SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Suzuki Gixxer SF 250 2021

Suzuki Gixxer SF 250 2021 สปอร์ตไบค์สูบเดียว แต่เฟี้ยวด้วยเทคโนโลยี Suzuki Gixxer SF 250 2021 ออกแบบภายใต้แนวคิด “Lifestyle Sport Bike” ที่ดูทันสมัยสไตล์ยุโรป โดยยังต้องสามารถตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการใช้ชีวิตในเมือง หรือการใช้ในการท่องเที่ยวได้ทุกที่ มีลูกเล่นที่หลากหลาย พร้อมด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่การันตีและถ่ายทอด DNA จากซูเปอร์ไบค์ของของทางค่าย  เรียกว่าเป็นโมเดลที่ทำให้ทุกการใช้ชีวิตของคุณเป็นเรื่องง่าย แต่ยังคงความเป็นสปอร์ตไบค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นนิยามความสปอร์ตใหม่ ในแบบของคุณ “Your Track Redefined” มันมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 249.1 ซีซี แบบ SOHC สมรรถนะสูงพร้อมความทนทาน ด้วยการออกแบบและพัฒนา เพื่อตอบสนองในทุกอัตราเร่ง โดยเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์นี้ยังให้อัตราเร่งที่ละเอียดแม่นยำ ส่งผลให้ทุกครั้งที่เปิดคันเร่งจะได้ความรู้สึกที่ทะยานอย่างเร้าใจและทรงพลัง  มีการใช้เทคโนโลยีจากรถแข่งระดับโลก MotoGP และเทคโนโลยี SOCS (Suzuki Oil Cooling System) ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมัน ที่ ซูซูกิ คิดค้นและใช้เป็นเจ้าแรก ที่ส่งถ่ายน้ำมันเครื่องไปยังออยคูลเลอร์และวนกลับมาหล่อเย็นบริเวณด้านบนของเสื้อสูบ เพื่อลดความร้อนจากการจุดระเบิด อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถให้สมรรถนะสูงสุดได้นานอย่างที่ใจต้องการ อัตราเร่งเร้าใจในทุกรอบความเร็ว อีกทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดน้ำมัน ทนทาน และดูแลรักษาง่าย    ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ที่สามารถสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างแม่นยำ และเป็นละอองฝอย ทำให้ทุกการจุดระเบิดเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ในทุกอัตราเร่งตอบสนองได้อย่างติดมือ โดยทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทั้ง 6 จุด ได้แก่ ⦁ O2 Sensor (ออกซิเจนเซ็นเซอร์) ⦁ Intake Air Pressure Sensor (เซ็นเซอร์แรงดันอากาศเข้า) ⦁ Intake Air Temperature Sensor (เซ็นเซอร์อุณหภูมิอากาศเข้า) ⦁ Throttle Position Sensor (เซ็นเซอร์วาล์ว) ⦁ Engine Temperature Sensor (เซ็นเซอร์อุณหภูมิเครื่องยนต์) ⦁ Crankshaft Sensor (เซ็นเซอร์เพลาข้อเหวี่ยง) ซึ่งเซ็นเซอร์ทั้ง 6 จุดนี้จะประมวลผล และส่งข้อมูลไปยังกล่องสมองกล ECM โดยทำงานประสานกันได้อย่างกลมกลืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด  มีระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ส่งกำลังการขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ได้อย่างไม่มีสะดุดในทุกย่านความเร็ว สปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยแฮนด์แบบจับโช้ค ให้ในทุกท่วงท่าให้การขับขี่สปอร์ตเร้าอารมณ์ในทุกการเคลื่อนไหวในแบบรถสนามแข่ง โช้คหน้าได้รับการปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับแฮนด์แบบจับโช้ค เพิ่มลุคสปอร์ตเต็มพิกัดด้วยล้อแม็กอะลูมิเนียม 10 ก้านแบบปัดเงา ถ่ายทอด DNA โดยตรงจากซูเปอร์ไบค์ตระกูล GSX ซีรีย ปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ขนาด 300 มม. สไตล์สปอร์ตไบค์ตัวจริง พร้อมคาลิเปอร์จาก BYBRE By Brembo อุปกรณ์และระบบเบรกระดับเวิล์ดคลาส ที่ได้รับการการันตีจากทั่วโลกถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พร้อมดิสก์เบรกหลัง และระบบเบรก ABS (Anti-lock Brake System) ทั้งหน้าและหลัง สามารถควบคุมแรงเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ  มาตรวัดดิจิทัลแบบ Full LCD แสดงผลครบทุกฟังก์ชั่น อ่านง่ายชัดเจน ทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ไฟหน้าแบบ LED มาพร้อมไฟท้ายรูปทรงปราดเปรียวแบบ LED ถูกออกแบบให้มีความกระทัดรัด แต่ เท่ สปอร์ต สว่างชัดเจนในทุกมุมมอง ระบบสตาร์ทอัจฉริยะแบบ Push Start สตาร์ทง่ายเพียงสัมผัส ทำให้ทุกการขับขี่ของคุณง่ายขึ้น มอเตอร์สตาร์ทจะทำงานโดยอัตโนมัติจนกว่าเครื่องยนต์จะสตาร์ทติดและโดยไม่จำเป็นต้องกดสวิตช์สตาร์ทค้าง   ตอกย้ำความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยเบาะคนนั่งซ้อนท้ายและจับด้านหลังแบบแยกชิ้นที่ออกแบบให้เพรียวบาง ทั้งผู้ขับขี่และซ้อนท้าย ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่แบบท่อคู่ บังโคลนแบบกันดีด เพื่อความสปอร์ตเร้าใจโดยเฉพาะ ทั้งนี้จะจำหน่ายในราคา 128,800 บาท โดยจะมีให้เลือก 2 เฉดสีด้วยกันได้แก่ สีน้ำเงิน และสีดำ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda X-ADV 750 2021

Honda X-ADV 750 2021 สกู๊ตเตอร์พร้อมลุยปรับใหม่หมด เปิดไทย 425,000 บาท กลับมาอีกครั้งอย่างยอดเยี่ยมกับสกู๊ตเตอร์สายลุยรุ่นใหญ่ โมเดลที่เคยพลิกโฉมวงการมอเตอร์ไซค์ทั้งโลก ด้วยการเป็น SUV ในโลกสองล้อ หรือการเป็นสกู๊ตเตอร์เอนกประสงค์ขั้นสุดที่ไปได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นกับ Honda X-ADV 750 2021 โดยครั้งนี้กลับมาใหม่พร้อมราคาไทยที่ 425,000 บาท ในงาน Motor Show ด้านรูปโฉมนั้นมีการปรับเปลี่ยนไฟหน้าใหม่ มีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ดีไซน์ใหม่ ,uโคมไฟหน้า LED แบบคู่ แฟริ่งเองก็ดีไซน์ใหม่ให้มีเส้นสายดุดันเฉียบคมมากขึ้น ในส่วนของชิลด์บังลมหน้าก็มีการพัฒนาให้สามารถป้องกันลมและสภาพอากาศได้ดีขึ้นด้วย ทั้งยังปรับได้ 5 ระดับด้วยมือไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพิ่ม เครื่องยนต์ใหม่ที่ผ่าน Euro5 ของ X-ADV กลับแรงขึ้น 4.02 แรงม้า  แทนที่จะแรงตกลงเพราะต้องคุมเรื่องไอเสีย อีกทั้งยังมีเรดไลน์เพิ่มขึ้นอีก 600 รอบ (กลายเป็น 7000 รอบ) โดยทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 57.80 แรงม้าที่รอบต่ำ 6,750 รอบ และแรงบิดที่ 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ แถมเครื่องยนต์ใหม่ยังเบาลง 1.4 กก.อีกด้วยจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราทดในสามเกียร์แรกใหม่ให้ทำอัตราเร่งได้ดีขึ้น ส่วนเกียร์สี่นั้นทดให้สูงขึ้น แต่ในช่วง 5 – 6 นั้นปรับให้ใช้ความเร็วยืนพื้นได้ดีและประหยัดน้ำมัน นอกจากระบบ DCT หรือระบบดูอัลคลัตช์ทรานสมิชชันแล้วที่ช่วยให้ขับขี่ได้สนุกและง่ายแล้ว ยังมีอีกระบบอื่นๆ อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ถึง 5 โหมด ได้แก่ Standard, Sport, Rain, Gravel และ User มีระบบ Honda Selectable Torque Control หรือแทร็คชั่นคอนโทรลที่ปรับได้อีก 3 ระดับและปิดเปิดได้  ยังมีระบบสมาร์ทคีย์ และระบบไฟ ESS หรือ Emergency Stop Signal ที่จะกระพริบขณะเบรกกะทันหันอีกด้วย พร้อมยกเลิกอัตโนมัติ นอกจากนี้ไฟเลี้ยวเองก็มีระบบยกเลิกอัตโนมัติจากการวัดความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังอีกด้วยครับ    ตัวรถยังมีหน้าจอเรือนไมล์สีพิเศษขนาด 5 นิ้วที่สามารถสั่งงานผ่านระบบ Honda Smartphone Voice Control ช่วยให้สั่งงานด้วยเสียงเพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ใต้เบาะจะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB แทนที่ช่องจ่ายไฟแบบ 12V แบบที่นิยมใช้กันในรถยนต์ ส่วนขนาดความจุของเบาะก็มีการเพิ่มความจุอีก 1 ลิตรเป็น 22 ลิตร สามารถใส่หมวกเต็มใบได้ 1 ใบ ด้านในยังมีไฟ LED สำหรับช่วยเพิ่มความสะดวกในการหาของใต้เบาะอีกด้วยครับ  มีการปรับตำแหน่งของเบรกมือจากเดิมที่ด้านขวาล่างของแฟริ่งย้ายมาอยู่ที่แฮนด์บาร์ด้านขวา ทำให้สามารถใช้ช่องใส่ถุงมือด้านหน้าได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ขาตั้งรถติดตั้งเซ็นเซอร์วัดมุมเอียงช่วยให้สามารถจอดรถบนทางชันได้โดยไม่ต้องกลัวรถจะไหลล้มลง ฮอนด้าใช้เฟรมแบบท่อเหล็กไดมอนด์เฟรมที่ออกแบบใหม่ ช่วยให้น้ำหนักเบากว่าเดิมโดยที่ความแข็งแรงยังคงอยู่ และยังสามารถเพิ่มความจุของช่องเก็บของได้มากขึ้น โดยสามารถลดน้ำหนักไปได้ 1 กก. มีการปรับเปลี่ยนมิติของมุมเรคและระยะเทรลใหม่ให้ตัวรถสามารถซอกแซกในเส้นทางที่มีการจราจรหน้าแน่นได้ดีขึ้น โช้คหน้าหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนล้อเป็นล้อซี่ หน้า 17 นิ้ว หลัง 15 นิ้วตามลำดับ ระบบเบรกดิสก์หน้าเบรกคู่ขนาด 296 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 พ็อต ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว และแน่นอนว่ามาพร้อมระบบเบรก ABS  โดยในปี 2021 นี้มี 3 สีให้เลือกคือสีแดง Grand Prix Red, สีดำ Graphite Black , และสีเทา Pearl Mud Grey อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pan America 1250 2021

Pan America 1250 2021 สายลุยของวัยรุ่นเมกา เปิดไทยเริ่มต้น 899,000 เปิดตัวแล้ววันนี้แบบสดร้อนๆ กับแอดเวนเจอร์ไบค์สัญชาติอเมริกันกับ Harley-Davidson Pan America 1250 2021 โดยเปิดตัวเริ่มต้นที่ราคาเบาๆ เพียง 899,000 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น Special จะจำหน่ายในราคา 952,000 บาท Pan America นั้นใช้ขุมพลัง V-Twin รุ่นใหม่อย่าง Revolution® Max 1250 ขนาด 1,252 ซีซี ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ในหลายย่านความเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกของวงการที่มีระบบ Adaptive Ride Height หรือระบบกันสะเทือนแบบใหม่ ที่จะช่วยปรับระดับความสูงของตัวรถอัตโนมัติ ปรับตัวรถให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อหยุดรถ และปรับระดับให้สูงพอดีในขณะขับขี่เมื่อรถเริ่มออกตัว    รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งคันนี้ยังมีไฮไลท์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ล้อซี่ลวดแบบไร้ยางใน ตัวแทนแห่งความทนทานและสะท้อนถึงเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อเสริมสมรรถนะให้แก่ตัวรถโดยการลดน้ำหนักของยางในออกไป    ตัวยังมีเฉดสีให้เลือกอย่างหลากหลายเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิเช่น สีดำ Vivid Black และสีเทา River Rock Gray ส่วนรุ่น Pan America 1250 Special จะมีเฉดสีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Vivid Black, สีเทาเมทัลลิก Gauntlet Gray Metallic, สีเขียว Deadwood Green และสีทูโทนส้มขาวมุก Baja Orange/Stone Washed White Pearl โดยทุกสีนั้นจะมาพร้อมกับลวดลายโลโก้ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่ถูกออกแบบไว้บนตัวถังรถ  สุดท้ายนี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษจากฮาร์ลีย์-เดวิดสันในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ลูกค้าที่ทำรายการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในงาน Bangkok International Motor Show จะได้รับบัตรสมนาคุณมูลค่า 5,000 บาทเพื่อใช้สำหรับสินค้าเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน  นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นรับบัตรสมนาคุณมูลค่า 3,000 บาท จำนวน 3 รางวัล (1 คนต่อ 1 รางวัล) สำหรับใช้ซื้อสินค้าเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โดยสามารถร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงถ่ายภาพ Pan America Photo Journey ในบูธของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน แล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรม พร้อมบอกความรู้สึกและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Pan America และติดแฮชแท็ก #HDatBIMS และ #PanAmerica  *ข้อตกลงและเงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ทั้งนี้งาน Bangkok International Motor Show 2021 มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 ที่ IMPACT Exhibition Centre สามารถเยี่ยมชมและค้นพบการผจญภัยรูปแบบใหม่กับเราได้ที่บูธฮาร์ลีย์-เดวิดสัน หมายเลข M3 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Service Factory เปิดพร้อมให้บริการครบวงจร

Kawasaki Service Factory ศูนย์บริการมาตรฐานโรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหางานซ่อมต่างๆที่อาจมีความยากซับซ้อนกับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายคาวาซากิทั่วประเทศ และเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ Kawasaki Certified Recondition Motorcycle (รถจักรยานยนต์มือ2) และธุรกิจจักรยาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นใจงานบริการหลังการขายแก่ลูกค้าคาวาซากิ นายกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย กล่าวว่า “Kawasaki Service Factory ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหางานซ่อมต่างๆที่อาจมีความยากซับซ้อนกับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายคาวาซากิทั่วประเทศ การบริการถือเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวกับลูกค้า ทางคาวาซากิจึงได้ทำการเปิดศูนย์บริการมาตรฐานโรงงาน เพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์และสร้างความประทับใจต่อแบรนด์คาวาซากิด้วยบริการที่ดี เน้นการพัฒนาด้านการบริการที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าคาวาซากิทุกคน โดยเน้นเป็นศูนย์ทักษะการเรียนรู้ ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร และเครื่องมืออันทันสมัย เพื่อช่วยวิเคราะห์แก้ไขปัญหาต่างๆให้กับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายที่ติดต่อสอบถามเข้ามายังศูนย์ฯ นอกเหนือจากงานบริการแล้ว คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ยังเปิดจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของ Kawasaki โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้เช่นกัน” คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมเปิดให้บริการเบื้องต้น ด้วยงานบริการดังต่อไปนี้ 1. งานซ่อมทั่วไป (General Service) 2. งานเช็คระยะ (เฉพาะรุ่นที่อยู่นอกระยะรับประกัน) 3. งานรับประกันคุณภาพ (Warranty Service) หมายเหตุ: ส่วนงานเช็คระยะ งานซ่อมอุบัติเหตุ และงานผ่าเครื่อง สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิใกล้บ้านท่าน ค้นหาได้ที่ http://www.kawasaki.co.th/dealer ทั้งนี้ คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ยินดีที่จะดูแลลูกค้า พร้อมมอบความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์คาวาซากิ โดยสามารถสอบถามข้อมูลบริการเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-018-4999 ต่อ 2112 เวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30 – 17.15 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แผนที่ผ่าน Google Maps https://www.google.com/maps/dir//13.742342,%20100.596921 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda Monkey 2021

All New Honda Monkey 2021 มังกี้กับเครื่องใหม่ 5 เกียร์ เปิดตัวแล้ววันนี้สดๆ ร้อนๆ กันที่ Cub House ศรีนครินทร์ กับโมเดลใหม่ที่น่าหลงใหลอย่าง All New Honda Monkey 2021 ที่พัฒนามาเพื่อถ่ายทอดความหมายที่แท้จริงของการใช้ชีวิต เพื่อการขับขี่ต้องเติมเต็มด้วยรสนิยมและความสุข เจ้ามังกี้คันใหม่นี้ยกระดับความซนและความสนุกด้วยแนวคิด Not only for riding มังกี้ไม่ได้มีไว้ แค่ให้ขี่ โดยจะมีการเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกราฟิกใหม่ คาดแถบสีแบบเมทัลลิกบนถังน้ำมันเหล็ก พร้อมด้วยการเคลือบสีแบบ 3 ชั้น ให้ทั้งความเท่ ด้วยสีสันที่สดใสและล้อแม็กสีดำใหม่ ที่เด็ดคือการใช้ขุมพลังใหม่ขนาด 125 ซีซีแบบสูบเดียว พร้อมด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ช่วยให้ขับเคลื่อนได้สนุกต่อเนื่อง ตัวรถจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ Bold Black สีแดง Blazing Red และสีเหลือง Juicy Yellow โดยเปิดราคาแนะนำที่ 99,700 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

All-New-Honda-C125-2021

All New Honda C125 2021 สานต่อตำนานความเก๋า ความคราฟท์ในตัวคุณ เป็นอีก 1 โมเดลที่เปิดตัวแล้ววันนี้สดๆ ร้อนๆ กันที่ Cub House ศรีนครินทร์ สำหรับโมเดลระดับตำนานอย่าง All New Honda C125 2021 ที่จะมาสานต่อตำนานความเก๋า ความออริจินัลของรถในตระกูล CUB Series โดยเจ้า ซี125 คันนี้พัฒนาขึ้นใต้แนวคิด Craft your story สะท้อนความคราฟท์ในตัวคุณ โดยจะเด่นด้วยดีไซน์และวัสดุที่มีความพรีเมียม เพิ่มความคราฟท์โดดเด่นด้วยสีดำด้านใหม่ Gentle Black ทั้งยังเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคู่แบบดับเบิลซีท นอกจากนี้ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่สูบเดียวขนาด 125 ซีซี ระบบเกียร์วน 4 สปีด ตอบรับไลฟ์สไตล์ความคราฟท์ในแบบที่เป็นตัวเอง โดยเปิดตัววางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Original Blue สีเทา Essence Gray และสีดำ Gentle Black ด้วยราคาแนะนำที่ 89,600 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Honda CT125 สีใหม่ สีเขียว Safari Green เอาใจสายแคมปิ้ง

Honda CT125 สีใหม่ สีเขียว Safari Green เอาใจสายแคมปิ้ง ในงานเปิดตัวโมเดลใหม่ที่ Cub House ศรีนครินทร์ ที่ได้ทำการเปิดตัวโมเดลระดับตำนานอย่าง Monkey และ C125 ก็ยังได้ทำการเปิดตัว Honda CT125 สีใหม่ แม้ว่าจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิค แต่สีเขียว Safari Green นี้ก็ตอกย้ำไลฟ์สไตล์สายลุย ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยให้กับผู้หลงใหลการแคมปิ้ง ซึ่งแฟนๆ ก็น่าจะชื่นชอบสีเขียวใหม่นี้อย่างแน่นอน โดยจะวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 84,900 บาท ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1 ตัวแข่ง

R1 ตัวแข่ง WorldSBK แอบทำแฟริ่งด้านหน้าใหม่ในช่วงการทดสอบที่ Misano การแข่งขัน WorldSBK นั้นใกล้จะเริ่มต้นเข้าไปทุกทีแล้วครับ และแน่นอนว่าก่อนจะเริ่มต้นฤดูกาลก็จะต้องมีการทดสอบรถแข่งคันใหม่ของแต่ละค่ายก่อนเสมอ โดยในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบที่สนาม Misano World Circuit “Marco Simoncelli” ซึ่งคราวนี้เราพามาชมรถ Yamaha R1 ตัวแข่งของทางค่ายส้อมเสียงกันบ้างว่าแอบใส่อะไรใหม่ๆ ในรถแข่งของพวกเขาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นความลับ เราก็ได้แต่แอบส่องจากภายนอกกันก็เท่านั้นครับ  จากภาพที่รวบรวมมาก็จะเผยให้เห็นถึงเจ้าตัวแรงจากยามาฮ่านั้นมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของแฟริ่งด้านหน้าใหม่เล็กน้อย โดยคุณจะเห็นได้ว่ามีช่องแอร์อินเทคใหม่ ที่น่าจะออกแบบมาให้สามารถรับอากาศเข้าระบบได้เร็วและมากขึ้นนั่นเอง  แฟนๆ ก็คงต้องมาดูกันว่าฤดูกาลนี้ยามาฮ่าจะสามารถแย่งแชมป์โลกมาจากค่ายเขียวได้หรือไม่กันครับ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marquez-กำลังจะคัมแบค

Marquez กำลังจะคัมแบค หลังโผล่ซ้อมที่บาร์เซโลนา ล่าสุด Marc Marquez กำลังจะคัมแบค หลังจากนักแข่งชาวสเปนผู้นี้ได้ลงสนามขี่รถโปรดักชันตัวพันสุดแรงของ Honda อย่าง RC213V-S ที่เป็นเหมือนร่างจำแลงมาจากรถแข่ง MotoGP โดยไปซ้อมกันที่สนา ม Circuit de Catalunya ในเมือง Montmelo นับเป็นครั้งแรกเลยที่เจ้าหนูได้กลับมาขี่รถขนาดใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องถอนตัวไปจากการแข่งขันในรอบ Andalusian ที่ Jerez ซึ่งในตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเร่งรีบฟื้นฟูตัวเองให้หายดีเพื่อกลับไปแข่งขันอีก โดยเจ้าหนูมดแดงได้ลงซ้อมกับ Honda RC213V-S ที่ผ่านการปรับแต่งให้พร้อมลงสนามแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง MotoGP หรือ RC213V มากที่สุดแล้ว เป็นเสมือนสัญญาณอันดีว่า Marc มีอาการหลังผ่าตัดดีขึ้นมาก จนใกล้จะหายดี และพร้อมจะกลับมาลงสนามอีกครั้งแล้ว  งานนี้แฟนๆ เจ้าหนูน่าจะดีใจที่ขวัญใจของตัวเองกำลังจะกลับมาแข่งแล้ว ส่วนจะคัมแบคได้เมื่อไหร่ จะมีโอกาสแย่งแชมป์มาจาก Joan Mir ได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brough-Superior-Lawrence

Brough Superior Lawrence สวยงาม คลาสสิค พร้อมน้ำหนักสุดเบา มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับลูกเล่นสุดพรีเมียมน้ำหนักเบาอย่างชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน เฟรมไทเทเนียม และอาร์มหน้าอลูมิเนียม  ล่าสุดค่ายรถสัญชาติอังกฤษที่ได้ฉายาว่า Rolls-Royce แห่งวงการมอเตอร์ไซค์ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่เพื่ออุทิศแก่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ โดยโมเดลนี้มีชื่อว่า Brough Superior Lawrence ซึ่งเป็นโมเดลพิเศษที่ผสมผสานเข้ากับวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ เส้นสายที่เพรียวบางและความพิถีพิถัน ทั้งยังเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ เองได้อีกด้วย  ขุมพลังของมันเป็นเครื่องวีทวิน 88 องศาขนาด 997 ซีซี ระบบวาล์วแบบ 4 วาล์วต่อสูบ ให้แรงม้าไม่มากมายนักที่ 102 แรงม้าและแรงบิดที่ 64 ฟุตปอนด์ที่ 7,300 รอบ แต่เครื่องยนต์นี้ก็ถือเป็นจุดเด่นของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ครับผม มันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ ชัดเจน  ในส่วนของเฟรมนั้นทำมาจากไทเทเนียมทั้งหมด กระทั่งซับเฟรมเองก็เช่นกัน ส่วนด้านหน้านั้นมีอาร์มหน้าแบบ Fior ซึ่งทำมาจากอลูมิเนียมทั้งก้อนผ่านเครื่อง CNC มา เชื่อมต่อเข้ากับเฟรมด้วยโช้คเดี่ยววางกลางที่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้  ส่วนด้านท้ายเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมพร้อมกับโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้เช่นกัน  สิ่งนึงที่แยกโมเดลนี้ออกจากรุ่นอื่นๆ ของทางค่ายคือสไตล์ที่คลาสสิคและตัวรถที่ยังคงดูเก๋า ขณะที่โมเดลอื่นๆ มักจะพยายามทำให้มีสไตล์ดั้งเดิมแต่ในรูปลักษณ์แบบสมัยใหม่ แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ไม่น่าจะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา แต่ก็มีความงามและความน่าสนใจไม่น้อย เพื่อนๆ มีความเห็นว่าอย่างไร แชร์กันได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Random

Random พาชมโรงงาน หมวกกันน็อคไทย มาตรฐานโลก ล่าสุด บริษัท เอส.วาย.เค.ออโต้พาร์ท อิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต จำกัด เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหมวกกันน็อคแบรนด์ไทยหลากหลายแบรนด์ อาทิ INDEX, ID, Random, Snell, Proto และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ก็ได้ออกมาเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้เยี่ยมชมโรงงานและแล็บทดสอบหมวกกันน็อคสุดทันสมัย เพื่อยืนยันและการันตีว่าหมวกกันน็อคทุกใบจากที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 33 ปีแล้ว โดยทางบริษัทมีปรัชญามุ่งมั่นว่าจะผลิตหมวกกันน็อคที่ได้คุณภาพมาตรฐานในราคาที่คนไทยจับต้องได้ และทางบริษัทยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพ มาตรฐาน สวยงามและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา  ทางบริษัทนั้นนอกจากจะผลิตหมวกกันน็อคเพื่อจำหน่ายในประเทศแล้ว ยังได้มีการผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย โดยมีเทคโนโลยีรวมถึงการทดสอบที่ทันสมัยช่วยให้สามารถผลิตหมวกได้ตรงตามมาตรฐานทั้ง มอก. (TIS), ยุโรป (ECE) และอเมริกา (DOT) เป็นต้น  นอกจากนี้ในส่วนของห้องทดสอบหมวกกันน็อคของทางบริษัท ยังได้มีการจดทะเบียนในนามบริษัท เดลต้า อัพซิลอน แล็บโบลาทอรี่ จำกัด ซึ่งได้รับประกาศลงในพระราชกิจจานุเบรกษา รับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดลอง ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.17025-2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) ซึ่งทำให้สามารถทดสอบและออกการรับรองผลิตภัณฑ์ได้เทียบเท่ากับสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ สมอ. และในปี 2020 ที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า แรนดอม อย่างต่อเนื่อง โดยมีหมวกรุ่นต่างๆ ทยอยออกสู่ท้องตลาด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้หมวกกันน็อครุ่นใหม่ที่ต้องการหมวกที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมไปถึงรูปทรงที่สวยงาม สีสันสดใส ในราคาที่จับต้องได้ โดยรุ่นแรกที่ได้ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้แก่ CZ-R ต่อมารุ่นที่ 2 คือ Air Force 1    ทั้งนี้ในโอกาสที่บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 ในวันที่ 11 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา จึงได้ถือโอกาสเปิดตัวหมวกกันน็อครุ่นใหม่ ซึ่งก็นับเป็นรุ่นที่ 3 ของทางแบรนด์แล้ว โดยมีชื่อรุ่นว่า Demon ที่ได้รับมาตรฐานทั้ง มอก.และ DOT ของอเมริกา โดยในการผลิตหมวกรุ่นนี้ได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตสมัยใหม่ เช่น ออกแบบให้มีช่องสำหรับใส่หูฟังบลูทูธ มีแว่นกันแดดด้านใน และมีผ้ากันล้มเข้าด้านหลังต้นคอของหมวก เป็นต้น  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WMoto-RT3-2021

WMoto RT3 สกู๊ตเตอร์คู่แข่ง XMAX ในมาเลเซีย     WMoto RT3 สกู๊ตเตอร์พิกัด 250 ซีซีเปิดตัวที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมเปิดตัวที่ราคาราวๆ 113,000 บาท ซึ่งพิกัดนี้จะเป็นพิกัดเดียวกับ Yamaha XMAX 250 (โมเดลมาเลเซีย) เรียกว่าออกมาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกันตรงๆ ก็ว่าได้    มันใช้เครื่องยนต์สูบเดียว ขนาด 247 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า โดยทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 23 แรงม้าที่ 8,000 รอบและแรงบิดที่ 22.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ CVT ซึ่งตัวเลขนั้นสูสีกับทางคู่แข่งอย่าง XMAX 250 ซีซีที่มีแรงม้า 22.5 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และแรงบิดที่ 24.3 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ถังน้ำมันของมันมีขนาดใหญ่ถึง 17 ลิตร ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับคลาสนี้ ขณะที่คู่แข่งอยู่ที่ 13 ลิตรเท่านั้น ระบบเบรกนั้นเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกันนี้ยังมีระบบเบรก ABS จาก Bosch แบบ 2 ชาแนลอีกด้วย ในส่วนของช่วงล่างด้านหน้าใช้โช้คเทเลสโคปิกกับล้อขนาด 15 นิ้ว ส่วนด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้กับล้อขนาด 14 นิ้ว โดยตัวรถมีน้ำหนักที่ 194 กก. แต่ทางด้านคู่แข่งนั้นเบากว่า โดยหนักเพียง 179 กก. แต่ความสูงเบาะกับเป็นมิตรกับคนร่างเล็กมากกว่า โดยสูงเพียง 755 ม.ม. ขณะที่ค่ายส้อมเสียงสูง 795 ม.ม.  เรื่องของความสะดวกสบายนั้น เจ้านี่มีระบบสมาร์ทคีย์เช่นกัน มีช่องเก็บของขนาดใหญ่พอที่จะเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้ 1 ใบกับสัมภาระอื่นๆ ได้อีกเล็กน้อย ช่องเก็บถุงมือด้านหน้ามีช่องจ่ายไฟแบบ USB 2 พอร์ต ส่วนเรือนไมล์นั้นเป็นแบบผสม มีส่วนวัดความเร็วเป็นอนาล็อกและหน้าจอดิจิตอล LCD สำหรับแสดงผลข้อมูลอื่นๆ และระบบไฟใช้ LED ทั้งหมด LED  ส่วนสีสันที่มีจำหน่ายจะมีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงินกลิตเตอร์ สีเทาด้าน และสีแดง สำหรับบ้านเราก็คงน่าจะมีนำเข้ามาจำหน่าย แต่ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่มีความน่าสนใจเหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่ารู้จักไว้ก็ได้ อนาคตอาจจะมีตัวแทนในบ้านเราก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก