสำเร็จได้ด้วยดีและยังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งๆ ที่มีอุปสรรคอย่างปัญหาเรื่องโรคระบาด Covid-19 เข้ามาเพิ่มเติม ด้านของสองนักแข่งต่างก็ยินดีที่มี Camier อดีตนักแข่งที่เคยแข่ง SBK มาเหมือนกันกับ Leon Haslam มาร่วมงาน หลังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงในช่วงฤดูหนาวที่มีทั้งขี่มินิไบค์ยันขี่เอ็นดูรานซ์จบลง Haslam ก็พร้อมที่จะกลับมาขี่ม้าศึกของเขาอีกครั้ง พร้อมยังบอกอีกว่าเขาสามารถขึ้นไปยืนแถวหน้า ด้วยประสบการณ์และการเติบโตจากปีที่แล้วได้อย่างแน่นอน ทางด้าน Alvaro Bautista เองก็ได้แชร์ความรู้สึกในช่วงที่เขาฝึกซ้อมช่วงฤดูหนาวให้ฟังด้วยอีกว่า เขาฝึกมาทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อที่จะอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ความประทับใจแรกของเขาได้จากการที่รถดีขึ้นด้วยฝีมือของวิศวกร ฟีลลิ่งเองก็ดี และเป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็คือทุ่มสุดตัวและพยายามที่จะคว้าชัยมาให้จงได้ งานนี้แฟนๆ Honda ก็เตรียมตัวชมผลงานการซ้อมอย่างเป็นทางการได้เลย แล้วการแข่งขันก็จะเบิดศึกกันในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway GT270

Keeway GT270 สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ เปิดราคาเร้าใจท้าชนเจ้าตลาด เริ่มต้น 119,900 ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์คีเวย์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับการเปิดตัว Keeway GT270 ที่ถือเป็นสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรกของทางค่าย พร้อมกันนี้ยังกล้าการันตีรับประกันเครื่องยนต์นานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม.และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงอีก 1 ปีเต็ม GT270 นั้นออกแบบภายใต้แนวคิด More than City Scooter หรือแปลง่ายๆ ว่าเป็นได้มากกว่าสกู๊ตเตอร์สำหรับใช้งานในเมืองทั่วๆ ไป โดยจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างสมรรถนะและดีไซน์ และยังมีฟังก์ชันการทำงานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ให้คุณไปได้ไกลว่าที่คิด  รูปลักษณ์จะออกมาในแบบของสปอร์ต มีความโฉบเฉี่ยวทันสมัย มาพร้อมฟังก์ชันสมัยใหม่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ สมาร์ทคีย์ แผงหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD ระบบไฟ Full LED ทั้งหมดพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์ และช่องจ่ายไฟแบบ USB ใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวก ขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 4 วาล์ว ขนาด 278 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ให้แรงม้า 21.4 แรงม้าที่ 7,250 รอบ แรงบิด23 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่วนของช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ OKD แบบซับแทงค์ไนโตรเจน ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดิสก์เบรกหน้าขนาด 240 ม.ม. และดิสก์หลังขนาด 220 ม.ม. พร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อนั้นจะเป็นขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมยาง IRC 110/70-13 และ 130/70-13  ทั้งนี้จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันด้วยกันได้แก่  Standard มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีขาว และสีดำด้าน จำหน่ายในราคา 119,900 บาท Extreme เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ จำหน่ายในชุดสีน้ำเงิน มาพร้อมโช้คหลัง Ohlins แครชบาร์ การ์ดไฟหน้าและแผ่นรองเท้าสแตนเลส จำหน่ายในราคา 134,900 บาท รวมภาพรุ่น Extreme ด้านล่าง   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

C 400 X & C 400 GT

C 400 X & C 400 GT ปรับใหม่รับ 2021 แรงไม่ตก แถมปลอดภัยมากขึ้น ปัจจุบันกระแสของรถแม็กซี่สกู๊ตเตอร์นั้นเรียกได้ว่าสุดๆ ทั้งในบ้านเราและในยุโรป ซึ่งก็เป็นเพราะจุดเด่นของรถประเภทนี้ที่มีทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถที่จะใช้เดินทางไกลๆ ได้อีกด้วย แถมยังมีท่านั่งที่สบาย ขับขี่ได้ไม่ยาก และสุดท้ายขี่ในเมืองใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  และเมื่อไม่นานมานี้ Yamaha เองก็เพิ่งจะจัดโมเดลพิเศษฉลอง 20 ปี ของเจ้าแม็กซี่สกู๊ตเตอร์สุดแรงของทางค่ายอย่าง TMAX 560 ไป แน่นอนว่าตลาดนี้ใครๆ ก็อยากมีส่วนร่วม ครานี้จึงเป็นทีของ BMW ที่จะต้องมากอบกู้สถานการณ์บ้าง   โดยทาง BMW Motorrad ได้ทำการปรับปรุง C 400 GT และ C 400 X ที่แรกเริ่มเปิดตัวในปี 2018 ซึ่งทั้ง 2 โมเดลนี้ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป  โดยเจ้ารหัส X จะเป็นสกู๊ตเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานแถบชานเมือง ลุยได้เล็กๆ มีสไตล์ที่ได้ต้นแบบมาจากรถในตระกูล GS  ส่วนรหัส GT ก็จะเป็นสกู๊ตเตอร์ที่มีสไตล์เน้นไปทางด้านทัวริ่งมากกว่า มีเส้นสายเหมาะกับการขับขี่ทางไกล รวมไปถึงลูกเล่นพรีเมียมมากมาย   โดยการอัพเดตรับปี 2021 นี้จะมีรายละเอียดเด่นๆ ไม่มากนัก โดยจะมีการปรับปรุงในเรื่องของระบบคันเร่งไฟฟ้าเพื่อให้ทำงานกับเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 350 ซีซี มีการปรับปรุงระบบควบคุมเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้ยังสามารถรักษาแรงม้าไว้ได้ที่ 34 แรงม้า ขณะเดียวกันก็ออกแบบระบบไอเสียใหม่เพื่อให้สามารถผ่าน Euro5 ได้  นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงในส่วนของระบบเกียร์ CVT ใหม่เล็กน้อย มีการใส่สปริงคลัตช์ใหม่เข้าไป ซึ่งทางค่ายระบุว่าจะช่วยให้ส่งกำลังได้สมู้ทมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตอนที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ เช่น ตอนซอกแซกในถนนที่รถติดมากๆ หรือขับขี่ในเมือง สุดท้ายเลยคือระบบควบคุมเสถียรภาพรถโดยอัตโนมัติหรือ ASC ก็จะทำงานได้รวดเร็วขึ้น เข้ามาเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้นเวลาที่ต้องเจอกับสภาพเส้นทางที่มีการยึดเกาะน้อยๆ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vinales ประเดิมคว้าชัย

Viñales ประเดิมคว้าชัย ส่วน Quartararo เข้าที่ 5 ในศึก Qatar GP ล่าสุด Maverick Vinales ก็ได้ประเดิมคว้าชัยให้กับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ที่สนาม Losail International Circuit เรียกว่าเป็นการประเดิมเปิดฤดูกาล 2021 ได้อย่างสวยสดงดงามจริงๆ ส่วนเพื่อนร่วมทีมอย่าง Fabio Quartararo ก็ทำผลงานได้ดีจบได้ลำดับที่ 5 ในสนามนี้ หลังจากต้องพานพบกับการออกสตาร์ทที่ยากลำบากสองคู่หูจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ก็สามารถที่จะทะยานขึ้นสู่กลุ่มแถวหน้าได้ และเป็น Vinales ที่สามารถขึ้นนำและคว้าชัยได้ในที่สุด ขณะที่ Quartararo สู้สุดตัวและเข้าเส้นชัยด้วยลำดับที่ 5 ได้สำเร็จ  โดย Maverick นั้นออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 แต่ออกตัวไปแล้วอันดับตกมาอยู่ที่ลำดับที่ 8 แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น จากนั้นเขาก็ไล่ตามหลัง Quartararo ในเวลาไม่นานนัก และทั้งคู่ก็ทำงานกันเป็นทีมไล่แซงนักแข่งคนอื่นๆ จนขึ้นสู่หัวแถว และเมื่อแล็ปที่ 8 มาถึงพวกเขาก็สามารถไต่มาอยู่ที่ลำดับที่ 3 และ 4 ได้  นักแข่งหนุ่มเบอร์ 12 นั้นรักษาระดับความเร็วไว้ได้อย่างน่าทึ่ง และมันก็ชัดเจนว่าอย่างน้อยๆ เขาก็ต้องคว้าโพเดียมแรกของปี 2021 มาได้แน่นอน ขณะที่การแข่งขันยังเหลืออีก 12 แล็ป นักแข่งจากแดนกระทิงดุก็สามารถรั้งอันดับที่ 3 และกลายเป็นนักแข่งจาก Yamaha ที่อันดับดีที่สุด จากนั้นเขาก็ร่นระยะห่างกับ Johann Zarco ภายในไม่กี่โค้ง กระทั่งเขาก็สามารถขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 และไปฟัดกับ Francesco Bagnaia จนกระทั่งแล็ปที่ 15 ก็สามารถขึ้นนำได้ จากนั้นท็อปกันก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการกับยางที่เหลือรวมถึงการรักษาระยะห่างจากคู่แข่งได้จนจบเข้าเส้นชัยด้วยระยะเวลาห่างจากอันดับ 2 เพียง 1.092 วินาทีเท่านั้น ด้าน Quartararo ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 และตกไปอยู่ที่อันดับที่ 6 หลังจากโค้งแรก แต่ไม่นานนักเขาก็สามารถขึ้นไปนำเป็นหัวแถวให้กับขุนผลจาก Yamaha ได้ โดยมีทั้ง Viñales และ Valentino Rossi ตามขบวนมา พอจบแล็ปแรกก็สามารถรั้งอันดับที่ 5 ไว้ได้ โดยมีเป้าหมายถัดไปคือ Jorge Martin ที่รั้งอันดับ 4 ในจังหวะนั้น ขณะที่เหลืออีก 17 แล็ป นักแข่งจากเมืองน้ำหอมและเริ่มที่จะสร้างแรงกดดันให้แก่ Jack Miller ในโค้ง 15 เขาก็สามารถแซงผ่านไปได้อย่างนุ่มนวล และมีลุ้นที่จะได้โพเดียม เป้าต่อไปคืออันดับ 2 ที่ห่างกันเพียง 0.9 วินาทีเท่านั้น แต่ความมุ่งมั่นนั้นก็ต้องอาศัยปัจจัยอื่นด้วย การจะรั้งในหัวแถวของเขานั้นทำให้เขาต้องใช้ยางเปลืองมาก ในที่สุดก็ไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ โดยที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 8 แล็ป เขาตกไปอยู่ที่อันดับ 7 แต่การแข่งขันยังไม่จบ เขากัดฟันและสามารถที่จะเร่งแซงคืนในช่วงสุดท้ายและเข้าเส้นในอันดับที่ 5 ห่างจากอันดับนึง 3.03 วินาที ผลของการแข่งขันโดยสรุปคือเจ้าท็อปกัน Vinales ประเดิมคว้าชัย รั้งอันดับ 1 ตารางคะแนนด้วยคะแนน 25 คะแนน และเจ้าหนู Quartararo มี 11 คะแนน และทำให้คะแนนประเภทผู้ผลิตและทีมรั้งอันดับ 1 หลังจากจบสนามแรกอีกด้วย    สนามหน้าของการแข่งขัน MotoGP จะยังคงแข่งขันกันที่กาตาร์เช่นเดิมที่สนามเดิมครับ ติดตามเชียร์กันต่อได้ครับ  อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto-250SR-Racing-Version

CFMoto 250SR Racing Version โมเดลใหม่พร้อมซิ่งในสนาม ระยะหลังๆ มานี้แฟนๆ ชาวสองล้อน่าจะพอรับรู้ได้ว่าสปอร์ตไบค์ขนาดเล็กน้ำหนักเบานั้นค่อนข้างจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในทางเอเชีย ไม่เพียงแต่มันจะสะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงยังเหมาะที่จะไปขับขี่ในสนามได้เมื่อปรับเซ็ตให้เหมาะสม  รถเหล่านี้มักจะมาพร้อมเครื่องสูบเดียวหรือเครื่องสองสูบ และมักจะมีมิติตัวรถใกล้เคียงกับโมเดลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องในค่ายเดียวกัน แต่จะขับขี่ได้ง่าย เป็นมิตรกับมือใหม่ และเพื่อการนี้เองค่ายรถจีนอย่าง CFMoto จึงได้เปิดตัว 250SR Racing Version ซึ่งจะเป็นสปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่ง พร้อมแฮนด์จับโช้ค รวมไปถึงช่วงล่างที่เหมาะกับการขับขี่ในสนาม  โดยพื้นฐานของโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียว 249 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าที่ 27 แรงม้า เหมาะกับนักบิดหน้าใหม่ รวมถึงนักบิดที่ประสบการณ์มาระดับนึงและพร้อมที่จะไปขับขี่ในแทร็ก นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสี TFT ระบบเบรก ABS และโหมดการขับขี่แบบ Eco และ Sport  สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นพร้อมซิ่งสนามนี้ก็จะได้แก่ ลวดลายกราฟิกใหม่ สวยงามให้อารมณ์เรซซิ่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่วงล่างใหม่จาก KYB ที่ปรับเซ็ตให้แข็งขึ้นเหมาะกับการขับขี่ในสนามมากขึ้น คันเร่ง ระบบเบรก และท่านั่งขับขี่ยังมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เหมาะกับการขับขี่แบบดุดันสไตล์เรซซิ่งมากขึ้น  ส่วนเมืองไทยจะเข้ามาใหม่นั้น ก็ต้องลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Zontes 350GK

Zontes 350GK สแครมเบลอร์สไตล์เรโทรเตรียมเปิดตัววางขายเร็วๆ นี้ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่คุณก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่ารถมอเตอร์ไซค์จากจีนนั้นส่งผลต่อรถระดับเริ่มต้นในวงการสองล้ออย่างมาก โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรปที่มักจะมองว่ามอเตอร์ไซค์คือของเล่นอย่างนึง ไม่ใช่ของจำเป็นในชีวิต ดังนั้นเรื่องคุณภาพนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจมากนัก และหลายๆ คนก็มักจะอุดหนุนรถที่มาจากจีนเหล่านี้  และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นค่ายรถสัญชาติจีนนั้นพัฒนารถของพวกเขาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และเริ่มมีบทบทสำคัญในตลาดโลกมากขึ้น เช่น CFMoto และ Zontes ที่เริ่มแพร่หลายในหลายๆ ทวีป ทั้งยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผลมาจากราคาของมัน รวมไปถึงคุณภาพและฟีเจอร์ต่างๆ  และล่าสุดทาง Zontes ก็ ได้เปิดตัว 350GK ที่คาดว่าจะขายในจีนก่อน ซึ่งมันดูเป็นรถที่มีสไตล์เฉียบคมดูล้ำสมัยตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แต่เดิมมักจะมีรถที่เหมือนมาจากยุคอนาคต ตัวรถจะมาในแบบของสแครมเบลอร์ โดยมีดีไซน์ในสไตล์เรโทร แต่ยังคงมีเส้นสายเฉียบคมอยู่พอสมควร โดยตัวรถจะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ซึ่งน่าจะเป็นระบบวาล์วแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ และอาจจะมีแรงม้าได้มากถึง 43.5 แรงม้าเลยทีเดียว ทางค่ายยังอ้างว่าแม้ว่าจะใช้เครื่องสูบเดียว แต่รถก็จะขับขี่ได้นุ่มนวลด้วยเคาน์เตอร์บาลานเซอร์ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้มากถึง 20%    ฟีเจอร์อื่นๆ อาทิ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 17 ลิตร หน้าจอ TFT สี ระบบไฟ LED ระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบเบรก ABS และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ เป็นต้น ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ    อย่างไรก็ดีตอนนี้ราคานั้นก็ยังไม่ระบุ แต่เชื่อว่าจะพร้อมจำหน่ายในหลายๆ ทวีปในเดือนหน้าครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Kawasaki KLR650 2022

เปิดตัว Kawasaki KLR650 2022 เปิดตัวในไทยพร้อมวางขาย เริ่มต้น 268,500 บาทเท่านั้น เรียกว่าเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์พอสมควรเลยทีเดียวกับการเปิดตัว Kawasaki KLR650 2022 จากทาง คาวาซากิ ประเทศไทย เพราะแต่ก่อนนั้นไม่เคยมีวางจำหน่ายในประเทศไทยมาก่อนเลยครับ แม้ว่าจะมีการผลิตในประเทศไทยเพื่อส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศมานานมากแล้วก็ตามครับ สำหรับโมเดลนี้ถือว่าเป็น All New นะครับ เป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของ KLR650 แล้ว จุดที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบหัวฉีดเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 652 ซีซีนี้ที่ทั้งประหยัดกว่าเดิมและทนทานกว่าเดิม รวมถึงยังสามารถสตาร์ทได้ง่ายขึ้นแม้ว่าจะอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลหรือพื้นที่ๆ อากาศหนาวอีกด้วย ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ทุกพื้นที่จริงๆ นอกจากหัวฉีดแล้ว ยังมีการปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ของแคมชาฟต์เพื่อปรับการจ่ายไอเดียและไอเสียใหม่ ช่วยให้ได้แรงบิดและกำลังในรอบกลางมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและรูปทรงของตัวประคองโซ่เพื่อเพิ่มความทนทานอีกด้วย  มีการปรับดีไซน์ของถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็น 23 ลิตร ช่วยให้เดินทางได้ไกลมากขึ้น มีเรือนไมล์ดิจิตอลที่มาพร้อมเกจแสดงระดับน้ำมันแล้ว แชสซีเองก็มีการปรับปรุงให้มีการสั่นสะเทือนน้อยลงอีกด้วย ปรับเปลี่ยนชุดคลัตช์และเกียร์เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีขึ้น  มีตัวเจเนอเรเตอร์ที่ทนทานมากขึ้นเพื่อจ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะติดตั้งเพิ่มเข้ามาได้ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานที่ไบเกอร์กลุ่มนี้มักจะติดตั้งไฟเสริมอยู่แล้ว ซับเฟรมมีการเพิ่มความทนทานเข้าไป ปรับให้มีสวิงอาร์มยาวขึ้นเล็กน้อยและจุดหมุนของสวิงอาร์มมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ลุยไปได้มากขึ้นนั่นเอง   นอกจากการปรับปรุงในส่วนต่างๆ ที่มีผลต่อการขับขี่และสมรรถนะของรถแล้ว ทางคาวาซากิยังได้คำนึงเรื่องของหน้าตารูปลักษณ์ด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ไฟหน้าเป็นแบบ LED แล้ว และยังมีลวดลายกราฟิกและสีสันใหม่สวยงามมากขึ้นอีกด้วย  ในส่วนของความปลอดภัยเองก็ได้รับการอัปเกรด โดยมีดิสก์เบรกหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เบรกได้ดีขึ้น มีระบบเบรก ABS อีกด้วยครับ โดยประเทศไทยจะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นสแตนดาร์ด จำหน่ายในราคา 268,500 บาท และรุ่น Adventure ที่จะเพิ่มในส่วนของกล่องสัมภาระ และไฟสปอตไลท์เสริมเข้ามา จะจำหน่ายในราคา 299,000 บาทเท่านั้น งานนี้ใครเป็นไบเกอร์สายลุย สายผจญภัย ชื่นชอบการเดินทางไกล ไม่ควรพลาดโมเดลนี้อย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องราคา ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี รวมถึงการบำรุงรักษาที่ทำได้ง่ายไม่ซับซ้อนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki เปิด 3 โมเดลใหม่

Suzuki เปิด 3 โมเดลใหม่ ใน Motor Show 2021 พร้อมโปรจัดเต็มทุกโมเดล ซูซูกิ เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ในงาน Motor Show 2021 ที่นับว่าเป็นงานจัดแสดงยานยนต์ระดับอาเซียน โดยในปีนี้ ซูซูกิ นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค พร้อมเติมเต็มความสุขทุกการขับขี่ในทุกๆ การเดินทาง    “ซูซูกิ” ปีนี้ มาในแนวคิด Suzuki’s Japanese DNA แสดงออกถึงความท้าทายไม่มีที่สิ้นสุด ปลดปล่อยจินตนาการอย่างอิสระ และโลกที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมแสดงตัวตนและเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ซึ่งทางซูซูกิได้ตกแต่งบูธ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่น อย่างเรียบง่าย เร้าใจ สไตล์สปอร์ต ซึ่งในครั้งนี้ ซูซูกิ ยกขบวนทัพสองล้อมาอวดโฉม แบบเต็มพื้นที่จัดแสดงให้ท่านเลือกชมกันอย่างจุใจ ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ทุกการใช้งาน   โดยจะมีการแบ่งกลุ่มรถเป็น 6 โซน ด้วยกัน ได้แก่   โซน Legendary Models โมเดลระดับตำนาน อาทิ GSX1300R  Hayabusa และ Katana โซน Super Sport Models โมเดลซูเปอร์สปอร์ต อาทิ GSX-R1000 และ GSX-R1000R ซึ่งสปอร์ตไบค์ที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงมาจาก MotoGP โซน Adventure Tourer Models โมเดลทัวริงแอดเวนเจอร์ อาทิ V-Strom 1050XT และ V-Strom 650XT ที่ได้รับรางวัล Bike of The Year 2021 ในรุ่น Best Touring Middle Weight  โซน Street Sport Models โมเดลสปอร์ตพร้อมซิ่งถนน GSX-S1000, GSX-S1000F, GSX-S750 และ SV650X  โซน Luxury Models โมเดลสุดพรีเมียมหรูหรา อาทิ Burgman 400 ABS และ Boulevard โซน Convenience Models โมเดลรถใช้งานในชีวิตประจำวัน อาทิ VanVan 200, GSX-R150 และ GSX-S150  พิเศษมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่แห่งชัยชนะในฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าสนามอย่างซูซูกิ ได้นำรถของแชมป์โลกปีล่าสุดอย่าง GSX-RR ที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP รถคู่ใจ โจน เมียร์ Team Suzuki Ecstar มาให้ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดอีกด้วยครับ   และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานนี้คือ Suzuki เปิด 3 โมเดลใหม่ ซึ่งได้แก่  All New Gixxer SF สปอร์ตไบค์ที่ถอดรหัสมาจากรถแข่งในสนามรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ขับได้สนุกทั้งในสนามแข่งและคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ทั้งยังมีดีไซน์โดดเด่น สวยงาม และถ่ายทอด DNA มาจากซูเปอร์ไบค์ของซูซูกิ  ถัดมาคือสองเจ้าของรางวัล Bike of The Year 2021 อย่าง New V-Strom 650XT กับสีสันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรถในสไตล์ทัวริงแอดเวนเจอร์ตอกย้ำความเป็น “เจ้าแห่งการผจญภัยที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม  และสุดท้ายกับ Suzuki New GSX-S750  นักล่าสายพันธุ์สปอร์ต ปีล่าสุดกับสีใหม่ มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพิเศษสุดๆ กับโมเดลที่แฟนๆ คนรักซูรอคอยกับ Suzuki New GSX1300R Hayabusa Gen.3 ที่ทาง ซูซูกิ จัดเตรียม Special Hayabusa Corner เอาไว้ให้ทุกท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนแจ้งความสนใจ ได้ที่ Special Hayabusa Corner ภายในงานนี้เท่านั้น ซึ่ง New GSX1300R Hayabusa Gen.3  5 คันแรกของประเทศไทยจะมาให้ทุกท่านได้ยลโฉมตัวจริงในไตรมาสที่ 3

Honda Rebel 1100 2021

Honda Rebel 1100 2021 ครูเซอร์ไบค์ไซส์บิ๊กเปิดตัวด้วยราคา 399,000 บาท   Honda Rebel 1100 2021 ครูเซอร์ไบค์รุ่นใหญ่พิกัดใหม่จากทางฮอนด้าเปิดตัวแล้วในงาน Motor Show 2021  โดดเด่นด้วยสไตล์สุดคลาสสิคและเครื่องยนต์สองสูบขนาดใหญ่ 1100 ซีซีบล็อกเดียวกันกับ Africa Twin และเทคโนโลยีทันสมัย โดยดีไซน์นั้นมาในรูปโฉมของครูเซอร์ไบค์ มีจุดเด่นที่มีมิติตัวรถที่พัฒนามาอย่างดี ชิ้นส่วนที่เลือกมาเป็นอย่างดี ทำให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในพิกัดนี้ ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีดีแค่ทางตรง แต่ยังขับขี่ได้อย่างคล่องตัวและเร่งแซงได้ดั่งใจอีกด้วย  เครื่องยนต์เป็นแบบ 2 สูบเรียงขนาด 1084 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่มีการปรับจูนใหม่ ให้มีกำลังและสุ้มเสียงที่ดีในช่วงความเร็วรอบต่ำๆ โดยที่ในรอบสูงๆ ก็ยังสามารถขับขี่ได้นุ่มนวล เหมาะกับสไตล์ของตัวรถ   และสำหรับโมเดล DCT ก็แน่นอนว่าจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์อีกต่อไป ให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น หรือจะสามารถเปลี่ยนเกียร์เองแบบแมนวลเพื่อความสนุกเร้าใจก็ทำได้เช่นกัน  ด้านแชสซีนั้นออกแบบมาเป็นอย่างดี ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เสถียรเวลาขับขี่ทางตรง แต่ยังช่วยให้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เบาะนั่งเองก็ไม่สูงเลย เครื่องยนต์ก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก ช่วยให้สามารถเข้าโค้งได้มากถึง 35 องศา มากกว่าครูเซอร์ไบค์ทั่วๆ ไปมากเลยทีเดียว โช้คหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิกขนาด 43 ม.ม. ปรับพรีโหลดได้ ด้านหลังเป็นโช้คหลังคู่พร้อมซับแทงค์จาก Showa ปรับพรีโหลได้เช่นกัน ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกัน พร้อมระบบเบรก ABS  ในส่วนของเทคโนโลยีแน่นอนว่าก็จัดเต็ม มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดให้เลือกตั้งแต่ Standard, Sport และ Rain เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีระบบ HSTC หรือแทร็คชั่นคอนโทรล ซึ่งทำงานร่วมกันกับระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ ซึ่งทั้งหมดนี้ยิ่งช่วยให้การขับขี่นั้นง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบครูซคอนโทรลที่ช่วยให้การเดินทางไกลเหป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งนี้ Honda Rebel 1100  นั้นจะวางจำหน่ายทั้งหมด 2 โมเดลคือโมเดลเกียร์ธรรมดา และเกียร์ DCT และมีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำเมทัลลิก และสีแดงบอร์โดเมทัลลิกหรือสีแดงไวน์   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก